LOGIN62 2-2
ตอนที่ 123 ตระกูลจู้
แน่นอนว่าตระกูลจู้ในเวลานั้นย่อมไม่อยู่นิ่งเฉยอีกต่อไป ทุกคนต่างเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อต้องการจับตายนังเมียน้อยกับลูกสาวของมัน ต่อให้ไม่ได้ชีวิต อย่างน้อยพวกมันก็จะต้องอยู่ไม่เป็นสุข! แต่ใครจะไปคาดคิดว่า ในช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญที่ทุกอย่างกำลังจะจบลงด้วยดี จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานกลับแอบพาเมียน้อยและลูกสาวของมันหลบลี้ภัยหนีภัยไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ
จู้เอ๋อร์ออกตัวปกป้องและแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า เขาต้องการปกป้องผู้หญิงคนนี้และลูกสาวของเธอ ส่งผลให้นายหญิงใหญ่แห่งตระกูลจู้ถึงกับเดือดดาลจนแทบคลั่งกับความโง่เขลาของลูกชายตนเอง เธอเรียกรวมพล เปิดประชุมต่อหน้าสมาชิกทุกคนในตระกูลจู้อย่างพร้อมหน้า ประกาศกร้าวตัดสายสัมพันธ์แม่ลูกกับจู้เอ๋อร์ในทันที โดยมีเนื้อความว่า
“ตราบใดที่ฉันยังมีลมหายใจอยู่ ผู้หญิงคนนั้นกับลูกสาวของมันจะไม่มีวันได้เข้ามาเหยียบตระกูลจู้ของเราอย่างเด็ดขาด! ลำดับตระกูลวงศาจะไม่มีรายชื่อของพวกมันสองแม่ลูกเข้ามาข้องเกี่ยวแต่อย่างใด และฉันก็ได้เขียนพินัยกรรมแจกแจงเรื่องมรดกไว้หมดแล้ว ทนายที่รับผิดชอบจะเป็นคนเปิดผนึกเอกสารฉบับนี้ทันทีที่ฉันจากโลกนี้ไป!”
สิ้นสุดเหตุการณ์นี้ จู้หยานก็ถูกส่งตัวไปยังเมืองผิงเฉิงอันห่างไกลเพื่อพักฟื้นร่างกายและจิตใจ
กลับมาครั้งนี้ อาการป่วยของจู้หยานไม่เพียงจะดีขึ้นกว่าเดิมมาก แม้แต่บุคลิกท่าทางก็ยังดูร่าเริงสดใสขึ้นมากด้วย เริ่มมีปฏิสัมพันธ์พูดคุยกับสมาชิกคนอื่นๆในบ้านเป็นครั้งคราว โดยเฉพาะกับแววตาคู่นั้นที่ดูมีชีวิตชีวาเปล่งประกายขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก!
“บอกฉันหน่อยนะไอ้น้องรัก! ที่คุยกันกระหนุงกระหนิงเมื่อครู่อ่ะ เป็นผู้ชายหรือผู้หญิงจ๊ะ? ไม่ต้องอายหรอกน่า มีอะไรก็พูดกับพี่ได้หมดนั่นแหละ!”
ความจริงจู้อี้ค่อนข้างมั่นใจว่าน่าจะต้องเป็นผู้หญิงมากกว่า
จู้หยานไม่เอ่ยตอบคำถาม ทว่ากลับยิงคำถามสวนกลับไปแทน
“พี่อี้ พี่เชื่อรึเปล่าว่าในอนาคตจะมีจ้าวลมกรดแห่งเอเชียถือกำเนิดขึ้นมา? และจะคว้าชัยในการแข่งวิ่งร้อยเมตรในโอลิมปิกด้วย?”
“ลมตดอะไรนะ?”
จู้อี้ปั้นหน้ายับยู่ขมวดรวมกันเป็นจุดเดียว ญาติผู้น้องคนนี้พูดอะไรไม่เห็นจะเข้าใจ?
“คนเอเชียจะสามารถคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันวิ่งร้อยเมตรในโอลิมปิกได้”
จู้หยานกล่าว
“โม้แล้ว!” จู้อี้ผสานสองมือไว้บนท้ายทอย พร้อมเบะปากหัวเราะเยาะ
“ถ้าคนเอเชียอย่างเราๆสามารถชนะพวกยุโรปในการแข่งวิ่งได้จริง ฉันว่าแม่สุนัขก็คงออกลูกเป็นไข่ได้เหมือนกัน! คนเอเชียกับผีที่ไหนจะสามารถวิ่งแซงหน้าไอ้พวกฝรั่งขี้นกได้?”
“แต่ผมเชื่อนะ” จู้หยานระบายยิ้มจางๆขณะเอ่ยตอบ
“หืม? แล้วแกไปได้ยินคำพูดไร้สาระพวกนี้มาจากไหน? เทียบกันแค่เรื่องสรีระร่างกาย คนเอเชียก็สู้ไอ้พวกหน้าขาวไม่ได้แล้ว ถ้าเป็นกีฬาประเภทอื่นที่มีเรื่องทักษะเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็ยังพอมีสิทธิ์บ้าง แต่เรื่องวิ่งนี่…”
ทว่าจู้อี้ยังไม่ทันจะพูดจบด้วยซ้ำ ก็เห็นจู้หยานหมุนตัวเดินกลับไปทางห้องตัวเองซะแล้ว
จู้อี้ร้องเรียกโวยวายอยู่สักพัก
“อะ-อ้าว? ไอ้น้องชาย! เดี๋ยว! เดี๋ยวก๊อน! ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ…”
กลางดึกคืนนั้น ระหว่างที่จู้อี้กำลังสะบัดผ้าห่มเตรียมตัวจะเข้านอน ฟานหรง ภรรยาคนสวยของเขาก็สะกิดแขนเบาๆเรียกหา
“อย่าเพิ่งนอนสิ ลุกขึ้นมาคุยกับฉันหน่อย”
จู้อี้ง่วงนอนอ่อนเพลียเต็มที ปรายหางตาเหลือบมองคนเป็นภรรยาด้วยสีหน้ารำคาญเล็กน้อย พร้อมกับพูดขึ้นด้วยเสียงระห้อยอย่างขี้เกียจว่า
“อะไรของเธอเนี่ย? มีอะไรค่อยคุยกันตอนเช้าไม่ได้รึไง?”
ฟานหรงไม่สนใจ พูดตัดตรงเข้าประเด็นในทันที
“ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย! ฉันมีเรื่องอยากจะเล่าให้ฟัง!”
“คร๊าบบ คร๊าบบ~ เชิญพูดมาได้เลยจ้ะ?”
จู้อี้ลุกขึ้นนั่งขอบเตียงด้วยสภาพสะลึมสะลือ
“คุณได้สังเกตอะไรบ้างรึเปล่า? อาหยานกลับมาคราวนี้เหมือนจะมีบางอย่างเปลี่ยนไปจากเดิม?”
“เอ่อ…คุณภรรยาครับ เรื่องนั้นใครๆเค้าก็สังเกตเห็นกันทั้งนั้นล่ะครับ”
ฟานหรงมุ่ยหน้าดุใส่ ทว่ากลับดูน่ารักแทน
“ยังจะมาประชดอีกนะ! ถ้าจะมีสักคนที่ไม่ทันสังเกตเห็น ก็คงเป็นลุงรองของคุณนั่นแหละ!”
ได้ยินฟานหรงพูดถึง ‘ลุงรอง’ ขึ้นมา จู้อี้ก็ถึงกับสะดุ้งเฮือกตาสว่างทันที สีหน้าฉายแววอำมหิตดุร้ายเพราะความโกรธเกรี้ยว
“ในสายตาของลุงรองตอนนี้มีแต่นังเมียน้อยกับลูกนอกสมรสของมัน! สังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนไปของอาหยานได้ก็แปลกแล้ว!”
พูดมาถึงตรงนี้ จู้อี้ก็พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก สงบสติอารมณ์ที่ครุกรุ่นอยู่ภายในใจลง
“แต่โชคยังดีที่คุณย่าละเอียดรอบคอบมาก เขียนพินัยกรรมจัดสรรเรื่องกองมรดกไว้เสร็จสรรพแล้ว รวมไปถึงส่วนที่อาหยานควรจะได้ด้วย! ไม่อย่างนั้น ชื่อเสียงในฐานะทายาทสกุลจู้รุ่นที่สองของพวกเรา คงต้องย่อยยับไม่เหลือชิ้นดีแน่!”
ส่วนเหตุผลที่ผู้หญิงคนนั้นแอบวางยาพิษลงในอาหารของจู้หยานนั้น เหตุผลก็ชัดเจนอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ? มันหวังจะฆาตกรรมจู้หยานให้ตาย เพื่อสมบัติทั้งหมดในส่วนนั้นจะได้ตกไปอยู่ในกำมือของพวกมันสองแม่ลูกแทน!
และจากนั้น มันกับลูกของมันก็จะกลายมาเป็นหนึ่งในสมาชิกของตระกูลจู้ ครอบครองสมบัติร่วมกับพวกเขา!
จู้อี้เค้นเสียงสบถคำโตอย่างเย็นชา เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆว่า ทำไมลุงรองของเขาถึงได้ดวงตามืดบอดเกินเยียวยาได้ถึงขนาดนี้? เพื่อผู้หญิงสารเลวคนหนึ่ง เขาถึงกับยอมเปิดทางให้มันลงมือสังหารลูกชายแท้ๆของตัวเองได้ลงคอ! สักวัน นังผู้หญิงสารเลวตัวนั้นจะต้องชดใช้ความผิดในสิ่งที่มันเคยก่อไว้อย่างแน่นอน!
จู่ๆฟานหรงก็พูดขึ้นว่า
“เอาน่า คุณก็ใจเย็นลงก่อนเถอะ บุ่มบ่ามทำอะไรไม่เข้าเรื่องไป เดี๋ยวทุกอย่างก็จะยิ่งแย่ลงหรอก ที่ฉันปลุกคุณขึ้นมาไม่ใช่เพราะอยากจะคุยเรื่องนี้สักหน่อย แต่ฉันสังเกตเห็นว่า…จู้หยานเหมือนกับคนที่กำลังมีความรัก?”
สำหรับเรื่องนี้ จู้อี้เองก็แอบตงิดใจตั้งแต่ที่เห็นจู้หยานคุยโทรศัพท์เมื่อตอนกลางวันแล้ว แต่ไม่ว่าจะนั่งคิดนอนคิดยังไง ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้สำหรับผู้ชายเย็นชาแบบนั้น
ฟานหรงพูดต่อว่า
“คุณก็อย่าทำเป็นเล่นไป พวกที่อยู่ตามชนบทน่ะน่ากลัวกว่าที่คิดมากนะ! คนพวกนั้นอาจจะกำลังหลอกลวงอาหยานหวังสูบเลือดสูบเนื้อเขาอยู่ก็ได้! ตอนนี้แค่ลุงรองก็เป็นปัญหามากพอแล้ว อย่าให้อาหยานต้องเป็นแบบนั้นอีกคนเลย!”
ทันทีที่จู้อี้ได้ฟังดังนั้น พลันต้องพยักหน้าตามเพราะความสมเหตุสมผลเช่นกัน เขาขมวดคิ้วพูดขึ้นทันที
“ถ้าจะเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีกจริงๆ พวกเราคงต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลม! เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับลุงรองถือเป็นบทเรียนที่มากเกินพอแล้ว อย่างที่คุณย่าเคยพูดเอาไว้ ผู้หญิงที่จะเข้ามาเป็นสะใภ้ตระกูลจู้ได้ จะต้องเป็นคนดีมีศีลธรรมเท่านั้น! ห้ามปล่อยให้พวกคนชั่วช้าหลุดเข้าได้อย่างเด็ดขาด!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







