LOGIN62 1-2
ตอนที่ 122 จ้าวลมกรดแห่งเอเชีย
หลินจิงซูหรี่ตาแคบ ยิงคำถามประโยคหนึ่งออกไปด้วยความระมัดระวัง
“จู้หยาน นายรู้จักจ้าวลมกรดแห่งเอเชียมั้ย?”
โดยทั่วไปแล้ว หากเป็นคนที่เกิดและเติบโตในยุคสมัยนี้จริงๆ จะไม่มีวันรู้จักหรือเคยได้ยินคำว่า ‘จ้าวลมกรดแห่งเอเชีย’ อย่างแน่นอน
เพราะเขาผู้นั้นก็คือ จ้าวแห่งโอลิมปิกเหรียญทองนามว่า ซูปิงเทียน ผู้ที่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ทำลายสถิติโลกในการแข่งวิ่งโอลิมปิก 2012ประเภทร้อยเมตรที่กรุงลอนดอน จนได้ชื่อว่าเป็นผู้ทำลายขีดกำจัดแห่งกำแพงเชื้อชาติ เพราะสามารถเอาชนะบุรุษผู้เร็วที่สุดในโลกอย่างยูเซน โบลต์ไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ
ซูปิงเทียนคือความภาคภูมิใจสูงสุดที่ถูกสลักลึกอยู่ในไขกระดูกของชาวจีนทุกคน
ไม่มีใครในยุคปัจจุบันที่ไม่รู้จักเขา!
“จ้าวลมกรดแห่งเอเชียเหรอ?” จู้หยานเอ่ยถาม
“ใช่ จ้าวเหรียญทองโอลิมปิกผู้ทำลายสถิติโลกในการแข่งวิ่งร้อยเมตร…”
“ไม่รู้จัก”
ได้ฟังคำตอบนั้นจากปากจู้หยาน หลินจิงซูก็แอบรู้สึกผิดหวังอยู่ลึกๆ สุดท้ายเขาก็แค่คนฉลาดที่สามารถคำนวณแผนธุรกิจของเธอได้อย่างแม่นยำเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการเกิดใหม่เลย…
จู้หยานยังถามเธอขึ้นว่า
“แล้วทำไมจู่ๆถึงถามเรื่องนี้?”
หลินจิงซูรีบเร่งหาข้อแก้ตัว และรีบอ้างออกไปโดยเร็ว
“ฉันเคยเปิดนิตยสารอ่านผ่านๆ แล้วดันไปเจอบทความหนึ่งเกี่ยวกับกีฬาประเภทวิ่งในโอลิมปิกเข้าน่ะ เห็นบอกว่าสรีระของคนเอเชียเสียเปรียบพวกยุโรปค่อนข้างมาก ฉันก็เลยคิดว่า…ไม่แน่สักวัน อาจจะมีดาวดวงใหม่แห่งเอเชียถือกำเนิดขึ้นมาบ้างก็ได้ ถ้ามีจริงๆก็คงจะได้ฉายาประมาณว่า…จ้าวลมกรดแห่งเอเชีย ฮ่าฮ่า… แล้วนายล่ะเชื่อเหมือนฉันมั้ย?”
จู้หยานไม่ได้ให้คำตอบว่าเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่เขายิงคำถามกลับไปแทน
“งั้นเหรอ? แล้วบทความที่ไปอ่านเจออยู่ในนิตยสารเล่มไหนล่ะ? เดี๋ยวผมจะได้ลองไปอ่านดูบ้าง”
“เอ่อ…ฉันลืมไปแล้วน่ะ”
หลินจิงซูแถจนสีข้างแทบถลอก นิตยสารเล่มไหนเธอจะไปรู้ได้ยังไง ก็เธอมัวมันขึ้นมาเองนี่!
เธอรีบชิงตัดบทเปลี่ยนเรื่องแทบจะในทันที เปิดหัวข้อสนทนาเรื่องเกมกระดานโกะแทน
ในฐานะที่จู้หยานเป็นอาจารย์สอนโกะของเธอ พูดเรื่องนี้ขึ้นมาเมื่อใด ก็เสมือนต่างฝ่ายต่างจุดติด ร่ายอธิบายแลกเปลี่ยนความเห็นกันอย่างตั้งอกตั้งใจ
จากระทั่งเจ้าของตู้โทรศัพท์เริ่มชะโงกหน้ามองมาอย่างไม่สู้พอใจนัก สักพักจึงเริ่มเข้ามาทุบตู้และร้องตะโกนบอกว่า
“นี่สาวน้อย รู้รึเปล่าว่าค่าโทรศัพท์เดี๋ยวนี้มันแพงขนาดไหน! ถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายก็รีบๆวางสายได้แล้ว!”
ได้ยินเจ้าของตู้โทรศัพท์เร่งเร้าเอ่ยเตือนแบบนั้น หลินจิงซูจึงรีบตัดบทและต้องการจบการสนทนากับจู้หยานโดยเร็วที่สุด ก่อนวางสายเธอยังทิ้งท้ายด้วยคำถามย้ำว่า
“สรุปว่านายจะมาที่ผิงเฉิงจริงๆใช่มั้ย?”
จู้หยานตอบกลับเพียงสั้นๆ “ใช่”
เมื่อได้ฟังคำตอบเช่นนั้น หลินจิงซูก็วางโทรศัพท์ลงด้วยความโล่งใจ
เมื่อถึงเวลาเรียกเก็บเงิน เจ้าของตู้โทรศัพท์ก็แบมือยื่นออกมาตรงหน้าหลินจิงซู พร้อมกับเรียกค่าบริการเป็นจำนวนเงินสิบหยวน
โทรศัพท์ในยุคสมัยนี้มีค่าเทียบเท่าทองคำ และที่เจ้าของตู้โทรศัพท์เร่งเร้าให้สาวน้อยวางสายได้แล้วนั้น ไม่ใช่เพราะเขาหวังดี แต่เพราะกลัวว่าสายโทรศัพท์จะไหม้จนพังเสียหายจากการคุยนานเกินต่างหาก!
หลินจิงซูเสมือนถูกมีดกรีดลงที่หัวใจ เมื่อต้องควักเงินจำนวนสิบหยวนจ่ายออกไป
ตัวเธอเองก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้เช่นกันว่า ในปี 1990 โทรศัพท์ยังไม่ใช่สิ่งของที่หาได้ทั่วไปเหมือนในยุคปัจจุบัน นอกจากค่าโทรที่แพงแสนแพงแล้ว กระทั่งราคาค่าติดตั้งยังสูงมากอีกด้วย เฉพาะค่าเดินสายสัญญาณก็ปาไปกว่า4,000-5,000หยวนเห็นจะได้ เงินจำนวนนี้ยังไม่รวมตัวเครื่องโทรศัพท์ด้วยซ้ำ!
กล่าวได้ว่า ถ้าไม่ใช่ครอบครัวที่ร่ำรวยมีเงินถุงเงินถังจริงๆ ไม่มีทางที่จะมีโทรศัพท์มือถือใช้อย่างแน่นอน!
อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนนึกถึงคำมั่นสัญญาที่จู้หยานให้ไว้กับเธอว่าจะกลับมาอย่างแน่นอน แม้จะเป็นเพียงประโยคบอกลาสั้นๆ แต่มันก็ทำให้เธอมีความสุขเหลือล้น เงินสิบหยวนที่เสียไปกลับกลายเป็นเรื่องขี้ปะติ๋วไปเลย!
หลังจากวางสายไป จู้หยานก็กำลังจะเดินกลับไปที่ห้องของเขาตามปกติ แต่ทันใดนั้น จู้อี้ เจ้าลูกพี่ลูกน้องตัวดีก็กระโดดเข้าขวางหน้าหยุดเขาเอาไว้เสียก่อน
“ฮั่นแน่! เพิ่งคุยโทรศัพท์กับใครมา? เห็นคุยกันกระหนุงกระหนิงซะนานเชียว แต่เอ…น่าแปลกจริงๆแฮะ ใครกันนร้าที่สามารถทลายกำแพงน้ำแข็งของคุณชายสกุลจู้ผู้เย็นชาได้?”
หากฟังเพียงผิวเผิน อาจเหมือนว่าจู้อี้แค่หยอกล้อเล่นเท่านั้น แต่แท้ที่จริงแล้ว เขาเองต้องการไถ่ถามเพราะเป็นห่วง
นั่นเพราะญาติผู้น้องของเขาคนนี้เพิ่งจะประสบเหตุการณ์เลวร้ายมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่พ่อแอบคบชู้ มีบ้านเล็กบ้านน้อยไปทั่ว ส่วนคนเป็นแม่พอรู้เรื่องเข้าก็ตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเอง ส่งผลให้บุคลิกนิสัยของจู้หยานเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน จากเจ้าน้องชายที่แสนสดใสร่าเริง กลับกลายมาเป็นคนเคร่งขรึมเก็บเนื้อเก็บตัวไม่สุงสิงกับใคร
ต่อมา เขายังมาถูกเมียน้อยของพ่อตัวเองวางยาพิษหวังฆาตกรรมให้ตาย แม้จะโชคดีสามารถนำตัวส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา แต่ทว่าสภาพจิตใจกลับตกอยู่ในสภาวะย่ำแย่ถึงขีดสุด ในเวลานั้น จิตแพทย์ชาวต่างชาติได้รับเชิญให้บินตรงมาเพื่อรักษาอาการของเขาโดยเฉพาะ และจิตแพทย์ท่านนั้นก็ลงความเห็นว่า อีกฝ่ายมีสภาวะซึมเศร้าขั้นรุนแรง เนื่องจากได้รับการกระทบกระเทือนด้านจิตใจอย่างรุนแรงจนเกินจะรับไหว
เรื่องสภาวะซึมเศร้าอะไรนั่น จู้อี้ไม่สู้จะเข้าใจอะไรเท่าไหร่นักหรอก แต่สิ่งเดียวที่เขารู้ก็คือ การที่ญาติผู้น้องซึ่งเป็นที่รักของทุกคนในครอบครัว ต้องกลายมามีสภาพเช่นนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะนังผู้หญิงสารเลวไร้ยางอายตัวนั้น!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







