LOGIN66 1-2
ตอนที่ 130 ป้าลุงไร้ยางอาย
ต่อให้เป็นคนนอก แค่ได้เห็นก็สามารถรู้ได้ทันทีว่า สามีภรรยาคู่นี้มีจุดประสงค์อย่างไร
ใช่ว่าผู้เฒ่าติงจะไม่รู้สึกอะไรกับพฤติกรรมของคนทั้งสองนี้ แต่กระทั่งตัวเขาเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้เช่นกัน แต่ข้าวของเหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่ติงเสวี่ยเหม่ยตั้งใจซื้อมาฝากเขาทั้งสิ้น เขาคงยอมไม่ได้เช่นกันที่จะปล่อยให้นังลูกสาวไม่รักดีคนนี้มาฉกฉวยไปต่อหน้าต่อตา
ผู้เฒ่าติงกระแทกเสียงเย็นชาตอกใส่หน้าอย่างไม่พอใจ
“น้องรองของแกตั้งใจซื้อของพวกนั้นมาให้ฉัน ฉันเก็บเข้าไปในตู้ใส่อาหารแล้วล็อคกุญแจไว้แล้ว!”
ติงเสวี่ยหยานได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นทันที
“นี่พ่อ! พวกเราต่างก็เป็นครอบครัวเดียวกันไม่ใช่เหรอ? ทำไมต้องกีดกันทุกทางขนาดนี้ด้วย! ทั้งสมบัติทั้งเงินทอง ไหนจะเครื่องประดับ แล้วก็โฉนดที่ดินอีก! ทุกอย่างต้องใส่กุญแจล็อกไว้หมดเลย!”
“นั่นน่ะสิครับพ่อ! พวกเราไปทำอะไรให้พ่อขุ่นเคืองใจตั้งแต่เมื่อไหร่?”
หม่าฟู่เฟิงขมวดคิ้วเปล่งเสียงดังถามด้วยความไม่พอใจเช่นกัน
เมื่อได้ยินคำพูดคำจาของคนทั้งสอง ผู้เฒ่าติงก็ถึงกับหน้าเปลี่ยนสีเป็นดำทะมึน ชี้หน้าตะโกนด่ารายคนว่า
“พวกแกสองคนขี้เกียจสันหลังยาวทั้งคู่! พากันถลุงทรัพย์สินเงินทองของบ้านตระกูลหม่าจนเกลี้ยงยังไม่พอ ตอนนี้ยังจะมาขโมยของบ้านตระกูลติงของฉันอีก! ไอ้พวกหน้าไม่อาย! โดยเฉพาะแกนังตัวดี ฉันเลี้ยงลูกสาวอย่างแกมาผิดพลาดตรงไหน? โตขึ้นถึงได้ทำตัวสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้!”
ติงเสวี่ยหยานโต้เถียงกลับในทันที สบถด่าใช้คำพูดหยามเหยียดผู้เป็นพ่อลามไปถึงน้องสาว
“จะขี้เหนียวอะไรนักหนาคะพ่อ? ก็แค่ของกินไม่กี่อย่างเองไม่ใช่เหรอ! ทำไมต้องดุด่าหนูกับหม่าฟู่อย่างกับไปฆ่าใครตายด้วย! ร่ำรวยขึ้นจากธุรกิจงั้นเหรอ? เหอะ เหอะ… ใครจะไปรู้ว่าน้องรองอาจมีเงินมีทองใช้เพราะไปทำอย่างอื่นก็ได้? น้ำหน้าอย่างมันจะมีปัญญาทำอะไรได้ นอกจากขายตัวแลกเงิน? บางทีผัวใหม่ของมันอาจจะรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อก็ได้ใครจะรู้!”
“นี่แกกำลังพล่ามบ้าอะไรอยู่รู้ตัวรึเปล่า?”
ผู้เฒ่าติงตะคอกลูกสาวคนโตต่ออีก
“นั่นน่ะน้องของแกนะ! จะพูดอะไรก็หัดให้เกียรติน้องบ้าง!”
“แล้วที่หนูพูดมันผิดตรงไหน? คนไร้น้ำยาไม่ได้เรื่องอย่างมัน จะเอาสมองส่วนไหนไปคิดทำธุรกิจได้? แค่ได้ยินว่ามันกับลูกร่ำรวยขึ้นมาจากการค้าการขาย หนูกับหม่าฟู่ก็ขำจนท้องคัดท้องแข็งแล้ว! จะให้เชื่อลงไปได้ยังไงกัน?”
พูดมาถึงตรงนี้ ติงเสวี่ยหยานก็ปรายหางตามองไปทางติงเสวี่ยเหม่ยกับลูกสาว และยังคงพ่นคำพูดถากถางต่อไปไม่หยุดว่า
“ไม่แน่นะ ที่พวกมันสองแม่ลูกกลับมาคราวนี้ อาจจะต้องการมาฉกฉวยสมบัติอะไรจากบ้านเราไปก็ได้? ทีแรกก็เป็นชามข้าวเหล็กที่มันขโมยไปให้หลินชิงอี้รอบหนึ่งแล้ว คราวนี้จะมาเอาอะไรไปอีกล่ะ? นังคนตอแหลขี้ขโมย! เมื่อไหร่ที่พ่อตายไป สมบัติทุกอย่างของสกุลติงก็จะเป็นของฉันกับหม่าฟู่เฟิง! จำใส่กะลาหัวของแกไว้ซะ!!”
“นี่แก…แก….!!”
ผู้เฒ่าติงที่มีฝีปากเก่งกล้าไร้เทียมทาน แต่ทว่าเพียงคนเดียวที่เขากลับไม่สามารถเอาชนะได้เลยก็คือ ลูกสาวคนโตผู้นี้ของตนเอง
เพราะติงเสวี่ยหยานคนนี้จัดอยู่ในจำพวกคนโง่งมไร้สมอง มิหนำซ้ำตรรกะยังผิดเพี้ยนเกินเยียวยา
ท่าทางติงเสวี่ยหยานจะได้กรรมพันธุ์เรื่องฝีปากของผู้เป็นพ่อไปเต็มๆ เพิ่มเติมคือความโง่งี่เง่าเสริมรวมเข้าไป
แม้แต่คนเป็นพ่ออย่างเขายังรู้สึกเอือมระอา จึงแทบไม่ต้องพูดถึงคนอื่นๆในหมู่บ้าน
ผู้เฒ่าติงโกรธจัดจนพูดไม่ออกไปพักใหญ่
“ตอนนี้ฉันยังไม่ตาย! แกก็คิดจะฮุบสมบัติของฉันตั้งแต่ตอนนี้แล้วงั้นเหรอ!?”
“พ่อเห็นหนูเป็นคนแบบนั้นรึไง? อย่ามาใส่ร้ายกันนะ! ก็แค่กลัวว่า วันหนึ่งที่พ่ออายุเยอะมากๆจนหลงๆลืมๆ อะไรที่เคยพูดหรือสัญญาไว้จะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเท่านั้นเอง! พ่อนั่นแหละที่เอาแต่เข้าข้างน้องรองท่าเดียว!”
“แกนั่นแหละหยุดโกหกเดี๋ยวนี้!”
ผู้เฒ่าติงตะคอกใส่หน้าเสียงดัง
“พี่คะ พอเถอะค่ะ หนูไม่ได้จะ…”
ติงเสวี่ยเหม่ยยังไม่ทันจะได้พูดจบประโยคด้วยซ้ำ ติงเสวี่ยหยานก็หันขวับมาพร้อมสาดประกายตารังเกียจใส่ในทันที อีกทั้งยังพูดจาดูถูกเหยียดหยามว่า
“ติงเสวี่ยเหม่ย แกมันเป็นความอัปยศของตระกูลติงจริงๆ! อย่าคิดว่าหย่าร้างกันแล้วทุกอย่างจะจบ ในอนาคต ลูกสาวของแกจะไม่มีวันได้แต่งงานและมีชีวิตครอบครัวที่ดีอย่างแน่นอน! ทั้งหมดก็เพราะมันมีแม่สำส่อนอย่างแกนี่ล่ะ! ฉันขอถามแกหน่อย ตอนที่แกกินดีอยู่ดีนอนหลับสบายในบ้านสกุลหลิน มีสักกี่ครั้งที่แกจะแวะเวียนมาบ้านหลังนี้? แต่พอถูกครอบครัวฝั่งโน้นไล่ตะเพิดออกมา แกก็สิ้นไร้ไม้ตรอกไม่มีที่จะกลับไป ถึงเวลานี้ค่อยจะมานึกถึงกัน! ทุเรศสิ้นดี! แกกลับมาวันนี้อยากได้อะไรล่ะ? ที่ซุกหัวนอนงั้นเหรอ?”
ยืนเป็นผู้ชมอยู่นาน ในที่สุดหลินจิงซูก็กลั้นขำไว้ไม่ได้อีกต่อไป เธอระเบิดหัวเราะเสียงดังลั่นขึ้นท่ามกลางบรรยายกาศอันแสนตึงเครียด
“แกหัวเราะทำไม?”
ติงเสวี่ยหยานขมวดคิ้วใบหน้าบึ้งตึงอย่างไม่พอใจ
หลินจิงซูเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้มว่า
“ป้าติงคะ ป้าเองก็เป็นลูกสาวบ้านสกุลติงแท้ๆ ขนาดแต่งงงานไปแล้ว ก็ยังอาศัยกินนอนอยู่แต่ในบ้านคุณตา แล้วทำไมแม่หนูจะทำบ้างไม่ได้ล่ะคะ? แต่แม่ของหนูไม่ได้ขี้เกียจอย่างป้า!”
“นังเด็กเวรนี่! สมแล้วที่เป็นลูกหลานสกุลหลิน ได้สันดานต่ำทรามมาจากพวกมันจริงๆ! แกกล้าดียังไงถึงพูดกับฉันแบบนี้ห๊ะ?!”
ใบหน้าของติงเสวี่ยหยานเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ขึ้นทันตาเห็น พ่นน้ำเสียงดุร้ายหยาบคายใส่อีกว่า
“ก่อนหน้านี้ ไอ้ตัวพ่อบัดซบของแกก็มาแย่งชามข้าวเหล็กจากหม่าฟู่ของฉันไปแล้ว ทำไมฉันยังต้องยอมยกบ้านหลังนี้ให้พวกแกอีก? อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ! ตอนนี้พวกแกคงจะสิ้นเนื้อประดาตัวเต็มทีล่ะสิ ถึงได้หอบเงินก้อนสุดท้ายมาเพื่อขออยู่กับพ่อใช่มั้ยล่ะ? หึหึ พวกแกสองแม่ลูกนี่มันโง่เกินเยียวยาแล้วจริงๆ ปล่อยให้พวกคนตระกูลหลินขโมยทุกอย่างของเราไป พอหมดประโยชน์ก็ถูกพวกมันถีบหัวส่ง! ช่างน่าสมเพชสิ้นดี!!”
ได้ยินอีกฝ่ายพูดจาดูถูกเหยียดหยามถึงขนาดนี้ หลินจิงซูก็ไม่คิดจะปราณีอีกแล้วเช่นกัน เธอพร้อมที่จะฉีกใบหน้าหนาๆของติงเสวี่ยหยานกับหม่าฟู่เฟิงในทันที เธอเอียงศีรษะปั้นหน้าสงสัยเล็กน้อย พร้อมสวนตอบกลับไปด้วยท่าทีไร้เดียงสาว่า
“เอ…ไม่ใช่ว่าทีแรก คุณตาอยากจะมอบชามข้าวเหล็กให้ลุงหม่าหรอกเหรอคะ? แต่เป็นเพราะคุณลุงเคยมีประวัติอาชญากรรมมาก่อน คนในโรงงานก็เลยไม่มีใครเอา จนต้องตกกระป๋องนอนว่างงานอยู่แบบนี้ใช่มั้ยคะ?”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







