LOGIN69 1-2
ตอนที่ 136 ถึงเวลาต้องไป
หลินจิงซูสามารถคาดเดาได้แทบจะในทันที ว่าติงเสวี่ยเหม่ยต้องการนำเงินก้อนทั้งหมดที่มีไปจ่ายหนี้แทนสองคนนั้น แต่แน่นอนว่าเธอไม่เห็นด้วย
“แม่คะ นั่นเป็นเงินที่เราเตรียมไว้สำหรับเปิดร้านใหม่นะคะ ถ้าเอาไปจ่ายหนี้จนหมดตอนนี้ แล้วเราจะทำยังไงกับแผนธุรกิจในอนาคตล่ะคะ?”
หลินจิงซูยิงคำถามสวนกลับไปแทน
ติงเสวี่ยเหม่ยรู้ดีว่า หลินจิงซูคลั่งไคล้และใฝ่ฝันกับเรื่องการเปิดร้านเพียงใด เพราะเดือนที่ผ่านมา แม้จะต้องไปโรงเรียนทุกวัน หลินจิงซูยังยอมอดหลับอดนอนเพื่อมาช่วยเธอขายชานมไข่มุก และคิดหาโปรโมชั่นใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา เธอทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจเพื่อสิ่งนี้
วินาทีนั้น ติงเสวี่ยเหม่ยตกสู่สภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกโดยสมบูรณ์ จะเลือกทางใดก็ล้วนแล้วแต่ตัดสินใจยากยิ่ง!
หัวอกคนเป็นลูก ติงเสวี่ยเหม่ยไม่อาจทนเห็นพ่อตัวเองต้องไร้บ้านอยู่ แต่ในทางกลับกัน สำหรับหัวอกคนเป็นแม่ เธอก็ไม่สามารถทำลายความฝันของลูกสาวตนเองได้เช่นกัน
“แม่ยังเปิดรถเข็นขายชานมไข่มุกได้ต่อ อดใจรอไปอีกสักสองสามเดือนได้มั้ย? แล้วค่อยหาเงินก้อนใหม่ไปเปิดร้าน?”
ติงเสวี่ยเหม่ยรู้สึกว่า สำหรับเรื่องการเปิดร้านใหม่นั้น หากเลื่อนกำหนดจากเดิมไปอีกสักสองสามเดือน ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร
ทว่าหลินจิงซูกลับไม่คิดอย่างนั้น
“แม่คะ ตอนนี้ป้าจางกำลังตัดสินใจเรื่องลงทุนกับเราอยู่ ถ้าจู่ๆเราล้มแผนการในตอนนี้ แล้วมีคนอื่นที่คิดเหมือนกับเราและทำตัดหน้าไปล่ะคะ? ความเสียหายที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่แค่หุ้นส่วนของเราที่เสียไป แต่ยังรวมไปถึงโอกาสทางธุกิจอีกด้วย! อีกอย่าง การที่จู่ๆไปยกเลิกข้อเสนอกับคนอื่นกะทันหันแบบนี้ แล้วถ้ามีครั้งหน้า ใครที่ไหนยังจะเชื่อใจเราอีกคะ?”
ติงเสวี่ยเหม่ยไม่รู้มาก่อนเลยว่า เพียงแค่เลื่อนกำหนดเปิดร้านไปไม่กี่เดือน ผลลัพธ์ที่ตามมาจะร้ายแรงได้ขนาดนี้ ภายในใจของเธอเวลานี้ยิ่งรู้สึกสับสนเข้าไปใหญ่ สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ต้องตัดพ้อออกมาด้วยความเศร้าโศกอย่างกลั้นไม่ได้
“แล้วแม่ควรทำยังไงดีล่ะ! ธุรกิจของลูก แม่ก็ไม่อยากดับฝัน ส่วนจะทนดูพ่อต้องกลายเป็นคนไร้บ้านก็ทำไม่ได้! ซูซู แม่ควรจะทำยังไงดี! บอกแม่หน่อยเถอะ!!”
อันที่จริงเวลานี้ หลินจิงซูก็รู้สึกเข้าตาจนไม่ต่างกัน เพราะบ้านหลังนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่บ้านของคุณตาเธอที่ใช้อยู่อาศัยหลังเกษียณอายุเท่านั้น แต่ในอนาคต มันจะกลายเป็นมรดกตกทอดไปสู่ลุงติงจู้ฮั่วกับแม่ของเธอด้วยเช่นกัน
ท้ายที่สุด หลินจิงซูจำต้องพูดออกมาตามตรง สีหน้าและน้ำเสียงแสดงถึงความปลงตก
“แม่คะ สุดท้ายนี่เป็นปัญหาที่ลุงกับป้าก่อขึ้นเองทั้งนั้น พวกเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลย”
“แต่…”
ติงเสวี่ยเหม่ยจ้องหน้าหลินจิงซูครู่ใหญ่ ในฐานะคนเป็นแม่ เธอย่อมรู้จักลูกสาวตัวเองดี อะไรที่ลูกสาวของเธอเชื่อมั่นและตัดสินใจไปแล้ว ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดเหล่านั้นได้
นิสัยความดื้อรั้นแบบนี้ได้มาจากผู้เฒ่าติงเต็มๆ
เธอเอ่ยถามอีกครั้งอย่างอับจนหนทางว่า
“ซูซู ลูกพอคิดอะไรออกบ้างมั้ย? มีแผนการอะไรมั้ย?”
เอ่ยถามกันตอนนี้ หลินจิงซูได้แต่ส่ายหน้าเพราะปราศจากความคิดใดๆเช่นกัน เธอรู้เพียงแค่ว่า เมื่อชาติที่แล้ว ไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆเกิดขึ้นกับทางฝั่งของผู้เฒ่าติงเลย ตรงกันข้ามกับในชีวิตตอนนี้ ที่นับเป็นปัญหาครั้งใหญ่มาก
กระทั่งมาตรการรับมือยังไม่มีอยู่ในหัวของเธอเลยด้วยซ้ำไป
จะให้บอกกับติงเสวี่ยเหม่ยไปตามตรงว่า ‘ชาติที่แล้วก่อนหนูมาเกิดใหม่ เหตุการณ์ไม่ใช่อย่างที่เป็นอยู่’ ก็ไม่ได้ หลินจิงซูทำได้เพียงแค่พูดปลอบประโลมออกไปเท่านั้น
“แม่ไม่ต้องกังวลใจไปนะคะ เดี๋ยวปัญหาก็จะคลี่คลายไปเองล่ะ อาจจะเป็นเรื่องของเวลา ตอนนี้หนูเองก็พูดอะไรมากไม่ได้เหมือนกัน คงทำได้แค่อดทนเท่านั้น”
ติงเสวี่ยเหม่ยพยายามคิดวิเคราะห์ตาม ในที่สุดก็ตระหนักได้ว่า มันก็ควรต้องเป็นแบบนั้นจริงๆ
รอจนกว่าหลินจิงซูจะคิดแผนการดีๆได้ นอกเหนือจากนี้ก็คงทำได้แค่รอ
เพราะทุกครั้งที่เธอคิดอะไรออกและมั่นใจอกมั่นใจในสิ่งนั้น ผลลัพธ์ที่ตามมามักจะดีเสมอ
ตัวอย่างก็เช่น แผนการเปิดร้านในตัวเมือง หลินจิงซูมีความตั้งใจเช่นนั้นตั้งแต่แรก ทว่าเธอกลับเก็บงำเอาไว้ในใจไม่ยอมบอกใคร จนกระทั่งสะสมเงินทุนได้ครบจำนวนตามต้องการ
หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ ไม่แน่ว่าในเวลานี้ บางทีหลินจิงซูอาจจะมีแผนการตระเตรียมไว้ในใจแล้ว เหลือเพียงแค่รอเวลาเปิดเผยมันออกมา! ติงเสวี่ยเหม่ยแอบคิดกับตัวเองในใจ
ส่วนทางด้านหลินจิงซูนั้น เนื่องจากเธอจำความได้ว่า ไม่เคยมีเหตุการณ์ร้ายแรงเพียงนี้เกิดขึ้นกับฝั่งตระกูลติงเลยในชีวิตก่อนหน้า ดังนั้นแล้ว ในช่วงชีวิตตอนนี้ก็ไม่ควรต้องมีปัญหาใดๆเช่นกันไม่ใช่หรือ? สิ่งที่เธอกังวลจริงๆกลับเป็นเรื่องการเปิดร้านในตัวเมืองเสียมากกว่า
หลังจากพักอาศัยอยู่ที่บ้านของผู้เฒ่าติงได้ราวสองสามวัน ในที่สุดหลินจิงซูก็ตัดสินใจพูดกับติงเสวี่ยเหม่ยว่า
“แม่คะ เรากลับไปคุยเรื่องร่วมหุ้นเปิดร้านกับป้าจางกันดีกว่าค่ะ”
ติงเสวี่ยเหม่ยถึงกับตะลึงงันทันทีที่ได้ยิน ครู่หนึ่งจึงค่อยได้สติและตอบกลับไปว่า
“ซูซู นี่ลูกกำลังบอกให้เรากลับกันงั้นเหรอ? แต่โฉนดบ้านของคุณตายังไม่ได้คืนเลยนะ! ขืนกลับไปทั้งแบบนี้มีหวังสองคนนั่นได้ก่อปัญหาเพิ่มอีกแน่!”
แต่ในทางตรงข้าม หลินจิงซูกลับไม่คิดว่า เวลานี้ติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิงจะสามารถก่อปัญหาอะไรเพิ่มได้อีก อย่างน้อยก็คงต้องอีกพักใหญ่ๆทีเดียว
“ซูซู แม่จะทิ้งให้คุณตาอยู่ท่ามกลางปัญหาคนเดียวไม่ได้! ถ้าอย่างนั้น ทำไมลูกถึงไม่ล่วงหน้ากลับไปเจรจากับคุณจางหลานคนเดียวก่อนล่ะ?”
ไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไง ติงเสวี่ยเหม่ยก็ไม่สามารถทำใจปล่อยให้พ่อที่แก่เฒ่าของเธอ ต้องเผชิญหน้ากับวิกฤติครั้งนี้เพียงลำพังได้จริงๆ!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







