แชร์

ตอนที่ 135 ขอยืมเงิน

ผู้เขียน: Chawin
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-12 14:48:38

68 2-2

                  ตอนที่ 135 ขอยืมเงิน

                  “พ่อค่ะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาโมโหใส่กันนะคะ ต้องหาหนทางแก้ไขปัญหาเรื่องบ้านก่อน!”

                  ติงเสวี่ยเหม่ยรู้ดีว่า หากบ้านหลังนี้ของผู้เฒ่าติงหลุดมือไปเมื่อไหร่ ตระกูลติงก็เท่ากับบ้านแตกสาแหรกขาด ประเด็นสำคัญก็คือ เธอเพิ่งจะย้ายออกจากบ้านสามีมาหยกๆ เธอจะไม่มีวันยอมสูญเสียบ้านของพ่อไปอีกแน่

                  สำหรับติงเสวี่ยหยานกับหม่าฟู่เฟิงนั้น ในสายตาของติงเสวี่ยเหม่ยไม่มีคำว่าสงสารหลงเหลืออยู่อีกแล้ว ไม่เหมือนกับผู้เฒ่าติงและติงจู้ฮั่วที่เธอยังค่อนข้างเป็นห่วงเป็นใย

                  เพราะทั้งสองคนนี้ นับเป็นญาติสนิทเพียงไม่กี่คนของเธอที่เหลืออยู่ในชีวิตแล้ว

                  ผู้เฒ่าติงปรายหางตารังเกียจสาดใส่สองผัวเมียที่กำลังคุกเข่ากอดแข้งขาของเขาไว้แน่น กระแทกเสียงเย็นพ่นออกไปว่า

                  “จะให้แก้ปัญหายังไงได้? เงินตั้ง30,000หยวน! มันมากกว่าเงินออมทั้งชีวิตของคนๆนึงอีก!”

                  ติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิงไม่ต่างอะไรจากสุนัขที่ถูกตัดหางปล่อยวัด ทั้งคู่ล้วนตื่นตระหนกเสียขวัญสุดขีด เสี้ยวอึดใจเดียวกันนั้น แทบจะเปลี่ยนไปกระโดดกอดขาติงเสวี่ยเหม่ยแทน และพากันร้องห่มร้องไห้ประสานเสียงกันอย่างสิ้นหวังว่า

                  “น้องรอง! น้องรองต้องช่วยพี่นะ! ช่วยเกลี้ยกล่อมให้พ่อไปคุยกับทวดหม่าให้ที! ถ้าเอาที่ดินหลังภูเขาไปขายได้ พวกเราก็จะรอดตายทันที! เรา…เราสองคนต่างก็เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดเดียวกัน มีพ่อมีแม่คนเดียวกัน เธอคงไม่อยากเห็นพี่ต้องตายจริงๆใช่มั้ย?! โฮ…ได้โปรดเถอะนะน้องรอง!”

                  หม่าฟู่เฟิงเองก็โขกศีรษะกระแทกพื้นให้กับติงเสวี่ยเหม่ยเช่นกัน

                  “น้องรอง เธอเองไม่ใช่ว่าได้เงินจากการทำธุรกิจมาตั้งมากมายหรอกเหรอ? ช่วยจ่ายหนี้แทนพวกเราจะก่อนได้มั้ย? แล้วพวกเราจะรีบหาเงินมาคืนให้แน่นอน!”

                  จังหวะนี้หลินจิงซูได้แต่ยิ้มเยาะ และพูดแทรกขึ้นทันทีว่า

                  “ลุงคะ ถ้าหนูจำไม่ผิด ลุงกับคุณป้าไม่เชื่อเรื่องที่หนูกับคุณแม่ทำเงินได้จากธุรกิจไม่ใช่เหรอคะ? แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้เชื่อขึ้นมาซะงั้นล่ะคะ?”

                  สถานการณ์มืดแปดด้านแบบนี้ หม่าฟู่เฟิงไม่คิดที่จะปิดบังเจตนาชั่วใดๆอีกต่อไป และยอมเปิดเผยความจริงจากปากตนเองว่า

                  “มันไม่ใช่แบบนั้น! ความจริงพวกเราสองคนก็แค่อยากมาดูว่า เธอกับแม่ซื้อของอะไรมาฝากพ่อบ้าง ก็เลยแกล้งทำเป็นไม่เชื่อไปอย่างนั้นล่ะ จะได้หาข้ออ้างเปิดตู้ดูว่ามีอะไร เผื่อว่า…เผื่อว่ายังมีอะไรที่พอจะขายได้…”

                  ติงเสวี่ยเหม่ยกระตุกข้อมือหลินจิงซูเบาๆหยุดเธอเอาไว้ แล้วพูดออกไปแทนว่า

                  “เอาล่ะ ซูซูพอได้แล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลามานั่งเถียงกัน ช่วยกันคิดก่อนว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องบ้านนี่ยังไง? นับวันคุณตาของลูกก็มีแต่จะแก่ขึ้น ถ้าไม่มีแม้แต่บ้านให้อยู่แบบนี้ กระทั่งแม่เองก็ยังไม่กล้าคิด…”

                  หลินจิงซูยักไหล่ตอบอย่างช่วยไม่ได้

                  “ก็อย่างที่ลุงพูดนั่นล่ะค่ะ ไม่มีหนทางอื่นอีกแล้วนอกจากต้องขายที่ดินกับตัดต้นไม้หลังภูเขาไปขาย”

                  30,000หยวนสำหรับพวกเธอสองแม่ลูกในตอนนี้ก็แค่ตัวเลขเท่านั้น

                  แม้ว่าเธอกับติงเสวี่ยเหม่ยจะมีเงินเก็บร่วมกันกว่า20,000หยวนแล้ว และชีวิตของพวกเธอต่างก็คุ้นชินกับการทำเงินได้มาก แต่เพราะยังต้องลงทุนลงแรงกับธุรกิจ จึงไม่คิดที่จะแตะต้องเงินก้อนนั้นอยู่แล้ว

                  ผู้เฒ่าติงส่ายหน้าไปมาด้วยความหนักใจ

                  “ไม่มีทางเป็นไปได้เลย ถ้าให้ฉันเดา ระบบภายในของตระกูลหม่ากับตระกูลติงของเราน่าจะค่อนข้างคล้ายกัน แม้ชื่อเจ้าของที่ดินหลังเขาจะถูกแบ่งสรรตามการลงนาม แต่ก็ไม่สามารถนำไปขายโดยไม่แจ้งให้คนที่เหลือทราบ ส่วนเงินจากการตัดต้นไม้ไปขายนั้น ส่วนใหญ่แล้วก็น่าจะเข้ากระเป๋าหัวหน้าตระกูลทั้งหมด แค่เงินส่วนนั้นยังแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะขอมา เพราะฉะนั้นก็ลืมเรื่องขายที่ดินไปได้เลย”

                  เมื่อทุกคนได้ยินแบบนั้น สีหน้าของแต่ละคนก็หม่นลงทันที

                  เมื่อถึงฤดูกาลที่ต้นไม้เติบใหญ่เต็มที่ ทุกคนต่างก็ต้องการตัดไม้เพื่อนำไปขายกันทั้งนั้น ไม่ใช่มีแค่พวกเขาที่คาดหวังอยู่ฝ่ายเดียว

                  หลินจิงซูพยักหน้าอย่างเข้าใจ

                  “ในเมื่อแผนการขายที่ดินกับตัดไม้เป็นไปไม่ได้แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็คงเหลือแค่หนทางสุดท้าย”

                  “หนทางสุดท้าย?”

                  ติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิงจ้องมองสาวน้อยตาเขม็ง แววตาของทั้งคู่เปี่ยมประกายไปด้วยความคาดหวัง

                  “ตัดมือทิ้งค่ะ ในเมื่อเจ้าหนี้อยากจะตัดมือของลุงกับป้าทิ้ง ก็ให้พวกเขาทำไป ทั้งสองคนต่างก็มีมือกันคนละคู่ ก็ตีซะว่าคู่ละ15,000หยวน พูดตามตรง หนูว่าก็ค่อนข้างสมน้ำสมเนื้อทีเดียว”

                  หลังจากฟังหลินจิงซูร่ายบรรยายจนจบ ติงเสวี่ยหยานกับหม่าฟู่เฟิงก็ยิ่งหน้าถอดสีเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำน่าเกลียดยิ่งกว่าเดิม

                  และเป็นติงเสวี่ยหยานที่ร้องตะโกนสาปแช่งเสียงดังลั่นอย่างเหลืออด

                  “นังเด็กเวร! นังคนตาขาวไร้มโนธรรม! ฉันมีศักดิ์เป็นป้าของแกนะ! แกทนเห็นป้าตัวเองถูกตัดมือทิ้งต่อหน้าต่อตาได้รึไง…”

                  “เพียะ!!”

                  ผู้เฒ่าติงทนฟังต่อไปไม่ไหว ง้างฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้าของติงเสวี่ยหยานซ้ำสองอย่างแรง รอยนิ้วทั้งห้าที่เคยฝากประทับไว้ก่อนหน้า ปรากฏซ้อนทับกับครั้งที่สองได้อย่างสมบูรณ์ไร้ที่ติ

                  “จิงซูพูดถูกต้องแล้ว! วิธีที่ดีที่สุดสำหรับพวกแกตอนนี้ก็คือ ปล่อยให้พวกเจ้าหนี้มันตัดมือพวกแกทิ้งไปซะ! เพราะไม่ว่ายังไง พวกแกสองคนก็ขี้เกียจสันหลังยาวไม่คิดจะทำงานทำการอะไรอยู่แล้ว มือด้วนไปก็ไม่เห็นจะต้องเสียดายอะไร! และที่สำคัญจะได้ไม่ต้องไปเดือดร้อนคนอื่นด้วย!”

ผู้เฒ่าติงตวาดด่าคนทั้งคู่อย่างไม่ไว้หน้าอีกเลย

สองสามีภรรยาถูกดุยกใหญ่จนไม่กล้าแม้แต่จะเงยศีรษะขึ้นสู้หน้าแล้วด้วยซ้ำ

และก็เป็นติงเสวี่ยหยานที่เอ่ยบอกผู้เฒ่าติงอย่างกล้าๆกลัวๆว่า

“พ่อคะ ต่อให้ตัดมือหนูกับหม่าฟู่ไปตอนนี้ เรา…เราก็ไม่สามารถไถ่ถอนบ้านคืนได้อยู่ดี มือของพวกหนูมีค่าแค่ 5,000หยวน ยังเหลือหนี้อีกตั้ง25,000หยวน!”

“แก!! สัตว์นรกมาเกิดแท้ๆ!!”

ผู้เฒ่าติงระเบิดความโกรธถึงขีดสุดจนหัวใจเกือบวาย ริมฝีปากของเขาสั่นกระพือเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด ยกมือขึ้นปิดกุมหน้าอก และพูดไม่ออกอยู่นานสองนาน

ติงเสวี่ยเหม่ยชำเลืองมองไปทางหลินจิงซูอยู่เป็นระยะๆ เธอลังเลเกินกว่าจะเอ่ยบางสิ่งบางอย่างออกมา

แต่ในที่สุด เธอก็แอบจูงมือลูกสาวเข้าไปหลบที่มุมหนึ่งของบ้าน ก่อนจะพูดขึ้นด้วยความละอายใจว่า

“ซูซู แม่ขอเอาเงินที่จะใช้สำหรับเปิดร้านมาช่วยไถ่ถอนบ้านคุณตามาก่อนจะได้มั้ย?”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status