LOGIN69 2-2
ตอนที่ 137 ทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก
“แม่ไม่ต้องห่วง อีกไม่นานทุกอย่างก็จะคลี่คลายลงเอง”
หลินจิงซูกล่าว
“ลูกมีหนทางช่วยแล้วเหรอจ๊ะ?”
ติงเสวี่ยเหม่ยจ้องหน้าลูกสาวตาเขม็ง ดวงตาคู่สวยเปี่ยมล้นไปด้วยความคาดหวัง
“ยังค่ะ…”
หลินจิงซูไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดีเช่นกัน ท้ายที่สุด ก็ทำได้เพียงถอนหายใจเฮือกยาว ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งว่า
“หนูไม่รู้จะบอกเหตุผลให้แม่ฟังยังไงดี แต่ยังไงซะ เรื่องนี้จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างแน่นอน! เอาแบบนี้ก็แล้วกันนะคะ ถ้าแม่อยากอยู่ดูแลคุณตาก็อยู่ไปเถอะค่ะ หลังจากเจรจากับป้าจางเสร็จเมื่อไหร่ หนูจะรีบกลับมาหาทันที”
“อืม เข้าใจแล้ว” ติงเสวี่ยเหม่ยพยักหน้ารับคำ
ติงเสวี่ยเหม่ยพาหลินจิงซูไปยืนรอรถสองแถวที่หน้าหมู่บ้านเพื่อต่อไปยังชานเมือง
ระหว่างรอรถสองแถวที่กำลังแล่นมานั้น สองแม่ลูกก็พูดคุยกันตามประสา
ทันใดนั้น พวกเธอก็เห็นเด็กกลุ่มหนึ่งวิ่งตัดผ่านหน้าไปด้วยความเร็วสูง เพื่อควบคุมว่าวให้ลอยขึ้นติดลมบน
“รีบวิ่งเข้าหน่อย! ลมมาเมื่อไหร่ผีเสื้อจะได้บินขึ้นฟ้า!”
“โอ้! โอ้! บินแล้ว บินแล้ว!”
หลินจิงซูยืนระบายยิ้มรับฟังเสียงเจี๊ยวจ๊าวของพวกเด็กๆ พร้อมกับเคลื่อนสายตามองดูว่าวรูปผีเสื้อเหล่านั้น ที่กำลังบินทะยานขึ้นฟ้าอย่างอดไม่ได้
ว่าวผ้าใบหลากสีสันพลิ้วไสวไปตามสายลมเหนือท้องฟ้า ดูราวกับว่าผีเสื้อเหล่านั้นมีชีวิตจริงๆ
และทันใดนั้นเอง จู่ๆก็มีบทความหนึ่งที่ตัวเธอเองในชีวิตก่อนหน้าเคยอ่านจากอินเตอร์เน็ต ผุดปรากฏขึ้นกลางใจของเธอฉับพลันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ปีกผีเสื้อกระพือหนึ่งครั้งท่ามกลางแม่น้ำอะเมซอน สามารถก่อเกิดพายุไต้ฝุ่นบนผืนแผ่นดินเวอร์จิเนียได้ในเวลาสองสัปดาห์ต่อมา…
นัยยะแฝงความหมายลึกล้ำแต่ก็ยังชัดเจน เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใดก็ตาม แต่นั่นอาจสร้างปรากฏการณ์ที่แตกต่างออกไปอย่างไม่คาดคิดได้!
ในชาติก่อนหน้า หลังจากที่แม่ของเธอจากโลกนี้ไป หลินจิงซูก็ไม่ได้ติดต่อกับทางฝั่งครอบครัวสกุลติงอีกเลย จะมีก็เพียงผู้เฒ่าติงที่แวะเวียนไปเยี่ยมเยียนเธอที่โรงงานเป็นระยะๆเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในบ้านสกุลติงเลย และไม่ทราบเช่นกันว่า โฉนดที่ดินของบ้านหลังนี้เคยถูกนำไปจำนองเพื่อใช้กู้เงิน30,000หยวนหรือไม่?
หรือหนี้สินจำนวน30,000หยวนก้อนนี้เพิ่งจะเกิดขึ้นในชีวิตนี้? เกิดขึ้นเพราะผลกระทบจากทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก[1] และผลลัพธ์ที่ตามมาอาจหมายถึงหายนะ!
เพราะในมุมมองของเธอ เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่ครอบครัวสกุลติงจะหาเงิน30,000หยวนมาใช้หนี้ได้!
และหากเป็นกรณีนั้นจริงๆ การที่เธอตัดสินใจจะออกไปเปิดร้านในตัวเมืองตั้งแต่ตอนนี้จริงๆ นั่นเท่ากับว่าสิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าผู้เฒ่าติงก็คือปากเหว1
“ปี๊น! ปี๊น!”
เสียงแตรรถสองแถวบีบดัง
ติงเสวี่ยเหม่ยไม่ลืมที่จะร้องเตือนหลินจิงซูทิ้งท้ายว่า
“ข้าวของเอาไปครบหมดแล้วใช่มั้ยจ๊ะ? ดูให้ดีก่อนขึ้นรถด้วยล่ะ”
ทันใดนั้นเอง จู่ๆหลินจิงซูก็รีบส่ายหน้า
“แม่ หนูเปลี่ยนใจแล้ว ยังไม่เข้าเมืองตอนนี้ดีกว่า! เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระบางอย่างที่ต้องทำก่อน!”
พูดจบเธอก็วางสัมภาระทั้งหมดลง แล้วถามติงเสวี่ยเหม่ยขึ้นทันที
“แม่คะ ป้ากับลุงได้บอกรึเปล่าว่า เจ้าหนี้ที่ว่านั่นเป็นใครอยู่ที่ไหน?”
ติงเสวี่ยเหม่ยแอบประหลาดใจไม่ได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้หลินจิงซูไม่มีทีท่าจะสนใจเรื่องโฉนดบ้านเลยด้วยซ้ำไป ทว่าจู่ๆก็นึกสนใจขึ้นมาเฉยๆ
ติงเสวี่ยเหม่ยมุ่นขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ป้ากับลุงของลูกบอกว่า เป็นกลุ่มอิทธิพลที่ใครๆก็ไม่กล้ายุ่มย่ามด้วย ลูกลองหาทางอื่นดูดีกว่า ไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยงขนาดนั้นเลย”
สีหน้าท่าทางของหลินจิงซูเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดจริงจังขึ้นฉับพลันทันทีที่ได้ยิน
หรือมันจะเป็นอย่างที่เธอคิดไว้จริงๆ? เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ แตกต่างไปจากชาติที่แล้วของเธอจริงๆงั้นเหรอ?
เป็นเพราะผลกระทบจากทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก ทำให้สถานการณ์ใหม่ๆที่หลินจิงซูไม่เคยพบเจอค่อยๆปรากฏขึ้นมา
วินาทีนั้น จิตใจของเธอพลันรู้สึกสับสนชั่วขณะ ไม่สามารถเสาะหาวิธีแก้ไขปัญหาในเวลานี้ได้เลย
หากเจ้าหนี้ของติงเสวี่ยหยานกับหม่าฟู่เฟิงเป็นกลุ่มมาเฟียผู้มีอิทธิพลใหญ่จริงๆล่ะ?
สองคนนั่นจะเป็นตายร้ายดียังไง หลินจิงซูไม่ได้ใส่ใจอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้ดันมีผู้เฒ่าติงกับแม่ของเธอเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยนี่สิ!
หลินจิงซูถึงกับทรุดตัวลงนั่งอยู่ตรงทางเข้าหน้าหมู่บ้าน ยกสองมือปิดกุมศีรษะอย่างอับจนหนทาง
ทว่าทันใดนั้นเอง ก็มีภาพของใครบางคนผุดปรากฏขึ้นภายในใจของเธอโดยไม่ตั้งใจ
จู้หยาน
ทุกครั้งที่เธอเผชิญพบกับปัญหา หลินจิงซูก็มักจะนึกถึงจู้หยานเป็นอันดับแรก และคาดหวังในคำตอบของเขาที่สามารถพลิกสถานการณ์ได้อยู่เสมอ
[1] เป็นทฤษฎีที่เกิดขึ้นจากการกระทำเล็กๆ แต่กลับสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตและความเป็นจริงไปสู่ความเป็นไปได้ที่คาดไม่ถึง
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล





![ภรรยา[ไม่]ร้ายของนักแข่ง](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

