LOGIN80 2-2
ตอนที่ 159 แพ้ชนะตัดสินในเกมเดียว (2)
สองคนที่เหลือในโต๊ะเมื่อเห็นหน้าไพ่เหล่านั้น ก็พากันโห่ร้องลั่นด้วยความดีใจเช่นกัน
“ฟูลเฮาส์เลยเหรอลูกพี่! โคตรเจ๋ง!”
ชายหัวโล้นเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้ และพูดกับหลินจิงซูว่า
“แกแพ้แล้วนะนังหนู!”
ติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิงที่แต่เดิมก็วิงเวียงศีรษะจากกลิ่นถุงเท้าเน่าเต็มทนอยู่แล้ว เมื่อเผชิญพบกับสถานการณ์เช่นนี้เข้าไปอีก ทั้งคู่ก็แทบเป็นลมสิ้นสติในทันที
“แน่ใจเหรอคะ?”
หลินจิงซูคลี่ยิ้มระบายพร้อมกับถามเสียงเบา
สีหน้าของชายหัวโล้นพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย จับจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกประหลาดใจ
“นังหนู แกดูไม่ตกใจกลัวบ้างเลยนะ?”
“ก็หนูไม่ได้เป็นคนที่ต้องถูกตัดมือทิ้งซะหน่อย ทำไมหนูจะต้องกลัวด้วยล่ะ?”
“แกไม่รู้สึกเสียใจที่ต้องเสียเงินไปตั้งสองหมื่นกว่าหยวนเลยงั้นเหรอ?”
ชายหัวโล้นโน้มใบหน้าข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้ พร้อมพูดกับหลินจิงซูด้วยน้ำเสียงมุ่งร้ายว่า
“อีกอย่าง แกก็รู้ดีไม่ใช่เหรอว่า การไปเป็นพนักงานหญิงในร้านคาราโอเกะมันหมายความว่ายังไง? นั่นน่ะไม่ต่างอะไรกับการส่งเนื้อเข้าปากเสือหรอกนะ นี่แกไม่กลัวจริงๆ หรือแค่กำลังวางมาดนิ่งอยู่กันแน่?”
“หนูไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรทั้งนั้น เพราะว่า…”
หลินจิงซูจงใจลากเสียงชะงักหยุดชั่วขณะ แล้วเปิดไพ่ในมือของตนเองขึ้นต่อหน้าคนทั้งสามทันที
“หนูติดทั้งสเตรท ติดทั้งฟลัช สเตรทฟลัชค่ะ”
คำพูดเพียงสั้นๆ แต่ทำเอาทุกคนถึงกับใจสะท้าน ชายหัวโล้นและอีกสองคนที่เหลือแทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้ ทั้งหมดลุกขึ้นยืนพรวดพราดพร้อมกัน ต่างจับจ้องมองไพ่ของหลินจิงซูที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างไม่อยากจะเชื่อ
ชั่วชีวิตที่ผ่านมา พวกเขาไม่เคยเห็นใครดวงดีได้ไพ่สวยขนาดนี้มาก่อน!
ต่อให้อยู่ในภาพยนตร์ฮ่องกงสักเรื่อง ผู้กำกับยังไม่กล้าใส่ไพ่แบบนี้ให้พระเอกจั่วได้เลยด้วยซ้ำไป!
เพราะมันจะดูปลอมเกินไป!
“อืม…จากหน้าไพ่บนโต๊ะ ไม่มีใครดีเท่าของหนูเลย ดังนั้นหนูเป็นฝ่ายชนะค่ะ!”
หลินจิงซูระบายยิ้มอ่อนๆ ลุกขึ้นยืนอย่างแช่มช้าอย่างผู้เหนือกว่า
“เป็นไปไม่ได้…มันเป็นไปไม่ได้! ตลอดชีวิตในวงการพนัน ฉันยังไม่เคยพบเห็นใครที่ได้ลำดับไพ่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลย!”
ชายหัวโล้นหวดสองมือกระแทกโต๊ะเสียงดัง
“นังหนู! นี่แกกล้าเล่นสกปรกต่อหน้าฉันงั้นเหรอ!? เก่ง! เก่ง! เก่งมาก! ดูท่าแกจะไม่เกรงกลัวฉันเลยสินะ!”
หลินจิงซูกางสองมือชูขึ้นเหนือหัวอย่างไร้เดียงสา
“คุณลุงคะ ทั้งโต๊ะทั้งสถานที่หรือแม้กระทั่งผู้เล่นก็ล้วนแต่เป็นของคุณลุงทั้งนั้น แล้วหนูจะเอาอะไรไปโกงได้ล่ะคะ?”
“ถ้าอย่างนั้นมันก็มีอยู่หนทางเดียว แกซ่อนไพ่เอาไว้กับตัว!”
“หนูไม่ได้ซ่อนไพ่จริงๆนะคะ ถ้าไม่เชื่อก็ให้ใครสักคนมาค้นตัวหนูตรวจสอบได้เลย แต่ขอเป็นผู้หญิงด้วยกันนะคะ ดูท่าจะเหมาะสมกว่า”
“ได้สิ! ออกไปเรียกโม่หลี่มา!”
ไม่นานเกินรอ สาวสวยหน้าตาคุ้นเคยที่หลินจิงซูเคยพูดคุยด้วยครั้งล่าสุดก็เดินเข้ามา เธอสวมใส่ชุดรัดรูปสีแดงเพลิงเผยแสดงสัดส่วนโค้งเว้าให้เห็น ในยามที่เดินยิ่งดูยั่วยวนชวนค้นหา
ชายหัวโล้นอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้เธอฟังทันที และทิ้งท้ายว่า
“ลองตรวจสอบดูหน่อยว่านังเด็กนี่มันแอบซ่อนไพ่ไว้ตามร่างกายรึเปล่า? อย่าลืมตามจุดซ่อนเร้นด้วยล่ะ แล้ววันหน้าวันหลัง ถ้ามันเข้ามาในบ่อนมังกรฟ้านี่อีก ก็ให้ไล่ตะเพิดออกไปซะ!”
โม่หลี่เดินยิ้มบิดเอวตรงเข้าไปหาหลินจิงซู
“สาวน้อย เรานี่ช่างกล้าหาญจริงเชียว นับเป็นคนแรกเลยนะที่กล้าเล่นตุกติกต่อหน้าเจ้าโล้นแบบนี้”
หลินจิงซูกางแขนถ่างขาออก ยืนรอให้อีกฝ่ายตรวจสอบอย่างสงบนิ่ง แม้ทีท่าของสาวน้อยจะดูใสซื่อไร้เดียงสา แต่ทว่าสิ่งหนึ่งที่ปิดซ่อนกันไม่ได้ก็คือ แววตาประดุจสุนัขจิ้งจอกแสนเจ้าเล่ห์
เธอยิ้มกล่าวตอบราวกับคนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร
“หนูไม่ได้เล่นตุกติกอะไรเลยจริงๆนะคะ”
“สาวน้อย เลิกแสร้งทำตัวใสซื่อไร้เดียงสาได้แล้ว พี่สาวคนนี้ทำงานอยู่ที่นี่มาเกือบสิบปีแล้ว ยังไม่เคยเห็นใครโชคดีถือไพ่ใหญ่ขนาดนี้ในมือเลยสักคน ต่อให้เป็นเทพแห่งโชคลาภมาเองก็ตามที ยังจั่วไพ่ไม่ได้แบบเราเลย!”
โม่หลี่หยิบใช้สองมือลูบไล้สัมผัส เคลื่อนไหลไปตามเรือนร่างสัดส่วนโค้งเว้าของหลินจิงซู เริ่มจากชั้นนอกตามเสื้อผ้า เลื่อนผ่านมุดเข้าไปชั้นในตรวจดูทุกซอกมุมอย่างละเอียด
แต่ยิ่งเวลาผ่านไป จากท่าทางผ่อนคลายในคราวแรก เธอก็ยิ่งเผยสีหน้าเคร่งเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ
“ว่ายังไง?”
ชายหัวโล้นร้องถาม
โม่หลี่หน้าเสียส่ายหน้าไปมาอยู่แบบนั้น
“ไม่มี เธอไม่ได้โกงจริงๆ”
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิงที่คุกเข่าอมถุงเท้าอยู่กับพื้น ก็ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาด้วยความโล่งอก แต่เนื่องจากมีถุงเท้าเจ้าปัญหาติดคาปาก จึงไม่สามารถแสดงอารมณ์ได้มาก นอกเสียจากกลอกตาไปมาเท่านั้น
หลินจิงซูยิ้มกล่าวว่า
“ตามที่ได้ตกลงกันไว้ หนูเป็นฝ่ายชนะ เพราะฉะนั้น คุณลุงต้องคืนโฉนดบ้านให้กับหนู”
“ดะ-เดี๋ยวก่อน! ตานี้ก็แค่อุ่นเครื่องไม่ใช่เหรอ?”
ชายหัวโล้นถึงกับเหงื่อตกไปไม่ถูกเช่นกัน เพราะหากหลินจิงซูไถ่ถอนโฉนดบ้านหลังนั้นกลับคืนไป คนที่จะกลายเป็นเหยื่อรายต่อไปกลับไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเขา!
“นี่คุณลุงจะเอาอะไรกับหนูอีก? ก็ให้ล้วงตรวจสอบจนหมดไส้หมดพุงแล้ว เป็นถึงหัวหน้าสาขาถนนไป๋ฮั่น ทำไมถึงได้ทำตัวไร้เหตุผลขนาดนี้ หนูจะบอกอะไรให้ฟังนะคะ แล้วลองคิดดูให้ดีๆ ทำไมเด็กผู้หญิงอย่างหนูถึงกล้าเดินเข้ามาที่นี่? แล้วก็มั่นใจด้วยว่า จะสามารถเดินกลับออกไปจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน คุณลุงรู้จักลูกพี่โจวที่บ่อนสาขาผิงเฉิงรึเปล่า? เขาเป็นน้าของหนูเอง ถ้าไม่อยากมีปัญหา ก็แค่หลีกทางให้หนู ถือซะว่าถอยกันคนละก้าวก็แล้วกัน”
“หนูจะจากไปทันทีที่ได้โฉนดบ้านคืน ส่วนสองคนนั่น หนูไม่ขอยุ่งเกี่ยวใดๆด้วยทั้งสิ้น คุณลุงจะต้มยำทำแกงอะไรก็เชิญตามสบาย เท่านี้ก็นับว่าให้เกียรติกันเกินพอแล้ว จริงมั้ยคะ?”
สิ้นคำพูดของหลินจิงซู ติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิงที่คุกเข่าอยู่บนพื้นก็เริ่มมีอาการดิ้นรนด้วยความสิ้นหวัง สภาพอเนจอนาถเสียยิ่งกว่าปลาบนเขียงที่กำลังดิ้นรนรอความตาย!
ทันทีที่ชายหัวโล้นได้ยินว่า หลินจิงซูมีคนรู้จักอยู่ในบ่อนสาขาผิงเฉิง เขาก็เริ่มลังเลไม่มั่นใจ
ในระหว่างนั้นเอง จู่ๆก็มีเสียงร้องตะโกนแทรกขึ้นฉับพลัน
“แหมสาวน้อย~ เรานี่เลือดเย็นเอาการเลยนะ! ใจคอจะทิ้งลุงกับป้าตัวเองเชียวเหรอ? ไม่กลัวถูกเอาคืนบ้างเลยรึยังไง?”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







