LOGIN102 2-2
ตอนที่ 203 แยกทางลูกพี่เฉิน
เฉินเฉวียนเย่หันไปทางหลินจิงซู พร้อมกับพูดข้ามหัวอีกฝ่ายโดยไม่แยแสว่า
“ถ้าจะเริ่มปิดกิจการจริงๆ เริ่มจากกิจการอย่างอื่นก่อนไม่ได้เหรอ? ฉันว่าบ่อนยังพอทำเงินให้ได้อยู่นะ?”
“ไม่ได้ค่ะ”
หลินจิงซูส่ายหน้าปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
เธอไม่อยากให้มือสกปรก สำหรับโครงสร้างธุรกิจในอนาคตของเธอ จะต้องไม่มีเรื่องธุรกิจสีเทาเข้าเกี่ยวข้องด้วยเป็นอันขาด
และที่สำคัญ ถึงอย่างไรเธอกับเฉินเฉวียนเย่ก็เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่กี่วันเท่านั้น แม้ว่าความสัมพันธ์ของเขาและเธอจะเป็นไปในทางที่ดีก็ตาม แต่ด้วยประวัติที่ผ่านมาของอีกฝ่ายซึ่งยาวเป็นหางว่าวนั้น หากยังไม่สามารถจัดการชำระล้างให้สะอาดได้ เธอเองก็ยากจะเชื่อใจได้เต็มร้อยเช่นกัน
สรุปก็คือ ไม่ว่าอย่างไรบ่อนไพ่นกกระจอกมังกรฟ้าก็จะต้องถูกปิด ไม่ผิดนักที่จะพูดว่า สถานที่แห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวมตัวของบรรดาผู้ลุ่มหลงในไพ่นกกระจอกจากทั่วทุกสารทิศ ในรัศมีเมืองผิงเฉิงและข้างเคียงทั้งหมด ไม่มีนักพนันคนไหนไม่รู้จักบ่อนมังกรฟ้า
สถานที่ล่อเป้าใหญ่โตเพียงนี้ หากวันหนึ่งที่มีกฎหมายออกมาและมีการไล่สอบเส้นทางการเงิน
แน่นอนว่าชีวิตนักธุรกิจของเธอต้องจบเห่อย่างไม่ต้องสงสัย!
“ตกลง ฉันจะเชื่อใจเธอแม่สาวน้อย ทันทีที่ได้เงินมาฉันจะส่งไปให้เธอ”
เฉินเฉวียนเย่เอ่ยบอก
ประโยคคำอนุมัตินี้เปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึงลง ชายหัวโล้นอดรนทนต่อไปไม่ไหว เขาเพ่งสายตาดุดันเหี้ยมเกรียมเข้าใส่ผู้เป็นนายด้วยความเดือดดาลยิ่ง
“ลูกพี่เฉิน บ่อนนั่นเป็นสถานที่ที่พวกเราอุทิศตนสร้างมันขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงทั้งหมด! จะมาสั่งปิดมันเพียงเพราะเด็กผู้หญิงตัวกระเปี๊ยกคนนึงไม่ได้! ถ้าต้องการจะทำแบบนั้นจริงๆ…ได้โปรดให้คำอธิบายที่เหมาะสมกับพวกเราด้วยครับ!”
“โอ้? แล้วแกอยากจะให้ฉันอธิบายยังไงล่ะ?”
เฉินเฉวียนเย่เหลือบมองพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ
ชายหัวโล้นถูกแรงกดดันมหาศาลเข้าข่ม รัศมีความหาญกล้าที่ได้สั่งสมมาเมื่อครู่ กลับอันตรธานหายวับไปในพริบตา
แต่เพื่อประโยชน์ของตัวเขาเอง ชายหัวโล้นได้แต่ทำใจดีสู้เสือ กัดฟันพูดต่อว่า
“ลูกพี่เฉินครับ แม้ว่าบ่อนมังกรฟ้าจะได้รับเม็ดเงินของลูกพี่อัดฉีดอย่างสม่ำเสมอ แต่พวกเราพี่น้องต่างก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ดูแลกิจการกันอย่างหนักจนแทบไม่มีวันหยุด! พยายามพิชิตใจลูกค้าที่มาใช้บริการตลอดหลายปีนี้! แล้วจู่ๆวันนี้ ลูกพี่กลับบอกว่าจะปิดซะดื้อๆ... พวกเรา…พวกเราไม่ยอม…”
สังเกตเห็นม่านตาคู่นั้นของเฉินเฉวียนเย่เริ่มฉาบเย็นเป็นน้ำแข็ง ใบหน้าของชายหัวโล้นก็ยิ่งบิดเบี้ยวอัปลักษณ์เข้าไปใหญ่ เขาเร่งหันไปพูดโน้มน้าวคนอื่นๆบนโต๊ะอย่างรวดเร็วว่า
“ว่ายังไงทุกคน…ทุกคนเองก็คิดเหมือนกันกับฉันใช่มั้ยล่ะ! ตลอดชั่วชีวิตที่ผ่านมา พวกเราต่างก็กินนอนกันในบ่อน แล้วจู่ๆมาปิดทิ้งแบบนี้ จะให้พวกเราไปทำมาหากินอะไรอย่างอื่นได้! ลูกพี่เฉินจะปิดบ่อนที่เปรียบเสมือนบ้านของพวกเราแบบนี้ มันยุติธรรมแล้วเหรอ? จริงมั้ยพวกเรา!?”
ทุกคนต่างมองตากันก็รู้ใจ จ้องมองไปทางชายหัวโล้นเป็นทางเดียว ยามที่คนๆหนึ่งลุกฮือขึ้นกลายมาเป็นผู้นำ ยามนั้นคุณจะดูโดดเด่นกว่าใครๆ
“เจ้าโล้นพูดถูก! ถึงเราจะเรียกลูกพี่เฉินว่าลูกพี่ แต่ก็ต้องนึกถึงจิตใจพี่น้องอย่างพวกเราด้วย!”
“เห็นชัดว่าลูกสาวบุญธรรมของลูกพี่ไม่ได้มีความรู้เรื่องการทำธุรกิจเลยแม้แต่น้อย! ก็แค่ความฝันของเด็กๆที่อยากเปิดร้านขายของเล่นเท่านั้นไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงกับต้องปิดบ่อนเพื่อเปิดร้านชานมกระจอกๆนั่นด้วย?!”
“พวกเรากล้าพูดได้เต็มปาก ถ้าไม่มีพวกเรา บ่อนไพ่นกกระจอกมังกรฟ้าจะไม่มีทางมาไกลถึงจุดนี้ได้อย่างแน่นอน! ฉันว่าครั้งนี้ไอ้โล้นก็พูดถูกเหมือนกัน ลูกพี่เฉินจะมาปิดบ่อนของพวกเราไม่ได้! พวกเราไม่ยอม!”
เมื่อจำต้องเผชิญหน้ากับความเห็นต่างของทุกๆคน เฉินเฉวียนเย่กลับนั่งอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้าท่าทางสบายใจเฉิบ ใบหน้าของเขายังคงสงบนิ่งมั่นคง ไร้ซึ่งความแยแสใส่ใจใดๆต่อเหตุการณ์ตรงหน้า
“ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย ฉันจะเอาเงินทั้งหมดที่มีมาลงทุนกับธุรกิจชานมไข่มุกของลูกสาวฉัน พี่น้องคนไหนต้องการจะร่วมวงด้วย ฉันจะให้ส่วนแบ่งตามกำไรที่ได้”
เห็นว่าตอนนี้มีผู้คนมากมายคอยสนับสนุนเขาอยู่เบื้องหลัง ชายหัวโล้นก็กลับมามั่นใจอีกครั้ง อีกทั้งยังกล้าพอที่จะพูดตอบโต้สวนกลับไปว่า
“ธุรกิจชานมกระจอกๆแบบนั้น จะทำเงินได้สักเท่าไหร่เชียว? ลูกพี่เฉิน ไม่ว่าเด็กคนนั้นจะพูดจาไร้สาระขนาดไหน คุณก็เชื่อมันไปซะหมด เชื่อแบบไม่ลืมหูลืมตา! เพียงเพราะว่ามันเป็นลูกสาวบุญธรรมงั้นเหรอ? แค่นั้นจริงๆเหรอครับ?”
พูดมาถึงตรงนี้ ชายหัวโล้นก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ คล้ายกับว่าตัดสินใจอะไรบางอย่างได้แล้ว
“ได้โปรดยกโทษให้ฉันด้วยลูกพี่ แต่ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไปจริงๆ ฉันคงไปต่อกับลูกพี่ไม่ได้อีกแล้ว ขอบอกตามตรง อนาคตที่มีเด็กคนนั้นกุมบังเหียนแทนลูกพี่ ฉันมองไม่เห็นอนาคตเลยจริงๆ”
เฉินเฉวียนเย่เคาะบุหรี่มวนหนึ่งออกจากซอง จุดไฟแช็คแล้วดูดพ่นควันฉุยอย่างแช่มช้า พลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายๆว่า
“แล้วทำไมแกไม่ใช้โอกาสนี้ออกไปเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองเลยล่ะ? หรือว่ากลัว? ก็เลยเอาแต่เกาะฉันอยู่แบบนี้?”
ชายหัวโล้นถูกจี้ใจดำเข้าอย่างจัง ใช่แล้ว นี่ถ้าเขามีความกล้าหาญมากกว่านี้สักหน่อย มั่นใจได้เลยว่า เขาจะต้องมีอำนาจอิทธิพลไม่ด้อยไปกว่าเฉินเฉวียนเย่อย่างแน่นอน!
นี่เป็นเรื่องที่เขาคิดมาตลอด แต่กลับไม่มีความกล้าเพียงพอ!
เห็นอีกฝ่ายปั้นสีหน้าลังเล เฉินเฉวียนเย่ก็ระเบิดเสียงหัวเราะเยาะดังลั่น
“สุดท้าย แกมันก็แค่สุนัขเชื่องมือเจ้าของตัวหนึ่งเท่านั้น! แกน่ะ ถ้าไม่มีอะไรกับฉันแล้ว ก็ไสหัวไปซะ!”
ชายหัวโล้นจ้องมองเฉินเฉวียนเย่ด้วยแววตาเคียดแค้น เขาตะโกนลั่นพร้อมทั้งหลั่งน้ำตาลูกผู้ชายออกมา
“ฉันขอคนที่สมัครใจจริงๆเท่านั้น! ตราบใดที่ยอมติดตามฉันไป หลังจากนี้ฉันขอสัญญาด้วยชีวิต! พวกเราจะช่วยกันสร้างและเติบโตไปด้วยกัน! ฉันไม่ใช่พวกหน้าไหว้หลังหลอกอย่างเฉินเฉวียนเย่! กับแค่สร้างบ่อนใหม่ขึ้นมา ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เลย! ส่วนใครที่ยังตัดสินใจไม่ได้ ก็ลองมองหน้าของลูกพี่ของแกตอนนี้สิ! นี่น่ะเหรอคนที่พวกแกอยากจะติดตามรับใช้ต่อไปในอนาคต!?”
พูดจบ ชายหัวโล้นก็หมุนตัวเดินออกจากภัตตาคารไปอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่นานเกินรอ อีกหลายคนในโต๊ะอาหารก็เริ่มทยอยลุกขึ้นกันทีละคนสองคน หลังจากหันไปเอ่ยขอโทษเฉินเฉวียนเย่แล้ว ก็เดินติดตามอีกฝ่ายออกไปจากภัตตาคารเช่นกัน
ภายในโต๊ะเวลานี้กลับว่างเปล่า มีเพียงเสียงเบาๆของน้ำแข็งในแก้วชาที่กลั่นตัวละลายดังขึ้นเท่านั้น
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล