หน้าหลัก / โรแมนติก / ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90 / ตอนที่ 21 ได้ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ! (2)

แชร์

ตอนที่ 21 ได้ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ! (2)

ผู้เขียน: Chawin
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-11 12:22:35

ตอนที่ 21 ได้ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ! (2)

“ซิ่วเหลียน ไม่ต้องกังวลใจไป ผมจะคืนเงินให้คุณเอง”

หลินชิงอี้คาดการณ์ไว้ว่า เลวร้ายที่สุดก็คือควักเงินจากกระเป๋าตัวเองคืนให้อีกฝ่าย อย่างไรก็ตาม หากวันข้างหน้าเขาไม่มีเงินเหลือติดมือจริงๆ เขาไม่เชื่อหรอกว่าติงเสวี่ยเหม่ยจะใจจืดใจดำไม่ให้เงินเขาใช้ในยามฉุกเฉิน

อู๋ซิ่วเหลียนได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกโล่งอกเบาใจไปเปาะหนึ่ง เธอพยักหน้าเล็กน้อยและเอ่ยถามขึ้นว่า

“พี่ชิงอี้คะ พี่สะใภ้เสวี่ยเหม่ยกับจิงซูน้อยจะแยกครอบครัวจริงๆเหรอ? นี่เป็นเรื่องจริงใช่ไหมคะ?”

สิ่งที่เธอเป็นกังวลใจที่สุดคงจะหนีไม่พ้นเรื่องนี้

หลินชิงอี้พยักหน้ายอมรับไปตามตรง

“แต่ไม่ต้องกังวลไปนะ ทั้งผมกับแม่ต่างก็ไม่มีใครเห็นด้วยกับเรื่องนี้”

อู๋ซิ่วเหลียนยกแขนสองข้างขึ้นโอบกอดตัวเอง แสร้งทำตัวสั่นเทา บีบน้ำตาใสๆออกมาจนเอ่อล้นเป็นชั้นบางๆ ใครเห็นเข้าล้วนต้องชวนให้รู้สึกสงสารเห็นใจ

“ฉันกลัวเหลือเกินค่ะ กลัวว่าครั้งนี้พี่สะใภ้เสวี่ยเหม่ยจะไม่ยอมปล่อยฉันจริงๆ!”

“ผู้หญิงคนนั้นมีอำนาจตัดสินใจภายในบ้านของเราตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ตราบใดที่ผมไม่เห็นด้วย ใครหน้าไหนจะกล้า?”

                  “แล้วถ้าพี่สะใภ้เสวี่ยเหม่ยฟ้องพ่อตาคุณขึ้นมาล่ะคะ แล้วถ้าเรื่องนี้แดงไปถึงที่โรงงานของคุณ คุณยังจะแยกครอบครัวมั้ยคะ?”

                  ทันทีที่คำถามประโยคนี้หลุดออกมาจากปากของอู๋ซิ่วเหลียน หลินชิงอี้ถึงกับนิ่งเงียบไป

                  ใช่แล้ว ถ้าเรื่องนี้แดงไปถึงโรงงานจริงๆล่ะ? เขาลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปได้ยังไง?

                  เพราะท้ายที่สุดนี้ ในสายตาของคนนอก ตอนที่เขาแต่งงานกับติงเสวี่ยเหม่ยนั้น เขาได้เคยให้สัญญากับพ่อตาไว้ต่อหน้าทุกคนว่า หลังแต่งงานจะแยกครอบครัวทันทีและออกไปใช้ชีวิตร่วมกันตามลำพัง ครั้งนั้นเขาเองก็ให้คำมั่นสัญญาเสียดิบดี ตอนนี้ ต่อให้จะสรรหาเหตุผลที่ดีมากแค่ไหนมาอธิบาย ทุกคนก็คงหมดความเชื่อถือในตัวเขาเช่นกัน

                  อู๋ซิ่วเหลียนรีบร้องบอกทันที

                  “พี่ชิงอี้คะ ไม่ต้องห่วง ฉันมีวิธีแล้ว”

                  “วิธีอะไร?”

                  “ในเมื่อพี่สะใภ้เสวี่ยเหม่ยอยากจะแยกครอบครัวนัก ก็ปล่อยให้เธอทำเถอะค่ะ”

                  “ไม่ได้! แล้วหลังจากนั้นคุณกับหลินเสวี่ยจะอยู่ยังไงล่ะ?”

                  เห็นว่าหลินชิงอี้แสดงความเป็นห่วงเป็นใยกับตนสองแม่ลูกเช่นนี้ รอยยิ้มเหนียมอายเล็กน้อยได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอู๋ซิ่วเหลียน เธอยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า

                  “ฟังฉันนะคะ แน่นอนว่าฉันไม่ปล่อยให้เธอแยกออกไปได้ง่ายๆแน่…”

                  หลังจากที่อู๋ซิ่วเหลียนอธิบายแผนการให้ฟังเสร็จสรรพ หลินชิงอี้ก็เอาแต่พยักหน้าหงึกๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า และอดที่จะชมเชยจากใจไม่ได้

                  “ซิ่วเหลียน เธอยังฉลาดหัวไวเหมือนเดิมเลยนะ งั้นก็ทำตามที่แผนการของเธอก็แล้วกัน”

                  

                  เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ที่บ้านตระกูลหลิน

                  หลินชิงอี้เดินมาบอกกับติงเสวี่ยเหม่ยว่า

                  “สรุปว่ายังอยากจะแยกครอบครัวอยู่จริงๆใช่ไหม? ได้! ผมอนุญาต แต่คุณกับจิงซูต้องย้ายไปอยู่ที่บ้านริมแม่น้ำกันสองคนนะ ส่วนผมยังต้องอยู่ที่นี่เพื่อดูแลแม่ที่แก่เฒ่าของผม ไหนจะซิ่วเหลียนกับเสวี่ยเสวี่ยที่ไม่มีใครดูแลอีก ถ้าตกลงตามนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าไม่ ก็อยู่เป็นครอบครัวเดียวกันแบบนี้เหมือนเดิม”

                  หลินชิงอี้มั่นใจอย่างยิ่งว่า ติงเสวี่ยเหม่ยจะต้องไม่กล้าเลือกเดินหนทางนี้อย่างแน่นอน เพราะบ้านริมแม่น้ำหลังนั้นถูกทิ้งร้างมานานหลายปีแล้ว สภาพความเป็นอยู่และความสะดวกสบายจึงแตกต่างจากที่นี่โดยสิ้นเชิง

                  เขาเชื่ออย่างสนิทใจว่า ติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูจะไม่สามารถทำใจยอมรับ และทนอยู่ในสถานที่แบบนั้นได้อย่างแน่นอน 

                  ทางด้านติงเสวี่ยเหม่ยเองก็แอบตกใจเช่นกัน เพราะไม่คิดไม่ฝันจริงๆว่า หลินชิงอี้จะกล้าพูดจาเช่นนี้ออกมาได้

                  เหตุผลที่เธอต้องการแยกครอบครัวมากเพียงนี้ ก็เพราะต้องการจะแยกอู๋ซิ่วเหลียนและหลินเสวี่ยออกจากครอบครัวของตน และที่บอกอีกฝ่ายไปตอนแรกว่าไม่ต้องการเขานั้น เธอล้วนพูดไปด้วยอารมณ์ทั้งสิ้น แต่ในความเป็นจริง เธอก็ยังต้องการให้เขาอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก 

                  แต่ใครจะไปคาดคิดกันว่า หลินชิงอี้กลับเลือกที่จะขับไล่ภรรยา และลูกสาวแท้ๆของตนออกจากบ้านหลังนี้!

                  ติงเสวี่ยเหม่ยในตอนนี้รู้สึกเหมือนหัวใจแตกสลายไปทั้งดวง หากไม่ใช่เพราะลูกสาวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ หลังจากนี้ไป เธออาจจะคิดสั้นออกไปกระโดดน้ำตายที่ไหนสักแห่งก็เป็นได้

                  อย่างไรก็ตาม เธอยังมีลูกสาว…ลูกสาวที่ต้องการให้เธอมีชีวิตอยู่ต่อไป!

                  อู๋ซิ่วเหลียนแอบลอบมองสถานการณ์อยู่อีกมุมหนึ่งของบ้าน ทันทีที่ปฏิกิริยาของติงเสวี่ยเหม่ยที่ค่อยๆเซื่องซึมลง เธอก็เผยแสดงสีหน้าที่ภูมิอกภูมิใจยิ่งออกมา!

                  เธอรู้ถึงจุดประสงค์ของติงเสวี่ยเหม่ยตั้งแต่แรกแล้วว่า เหตุใดจึงต้องการจะแยกครอบครัวนักหนา ทั้งหมดก็เพื่อขับไล่ตัวเธอออกจากตำแหน่งเมียน้อยของหลินชิงอี้นั่นเอง!

                  ติงเสวี่ยเหม่ยกลับมาได้สติอีกครั้ง เธอเงยหน้าขึ้นเผชิญกับหลินชิงอี้อย่างไม่เกรงกลัว ตัดสลับกับมองหาอู๋ซิ่วเหลียนที่แอบดูอยู่อีกด้าน ก่อนจะพูดขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

                  “ได้! เราแยกกันอยู่! ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ!”

                 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status