LOGIN121 2-2
ตอนที่ 241 ข้อตกลงด้านธุรกิจ
“นังเด็กเหลือขอ นั่นแกคิดจะหนีไปไหน?”
ชายหัวโล้นเอาสองมือล้วงกระเป๋า พร้อมกับร้องถามออกไปอย่างสบายอารมณ์
หลินจิงซูถักคิ้วขมวดแน่น เหลือบมองไปทางสถานีรถไฟเล็กน้อย ถ้าให้ชายหัวโล้นจับเธอเป็นตัวประกันได้อีกครั้ง คราวนี้คงจะไม่รอดง่ายๆแน่
“นี่แกทำได้ยังไง? ทำไมถึงออกจากคุกได้เร็วขนาดนี้?”
หลินจิงซูเอ่ยถามอย่างใจเย็น อีกทั้งพยายามรักษาระยะห่างจากคนกลุ่มนั้นเล็กน้อย
ชายหัวโล้นระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น เอ่ยตอบตามตรงอย่างไม่ปิดบัง
“ของแบบนี้มันก็ต้องมีการเล่นแร่แปรธาตุกันบ้างสิ! ถ้าไม่ใช่ฝีมือตำรวจ ยังจะเป็นใครไปได้อีกล่ะ?”
ได้ฟังคำตอบเช่นนั้น หลินจิงซูกลับไม่ค่อยรู้สึกแปลกใจนัก ด้วยประสบการณ์ชีวิตนับหลายทศวรรษในชาติก่อนหน้า มันได้หล่อหลอมให้เธอเข้าใจสังคมบนโลกใบนี้ได้อย่างลึกซึ้ง
ก็อย่างที่ชายหัวโล้นพูดมานั่นล่ะ คนอย่างมันกล้าออกฤทธิ์เดชมากขนาดนี้ได้ แสดงว่าคนที่คอยหนุนหลังมันอยู่ก็ท่าจะใหญ่พอตัว
ยิ่งไปกว่านั้น นี่อยู่ในช่วงปี 90 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เรียกได้ว่าอันธพาลกำลังครองเมือง กองกำลังศาลเตี้ยทั้งหลายต่างอาละวาดกันเกลื่อน และการที่บรรดาซุ้มโจรน้อยใหญ่ยกล้าแสดงอำนาจเขี้ยวเล็บออกมาอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้ ก็ล้วนแต่เพราะมีคนใหญ่คนโตอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น
“วันนี้จะจับฉันเป็นตัวประกันเนื่องในโอกาสอะไรอีกล่ะ? บีบให้เขายกธุรกิจทั้งหมดให้อีกเหรอ?”
เป็นเพราะมีเหตุการณ์อะไรหลายอย่างผ่านเข้ามาในชีวิตช่วงนี้มากมาย จึงส่งผลให้หลินจิงซูในตอนนี้กลายเป็นคนตายด้านโดยสมบูรณ์ ทั้งสีหน้าแววตาล้วนเย็นชาไร้คลื่นอารมณ์ใดๆเจือปน
ถ้ามันจะตาย ก็แค่ตายนั้นล่ะ
“รู้ก็ดีแล้วนี่ งั้นก็ตามพวกเราไปดีๆ!”
“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว แต่หนูแค่อยากรู้เฉยๆ ทำไมถึงได้มั่นใจนักว่า เฉินเฉวียนเย่จะยอมมอบธุรกิจทั้งหมดให้เพื่อแลกกับชีวิตของหนู? นี่คิดแบบนั้นจริงๆน่ะเหรอ?”
ชายหัวโล้นไม่อยากเสียเวลาพูดเรื่องไร้สาระไปมากกว่านี้ เขาตัดบทตอบเพียงสั้นๆว่า
“รอดูไปเถอะ เดี๋ยวแกก็รู้เอง! พวกแก! ไปจับตัวมันมา!”
ทว่าในความเป็นจริง ชายหัวโล้นกลับไม่สามารถตอบได้เต็มปากว่า เฉินเฉวียนเย่จะยินยอมจริงหรือไม่? แต่จะทำไงได้ล่ะ? เขามีทางเลือกอื่นซะที่ไหนกัน? และเพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นจากการปะทะด้วยกำลัง ชายหัวโล้นจึงทำได้เพียงแค่เดิมพันทุกอย่างไว้ที่สาวน้อยคนนี้ คนซึ่งดูเหมือนลูกพี่เฉินจะประเมินค่าไว้สูงมาก
พรรคพวกของชายหัวโล้นเข้าปิดล้อมหลินจิงซูไว้เป็นวงกลม แล้วเดินเคลื่อนย้ายตัวประกันไปยังบ่อนไพ่นกกระจกด้วยรูปขบวนนี้ เพื่อไม่ให้ผู้คนด้านนอกต้องแตกตื่น ระหว่างทาง ชายหัวโล้นได้แต่แอบประหลาดใจเล็กๆ ที่สาวน้อยคนนี้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
เวลาต่อมา บนโต๊ะไพ่นกกระจอก ชายหัวโล้นกำลังนั่งเผชิญหน้ากับเฉินเฉวียนเย่ที่ถูกเรียกมา
ด้านมุมหนึ่งก็เป็นหลินจิงซูที่ถูกมัดแขนมัดขาไว้เพื่อใช้เป็นตัวประกัน
“ฉันให้เวลาแกก็ตั้งหลายวันแล้ว ว่ายังไงล่ะครับลูกพี่เฉิน?”
ชายหัวโล้นยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นวางไว้บนโต๊ะ ชูปลายเท้ากระดิกยั่วยุต่อหน้าเฉินเฉวียนเย่ เสมือนว่าร่างกายของเขากำลังต้องการปะทะเต็มที่
เฉินเฉวียนเย่เหลือบมองหลินจิงซูที่อยู่มุมห้องแวบหนึ่ง แต่แล้วจู่ๆ เขาก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“ไอ้โล้น นี่แกคิดจริงๆเหรอว่า ฉันจะยอมยกธุรกิจทั้งหมดของตัวเองเพื่อแลกกับชีวิตน้อยๆแค่ชีวิตเดียว? ตอนนี้ฉันเบื่อที่จะรับบทเป็นพ่อทูนหัวแล้วล่ะ ถ้าจะเรียกฉันมาเพราะเรื่องแค่นี้ ฉันก็ขอตัว!”
แต่ทว่าชายหัวโล้นกลับปราศจากท่าทีตื่นตระหนกใดๆ เขาถามกลับด้วยรอยยิ้มว่า
“ในเมื่อเบื่อแล้ว ทำไมถึงยังยอมมาตามนัดล่ะ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินจิงซูก็ยิ่งไม่เข้าใจว่า ชายหัวโล้นไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงได้ปักใจเชื่อว่าเฉินเฉวียนเย่จะต้องยอมยกธุรกิจทั้งหมดให้เพื่อแลกกับตัวเธอ? พูดกันตามตรง เธอเองมีศักดิ์เป็นเพียงลูกบุญธรรมเท่านั้น ไม่ได้มีสายเลือดของเขาในตัวด้วยซ้ำไป!
เวลานี้ หลินจิงซูเริ่มรู้สึกใจเสียเล็กน้อยที่แผนการนี้ของเฉินเฉวียนเย่ไม่เป็นผล แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น…ก็ช่างมันเถอะ เพราะตัวเธอเองในตอนนี้ก็ไม่มีอารมณ์จะคิดอะไรทั้งนั้น ถ้าต้องตาย ก็แค่ปล่อยให้มันเป็นไป
เธอเตรียมใจมาเป็นอย่างดีแล้วในกรณีที่เฉินเฉวียนเย่ตัดสินใจเลือกธุรกิจของตัวเองไว้ก่อน แต่อีกใจก็แอบอยากรู้เช่นกันว่า ชายหัวโล้นจะจัดการกับเธออย่างไรหลังจากนั้น?
ฆ่าเธอทิ้งงั้นเหรอ?
หรือจะหักขาทำให้เธอกลายเป็นคนพิการอย่างอาติงในชาติก่อน?
โอ้พระผู้เป็นเจ้า ชีวิตที่สองหลังจากฟื้นขึ้นมา ทุกอย่างกำลังจะจบลงตรงนี้จริงๆใช่มั้ย?
เสี้ยววินาทีเป็นตายนั้น จู่ๆภาพใบหน้าของจู้หยานก็ผุดปรากฏขึ้นกลางใจเธอฉับพลัน โชคดีจริงๆที่เจ้าหนุ่มนั่นกลับเมืองหลวงได้ทันเวลา ถ้าต้องได้รับบาดเจ็บเพราะเธออีกครั้ง เกรงว่าเรื่องนี้คงต้องกลายเป็นตราบาปติดตัวเธอไปจนตายอย่างแน่นอน!
“ตกลง! ฉันยอมรับข้อเสนอของแก!”
อึดใจขณะ น้ำเสียงหนักแน่นของเฉินเฉวียนเย่ก็ดังลั่นไปทั่วทั้งบ่อนไพ่นกกระจอก
หลินจิงซูเสมือนถูกดึงสติกลับสู่ความจริงตรงหน้าอีกครั้ง! หันศีรษะขวับจับจ้องไปทางเฉินเฉวียนเย่ ท่ามกลางความตื่นตระหนกตกใจ เธอแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
“ฉันจะยกธุรกิจทั้งหมดให้กับแก แต่แกต้องจ่ายเงินตามมูลค่าตลาดจริงให้กับฉัน!”
ทันทีที่เฉินเฉวียนเย่ตัดสินใจเปล่งวาจาพูดประโยคนั้นออกไป ลูกน้องของเขาทุกคนต่างพากันลนลานและตกตะลึง!
“ลูกพี่ คิดให้ดีก่อนดีกว่าครับ! ถ้าไม่มีธุรกิจเหลือแล้ว ก็เท่ากับพวกเราไร้ซึ่งอาณาเขตนะครับ!”
“ใช่แล้วครับลูกพี่! โดยเฉพาะโรงแรมนั่น มันเป็นแหล่งทำเงินสำคัญที่เหลืออยู่ของเราเลยนะลูกพี่! ถ้ายกให้พวกมันไป แล้วพวกเราจะอยู่กันยังไงครับ?!”
“กับแค่ลูกสาวบุญธรรมคนเดียว ทำไมลูกพี่ต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยล่ะครับ?!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







