LOGIN122 1-2
ตอนที่ 242 เหตุผลที่แท้จริง
ทุกคนต่างทักท้วงและพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างสุดกำลัง เพื่อขัดขวางไม่ให้เขาตัดสินใจทำเช่นนั้น
แม้แต่หลินจิงซูเองยังอดรู้สึกทึ่งไม่ได้ สงสัยเหลือเกินว่าตนเองหูแว่วไปเองหรือไม่? เฉินเฉวียนเย่เพิ่งจะพูดว่า…เขายินดีสละธุรกิจทั้งหมดในกำมือทิ้งไปจริงๆน่ะหรือ?
ต่อให้เธอเองจะรู้ดีว่า อีกสองปีข้างหน้าหลังจากแผนบูรณะทางหลวงออกมา จะส่งผลให้ถนนไป๋ฮั่นแห่งนี้กลายเป็นถนนร้างก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้น ในระหว่างนี้ก็ยังสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ไม่ใช่น้อยๆเลย
และที่สำคัญไปกว่านั้น เรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้าเช่นนี้ เฉินเฉวียนเย่จะรู้ล่วงหน้าได้อย่างไร?
ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังตัดสินใจที่จะสละทุกอย่างทิ้งไปจริงๆ!
เห็นว่าท้ายที่สุดเฉินเฉวียนเย่ก็ยินยอมที่จะประนีประนอม คู่ขาที่พาดวางอยู่บนโต๊ะของชายหัวโล้น ก็ถูกยกลงในทันที เขายิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า
“ลูกพี่เฉินของเรานับว่ายังฉลาดอยู่บ้าง ดี ดี ถอยกันคนละก้าวแบบนี้ พวกเราทุกคนต่างก็มีความสุขจริงมั้ย? ต้องการขายในราคาเท่าไหร่ก็ไปคำนวณมาได้เลย ลูกพี่คนใหม่ของฉันไม่ใช่พวกตระหนี่ขี้เหนียวอยู่แล้ว!”
สบประสานเข้ากับสายตาที่สุดจะเหลือเชื่อของหลินจิงซูที่จ้องมองมา เฉินเฉวียนเย่ย่อมไม่ลืมที่จะยิ้มตอบ เป็นเชิงส่งสัญญาณบอกว่า ‘ไม่เป็นอะไรแล้ว’
ตรงกันข้าม ด้านลูกน้องทั้งหลายที่อยู่ใต้บัญชาของเขากลับเผยสีหน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ออกมา บางคนถึงกับนึกเสียใจ ที่ครั้งนั้นไม่ได้ตัดสินใจเข้าร่วมเป็นพวกกับชายหัวโล้นตั้งแต่แรก
ในเมื่อตอนนี้เฉินเฉวียนเย่ไม่หลงเหลือธุรกิจอะไรในมือให้ดูแลแล้ว ยังมีเหตุผลอะไรที่พวกเขาจะต้องติดตามอีกฝ่ายต่อไปด้วยเล่า? ตามไปนั่งตากลมตบยุงด้วยกันรึไง?
“จะปล่อยเธอได้รึยัง?”
เฉินเฉวียนเย่ก่นเสียงเย็นยะเยือกเอ่ยถาม
“ปล่อยมัน!” ชายหัวโล้นร้องตะโกนสั่งการ
“ความบาดหมางระหว่างเราสิ้นสุดลงแต่เพียงเท่านี้ ฉันรับปากจะไม่ไปสร้างปัญหาใดๆให้กับลูกสาวบุญธรรมของแกอีก จากนี้ไปต่างคนต่างอยู่ก็แล้วกัน!”
เนื่องจากถูกมัดมือมัดเท้าไว้อย่างแน่นหนา ต่อให้คลายเชือกออกไปแล้ว ก็ใช่ว่าเลือดจะไหลกลับมาหล่อเลี้ยงได้ในทันที จำเป็นต้องใช้เวลาชั่วครู่หนึ่งในการฟื้นฟู หลังจากนั้น หลินจิงซูจึงค่อยเดินออกจากบ่อนไพ่นกกระจอกมา โดยมีเฉินเฉวียนเย่ช่วยประคองอยู่ไม่ห่าง
“พ่อเฉินคะ ทำไมถึงต้องยอมมันขนาดนี้เพียงเพราะหนูคนเดียวด้วย?”
เฉินเฉวียนเย่พาหลินจิงซูขึ้นรถกลับไปที่โรงเรียน
“สาวน้อย เธอน่ะเป็นคนฉลาดนะ น่าจะรู้ดีว่าทั้งหมดนี้ฉันไม่ได้ทำเพื่อเธอเพียงอย่างเดียว”
สีหน้าของเฉินเฉวียนเย่ดูผ่อนคลายและอารมณ์ดีจนผิดวิสัย เขาจ้องมองทางเบื้องหน้าพร้อมกับฮัมเพลงอย่างสบายใจ
หลินจิงซูได้แต่งุนงงสับสนปะติดปะต่อเรื่องราวไม่ถูก ครั้งนี้เธอไม่รู้จริงๆว่า สิ่งที่เฉินเฉวียนเย่ต้องการจะบอกนั้นคืออะไร?
สังเกตเห็นหลินจิงซูทำตัวนิ่งเงียบราวกับหนอนหนังสือ พยายามเสาะหาเหตุผลร้อยแปดพันเก้าจากข้อมูลที่มีในหัวตนเอง เฉินเฉวียนเย่ก็ถึงกับหัวเราะออกมา และยอมบอกเหตุผลที่แท้จริงให้เธอฟัง
“ข้อแรก ต้นเหตุที่ทำให้เธอกับเจ้าหนุ่มนั่นต้องตกอยู่ในอันตราย ทั้งหมดก็เพราะตัวฉันเองนี่ล่ะ ในฐานะที่เป็นคนผิด ฉันก็ควรแสดงความรับผิดชอบเสียหน่อย จริงมั้ยล่ะ?”
ทันใดนั้น สีหน้าท่าทางของเขาก็ผันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมอย่างฉับพลัน เหตุผลข้อต่อมาต่างหากที่สำคัญที่สุด
“ข้อที่สอง ฉันรู้เรื่องเกี่ยวกับกลุ่มอิทธิพลใหม่ที่เริ่มแทรกซึมเข้ามาในถนนไป๋ฮั่นตั้งแต่แรกแล้วล่ะ ก่อนที่ฉันจะได้รู้จักกับเธอด้วยซ้ำแม่สาวน้อย ได้ยินว่าเป็นเสือตัวใหม่ที่ต้องการครอบครองเขตแดนทั้งหมดของขุมอำนาจเก่า อีกทั้งตอนที่ฉันตัดสินใจขายบ่อนมังกรฟ้ากับร้านคาราโอเกะทั้งหมดไป อำนาจอิทธิพลที่เคยสั่งสมมาก็สูญสลายไปหมดแล้วเช่นกัน การรีบขายทุกอย่างทิ้งในตอนที่ไอ้เด็กใหม่นั่นยังต้องการซื้อจากฉันแบบนี้ นับเป็นเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว อย่างน้อยก็พอจะขายได้ราคาอยู่บ้าง ส่วนตัวฉันเองก็เบื่อหน่ายกับวงการแบบนี้เต็มทนแล้วเหมือนกัน”
“นี่สาวน้อย ฟังฉันให้ดีนะ เธอไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดอะไรเลย เพราะต่อให้ไม่มีเธอ วันข้างหน้าฉันก็ต้องถูกอีกฝ่ายกลืนกินอย่างช้าๆอยู่ดี แทนที่จะถูกทรยศหักหลังไม่เหลือแม้กระทั่งศักดิ์ศรีในตอนนั้น สู้ตัดใจขายทิ้งตั้งแต่ตอนนี้ให้จบๆไปดีกว่า! อย่างน้อยก็ยังสามารถเก็บเงินก้อนไว้กับตัวได้ ส่วนเรื่องที่ว่าต่อจากนี้จะทำอะไรต่อไปนั้น ไว้ค่อยคิดก็ยังไม่สาย!”
หลินจิงซูอดตะลึงงันไม่ได้ ปรากฏว่าเขามีความคิดที่ลึกซึ้งในระดับนี้เชียวหรือ?
อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าตัวจะบอกว่า ทั้งหมดที่ทำลงไปไม่ใช่เพื่อตัวเธอ แต่มีหรือที่หลินจิงซูจะมองไม่ออก ด้วยเวลาที่ยังมีเหลืออยู่อย่างเหลือเฟือของเฉินเฉวียนเย่ เขายังสามารถใช้ประโยชน์จากเรื่องนี้ทำอะไรต่อได้อีกตั้งมากมาย อย่างเช่น ปั่นราคาที่ดินก่อนขายทอดตลาดเป็นต้น แต่ชนวนเหตุที่ทำให้เขาต้องตัดสินใจอย่างกะทันหันแบบนี้ เหตุผลส่วนใหญ่ก็คือเธอ
“พ่อเฉิน ขอบคุณมากเลยนะคะที่ช่วยหนู”
ทุกวาจาที่เปล่งออกมา หลินจิงซูล้วนกลั่นมันออกมาจากใจจริง
“เด็กโง่ ก็ฉันบอกแล้วไงว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอเลย”
“พ่อเฉินคะ หนูมีอะไรดีๆจะบอกเพื่อเป็นการตอบแทนความช่วยเหลือครั้งนี้ค่ะ”
หลินจิงซูกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเฉลยบอกเรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า
“ในอีกสองปีข้างหน้า รัฐบาลจะออกนโยบายการบูรณะทางหลวงใหม่ ผลที่ตามมาก็คือ ถนนไป๋ฮั่นเส้นนี้จะกลายมาเป็นถนนร้างไร้ผู้คนอาศัยค่ะ”
เฉินเฉวียนเย่ที่กำลังขับรถอยู่ถึงกับตะลึงงัน เขาค่อนข้างมั่นใจว่า เด็กที่มีนิสัยใจคออย่างหลินจิงซูนั้น ไม่ใช่พวกที่ชอบพูดจาซี้ซั้วหรือโกหกพกลมอย่างแน่นอน ตรงกันข้ามด้วยซ้ำไป เขากลับสัมผัสได้จากก้นบึ้งของหัวใจว่า สาวน้อยคนนี้กำลังพูดความจริงอยู่
ทว่าติดอยู่เพียงอย่างเดียว…
“สาวน้อย นี่เธอรู้ได้ยังไง?”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







