LOGIN123 2-2
ตอนที่ 245 โกงข้อสอบ
แต่ภายใต้สถานการณ์ตอนนี้ ยังไม่ใช่เวลาเหมาะสมเท่าใดนักที่จะจัดการกับหลินจิงซู รอจนกว่าการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของลูกสาวเธอผ่านพ้นไปเมื่อไหร่ ถึงเวลานั้น อู๋ซิ่วเหลียนจะกำจัดทั้งไอ้วิปลาสเสี่ยฉางและนังเด็กสารเลวคนนี้ในคราวเดียว!
“ผู้เข้าสอบถึงเวลาเข้าห้องสอบแล้ว!”
ไม่กี่นาทีต่อจากนั้น เสียงประกาศของครูผู้คุมสอบก็ดังขึ้น
บรรดานักเรียนทั้งหลายต่างโบกไม้โบกมือร่ำลาผู้ปกครองของตน ก่อนจะเดินตรงเข้าห้องสอบไปพร้อมกับความหวัง
ไม่ทราบว่าเป็นความบังเอิญหรืออย่างไร เมื่อเดินเข้าไปในห้องสอบ หลินจิงซูก็พบว่า หลินเสวี่ยเองก็เดินติดตามเข้าไปในห้องเดียวกันด้วย
ไม่ใช่เพียงแค่ได้อยู่ห้องสอบเดียวกันเท่านั้น แต่พวกเธอทั้งคู่ยังนั่งติดกันหน้าหลังด้วย
โดยที่หลินจิงซูนั่งอยู่ด้านหน้า และหลินเสวี่ยนั่งอยู่ด้านหลังของเธอ
โชคชะตาของพวกเธอสองคนนับว่าผูกผันกันอย่างลึกซึ้งจริงๆ แม้แต่ในวันสอบเข้ามหาวิทยาลัย ต่างฝ่ายต่างยังชะตาต้องกันได้มาติดกันแบบนี้อีก
การสอบในวันแรกได้สิ้นสุดลงอย่างราบรื่น หลินจิงซูเดินออกจากห้องสอบไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข
“สาวน้อย ยิ้มแก้มปริมาแต่ไกลแบบนี้ ดูท่าวันนี้จะทำข้อสอบได้ไม่เลวเลยสินะ?”
เฉินเฉวียนเย่ยืนพิงประตูรถเฝ้าคอยอยู่ที่หน้าประตูโรงเรียน เห็นใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของอีกฝ่ายลอยมาแต่ไกล จึงรีบร้องทักขึ้นทันที
“ไม่เลวจริงๆค่ะ”
นับว่าความพยายามตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาของเธอไม่สูญเปล่าแล้ว เพราะโจทย์ส่วนใหญ่นั้น เธอสามารถเขียนคำตอบลงไปได้อย่างง่ายดาย
หากในวันต่อๆไปเธอยังสามารถรักษามาตรฐานเช่นนี้เอาไว้ได้ ก็มั่นใจได้เลยว่า โอกาสที่จะสอบติดมีสูงมาก จากนั้นก็เหลือเพียงแค่ว่า เธอจะตัดสินใจเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยไหนเท่านั้น
ในขณะที่หลินจิงซูมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ตรงกันข้าม หลินเสวี่ยที่เดินไล่หลังมาพร้อมๆกัน กลับมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก
ยิ่งได้เห็นหลินจิงซูที่เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่หุบอยู่แบบนี้ ก็ยิ่งทำให้สภาพจิตใจของหลินเสวี่ยย่ำแย่หนักกว่าเดิม นี่เธอจะล้มเหลวกับการสอบเป็นครั้งสองจริงๆงั้นเหรอ?
“เสวี่ยเสวี่ย เป็นยังไงบ้างลูก? ทำข้อสอบได้ไม่ค่อยดีเหรอจ๊ะ?”
อู๋ซิ่วเหลียนมองผ่านอ่านสีหน้าที่ไม่สู้ดีนักของลูกสาวออกในทันที วินาทีเดียวกันนั้นก็อดใจสั่นเพราะความเป็นห่วงไม่ได้
“กลางๆค่ะแม่ ไม่ดีนักแต่ก็ไม่แย่”
หลินเสวี่ยค่อยๆ เหลียวหลังหันกลับไปมองหลินจิงซูที่ยังคงกระดี๊กระด๊ามากเป็นพิเศษอีกครั้ง คลื่นความอิจฉาริษยาได้ถาโถมทะลักเข้ากลางใจของเธอ แล้วความคิดอันชั่วร้ายก็บังเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
ในช่วงปี 1990 การสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะถูกจัดขึ้นเป็นเวลาสามวัน ซึ่งแตกต่างไปจากในยุคปัจจุบัน ที่ทางกระทรวงศึกษาปรับลดให้การสอบทุกอย่างต้องเสร็จสิ้นภายในเวลาสองวันเท่านั้น
วิชาสุดท้ายของการสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็คือ วิชาคณิตศาสตร์
เสียงกริ่งดังขึ้น เป็นสัญญาณเริ่มการสอบอย่างเป็นทางการ ภายในห้องสอบจะมีเพียงแค่เสียงพลิกกระดาษ และเสียงของปลายปากกาที่กำลังขีดเขียนเท่านั้น
ห้องสอบหนึ่งห้องจะมีครูผู้คุมสอบอยู่ทั้งหมดสองคน และจะมีครูอีกกลุ่มหนึ่งรับหน้าที่คอยลาดตะเวนอยู่ที่หน้าระเบียงชั้นเรียน เพื่อคอยสอดส่องดูแลความสงบ
ภายในห้องไม่มีพัดลมแม้สักตัว ผนวกกับอากาศในช่วงเดือนหกที่จะร้อนอบอ้าวเป็นพิเศษ
ดวงตาคู่สวยจดจ้องอ่านโจทย์บนกระดาษข้อสอบอย่างตั้งอกตั้งใจ หลินจิงซูนั่งปาดเช็ดเหงื่อตามหน้าผากของตน พร้อมขีดคำนวณตัวเลขบนกระดาษทดข้อแล้วข้อเล่าไปด้วย จนกระทั่งมั่นใจแล้ว เธอจึงจะเขียนคำตอบลงไป
เมื่อหมดเวลาสอบ หลินจิงซูจึงวางปากกาลงเป็นอันเสร็จสิ้น กวาดสายตาสำรวจคำตอบทุกข้อบนหน้ากระดาษอย่างละเอียดเป็นครั้งสุดท้าย เธอถึงกับพยักหน้ากับตัวเองด้วยความภูมิอกภูมิใจ
ระหว่างที่ครูกำลังไล่เก็บกระดาษคำตอบจากนักเรียนทุกคน โดยไล่จากหัวแถวมานั้น จู่ๆก็มีเสียงร้องตะโกนดังขึ้นดุจสายฟ้าฟาดขึ้นกลางห้องสอบ!
“ครูคะ! มีคนโกงข้อสอบค่ะ!”
ท่ามกลางบรรยากาศห้องสอบที่เงียบสงัด เสียงร้องตะโกนนั้นจึงได้ดึงความสนอกสนใจของทุกคนในห้อง ให้หันมามองกันเป็นตาเดียว
ครูผู้คุมสอบเดินตรงเข้าไปหาอย่างเร่งรีบ
“หนูมีเรื่องจะฟ้องค่ะ! ผู้เข้าสอบที่อยู่หน้าหนู เธอโกงข้อสอบค่ะ!!”
หลินเสวี่ยจงใจขึ้นเสียงขยายความอีกครั้ง ทำเอาทุกคนตรงนั้นต่างพากันอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
โกงข้อสอบงั้นเหรอ? โกงข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยนี่นะ?!
หลินจิงซูตระหนักได้ในฉับพลัน ผู้เข้าสอบคนหน้าของอีกฝ่ายที่ว่า ก็ไม่ใช่ตัวเธอเองหรอกเหรอ? เอาล่ะ เธอเองก็สงสัยเช่นกันว่า หลินเสวี่ยคิดจะเล่นกลอะไรใส่กันอีก?
“ครูคะ หนูเห็นเธอคนนั้นแอบเอาโพยข้อสอบเข้ามาในห้องด้วยค่ะ แล้วตอนนี้โพยนั่นก็ตกอยู่ใต้เท้าของเธอเองค่ะ!”ทุกสายตาต่างเคลื่อนไปมองที่จุดนั้นอย่างพร้อมเพรียงกัน จดจ้องมองไปที่บริเวณพื้นใต้เก้าอี้ของหลินจิงซูอย่างรวดเร็ว
ปรากฏว่า บริเวณนั้นมีก้อนกระดาษขนาดเล็กวางอยู่ข้างเท้าของเธอจริงๆ
ครูผู้คุมสอบเองก็ตอบสนองว่องไวเช่นกัน เขารีบก้มลงไปหยิบก้อนกระดาษที่ว่าขึ้นมาคลี่เปิดอ่าน และพบว่า มันคือโพยข้อสอบจริงๆ!
“อธิบายมาเดี๋ยวนี้!!”
ใบหน้าของครูผู้คุมสอบคนนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ เขาโกรธจนควันแทบพุ่งออกหู ทั้งที่เขาเองก็มั่นใจอย่างมากว่า ทุกการเคลื่อนไหวภายในห้องสอบแห่งนี้ ล้วนอยู่ในสายตาและการควบคุมของเขาทั้งหมด ไหนเลยยังกล้ามีคนโกงข้อสอบหน้าด้านๆแบบนี้อีก!!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







