LOGIN125 2-2
ตอนที่ 249 วันเกิดครบรอบ18ปี
นาทีนี้หลินจิงซูไม่สนใจอีกแล้วว่า คนภายนอกจะมองเธออย่างไร สิ่งเดียวที่เธอถวิลหาในตอนนี้ก็คือ อ้อมกอดของผู้เป็นแม่ เธอโผเข้าสวมกอดติงเสวี่ยเหม่ยไว้แน่น และเอ่ยขอบคุณทั้งน้ำตาที่ไหลประหนึ่งลูกแพร์อ่อนท่ามกลางสายพิรุณ
“แม่จำถูกแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะที่จำได้!”
แล้วก็ขอบคุณที่คอยอยู่เคียงข้างกัน…
“เด็กโง่ จะต้องมาขอบคุณแม่ทำไมกันล่ะจ๊ะ แม่เองก็อยากหาซื้อเสื้อผ้าสวยๆให้ลูกใส่ก็เท่านั้นเอง นี่ไม่สบายเป็นไข้แดดรึเปล่าจ๊ะ ถึงได้ทำตัวแปลกๆแบบนี้?”
ติงเสวี่ยเหม่ยโอบกอดตอบรับความรักจากลูกสาว
เฉินเฉวียนเย่และจู้หยานที่นั่งอยู่ด้านหน้าถึงกับอดขำไม่ได้
และเป็นฝ่ายเฉินเฉวียนเย่ที่หันไปถามจู้หยานด้วยน้ำเสียงติดตลกว่า
“ว่าไงพ่อหนุ่ม นึกอยากจะกอดฉันบ้างมั้ยล่ะ? เห็นแบบนี้ฉันก็เป็นคนอบอุ่นไม่เบาเลยนะ!”
จู้หยานมองค้อนใส่ทันที และเอ่ยปฏิเสธโดยแทบไม่ต้องคิด
“อย่าดีกว่าครับ แค่คิดผมก็ขนลุกแล้ว”
เมื่อเดินทางมาถึงตัวเมืองหลักในผิงเฉิง หลินจิงซูก็แวะลองเสื้อผ้าชุดสวยกว่าหลายชุด จากเดิมที่เฉินเฉวียนเย่เพียงแค่ถือถุงช็อปปิ้งใบเล็กๆ ยิ่งเวลาผ่านไปนานเข้า ถุงช็อปปิ้งก็ยิ่งงอกเงยมากขึ้นเรื่อยๆ
และปิดท้ายด้วยติงเสวี่ยเหม่ยเดินตรงเข้าไปที่ร้านทอง
แอบสังเกตเห็นติงเสวี่ยเหม่ยยืนจดๆจ้องๆอยู่หน้าตู้เครื่องประดับอยู่นาน และสำรวจดูด้วยสีหน้าที่ตั้งอกตั้งใจอย่างมาก หลินจิงซูจึงรีบเดินเข้าไปกระซิบข้างหูด้วยรอยยิ้มว่า
“แม่คะ อยากได้อะไรก็ซื้อไปเถอะค่ะ ตอนนี้ใช่ว่าเราจะไม่มีเงินซะที่ไหนล่ะคะ?”
หลังจากลังเลชั่งใจอยู่นานสองนาน ในที่สุด ติงเสวี่ยเหม่ยก็พยักหน้าตัดสินใจที่จะใช้เงินซื้อความสุขบ้าง หลินจิงซูเองก็พลอยมีความสุขไปด้วยเช่นกัน ที่ได้เห็นแม่ของเธอรู้จักใช้เงินเพื่อความสุขของตนเองเช่นนี้
เพราะในชาติก่อนหน้า ติงเสวี่ยเหม่ยไม่เคยมีวันที่ดีให้กับตนเองเลยแม้แต่วันเดียว ตลอดทั้งชีวิตมีแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานบ้าน และคอยรับใช้ทุกคนในบ้านตระกูลหลิน แม้แต่เครื่องประดับสักชิ้น เธอก็ยังไม่เคยมีเป็นของตัวเอง ตรงกันข้ามกับหลินเสวี่ยที่อยู่ในวัยเรียน กลับมีสร้อยทองเป็นของตัวเองแล้ว
หลินจิงซูแอบตั้งปณิธานกับตัวเองในใจอย่างเงียบๆ ตราบใดที่ธุรกิจชานมไข่มุกของเธอตั้งหลักได้แล้ว และสามารถทำกำไรให้พวกเธอได้มากพอ ถึงวันนั้น ไม่ว่าแม่ของเธออยากจะได้ทองสักกี่เส้น แหวนเพชรสักกี่วง เธอก็จะหามาให้โดยไม่พร่ำบ่นแม้แต่คำเดียว
“ลูกลองแหวนวงนี้หน่อยสิ ชอบรึเปล่าจ๊ะ?”
ปรากฏว่า ติงเสวี่ยเหม่ยกลับต้องการซื้อแหวนทองวงนั้นให้เป็นของขวัญกับหลินจิงซู
หลินจิงซูได้แต่ตะลึงงัน
“อ้าว นี่แม่อยากจะซื้อให้หนูหรอกเหรอคะ?”
“ก็ใช่น่ะสิ ถ้าไม่ซื้อให้ลูกแล้วแม่จะซื้อให้ใครล่ะ?”
ติงเสวี่ยเหม่ยตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม
“ก่อนหน้านี้ พ่อของลูกยังเต็มใจจ่ายเงินเป็นพันหยวน เพื่อซื้อสร้อยทองให้หลินเสวี่ยในวันเกิดครบรอบ 18 ปีเลย แล้วทำไมแม่คนนี้จะซื้อให้ลูกบ้างไม่ได้ล่ะ? ของมันต้องมีนะจ๊ะ!”
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของผู้เป็นแม่ หลินจิงซูก็ถึงกับหลั่งน้ำตาอีกครั้งอย่างไม่อาจอดกลั้นได้
สำหรับติงเสวี่ยเหม่ยแล้ว เพื่อความสุขของหลินจิงซู เธอยินดีและพร้อมยอมจ่ายทุกอย่าง
แต่เมื่อถึงคราวของตัวเอง เธอกลับลังเลที่จะใช้เงิน
เพราะภายใต้สถานการณ์ตอนนี้ ยังมีเรื่องการลงทุนที่สำคัญกว่าและจำเป็นต้องใช้เงิน สรุปคือ เธอต้องบริหารเงินทุกหยวนอย่างชาญฉลาดและจับจ่ายอย่างคุ้มค่าที่สุด มีหรือจะยอมเสียเงินไปกับเรื่องไร้ประโยชน์ให้ตัวเองแบบนี้?
แต่ท้ายที่สุดแล้ว หลินจิงซูก็ส่ายหน้าปฏิเสธไม่รับแหวนทองวงนี้ โดยให้เหตุผลกับติงเสวี่ยเหม่ยว่า คุณค่าของขวัญนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับมูลค่าของมัน และสิ่งที่เธอต้องการที่สุดก็คือ การได้ใช้เวลาดีๆร่วมกันกับผู้เป็นแม่เท่านั้นเอง
เกลี้ยกล่อมอธิบายกันพักใหญ่ ติงเสวี่ยเหม่ยจึงยอมถอย หลินจิงซูเสนอให้เปลี่ยนจากของขวัญชิ้นนี้เป็นการจัดงานเลี้ยงฉลองภายในบ้านแทน หลังจากกลับมาแล้ว ทั้งสี่คนก็แยกย้ายกันไปเชื้อเชิญกลุ่มเพื่อนที่สนิทสนม และคนจากหมู่บ้านติงเจี่ยให้มาร่วมงานฉลองวันเกิดครบรอบ 18 ปีของหลินจิงซู
ในงานวันเกิดของเธอ หลินจิงซูสวมเสื้อผ้าชุดใหม่พร้อมกับถักผมเปียสองข้าง วันนี้เธอดูสวยงามเป็นพิเศษ
ช่วงเช้าตรู่ของวัน เฉินเฉวียนเย่ได้ขับรถพาจู้หยานเดินทางมาที่หมู่บ้านติงเจี่ยพร้อมกัน โดยเขาได้บอกกับเจ้าหนุ่มจู้หยานว่า วันนี้ติงเสวี่ยเหม่ยคงจะมีงานรัดตัว พวกเขาสองคนจะต้องมาเป็นกำลังเสริมช่วยจัดเตรียมงานอีกแรง
“สุขสันต์วันเกิดครับ”
จู้หยานยื่นกล่องของขวัญใบเล็กที่ได้รับการห่อพร้อมผูกโบว์ไว้อย่างประณีต เขายื่นส่งให้กับหลินจิงซูด้วยท่าทางเคอะเขิน
“ขอบคุณมากนะ!”
หลินจิงซูสีหน้ายิ้มแย้มรับไว้ด้วยความเต็มใจเช่นกัน วันนี้เธอรู้สึกตื่นเต้นมากเป็นพิเศษ เพราะวันนี้ในชาติก่อนหน้า แม่ของเธอได้จากโลกนี้ไปเสียก่อน ทำให้เธอไม่เคยได้ฉลองครบรอบวันเกิดใดๆเลย และแม้แต่วันที่เธอมีอายุครบ 18ปีเช่นนี้ ก็ไม่เคยมีโอกาสได้จัดงานเฉลิมฉลองแต่อย่างใด
แต่ในเวลานี้ หลินจิงซูมีโอกาสได้สัมผัสทั้งบรรยากาศแห่งความสุข รวมไปถึงความรู้สึกของการได้รับของขวัญ มันช่างเป็นความสุขที่ไม่สามารถประเมินค่าได้เลยจริงๆ!
เธอรู้สึกราวกับว่า เวลานี้เธอกำลังอยู่ในโลกคู่ขนานอีกใบ…
ทันทีที่เปิดกล่องใบเล็กออกมา แหวนทองแววาวและสร้อยข้อมือทองคำชุดหนึ่ง ก็กำลังหลับใหลอย่างเงียบงันอยู่ภายในกล่องผ้ากำมะหยี่สีแดง
หลินจิงซูเบิกตาโตด้วยความตกตะลึงอย่างที่สุด แหวนทองวงนี้เป็นวงเดียวกับที่แม่ของเธอขอให้ลองใส่เมื่อสองวันก่อนไม่ใช่เหรอ? ยังจะมีสร้อยข้อมือทองคำเส้นนี้อีก?
เดี๋ยว เดี๋ยวก่อนนะ นี่จู้หยานซื้อเครื่องประดับทองคำให้เธอเป็นของขวัญจริงๆน่ะเหรอ?!
มิหนำซ้ำยังซื้อให้ตั้งสองชิ้นในคราวเดียวด้วย!!
แต่ว่า นี่มันแพงเกินไป…
“จู้หยาน บอกตามตรงนะ ของขวัญพวกนี้มีมูลค่ามากเกินไป ฉันรับไว้ไม่ได้จริงๆ แต่ฉันก็ขอบใจนายมากนะที่ใส่ใจฉันมากขนาดนี้ แล้ววันนี้นายอยากกินอะไรเป็นพิเศษรึเปล่า? เดี๋ยวฉันกับแม่จะเข้าครัวทำให้นายโดยเฉพาะ!”
หลินจิงซูรีบปิดกล่องกำมะหยี่ แล้วส่งกลับคืนให้จู้หยานทันที
“รับไว้เถอะ มันไม่ใช่ของที่มีราคาแพงมากมายอะไร”
จู้หยานถอยห่างอย่างรวดเร็ว ทำราวกับว่ากล่องเครื่องประดับตรงหน้ามีเชื่อไวรัสร้ายแรงอยู่ และเขาก็ไม่ต้องการจะแตะต้องมันอีกต่อไป
ได้เห็นสีหน้าท่าทาง และคำพูดสบายๆเช่นนั้นของจู้หยาน หลินจิงซูถึงกับร้องอุทานกับตัวเองในใจ
สมกับเป็นเศรษฐีจริงๆ!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







