LOGIN126 1-2
ตอนที่ 250 หลินเสวี่ยโดดน้ำตาย?
เครื่องประดับทองสองชิ้นประเมินมูลค่าแล้วอย่างน้อยๆก็หลายพันหยวน และนี่นับเป็นของขวัญที่มีราคาแพงเกินจำเป็นอย่างเห็นได้ชัด หลินจิงซูจึงปฏิเสธไม่ต้องการรับไว้ แต่ทว่าจู้หยานกลับถอยหนีไม่คิดจะรับคืนเช่นกัน สุดท้ายก็ไร้ซึ่งทางเลือก เธอจำต้องรับไว้อย่างไม่สู้เต็มใจนัก
หากต้องการจะรู้ระดับชนชั้นทางสังคมของใครสักคน บางครั้งก็สามารถมองผ่านของขวัญที่มอบให้ได้
สำหรับจู้หยานแล้ว เงินเพียงไม่กี่พันหยวน ก็เปรียบเสมือนกระดาษชำระแผ่นหนึ่งเท่านั้น
ตรงกันข้ามกับหลินจิงซู ย้อนกลับไปในวัยทำงานของเธอเมื่อชาติก่อนหน้า ของขวัญมูลค่าหลักพันหยวนขึ้นไป ไม่ว่าจะในยุคนี้หรือในอนาคต สำหรับเธอแล้วก็ยังนับเป็นสิ่งของที่มีมูลค่าสูง พูดได้ว่าจะยอมควักเงินซื้อได้ก็เนื่องในโอกาสพิเศษจริงๆเท่านั้น
ในเมื่อหลินจิงซูได้รับมามากขนาดนี้ หากถึงวันเกิดของจู้หยานบ้าง เธอเองก็มีความคิดที่จะตอบแทนเขาด้วยเช่นกัน
“นี่จู้หยาน แล้วนายเกิดวันไหนเดือนอะไรเหรอ?”
ดวงตาคู่กลมโตของหลินจิงซูกระพริบปริบๆ เอ่ยถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
“รีบไปช่วยป้าติงกันดีกว่า”
จู้หยานทำหูทวนลม และหลังจากพูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินเข้าครัวไปอย่างรวดเร็ว
แม้ว่าเวลานี้ หลายคนจะเริ่มทยอยกันมาช่วยงานบ้างแล้ว แต่ติงเสวี่ยเหม่ยก็ยังคงเป็นเสาหลักคอยรับผิดชอบงานทั้งหมดอยู่ดี เรียกได้ว่า เธอยุ่งวุ่นวายหัวหมุนมาตั้งแต่ไก่โห่เลยทีเดียว
ช่วงเวลาใกล้เที่ยง แขกผู้มีเกียรติต่างก็ทยอยกันเดินทางมาถึงแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นป้าผาง จางหลาน ศาสตราจารย์หวังและภรรยาของเขา รวมไปถึงบรรดาเพื่อนบ้านที่มีนิสัยใจคอน่ารักอีกหลายคนในหมู่บ้านติงเจี่ย
แขกที่มาร่วมงานนับว่าไม่ได้มากมายอะไร จัดโต๊ะไว้แค่สองโต๊ะก็นับว่าเพียงพอแล้ว
ด้านติงเสวี่ยหยานและหม่าฟู่เฟิงต่างก็มาร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกับทุกคนเช่นกัน ระยะนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งคู่จะไม่เกรงกลัวเฉินเฉวียนเย่อีกต่อไปแล้ว บางทีอาจเป็นเพราะเขาแวะเวียนมาที่นี่บ่อยๆ ทำให้สองฝ่ายได้พบเจอกันมากขึ้นจนเกิดเป็นความเคยชิน หรืออาจเพราะไปล่วงรู้มาว่า เฉินเฉวียนเย่ในตอนนี้หาใช่เจ้าพ่อใหญ่แห่งถนนไป๋ฮั่นคนเดิมอีกต่อไปแล้วก็เป็นได้ ดังนั้น สามีภรรยาคู่นี้จึงไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเหมือนหนูหดหัวเช่นเคย
ทุกคนที่มาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ ล้วนนำของขวัญติดไม้ติดมือมาให้หลินจิงซูกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นของที่มีมูลค่ามากน้อยเพียงใด เธอก็รับไว้ด้วยความเต็มใจ เพียงสัมผัสได้ถึงความใส่ใจที่มีให้กัน เท่านี้ก็รู้สึกมีความสุขยิ่งกว่าอะไรแล้ว
เสมือนสิ่งที่เคยขาดหายไปในชีวิตก่อนหน้าของหลินจิงซู ทุกอย่างล้วนได้รับการชดเชยอีกครั้งในชีวิตนี้
ในขณะที่งานเลี้ยงฉลองครบรอบวันเกิด 18 ปีของหลินจิงซูกำลังดำเนินไปอย่างชื่นมื่น หลายต่อหลายคนต่างตักอาหารรับประทานกัน พลางพูดคุยกันไปด้วยความสนุกสนานครื้นเครง แต่แล้วจู่ๆก็มีหญิงคลั่งคนหนึ่งบุกเข้ามาถึงลานหน้าบ้าน!
อู๋ซิ่วเหลียนในสภาพทรุดโทรมดวงตาแดงก่ำ ได้บุกเข้ามาพร้อมกับมีดทำครัวในมือ ภาพฉากตรงหน้าที่ดูประหนึ่งหนังฆาตกรรมนี้ ได้ทำให้ทุกคนตื่นตกใจจนขวัญกระเจิง เฉินเฉวียนเย่และจู้หยานที่มีปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็วที่สุด ได้แสดงตัวขึ้นหน้าปกป้องทุกคนในทันที และด้วยทักษะการต่อสู้อันช่ำชองของคนทั้งสอง พวกเขาย่อมสามารถสยบอู๋ซิ่วเหลียนที่คลุ้มคลั่งได้ภายในเวลาอันสั้น เฉินเฉวียนเย่พุ่งเข้าชาร์จจับอีกฝ่ายกดลงกับพื้นดิน ส่วนจู้หยานก็จัดการเตะมีดทำครัวในมือเล่มนั้นจนกระเด็นหลุดออกไปไกล
“หลินจิงซู! อีสารเลว! อีคนต่ำช้า! ทั้งหมดเป็นเพราะแก! เป็นเพราะแกคนเดียว!! ถ้าไม่ใช่แก เสวี่ยเสวี่ยของฉันคงไม่คิดสั้นไปกระโดดน้ำตาย!!”
“อีคนชั่วช้า! อีสัตว์นรก!! ฉันจะฆ่าแก! วันนี้ฉันจะต้องฆ่าแกให้ได้!!!”
“…”
เสียงกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่งดังสนั่นโหยหวนไปทั่วทั้งลานบ้านและรอบข้าง กระทั่งฝูงกาดำทั้งหลายยังตกใจบินแตกกระเจิงหนีหายไป
แม้อู๋ซิ่วเหลียนจะถูกกำราบมีเชือกป่านมัดมือมัดเท้าไว้แน่น แต่เธอก็ยังแหกปากร้องตะโกนสาปแช่งหลินจิงซูอยู่อย่างนั้น แม้ว่าน้ำเสียงจะแหบแห้งแค่ไหนแล้วก็ไม่ใส่ใจ
เมื่อครู่ผู้หญิงคนนี้พูดว่าอะไรนะ? หลินเสวี่ยคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตายงั้นเหรอ?
ทุกคนในงานเลี้ยงต่างพากันตกใจอย่างยิ่งยวด
ติงเสวี่ยเหม่ยทนฟังคำก่นด่าสาปแช่งที่พ่นออกจากปากอู๋ซิ่วเหลียนต่อไปไม่ไหว เธอตบเท้าก้าวขึ้นหน้าไปพร้อมกับเพลิงโทสะภายในใจที่ลุกโชน หวดฝ่ามือตบเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายสองครั้งติดกันอย่างสุดกำลัง
“อู๋ซิ่วเหลียน หุบปากได้แล้ว! กล้าดียังไงมาพ่นคำสกปรกแบบนี้ใส่ลูกสาวของฉัน? การที่เธอและลูกสาวต้องตกต่ำถึงขั้นนี้ ไม่ใช่เพราะพวกเธอทำตัวเองหรอกเหรอ? ก่อนจะเอะอะโวยวายกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของคนอื่นแบบนี้ หัดชะโงกดูเงาตัวเองซะบ้างเถอะ!”
หากจะนิยามสั้นๆให้กับสภาพของอู๋ซิ่วเหลียนในเวลานี้ เห็นทีคงต้องใช้คำว่า ‘หญิงบ้า’ ก็คงจะไม่เกินจริงนัก นอกจากผมเผ้าที่ชี้ฟูยุ่งเหยิงไม่เป็นรูปทรงแล้ว ร่างกายของเธอยังซูบผอมหนังแทบติดกระดูกอีกด้วย อีกทั้งยังมีเสียงงึมงำคล้ายคำสาปแช่งดังวี่ๆออกจากปากอยู่ตลอดเวลา
ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เสียงรถตำรวจที่กำลังแล่นเข้ามาก็ดังขึ้น
อู๋ซิ่วเหลียนถูกจับใส่กุญแจมือ แล้วยัดตัวเข้ารถตำรวจอย่างรวดเร็ว ทางด้านติงเสวี่ยเหม่ยและเฉินเฉวียนเย่ก็ได้ติดตามไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจด้วยเช่นกัน
“เดี๋ยวก่อนนะ นี่พวกเราไม่ได้เจอหน้าเธอนานขนาดไหนกันเชียว? ทำไมอู๋ซิ่วเหลียนถึงดูเปลี่ยนไปมากขนาดนี้ล่ะ?”
ป้าผางอดส่งเสียงเดาะลิ้นไม่ได้ ระหว่างที่เอ่ยถามถึงเหตุผลในเรื่องนี้กับหลินจิงซู เสมือนว่าเธอเองก็พอจะคาดเดาคำตอบได้เป็นนัยๆอยู่ภายในใจก่อนแล้วเช่นกัน
ไม่มีความจำเป็นที่หลินจิงซูจะต้องปิดบังอะไรเช่นกัน เธอให้คำตอบในแบบที่ทุกคนต่างก็พอจะคาดเดาได้ เพิ่มเติมคงเป็นเรื่องที่หลินเสวี่ยให้ร้ายเธอในระหว่างการสอบเข้ามหาวิทยาลัยวันนั้น
หลังจากที่ทุกคนได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว แต่ละคนต่างหน้าถอดสีด้วยความเสียขวัญ ตามมาด้วยความโมโหเดือดดาลอย่างสุดจะบรรยาย
“ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ! คนแม่ก็ว่าแย่แล้ว คนลูกกลับเลวร้ายซะยิ่งกว่า! ทั้งที่ตัวเองเป็นคนก่อเรื่องทุกอย่างขึ้นเองแท้ๆ แต่นังอู๋ซิ่วเหลียนก็ยังหน้าด้านโทษว่าเป็นความผิดคนอื่นอีก!”
ทั้งป้าผางและจางหลานต่างก็อดรู้สึกโมโหแทนไม่ได้
และก็แน่นอน หลังจากป้าผางเปิดโหมดลำโพงเคลื่อนที่แล้ว ภายในระยะเวลาเพียงแค่สองชั่วโมงเท่านั้น ทุกชีวิตในหมู่บ้านที่เธออาศัยอยู่ และหมู่บ้านติงเจี่ยต่างก็ล่วงรู้เรื่องราวทั้งหมดโดยทั่วกัน
งานเลี้ยงฉลองวันเกิดที่แสนวิเศษของหลินจิงซู เป็นอันต้องพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







