LOGIN128 1-2
ตอนที่ 254
“นี่นายจะเลือกที่นี่จริงๆเหรอ?”
หลินจิงซูยังรู้สึกแปลกใจไม่หาย
“นายฉลาดแบบนี้ คะแนนสอบน่าจะสูงติดระดับประเทศด้วยซ้ำ แล้วทำไมถึงไม่เลือกเรียนในเมืองหลวงล่ะ? ที่นั่นมีแต่มหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ?”
เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วที่มหาวิทยาลัยประจำมณฑลดี จะไม่อาจเทียบชั้นได้กับมหาวิทยาลัยในเมืองหลวง
คงเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างมาก หากจู้หยานตัดสินใจไม่เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเหล่านั้น และสิ่งนี้กลับทำให้หลินจิงซูรู้สึกผิดด้วยซ้ำไป ที่เขาตัดสินใจเข้ามหาวิทยาลันเกรดต่ำกว่าเพียงเพราะเธอคนเดียว
“ผมรู้สึกว่าคะแนนสอบของตัวเองคงจะไม่ดีเท่าไหร่นัก ก็เลย…อยากจะเลือกที่นี่กันเหนียวไว้เหมือนกัน”
จู้หยานเอ่ยตอบ
เขาตัดสินใจไว้ตั้งแต่ก่อนสอบแล้วว่า จะติดตามหลินจิงซูไปทุกที่ ไม่ว่าเธอจะเลือกเข้ามหาวิทยาลัยไหนก็ตาม
ในความเป็นจริงแล้ว ด้วยคะแนนสอบที่เขาเคยคำนวณไว้คร่าวๆ จู้หยานสามารถเข้าเรียนได้ทุกมหาวิทยาลัยที่มีในประเทศ
“แล้วถ้านายตัดสินใจเลือกเรียนที่นี่ คนในครอบครัวของนายจะไม่คัดค้านเหรอ?”
หลินจิงซูเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้จู้หยานนิ่งเงียบไม่ตอบใดๆ แน่นอนว่าความปรารถนาเดิมของย่าเขาก็คือ การเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยปักกิ่ง และล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ ย่าของเขาถึงขั้นเสนอออกมาตรงๆว่า ต้องการส่งเขาไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ
หลังจากได้ยินเช่นนั้น คนที่ดูจะเห็นดีเห็นงามด้วยที่สุดคงหนีไม่พ้นฟานหรง เธอยังพูดสนับสนุนพร้อมกับแนะนำว่า อยากให้จู้หยานไปเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษ นั่นเพราะจ้าวหยวนเองก็วางแผนจะไปศึกษาต่อที่นั่นเช่นกัน การมีพื่อนร่วมเดินทางจับมือกันไปย่อมดีกว่า เพราะหากเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา จะสามารถช่วยดูแลซึ่งกันและกันได้
คิดว่าคนอย่างจู้หยานโง่ขนาดนั้นเชียวหรือ? โง่ถึงขั้นที่จะไม่รู้ว่าฟานหรงกำลังวางแผนอะไรอยู่ในใจอย่างนั้นหรือ?
เพียงแค่นี้ จู้หยานก็ต้องพยายามซ่อนตัว หนีจากจ้าวหยวนจนหัวซุกหัวซุนแล้ว นับประสาอะไรกับการไปเรียนต่อต่างประเทศร่วมกันกับเธอเล่า?
“ไม่หรอก ทุกคนน่าจะเห็นด้วยกับผม”
ท้ายที่สุด จู้หยานก็ตัดสินใจโกหกหน้าตาย
แต่มีหรือที่หลินจิงซูจะหลงเชื่อ? เธอจึงพูดตรงเข้าประเด็นด้วยสีหน้าจริงจังขึงขังขึ้นทันที
“จู้หยาน ฉันรู้นะว่านายกำลังโกหก บอกว่าคะแนนไม่ดีงั้นเหรอ? ไม่มีทางซะล่ะ ระดับมันสมองอย่างนายสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในเมืองหลวงได้สบายๆ จะเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งก็ยังได้ด้วยซ้ำไป! แล้วถ้านายตัดสินใจเข้าเรียนที่นี่จริงๆล่ะก็ ครอบครัวของนายไม่มีทางยอมอยู่เฉยแน่”
หลินจิงซูตั้งท่ายกแขนเท้าสะเอว พูดชี้แจงต่อไปราวกับผู้ใหญ่กำลังสั่งสอนเด็กหนุ่ม
“ฉันรู้นะ เหตุผลที่นายจะเลือกเรียนมหาวิทยาลัยนี้ ก็เพราะอยากจะอยู่กับฉัน แต่ช่วยคิดอะไรให้ไกลๆหน่อยจะได้มั้ย? นี่มันหมายถึงอนาคตของตัวนายเองนะ นายไม่ควรเอามาล้อเล่นแบบนี้! ด้วยศักยภาพที่มีในตัว นายอย่าตัดอนาคตตัวเองด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้สิ ถือว่าฉันขอร้องล่ะ ฉันไม่อยากมานั่งรู้สึกผิดเพราะเรื่องนี้ทีหลัง”
ครั้งที่หลินจิงซูทำงานอยู่ในโรงงานอาหารกระป๋องแมวเมื่อชาติก่อน เธอมักจะได้ยินเหล่ามนุษย์ป้าทั้งหลายพากันบ่นเรื่องลูกๆของตัวเอง บ้างถึงขั้นร้องห่มร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหลก็มี จับใจความได้ว่า บรรดาลูกๆของพวกเธอต้องโง่งมเพียงใด ถึงได้ยอมทิ้งมหาวิทยาลัยดีๆ เพียงเพื่อให้ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเพื่อนฝูง บ้างก็ติดตามคนรักไปหวังว่าจะได้เรียนต่อด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ท้ายที่สุด พวกที่เป็นแฟนกันต่างก็ต้องเลิกรากันในภายหลังทั้งสิ้น เพื่อนฝูงที่ว่ารักกันเหนียวแน่นต่างก็แยกย้ายกันไปมีเพื่อนกลุ่มใหม่
อนาคตของคนเราเปลี่ยนได้ด้วยสองมือตน แต่ก็ตกต่ำลงเหวได้ด้วยความคิดชั่ววูบเช่นกัน
ในกรณีของเธอกับจู้หยานนั้น คู่รักก็ไม่ใช่ เพื่อนสนิทเดนตายก็ไม่เชิง ทั้งสองเป็นเพียงเพื่อนข้างบ้านที่ดีต่อกันเท่านั้น หากจะต้องเสียสละตัวเอง ยอมไม่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำเพียงเพราะเพื่อนข้างบ้านคนหนึ่งแล้วล่ะก็ เหตุผลนี้ยังฟังดูโง่งมเสียยิ่งกว่ายอมทิ้งอนาคตเพื่อคนรักด้วยซ้ำไป!
จู้หยานยืนนิ่งไม่ตอบสนองใดๆอยู่ครู่หนึ่ง
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หลินจิงซูย่อมเข้าใจอุปนิสัยของจู้หยานดีว่าเป็นคนเช่นไร
หัวรั้นเป็นที่สุด!
เมื่อไหร่ที่เขาตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่งไปแล้ว ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไร เขาก็จะไม่ฟังและไม่มีวันยอมเปลี่ยนใจอย่างเด็ดขาด
หากวันนั้นมาถึง วันที่จู้หยานยอมสละมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศ เพื่อมาอยู่ที่เดียวกับเธอจริงๆ เรื่องนี้คงจะต้องกลายมาเป็นตราบาปภายในใจของหลินจิงซูไปจนชั่วชีวิตแน่
เธอจะไม่มีวันปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด!
“ความจริงแล้ว ฉันเองก็ลังเลอยู่เหมือนกัน ตั้งใจว่าจะกลับไปที่โรงเรียนเพื่อขอแก้ไขรายชื่อมหาวิทยาลัยที่เลือกไว้”
หลินจิงซูปั้นสีหน้าขึงขัง และพูดต่อว่า
“ถึงจะฟังดูน่าหมั่นไส้หน่อยก็เถอะ แต่ฉันรู้สึกว่าตัวเองทำข้อสอบครั้งนี้ได้ไม่เลวเลยล่ะ ถ้าสามารถเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยในเมืองหลวงได้ก็คงดีไม่น้อย”
จู้หยานเงยหน้าขึ้นสบตามองอีกฝ่ายแวบหนึ่ง คล้อยหลังจึงพูดขึ้นว่า
“จริงเหรอ? นี่เธอจะเปลี่ยนใจเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในเมืองหลวงแทนแน่เหรอ?”
หลินจิงซูพยักหน้าด้วยท่าทีขึงขังจริงจัง เธอยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า
“ก็ถ้าคะแนนสอบของฉันสามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยในเมืองหลวงได้จริงๆ แล้วฉันจะโง่ไปเลือกที่อื่นทำไมกันล่ะ? อีกอย่าง ฉันเองก็เคยบอกไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่า ถ้ามีโอกาส ฉันก็อยากเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับประเทศเหมือนกัน แต่ที่ตอนแรกกรอกชื่อมหาวิทยาลัยประจำมณฑลไป ก็เพราะยังไม่ค่อยมั่นใจน่ะสิ ตอนนั้นกลัวแต่จะไม่มีที่เรียน”
“ที่พูดมานี่ โกหกผมอยู่รึเปล่า?”
จู้หยานนึกอะไรไม่ทราบ จู่ๆก็เปล่งเสียงร้องถามประโยคนี้ขึ้นฉับพลัน
หลินจิงซูถึงกับหันขวับ ภายในใจแอบตื่นตระหนกเล็กน้อย นี่เธอแสดงละครได้ห่วยขนาดนี้เชียวเหรอ?
“ฉันจะโกหกนายไปเพื่ออะไร! ฉันไม่ได้โง่อยากจะตัดอนาคตตัวเองเหมือนนายซะหน่อย!”
เธอเริ่มไม่อยากสืบสานสนทนาประเด็นนี้อีกต่อไปแล้ว สิ้นเสียงพูดจบ หลินจิงซูก็เร่งสับเท้าเพิ่มความเร็ว ตรงดิ่งออกจากรั้วมหาวิทยาลัยไปโดยไม่รอจู้หยาน
วันรุ่งนี้ หลินจิงซูต้องเดินทางไปที่โรงเรียน เพื่อรายงานตัวยืนยันการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยที่เลือกไว้ในครั้งแรก
ในสมัยนี้ที่ระบบทุกอย่างยังทำด้วยมือ ไม่มีแม้กระทั่งคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟนใดๆ ตัวกำหนดอนาคตต่อจากนี้ของทุกชีวิตก็คือ ใบสมัครเข้ามหาวิทยาลัยแผ่นบางๆที่อาจารย์ประจำชั้นเป็นผู้แจกให้
นี่เป็นการตัดสินใจขั้นสุดท้าย นักเรียนทุกคนต่างก็หน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างหนัก สายตาจ้องเขม็งอยู่ที่กระดาษแผ่นบางตรงหน้า พร้อมกับความคิดมากมายสารพัดที่กำลังตีกันมั่วอยู่ภายในหัว
เวลาล่วงเลยผ่านไป ยังไม่มีใครกล้าลงชื่อยืนยันการสมัครเลยแม้แต่คนเดียว
ไม่สิ…มีอยู่หนึ่งคน…
ทันทีที่หลินจิงซูได้รับใบสมัครมา ปลายปากกาของเธอก็แทบตวัดลงชื่อตอบรับภายในพริบตา หลังจากตรวจสอบความถูกต้องอย่างละเอียดแล้ว เธอจึงยื่นส่งเอกสารยืนยันการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยเป็นคนแรกของชั้นทันที
เธอได้ตัดสินใจเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยประจำมณฑล
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







