Masuk128 2-2
ตอนที่ 255 หลินเสวี่ยยังไม่ตาย?
แม้หลินจิงซูจะรู้ตัวดีว่า ในการสอบครั้งนี้ตนเองทำได้ดีเพียงใด แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังดีไม่พอสำหรับเกณฑ์การคัดเลือกของมหาวิทยาลัยชั้นนำในเมืองหลวง
นอกจากนี้แล้ว นับระยะเวลาตั้งแต่ที่เธอกลับชาติมาเกิดใหม่ ไปจนถึงช่วงการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ระยะเวลาทั้งหมดก็เพิ่งจะผ่านไปเพียงแค่หนึ่งปีเท่านั้น
เพิ่งเกิดใหม่ได้แค่ปีเดียว ก็คิดจะเข้าเมืองหลวงแล้วจริงๆน่ะหรือ?
ตัวเธอพร้อมถึงขั้นนั้นแล้วจริงหรือ?
ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ ใช่ว่าเธอจะไม่รู้จักสำเหนียกตัวเอง
การมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงนั้น ยังเร็วเกินไปสำหรับตัวเธอในตอนนี้
ย้อนกลับไปเล็กน้อย ก่อนจะแยกย้ายกับจู้หยาน เธอได้ทิ้งท้ายบอกอีกฝ่ายไปว่า จะกรอกชื่อมหาวิทยาลัยปักกิ่งลงในใบสมัคร ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว เขาเองก็ควรจะต้องกรอกชื่อมหาวิทยาลัยเดียวกันกับเธออย่างแน่นอน
จะปล่อยให้เด็กอัจฉริยะอย่างจู้หยานพลาดพลั้ง เลือกเรียนในมหาวิทยาลัยชนบทแบบนี้ได้อย่างไร หลินจิงซูทำใจยอมรับไม่ไหวจริงๆ
วินาทีเดียวกันนั้น หลินจิงซูก็แอบลังเลสงสัยไม่ได้ และหวังว่าจู้หยานจะเชื่อคำพูดประโยคนั้นของเธอ และเลือกเรียนต่อในมหาวิทยาลัยปักกิ่งอย่างที่เขาสมควรได้รับจริงๆ?
แต่ถึงอย่างนั้น เธอเองก็ไม่เข้าใจจริงๆว่า เหตุใดจู้หยานจึงต้องการเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยชนบทแบบนี้ด้วย? เพียงแค่ต้องการติดตามเธอเท่านั้นจริงๆหรือ?
หรืออาจเพราะร้านชานมไข่มุกในตัวเมืองนั่นรึเปล่า?
แต่ก็ไม่น่าจะใช่ คุณชายผู้ร่ำรวยอย่างจู้หยาน จะมาสนใจธุรกิจเล็กๆแบบนั้นมากกว่าอนาคตของตัวเองได้อย่างไรกัน?
หลินจิงซูยืนถือกล่องของขวัญราคาแพงที่จู้หยานซื้อให้ตนเองไว้ในมือ จ้องมองครั้งแล้วครั้งเล่า และอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ การได้คบเพื่อนที่มีฐานะร่ำรวยอย่างจู้หยาน นับเป็นเรื่องที่ทั้งดีและแย่ในเวลาเดียวกัน
แน่นอน การได้รับของขวัญที่มีราคาสูงขนาดนี้ ย่อมเป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย แต่ตอนที่ได้มานั้น ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าเธอเองก็รู้สึกมีความสุข แต่ในยามที่ต้องซื้อของขวัญคืนให้ ยามนั้นล่ะที่เธอค่อนข้างเป็นกังวล
ของขวัญที่ต้องซื้อคืนให้ย่อมต้องมีมูลค่าที่ใกล้เคียงหรือเท่าเทียมกัน นี่นับเป็นมารยาทขั้นพื้นฐานก็ว่าได้ ซึ่งหมายความว่า เมื่อใดที่ถึงวันเกิดของจู้หยาน ตัวเธอย่อมต้องจ่ายเงินหลายพันหยวนตอบแทนเขากลับคืนเช่นกัน
นึกถึงภาพเงินกว่าหลายพันหยวนที่ต้องลอยหายวับไป หลินจิงซูก็แทบใจแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ
ทว่าโชคยังดี ที่ร้านชานมไข่มุกของเธอตอนนี้สามารถทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ เธอจึงไม่ได้รู้สึกเจ็บตัวเท่าไหร่นัก
เดินทางมาคราวนี้ ถึงเวลาที่เธอต้องกลับหมู่บ้านชนบทในผิงเฉิงพร้อมกับติงเสวี่ยเหม่ยแล้ว และร้านชานมไข่มุกก็จำเป็นต้องมีคนอยู่เฝ้าดูแล หน้าที่นี้จึงต้องตกเป็นของเฉินเฉวียนเย่ไป
ขณะที่สองแม่ลูกติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซู กำลังจูงมือกันเดินออกมาจากประตูรั้วโรงเรียนอย่างมีความสุข และเตรียมตัวจะเข้าไปในตลาดเพื่อหาซื้อข้าวของกลับไปฝากผู้เฒ่าติงที่หมู่บ้านติงเจี่ย
ระหว่างนั้น หลินจิงซูพลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงขอแวะไปที่บ้านตระกูลหลิน เพื่อต้องการสะสางธุระบางอย่างก่อนสักเล็กน้อย
ใช่แล้ว ถึงเวลาทวงโฉนดบ้านกลับคืน!
หากยึดตามช่วงเวลาในชาติก่อนหน้า แผนการเวนคืนที่ดินของภาครัฐ น่าจะกำลังเริ่มดำเนินการแล้วในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
ทันทีที่ทั้งสองไปถึงบ้านตระกูลหลิน ภาพแรกที่พวกเธอพบเห็นก็คือ อดีตคนรู้จักกลุ่มหนึ่ง
“นั่นมัน…หลินเสวี่ยไม่ใช่เหรอ?”
หลินจิงซูชะงักหยุดไปชั่วขณะหนึ่ง ดวงตาเบิกตากว้างถลึงมองอย่างไม่อยากจะเชื่อ
เธอมองไม่ผิดจริงๆ คนกลุ่มนั้นที่ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าก็คือ หลินเสวี่ย อู๋ซิ่วเหลียนแล้วก็หลินชิงอี้
“นี่เธอยังไม่ตายงั้นเหรอ?”
ติงเสวี่ยเหม่ยเองก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน
หลังจากหลินเสวี่ยถูกทางกระทรวงศึกษาตัดสินโทษสถานหนักเกี่ยวกับการโกงข้อสอบในครั้งนั้น เธอก็ตกสู่สภาวะสิ้นหวังมืดแปดด้าน เกิดอาการหลงผิดชั่วขณะ และตัดสินใจคิดสั้นไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย
แต่นับว่าโชคยังดีมาก ที่บริเวณนั้นมีเรือลำหนึ่งแล่นผ่านมาพอดี และได้ช่วยชีวิตเธอไว้ พาตัวเธอขึ้นจากน้ำได้ทันท่วงที
“หลินเสวี่ย”
หลินจิงซูไม่มีทางเลือกอื่น เธอจงใจตบเท้าเข้าประจันหน้ากับคนทั้งสามอย่างเด็ดเดี่ยว
ทันทีที่ได้ยินสุ้มเสียงนี้เข้า ทั้งสามคนต่างก็สะดุ้งตกใจฉับพลัน
“หลินจิงซู! ทั้งหมดเป็นเพราะแก! นังสารเลว! นังผู้หญิงชั้นต่ำ! แกทำให้ฉันสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้!!!”
ทันทีที่พบหน้าหลินจิงซู หลินเสวี่ยก็ถึงกับโกรธจนตัวสั่น
วินาทีนั้นเอง เธอแทบจะกระโจนเข้าใส่หลินจิงซูหวังฆ่าแกงกันให้ตายไปข้าง แต่เป็นหลินชิงอี้ที่หยุดเอาไว้ได้ทัน
“พี่เสวี่ย ยังไม่ตายๆไปอีกเหรอ? หรือแม้แต่นรกยังรังเกียจ?”
หลินจิงซูเอียงศีรษะเล็กน้อยขณะเอ่ยถาม แสร้งทำสีหน้าท่าทางให้ดูไร้เดียงสา
หลินเสวี่ยเห็นแล้วก็ยิ่งอาฆาตแค้นพยาบาทอย่างมาก จ้องมองอีกฝ่ายเขม็งด้วยดวงตาแดงก่ำ หากไม่ใช่เพราหลินชิงอี้ห้ามปรามเอาไว้เสียก่อน เกรงว่าคงต้องมีการเปิดศึกเสียเลือดเสียเนื้อกันไปข้างอย่างแน่นอน!
“พ่อคะ นี่เราไม่ได้พบหน้ากันนานขนาดไหนแล้วเหรอคะ? เจอกันทั้งที แต่ทำไมพ่อถึงดูไม่ค่อยดีใจเท่าไหร่เลยล่ะคะ?”
หลินจิงซูกระหยิ่มยิ้ม จงใจกระแทกเสียงถากถางใส่อีกฝ่าย สายตาเฉี่ยวคมมองปะทะกับหลินชิงอี้อย่างไม่สะทกสะท้าน
“แอบไปทำอะไรผิดมารึเปล่าคะ? ดูเหมือนว่าพ่อมีเรื่องที่ควรจะต้องขอโทษหนูอยู่ไม่ใช่เหรอคะ?”
สีหน้าท่าทางของหลินชิงอี้แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว พ่นเสียงเย็นชาตอบกลับเพียงสั้นๆว่า
“ฉันไปทำอะไรผิด? ทำไมจะต้องขอโทษแก?”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







