Home / โรแมนติก / ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90 / ตอนที่ 259 อายุปูนนี้แล้วยังไม่แต่งงานอีกเหรอ?

Share

ตอนที่ 259 อายุปูนนี้แล้วยังไม่แต่งงานอีกเหรอ?

Author: Chawin
last update Last Updated: 2026-02-12 15:06:15

130 2-2

            ตอนที่ 259 อายุปูนนี้แล้วยังไม่แต่งงานอีกเหรอ?

            เสร็จจากห้องสอบสวน หลินชิงอี้ก็ถูกปล่อยตัวออกมาในที่สุด ขณะเดินคอตกก้าวลงบันไดไปพร้อมความเศร้าสลดอยู่นั้น เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูเข้าพอดี ทั้งสองคนกำลังยืนหัวเราะคิกคักกันอย่างมีความสุขอยู่ ฝีเท้าคู่นั้นของเขาหยุดชะงักทันที ใบหน้าเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวอัปลักษณ์เปี่ยมไปด้วยโทสะแทน

            “สารเลว! ฉันคิดไว้อยู่แล้วเชียว ทำไมตอนที่โฉนดหายแรกๆ พวกแกสองคนถึงได้ไม่กระโตกกระตากกันเลย ที่แท้ก็รอจังหวะเอาคืนกันอยู่นี่เอง! เล่นสกปรก! ทุเรศสิ้นดี!!”

            หลินชิงอี้ถลึงตาจนแทบถลน จ้องมองแม่ลูกคู่นั้นด้วยความเคียดแค้นอาฆาต

            หลินจิงซูปั้นหน้ารับบทลูกสาวผู้ไร้เดียงสา เอ่ยตอบยิ้มๆว่า

            “พ่อพูดอะไรเหรอคะ? หนูไม่เห็นเข้าใจเลย พวกคุณตำรวจต่างก็พูดว่า พ่อแอบย่องเข้าไปขโมยโฉนดบ้านกลางดึก นี่เรื่องจริงรึเปล่าคะ? ถ้าจะทำตัวขี้ขลาดแบบนี้ ทำไมไม่ลองไปใส่กระโปรงดูบ้างล่ะคะ อาจจะเข้ากันกับพ่อได้ดีกว่า?”

            สายตาเดือดดาลคู่นั้นจ้องมองโฉนดในมือของหลินจิงซูเขม็ง ราวกับจะพยายามคิดหาวิธีแย่งชิงมันกลับคืนมาให้ได้

            หลินจิงซูแอบมีลางสังหรณ์เล็กๆ จึงรีบก้าวเท้าถอยออกมาเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มเย้ยและพูดขึ้นว่า

            “นี่ขนาดอยู่ในสถานีตำรวจนะคะ ยังคิดจะขโมยไปอีกเหรอ? สันดานไม่ต่างจากพวกจัณฑาลเลยจริงๆ!”

            ถูกอีกฝ่ายอ่านความคิดออกเช่นนี้ หลินชิงอี้ได้แต่กัดฟันกรอด และเดินหนีไปภายใต้อารมณ์ขุ่นมัวระคนเดือดดาล

            เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นหลังจากนี้ ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่โจว เขาได้พาหลินจิงซูและแม่เดินทางไปที่สำนักงานเขตด้วยกัน เพื่อลงนามในสัญญาเวนคืนที่ดินจนเสร็จสรรพทุกกระบวนการ

            สงครามแย่งชิงโฉนดบ้านเป็นอันยุติลงด้วยประการฉะนี้

            ถึงคราวที่หลินจิงซูได้ปลดปล่อยหินก้อนใหญ่ให้หลุดพ้นจากหัวใจของเธอไปเสียที

            สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในเวลานี้ก็คือ การรอคอยผลการยื่นสมัครเข้ามหาวิทยาลัยที่เลือกไว้ ตามระยะเวลาที่กระทรวงศึกษากำหนด ถัดจากวันนี้อีกสองเดือนเป็นอันได้รู้กัน และระหว่างนั้น เธอก็ดำเนินธุรกิจชานมไข่มุกต่อไป

            หากไม่ใช่เพราะผู้เฒ่าติงอาศัยอยู่ที่นี่ ทั้งเธอและติงเสวี่ยเหม่ยย่อมไม่มีวันกลับมาที่หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ให้เสียเวลาเปล่าอย่างแน่นอน

            ทันทีที่ลงนามสัญญาการเวนคืนที่ดินเรียบร้อยแล้ว หลินชิงซูและติงเสวี่ยเหม่ยก็อาสามาส่งเจ้าหน้าที่โจวถึงบ้าน และถือโอกาสเยี่ยมเยียนจางหลานไปด้วยพร้อมกัน สองแม่ลูกต่างคนต่างช่วยกันต่อบทสนทนากันไฟลุก บอกเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้อีกฝ่ายฟังอย่างถึงพริกถึงขิง อีกทั้งยังรายงานภาพรวมของธุรกิจชานมไข่มุกในเวลานี้ให้ฟังหลังจากนั้นด้วย คล้อยหลังแยกย้าย สองแม่ลูกก็รีบเร่งกลับเข้าตัวเมืองหลัก เพื่อดูแลกิจการร้านชานมไข่มุกชนิดไม่มีวันหยุดพักต่อ

            จู้หยานเองก็เพิ่งกลับไปเมืองหลวงเช่นกัน จึงเหลือเพียงเฉินเฉวียนเย่หัวเดียวกระเทียมลีบ เขาเฝ้าร้านชานมไข่มุกเพียงลำพังผู้เดียว จึงจำต้องวิ่งวุ่นหัวปั่นตลอดทั้งวันไม่หยุด

            นับว่าโชคยังดีที่ช่วงนี้เป็นวันหยุดพักร้อนยาวประจำปีของประเทศจีน ทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆทั่วประเทศก็พร้อมใจกันหยุดเช่นเดียวกัน ส่งผลให้จำนวนลูกค้าค่อนข้างน้อยกว่าปกติ ไม่เช่นนั้น เฉินเฉวียนเย่คงไม่สามารถรับมือทุกอย่างเพียงลำพังผู้เดียวได้อย่างแน่นอน

            “โอ้สวรรค์! ในที่สุดก็กลับมากันแล้ว! ฉันวิ่งวุ่นจนขาแทบขวิดหมดแล้ว! เห้ออ…เหนื่อยกว่าตอนทรมานพวกลูกหนี้ซะอีก!”

            ทันทีที่เฉินเฉวียนเย่เห็นสองแม่ลูกกลับมาถึง เขาก็รู้สึกราวกับค้นพบทางรอดที่สวรรค์ส่งมา

            “จิงซู จะว่าไปแล้ว เธอนี่เลือกทำเลร้านได้เก่งจริงๆเลยนะ ขนาดเป็นช่วงมหาวิทยาลัยหยุดยาวแท้ๆ แต่ก็ยังมีผู้คนสัญจรผ่านไปมาตั้งมากมาย ตอนแรกที่จู้หยานยังไม่มา ฉันยุ่งจนแทบไม่ได้พักหายใจด้วยซ้ำ!”

            หลินจิงซูก้าวเท้าเข้าไปหา ยกมือขึ้นตบไหล่เฉินเฉวียนเย่เบาๆสองสามที พร้อมกับพูดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจว่า

            “พ่อเฉินคะ ตลอดสองวันที่ผ่านมานี้ ทำได้ยอดเยี่ยมไร้ที่ติเลยค่ะ! เย็นนี้หนูคงต้องเลี้ยงข้าวมื้อใหญ่เป็นการตอบแทนสักเที่ยวแล้วล่ะ!”        

            “โห! จริงเหรอครับนี่? ขอบคุณลูกพี่หลินมากเลยนะครับที่จะเลี้ยงข้าวผม!”

            เฉินเฉวียนเย่พูดหยอกเย้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

            แต่ถึงจะพูดออกไปแบบนั้น ทว่าตลอดช่วงเย็น ทั้งสามกลับเสมือนถูกขังให้อยู่แต่ในร้าน ต่างคนต่างวิ่งวุ่นช่วยกันคนละไม้ละมืออย่างขยันแข็งขัน ต่อสู้กับกระแสลูกค้าที่หลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย

            ผ่านไปอีกหนึ่งวัน ในที่สุดก็ได้ปิดร้านเสียที

            จริงอยู่หากจะพูดว่า คนเราเกิดมาเพื่อหาเงิน แต่ระหว่างทาง ก็ต้องหัดมีความสุขให้เป็นบ้าง

            หลินจิงซูหยิบฉวยธนบัตรจำนวนหนึ่งออกมาจากปึกใหญ่ แล้วเอ่ยชักชวนเฉินเฉวียนเย่และติงเสวี่ยเหม่ยไปทานสเต็กในภัตตาคารหรูด้วยกัน

            นี่นับเป็นครั้งแรกกับการกินสเต็กในชีวิตของติงเสวี่ยเหม่ยก็ว่าได้ ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในภัตตาคาร เธอก็ได้แต่ยืนเก้ๆกังๆทำตัวไม่ถูก ค่อยๆเหลียวซ้ายมองขวาอย่างเชื่องช้าด้วยความรู้สึกประหม่า

            “แม่คะ เดี๋ยวหนูสอนวิธีใช้มีดกับส้อมหั่นสเต็กให้เองค่ะ ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องเกร็ง…”

            แอบสังเกตเห็นร่องรอยความประหม่าระคนสับสนปรากฏอยู่ทั่วใบหน้าของผู้เป็นแม่ หลินจิงซูจึงรีบกระซิบปลอมประโลมทันที

            เมื่อได้ยินเช่นนั้น ติงเสวี่ยเหม่ยก็หันขวับทันที เพ่งมองลูกสาวด้วยความประหลาดใจยิ่ง และอดที่จะเอ่ยถามออกมาไม่ได้ว่า

            “ซูซู ลูก…ลูกเคยกินสเต็กมาก่อนเหรอ?”

            หลินจิงซูแทบสะดุ้ง เพราะเพิ่งนึกได้ว่าตนเองในอายุ 18 ปีนั้น ยังไม่เคยทานสเต็กเช่นกัน และนี่นับเป็นครั้งแรกที่เธอจะได้สัมผัสอาหารจานหรูไปพร้อมกับติงเสวี่ยเหม่ย

            “เอ่อ…หนู…หนูเคยกินมาแล้วครั้งหนึ่งค่ะแม่ ตอนนั้นจู้หยานเป็นคนชวนไปกินค่ะ”

             หลินจิงซูรีบโกหกหาเหตุผลกลบเกลื่อนทันที

            เวลานี้ เฉินเฉวียนเย่เอาแต่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา จัดการหั่นสเต็กในจานให้เป็นชิ้นพอดีคำส่งให้ติงเสวี่ยเหม่ย

            “ไม่ต้องลำบากหรอกครับ เดี๋ยวผมหั่นให้ทานเอง”

            หลินจิงซูส่งสายตาเจ้าเล่ห์เหลือบมองเฉินเฉวียนเย่อย่างอดไม่ได้ ในใจได้แต่แอบคิดว่า

            ‘ลูกพี่เฉินคนนี้ไม่เลวเลยจริงๆ ไม่เลวๆ! เรื่องบริการมัดใจสาวคงต้องยกให้เขาเป็นที่หนึ่ง!’

            “พ่อเฉินคะ อายุปูนนี้แล้ว ทำไมถึงยังไม่แต่งงานมีครอบครัวสักทีล่ะคะ?”

            หลินจิงซูเอ่ยถามไปพลาง มือก็หั่นสเต็กไปพลาง

            “เจ้าเด็กบ้า อายุปูนนี้งั้นเหรอ? เราน่ะอายุแค่ 18เองนะสาวน้อย ทำพูดจาอย่างกับคนเฒ่าคนแก่ไปได้! อีกอย่าง…ปีนี้ฉันเพิ่งจะ 36 เอง ค่อยๆดูไปก่อน…”

            เห็นชัดว่า เฉินเฉวียนเย่ดูไม่ค่อยพอใจกับคำพูดคำจาของหลินจิงซูเท่าไหร่นัก ก็อย่างว่า ปล่อยให้เด็กสาวรุ่นลูกมาพูดคุยเรื่องแต่งงานแบบนี้ ใครได้ฟังก็ต้องรู้สึกขัดหูเป็นธรรมดานั่นล่ะ!

            แต่ที่สาวน้อยคนนี้พูดมาก็จริง ปีนี้อายุของฉันก็ปาเข้าไปตั้งสามสิบหกแล้ว ทำไมฉันถึงยังไม่แต่งงานแต่งการมีครอบครัวสักทีนะ…

            พูดแล้วก็เศร้าใจ!

            “อ้าว? อย่าเพิ่งน้อยใจไปสิคะ! หนูขอโทษ หนูขอโทษ! สัญญาว่าจะไม่พูดเรื่องนี้อีกแล้วค่ะ คืนดีกันนะคะพ่อเฉิน!”

            เห็นเฉินเฉวียนเย่หั่นสเต็กอยู่ดีๆ จู่ๆกลับคอตกท่าทางหงอยเหงาแบบนี้ เธอจึงเร่งเกี่ยวก้อยขอคืนดีอย่างรวดเร็ว!

            หลินจิงซูยังยิ้มและพูดให้กำลังใจอีกว่า

            “พ่อเฉินน่ะทั้งใจดีแล้วก็มีเสน่ห์ มิหนำซ้ำยังมีภาวะผู้นำสามารถพึ่งพาได้อีกด้วย รู้มั้ยคะว่า สาวๆน่ะชอบผู้ชายแบบนี้เป็นที่สุดเลยล่ะ!”

            “จะ…จริงเหรอ?”

            เฉินเฉวียนเย่แอบเหลือบมองติงเสวี่ยเหม่ยโดยไม่รู้ตัว สายตาทั้งคู่ของเขาและเธอต่างสบประสานกันกลางอากาศอย่างไม่ตั้งใจ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status