LOGIN131 1-2
ตอนที่ 260 ติงจู้ฮั่วมาแล้ว!
ติงเสวี่ยเหม่ยรีบก้มหน้าเก็บตา เอาแต่จ้องมองชิ้นสเต็กหอนกรุ่นในจานตรงหน้าจนเย็นชืด
“ฉัน…ฉันไม่ได้ชอบพวกสาวๆซะหน่อย แต่ถ้าเป็นผู้หญิงที่อายุใกล้เคียงกันก็คงจะดี…”
เฉินเฉวียนเย่เองก็เขินจนตัวบิดไม่ต่างกัน และจู่ๆก็เปล่งเสียงเอ่ยประโยคนี้ขึ้น
หลินจิงซูเม้มปากพยายามหุบยิ้มแทบไม่อยู่ และขอหยุดดำเนินบทสนทนาไว้แต่เพียงเท่านี้
ในศตวรรษที่ 21 มีผู้คนจำนวนมากมายที่ครองสถานะโสดไปจนวันตาย อาจเพราะด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนไปก็ดี เพราะแนวคิดสมัยใหม่ก็ดี หรือเพราะปัจจัยอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายก็ดี จนอาจพูดได้ว่าอัตราส่วนของประชากรที่แต่งงานมีครอบครัวกับคนโสดนั้น แทบจะสูสีกันชนิดครึ่งต่อครึ่ง อย่างตัวเธอเองเมื่อชาติก่อนเป็นต้น ก็เลือกที่จะไม่แต่งงานเช่นกัน
ตรงกันข้าม ในช่วงปี 1990 นี้ ผู้ใหญ่ที่อายุอานามเลยเลขสามไปแล้วแต่ยังไม่แต่งงาน จัดว่าเป็นคนกลุ่มน้อยในสังคมเลยก็ว่าได้
ภายหลังรับประทานอาหารเสร็จ ทั้งสามก็เดินเที่ยวเล่นในใจกลางเมืองต่อ
ระหว่างทางได้เดินผ่านร้านแฟชั่นแห่งหนึ่ง ติงเสวี่ยเหม่ยต้องตาถูกใจเสื้อสวยตัวหนึ่งเข้า แต่ราคาค่อนข้างสูงเกินไปหน่อย เธอจึงเริ่มปริปากขอต่อราคา ทว่ากลับถูกเจ้าของร้านพูดจาดูถูกใส่แทน
“ถ้าไม่มีปัญญาจะซื้อก็ออกไป คนแถวนี้ใครๆก็ว่าเสื้อผ้าร้านฉันถูกกันทั้งนั้น!”
แม่ค้าสาวกวาดตามองติงเสวี่ยเหม่ยตั้งแต่หัวจรดเท้า มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่า คนอย่างเธอไม่มีปัญญาจะซื้ออย่างแน่นอน
“นี่คุณพูดจาแบบนี้กับลูกค้าได้ยังไง?”
เฉินเฉวียนเย่เคลื่อนไหวออกหน้าฉับไวเสียยิ่งกว่าหลินจิงซู ขึ้นเสียงกระแทกใส่อย่างไม่เป็นมิตร
คนทำอาชีพค้าขายมีหรือจะไม่เคยพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน? ยิ่งเธอคนนี้ดูเป็นแม่ค้าปากจัดกล้าท้าชน มีหรือจะเกรงกลัวเสียงข่มขู่ของผู้ชาย?
เห็นเหตุการณ์เช่นนี้เข้า หลินจิงซูก็อดนึกถึงยุคสมัยที่ตนเคยอยู่มาไม่ได้ ทั้งความเจริญทางด้านเทคโนโลยีและการค้า ล้วนแล้วแต่ร้อนแรงสุดขีดในยุคศตวรรษที่ 21
คนที่ต้องงอนง้อชนิดแทบกราบเท้ากลับเป็นฝ่ายแม่ค้า ลูกค้าเปรียบดั่งพระเจ้าอย่างแท้จริง และที่สำคัญที่สุด การช็อปปิ้งซื้อสินค้าไม่จำเป็นต้องออกจากบ้านด้วยซ้ำไป เพียงแค่เปิดมือถือขึ้นมาถูไถ เงินในกระเป๋าก็ลอยสะพัดออกไปกว่าหลายพันหยวนแล้ว!
ในยุคที่การตลาดเข้าสู่รูปแบบออนไลน์อย่างเต็มตัว สนามแข่งขันของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายกลับไม่ใช่บนท้องตลาดอีกต่อไป แต่เป็นสงครามดึงดูดลูกค้าในหน้าจอมือถือที่เรียกว่า ‘การไลฟ์สด’ ที่เรียกได้ว่าทั้งดุเดือดและเข้มข้นเสียยิ่งกว่าการค้าขายในยุคสมัยนี้ไม่รู้กี่ร้อยเท่า!
พวกแม่ค้าหัวสูงดูถูกดูแคลนลูกค้าแบบนี้น่ะเหรอ? อย่าว่าแต่จะไม่มีใครซื้อของเลย มีหวังถูกเอาไปแปะประจานคว่ำบาตรใส่ชนิดไม่เหลือที่ยืนในสังคมเลยทีเดียว!
“พี่รอง? จิงซู?”
ชั่วอึดใจเดียวกัน น้ำเสียงทรงเสน่ห์ชวนลุ่มหลงของชายหนุ่มคนหนึ่งก็เปล่งดังขึ้น ฉุดดึงหลินจิงซูให้หลุดจากภวังค์ความคิดของตนเอง
หลินจิงซูและติงเสวี่ยเหม่ยชะโงกศีรษะหันหาต้นเสียงแทบจะพร้อมเพรียงกัน ปรากฏชายหญิงคู่หนึ่งกำลังยืนอยู่หน้าประตูร้านแฟชั่น
หลินจิงซูหรี่ตาเพ่งพินิจมองอย่างละเอียด
ที่แท้ชายหนุ่มคนนั้นกลับไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นติงจู้ฮั่ว!
“เสี่ยวฮั่ว ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”
ติงเสวี่ยเหม่ยแอบประหลาดใจระคนตื่นเต้นเล็กน้อย
“พี่รองนั่นล่ะ ทำไมถึงอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”
ติงจู้ฮั่วเผยแสดงทีท่าประหลาดใจไม่ต่าง
…..
จะให้ยืนหัวโด่รำลึกความหลังในร้านแฟชั่นก็เกรงว่าไม่ควร ทั้งหมดจึงตกลงจะไปนั่งที่ร้านกาแฟ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนสารทุกสุขดิบของกันและกันหน่อย
ก่อนจากลาติงเสวี่ยเหม่ยย่อมไม่ลืม เธอหยิบธนบัตรสองใบโยนให้แม่ค้าสาวคนนั้นอย่างลวกๆ ก่อนจะเดินเชิดหน้าออกจากร้านไปพร้อมกับเสื้อตัวสวยในมือ
มาถึงร้านกาแฟ ติงเสวี่ยเหม่ยจึงเริ่มเล่าย้อนเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นทั้งหมดในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาให้ติงจู้ฮั่วฟังอย่างย่อๆ ที่สำคัญยังบอกด้วยว่า ในตอนนี้ เธอกับลูกสาวกำลังเปิดธุรกิจชานมไข่มุกที่ตัวเมืองหลัก และกิจการก็กำลังไปได้สวยอีกด้วย
ติงจู้ฮั่วหน้าถอดสีสลับขาวดำอยู่หลายรอบ ใจหวิวขึ้นลงคล้อยตามคำบรรยายในแต่ละช่วงที่รับฟัง
เขาเคยนึกเคยฝันที่ไหนกันว่า ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา จะเกิดเหตุการณ์ระทึกใจมากมายเพียงนี้ขึ้นกับชีวิตของสองแม่ลูก!
และที่สำคัญที่สุด พี่รองของเขาได้หย่าขาดกับสามีแล้วจริงๆ!
ในยุคสมัยเช่นนี้ การหย่าร้างนับเป็นเรื่องน่าอัปยศอย่างที่สุด!
“แล้วคุณอาล่ะคะเป็นยังไงบ้าง? งานในคณะละครสัตว์สนุกดีมั้ย?”
หลินจิงซูเอ่ยถามแทรกขึ้น และเมื่อเห็นว่าแข้งขาของติงจู้ฮั่วยังแข็งแรงดี เธอก็รู้สึกโล่งใจอย่างมากเช่นกัน
โชคดีเพียงใดที่เธอสามารถคลี่คลายปมปัญหาระหว่างเขากับเฉินเฉวียนเย่ได้ทันท่วงที มิฉะนั้น คงเป็นการยากเช่นกันที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้ชะตากรรมของเขาต้องเป็นอย่างชาติก่อน
“จิงซูน้อยน่ารักของอา! นี่เรา…สวยขึ้นรึเปล่าเนี่ย? เด็กอะไรยิ่งโตยิ่งสวย!”
ติงจู้ฮั่วบีบขยี้แก้มนุ่มนิ่มของหลินจิงซูเล่นตามประสา เห็นหลานสาวร่าเริงสดใสเช่นนี้ ตัวเขาเองก็รู้สึกมีความสุขอย่างยิ่งยวด
ความจริงแล้ว เมื่อติงเสวี่ยเหม่ยและหลินจิงซูย้ายมาอยู่ในตัวเมือง ทั้งสองก็ได้ตั้งใจไว้ว่า จะแวะเวียนไปที่คณะละครสัตว์สักเที่ยวเพื่อตามหาติงจู้ฮั่ว ทว่าสถานการณ์ในตอนนี้ แค่เรื่องดูแลธุรกิจชานมไข่มุกก็วุ่นวายสาหัสจนเต็มกลืนแล้ว กระทั่งเวลาจะพักหายใจหายคอยังแทบไม่มี สิ่งที่เรียกว่า ‘วันหยุด’ นั้น โปรดอย่าได้ฝัน!
แต่เริ่มเดิมที สองแม่ลูกตั้งใจจะใช้สิทธิ์ลาหยุดทั้งสองวันนี้ให้คุ้มค่าที่สุด โดยตั้งใจจะแบ่งเวลาส่วนหนึ่งเพื่อออกไปตามหาติงจู้ฮั่วที่คณะละครสัตว์เช่นกัน ทว่าใครจะไปคาดคิด ในวินาทีสุดท้ายของวัน พวกเธอกลับพบเจอเขาเข้าโดยบังเอิญ!
“เดี๋ยวนะ แล้วนี่…”
พูดคุยกันมาจนถึงตอนนี้ ติงจู้ฮั่วก็เพิ่งจะรู้สึกตัวได้ เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเฉินเฉวียนเย่เข้าเท่านั้น เขาก็ถึงกับเอ่ยปากถามด้วยเสียงตะกุกตะกักทันที
หลินจิงซูเม้มปากแอบอมยิ้ม พร้อมกับพูดเตือนสติอีกฝ่ายว่า
“คุณอาเคยใช้กระสอบอาหารไก่ทุบตีเขายังไงล่ะ จำไม่ได้แล้วเหรอคะ? ก็เขานั่นล่ะ”
เฉินเฉวียนเย่กอดอกนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น ส่งสายตาค้อนให้กับติงจู้ฮั่วอย่างขุ่นเคืองเล็กน้อย
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







