เข้าสู่ระบบ135 2-2
ตอนที่ 269 ศึกษาต่อต่างประเทศ
เธออยากจะบุกไปหาประธานกระทรวงสาขาภูมิภาคด้วยซ้ำไป แต่ติดอยู่เพียงอย่างเดียว เธอไม่สามารถผ่านประตูเข้าไปถึงตัวอีกฝ่ายได้ และคงถูกเจ้าหน้าที่คนอื่นๆไล่ออกไปเสียก่อน
อีกเพียงครึ่งเดือนเท่านั้น ภาคเรียนใหม่ก็กำลังจะเปิดขึ้นในอีกไม่ช้าแล้ว
หลินจิงซูรู้สึกราวกับถูกหักอก และในเวลานี้เอง เธอก็ได้ตระหนักอย่างแจ่มแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ภาครัฐล้วนพึ่งพาไม่ได้จริงๆ!
ในระหว่างนี้ เธอจึงเริ่มครุ่นคิดวางแผนถึงเส้นทางอนาคตต่อจากนี้อีกครั้ง
เพราะทุกอย่างไม่ราบรื่น บางครั้งล้มเหลว บางครั้งสมหวัง นี่จึงเรียกว่า ‘ชีวิต’ และในเมื่ออุปสรรคครั้งนี้เป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถข้ามฝ่าไปได้ ตัวเลือกที่ฉลาดที่สุดก็คือการ ‘ถอย’
เพียงแค่ถอยและไปเส้นทางอื่น
เส้นทางชีวิตไม่เคยมีทางเดียวเสมอ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเองก็เช่นกัน
มองความเป็นจริงกับสิ่งที่มีอยู่ในมือตอนนี้ เธอควรทุ่มสุดตัวให้กับธุรกิจตรงหน้า แม้ว่าเธอจะไม่มีโอกาสได้เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย แต่เธอก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข พร้อมกับทำเงินจากธุรกิจไปด้วยได้
และถ้าวันหนึ่งทุกอย่างพร้อมสรรพ เธออาจตัดสินใจบินไปเรียนต่อที่ต่างประเทศก็ได้
พูดถึงเรื่องนี้ก็ชวนให้คิดต่อ ค่าเล่าเรียนในต่างประเทศมีต้นทุนที่สูงมาก เงินเพียงแค่หลักหมื่นหยวนบอกได้เลยว่า ไม่เพียงพออย่างแน่นอน
ปัจจัยอื่นๆก็ยังไม่พร้อมอีกด้วย
เพราะหากต้องบินออกนอกประเทศในเวลานี้ เธอก็จะไม่สามารถดูแลธุรกิจชานมไข่มุกไปพร้อมๆกันได้
“จะว่าไป เมื่อไหร่จู้หยานจะกลับมาผิงเฉิงนะ? ได้ข่าวมหาวิทยาลัยใกล้จะเปิดภาคเรียนแล้วไม่ใช่เหรอ?”
เฉินเฉวียนเย่ยกนิ้วขึ้นนับวันไปมา พร้อมกับเอ่ยถามหลินจิงซูด้วยความสงสัย
ตั้งแต่ที่ทั้งคู่กลับถึงตัวเมืองหลักในวันนั้น จู้หยานอยู่ช่วยงานในร้านชานมไข่มุกได้เพียงแค่ไม่กี่วัน จู่ๆก็บอกว่า มีธุระด่วนต้องรีบกลับเมืองหลวงกะทันหัน แล้วก็จัดการตีตั๋วโดยสารรถไฟกลับไปทันทีในชั่วข้ามคืน
นับตั้งแต่วันนั้น เวลาก็ล่วงเลยมาเกือบหนึ่งเดือนเต็มแล้วที่จู้หยานกลับไปเมืองหลวง
และในช่วงเวลาดังกล่าว เธอกับเขาก็ไม่ได้ติดต่อใดๆกันเลย
ย้อนกลับไปเล็กน้อย เมื่อหลินจิงซูได้รู้ว่า แท้ที่จริงแล้วจู้หยานได้เลือกเรียนที่มหาวิทยาลัยประจำมณฑลแห่งนี้แทน เธอก็ได้แต่ยกมือก่ายหน้าผากไม่รู้จะด่าว่าเขาอย่างไรดี
ความรู้สึกในใจของเธอตอนนั้นปะปนกันมั่วไปหมด ทั้งตกใจ เสียใจและมึนงงจนทำอะไรไม่ถูก อีกทั้งยังแอบรู้สึก…มีความสุขเล็กๆด้วย
“จู้หยาน นายจะกลับจากเมืองหลวงเมื่อไหร่เหรอ? อีกหนึ่งอาทิตย์มหาวิทยาลัยก็จะเปิดแล้วนะ”
เป็นครั้งแรกในรอบเดือนที่หลินจิงซูโทรติดต่อไปหาจู้หยาน
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า ทว่าปฏิกิริยาจากปลายสายกลับดูแปลกไปจากปกติ
“ผมคงไม่กลับไปที่ผิงเฉิงแล้วล่ะ คุณย่าให้ผมไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ…”
เสียงนุ่มทุ้มลึกของจู้หยานแหบพร่าดังผ่านปลายสาย เสมือนมีฟ้าผ่าลงกลางใจของหลินจิงซู เธอได้แต่ตะลึงงันจนเนื้อตัวแข็งทื่อ
“อะ-อะไรนะ? นายว่ายังไงนะ?”
หลินจิงซูแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เอ่ยถามเสียงติดอ่างอยู่หลายคำ
“ทำไมถึงได้กะทันหันแบบนี้ล่ะ?”
“ผมขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณ”
จู้หยานเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยแหบพร่ามากขึ้น
“ไม่เห็นจะต้องเศร้าไปเลย ฉันแค่รู้สึกว่าทุกอย่างมันดูกะทันหันเกินไปหน่อยก็เท่านั้นเอง… แต่ก็ดีแล้วล่ะ ตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศแบบนี้ดีแล้ว จนทนเรียนในมหาวิทยาลัยบ้านนอกให้ได้อะไรขึ้นมา ฉันยินดีด้วยนะ…”
ประโยคหลังจากนั้น หลินจิงซูก็มีแต่คำอวยพรดีๆมอบให้อีกฝ่ายมากมาย ทว่าภายในใจของเธอกลับสับสนไร้ทิศทาง อธิบายความรู้สึกตอนนี้ออกมาเป็นคำพูดยังแทบไม่ได้
แน่นอนว่าเธอต้องมีความสุขกับเส้นทางต่อจากนี้ของเขา แต่อีกใจก็รู้สึกผิดหวังเล็กๆ
เอาเถอะ โดยรวมเธอก็มีความสุขดีล่ะ..หวังว่านะ…
นี่คือสิ่งที่จู้หยานสมควรได้รับแล้ว เพราะแต่ไหนแต่ไร คุณชายอย่างเขาก็ไม่สมควรไปปรากฏตัว และใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านนอกอย่างผิงเฉิงตั้งแต่แรกแล้ว
ตัวเธอเข้าใจดี เข้าใจทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับจู้หยานในตอนนี้
ในที่สุดเขาก็ตาสว่างเสียที และได้เลือกเส้นทางที่ถูกที่ควรแล้ว ความรู้สึกผิดบาปที่สลักอยู่กลางใจของหลินจิงซู ก็เสมือนได้รับการปลดปล่อยไปด้วย
“ไปอยู่ต่างประเทศ อย่าลืมหาเพื่อนดีๆอย่างฉันล่ะ ส่วนเรื่องเงินปันผลจากร้านชานมไข่มุก ฉันจะจ่ายให้นายตรงเวลาแน่นอน ไม่ต้องห่วง…”
หลินจิงซูพยายามพูดทุกอย่างในตอนที่ยังมีโอกาส เพราะเมื่อใดที่จู้หยานบินไปต่างประเทศแล้ว การโทรศัพท์ทางไกลไปที่นั่นก็จะมีราคาที่สูงมาก และเธอก็จะไม่มีโอกาสได้คุยกับเขาอีกแล้ว
“จิงซู”
ทันใดนั้นเอง จู้หยานก็เรียกชื่อของเธอขึ้นขัดจังหวะที่กำลังพูด เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะพูดขึ้นอย่างจริงจังว่า
“เรื่องคะแนนสอบของคุณที่ถูกสวมรอยน่ะ ผม…”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







