เข้าสู่ระบบ135 1-2
ตอนที่ 268 ทางเลือกที่สาม
“อย่า!”
‘ ประกายตาเย็นยะเยือกสาดใส่ หลินจิงซูเร่งหยุดยั้งไม่ปล่อยให้จู้หยานกระโตกกระตากไปมากกว่านี้
เพราะเธอตระหนักดีว่า ต่อให้บุกขึ้นไปเผชิญหน้ากับครูใหญ่ในตอนนี้ ก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
ตราบใดที่ไม่มีแต้มต่อในกำมือ คนธรรมดาสามัญอย่างหลินจิงซู จะมีปัญญาทำอะไรคนพวกนี้ได้อย่างนั้นหรือ? ตรงกันข้าม นี่อาจเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่นแทน
จู้หยานถูกหลินจิงซูฉุดลากออกไปอย่างไม่เต็มใจนัก
“แล้วเราควรทำยังไงดีล่ะ?”
จู้หยานเอ่ยถามด้วยสีหน้าหม่นหมอง เสียงกัดฟันดังกรอดด้วยความคับแค้นใจ
หลินจิงซูส่ายหน้า แม้แต่เธอเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรทำอย่างไรต่อดี
ภายหลังสงบสติอารมณ์ลงได้ ดูเหมือนจะมีความคิดดีๆบางอย่างผุดปรากฏขึ้นในหัวของหลินจิงซู จังหวะนั้น เธอถึงกับแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นฉับพลัน
มิน่าล่ะ เพราะไม่ว่าจะเป็นชาติก่อนหรือชาตินี้ ครูใหญ่ก็ดูจะเอาอกเอาใจเธอเป็นพิเศษ และตลอดเวลาที่ผ่านมา ตัวเธอเองก็มักจะมองครูใหญ่เป็นคนพิเศษที่เข้าใจเธอเสมอมา…
ช่วงเวลาเดียวกันนี้ในชาติก่อนหน้า หลินจิงซูยังจดจำได้แม่นยำ ครูใหญ่ได้พยายามโน้มน้าวเธออย่างเต็มกำลังหลายต่อหลายครั้ง เพื่อให้เธอลองสอบเข้ามหาวิทยาลัย และนั่นก็เป็นไปได้ว่า…ความจริงแล้วตัวเธอในครั้งนั้นก็อาจจะสอบผ่าน เพียงแต่ว่า…
ปรากฏว่า ชะตาชีวิตของเธอได้ถูกกำหนดให้เป็นเหยื่อตั้งแต่แรกแล้ว!!
หลินจิงซู เธอนี่ช่างโง่เง่าจริงๆ ที่เพิ่งจะมารู้ความจริงทุกอย่างในตอนนี้!
เหตุผลเดียวที่ครูใหญ่กล้าชี้ปลายหอกมาที่เธอ นั่นก็เพราะว่าเธอเป็นเพียงเด็กสาวที่ไร้พลังอำนาจและเงินทุนนั่นเอง พื้นฐานครอบครัวจัดว่าธรรมดา ตรงข้ามกับผลการเรียนที่เข้าขั้นดีเยี่ยม และด้วยเหตุนี้…ตัวเธอหลินจิงซู จึงได้กลายเป็นเครื่องทำเงินชั้นยอดอย่างไรล่ะ!
“หึ ก็แค่สำนักงานกระทรวงศึกษาสาขาผิงเฉิงเองไม่ใช่เหรอ? ในเมื่อเจ้าหน้าที่แอบทำเรื่องทุจริตและปกป้องกันเองแบบนี้ ถ้าอย่างนั้น เราก็แค่รายงานเรื่องนี้ให้ทางกระทรวงศึกษาสาขาภูมิภาครู้!”
จู้หยานเค้นเสียงเข้มกระแทกใส่อย่างไร้ปราณี เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้เขาโกรธมากจริงๆ
หลินจิงซูถึงกับตะลึงงัน
รายงานเรื่องนี้ไปทางกระทรวงศึกษาสาขาภูมิภาคงั้นเหรอ?
แล้วเจ้าหน้าที่พวกนั้นจะเหลียวแลสนใจจริงๆน่ะเหรอ?
ใครจะไปรู้ล่ะ บางทีสำนักงานกระทรวงศึกษาสาขาภูมิภาคเอง ก็อาจประสบปัญหาแบบเดียวกันนี้อยู่ก็ได้?
หลินจิงซูหมดหวังกับการรายงานเรื่องทำนองนี้กับภาครัฐโดยสิ้นเชิงแล้ว พูดกันตามตรง จากประสบการณ์การใช้ชีวิตมานานหลายสิบปีของเธอในชาติก่อนหน้า เจ้าหน้าที่ภาครัฐนี่ล่ะที่ร้ายกาจที่สุด! จะมีก็แต่เด็กวัยรุ่นโลกสวยอย่างจู้หยานเท่านั้นที่ยังเชื่ออย่างหมดใจว่า การส่งเรื่องรายงานการทุจริตคือทางออก
เธอยังจดจำได้เป็นอย่างดี อัศวินขี่ม้าขาวตัวจริงที่สามารถพิทักษ์ความอยุติธรรมได้ ก็คือสิ่งที่เรียกว่า ‘แสง’ ใช่แล้วล่ะ ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าก้มตาไถมือถือเพื่อเสพข่าวสารมากมายในแต่ละวัน ขอเพียงคุณมี ‘แสง’ ให้กับตนเองมากพอ ทั้งสื่อเล็กสื่อใหญ่ต่างก็จะหันมาให้ความสนใจและทำข่าวของคุณ และเมื่อใดที่ข่าวของคุณใหญ่มากพอ จนสามารถสร้างความปั่นป่วนไปทั่วประเทศได้แล้วล่ะก็ เวลานั้นล่ะ…คุณก็จะได้ความยุติธรรมกลับคืนมา
ทว่าในปี 1990แบบนี้ ต่อให้เธอจะยืนกรีดร้องขู่ฆ่าตัวตายอยู่กลางรางรถไฟ สุนัขสักตัวยังไม่สนใจเลยด้วยซ้ำ!
“เปล่าประโยชน์น่า จู้หยาน”
หลินจิงซูยกมือโบกไปมาเป็นการปฏิเสธทันที
“ทำไมถึงเปล่าประโยชน์ล่ะ? ถ้าไม่ลองจะรู้ได้ยังไง?”
จู้หยานขมวดคิ้วใส่
“นายไม่เข้าใจหรอก”
หลินจิงซูทิ้งท้ายเพียงสั้นๆ และไม่คิดจะเสวนาเรื่องนี้ต่ออีกแล้ว
………
ในความเป็นจริง สถานการณ์ของหลินจิงซูตอนนี้ ยังไม่นับว่าเข้าขั้นคอขาดบาดตายอะไร เพราะเธอยังมีทางเลือกที่สามตระเตรียมไว้ในใจนานแล้ว
ถูกต้อง เป็นความฝันเหนือฝันตั้งแต่เมื่อชาติก่อนแล้ว
นั่นก็คือการไปเรียนต่อต่างประเทศ
พูดกันตามตรง ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติก่อน เธอไม่เคยกล้าคิดเรื่องไปเรียนต่อต่างประเทศในหัวเลย ไม่ใช่เพราะเธอไม่ต้องการ แต่เพราะเธอขาดแคลนทุนทรัพย์ต่างหาก
แต่ใครจะไปรู้ บางทีความฝันนี้อาจจะเป็นจริงในเร็วๆนี้ก็ได้
จนกว่าจะถึงวันนั้นที่เธอไร้ซึ่งทางเลือกแล้วจริงๆ ตัวเลือกนี้คงจะผุดขึ้นในใจอีกครั้ง
หลังจากกลับถึงหมู่บ้านติงเจี่ย แม้หลินจิงซูจะบอกจู้หยานว่าเขียนรายงานไปก็ไร้ประโยชน์ แต่ทันทีที่กลับถึงบ้าน เธอก็ตรงดิ่งเข้าห้องอย่างรวดเร็ว และรีบเขียนจดหมายส่งตรงถึงกระทรวงศึกษาสาขาภูมิภาคทันทีในค่ำคืนนั้น
วันรุ่งขึ้น หลินจิงซูเดินทางกลับไปยังตัวเมืองหลักของผิงเฉิงพร้อมกับติงจู้ฮั่วและจู้หยาน
เรื่องที่เธอถูกสวมรอยคะแนนสอบนั้น หลินจิงซูไม่คิดที่จะบอกให้คนอื่นรู้ เพราะบอกไปก็คงไม่มีใครช่วยอะไรได้ มีแต่จะโยนความโกรธให้พวกเขาต้องเดือดดาลเล่นโดยไม่จำเป็น
เมื่อเท้าเหยียบพื้นตัวเมืองหลัก สิ่งแรกที่หลินจิงซูลงมือทำก็คือ วิ่งไปส่งจดหมายรายงานการทุจริตให้ทางสำนักงานกระทรวงศึกษาสาขาภูมิภาคในทันที
จู้หยานติดตามเธอไปด้วยกัน ตลอดทุกกระบวนการ เขาปิดปากเงียบไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว
ชีวิตประจำวันของคนทั้งคู่หลังจากนี้ได้วนสู่วัฎจักรเดิมอีกครั้ง คือเปิดร้านขายชานมไข่มุกในตอนเช้า และเดินจ่ายตลาดเตรียมของขายสำหรับวันต่อไปในช่วงดึก
ธุรกิจชานมไข่มุกดำเนินไปอย่างราบรื่นดี ติดอยู่เพียงอย่างเดียวที่สีหน้าอารมณ์ของคนขายดูค่อนข้างหดหู่ไม่น้อย
ทางด้านติงเสวี่ยเหม่ยก็เข้าใจเพียงแค่ว่า สาเหตุที่ลูกสาวของเธอดูห่อเหี่ยวใจเช่นนี้ เป็นเพราะเรื่องที่สอบไม่ผ่าน สิ่งเดียวที่ผู้เป็นแม่ทำได้คงมีแต่ให้กำลังใจว่า ปีหน้ายังเริ่มต้นใหม่ได้ แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ยิ่งเธอพูดออกไปในทำนองนี้ สีหน้าของหลินจิงซูกลับยิ่งดูเลวร้ายลงกว่าเดิม ติงเสวี่ยเหม่ยจนปัญญาไม่รู้ควรทำอย่างไรแล้ว ท้ายที่สุด ก็ได้แต่นั่งเฝ้าลูกสาวพร้อมกับเศร้าสร้อยตามไปด้วย
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ยังไร้ซึ่งจดหมายตอบกลับจากทางกระทรวงศึกษา หลินจิงซูยังคงเขียนจดหมายรายงานส่งไปเพิ่มฉบับแล้วฉบับเล่า….
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







