LOGIN152 1-2
ตอนที่ 302 โก่งราคา
ข่าวที่อู๋ซิ่วเหลียนถูกรุมกระทืบปางตายจนต้องหามเข้าโรงพยาบาลนั้น ได้แพร่กระจายออกไปจนชาวบ้านในละแวกนั้นรู้เรื่องกันทุกคน ทำให้ทุกครั้งที่บรรดาเพื่อนบ้านเหล่านั้นพบเห็นสองแม่ลูกเข้า สีหน้าท่าทางของพวกเขาจะเต็มไปด้วยอารมณ์ขบขันสนุกสนาน หรือไม่ก็แสดงท่าทางรังเกียจออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
พวกเธอไม่สามารถทนบากหน้าอยู่ในชนบทแห่งนั้นได้อีกต่อไป จะให้กลับไปที่บ้านของตา ก็ไม่มีใครเอาแล้วเช่นกัน ด้วยภาวะจำยอมปราศจากทางเลือก สองแม่ลูกจึงต้องระเห็จมาเสี่ยงโชคในตัวเมืองหลักแห่งนี้แทน
สืบเนื่องจากที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเพราะถูกทารุณกรรม ส่งผลให้กระดูกซี่โครงของอู๋ซิ่วเหลียนหักสองซี่และจนถึงตอนนี้อาการก็ยังไม่หายดี นับตั้งแต่ย้ายเข้ามาอยู่ในตัวเมืองหลัก ก็ได้แต่นอนติดเตียงหยอดน้ำข้าว ไม่สามารถเป็นกำลังหลักในการหาเงินเลี้ยงชีพได้อีกต่อไป
ดังนั้น ภาระทั้งหมดจึงต้องตกเป็นของหลินเสวี่ย งานแรกที่เปรียบดั่งความหวังของเธอก็คือ การเป็นพนักงานในร้านเครื่องมือแพทย์แห่งนี้ เพราะหากตกงาน เกรงว่าตัวเธอกับอู๋ซิ่วเหลียนคงจะไม่มีเงินใช้ประทังชีวิตในเดือนนี้อย่างแน่นอน
แต่เมื่อได้เห็นหลินจิงซูที่อยู่ต่อหน้าว่าเวลานี้มีชีวิตดีเลิศเพียงใด หลินเสวี่ยก็ได้แต่กัดฟันกรอดด้วยความอาฆาตแค้นอย่างสุดหัวใจ!
ในขณะที่นังคนต่ำช้าได้ทั้งเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย และยังได้รับเงินก้อนโตจากค่าเวนคืนที่ดิน! แต่เธอกลับต้องมายืนเป็นพนักงานขายรถเข็นคนพิการแทน!
นี่มันเกิดเรื่องบ้าบออะไรขึ้นกันแน่?! ทั้งที่…ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอมักจะเป็นฝ่ายนำหน้าหลินจิงซูอยู่เสมอแท้ๆ!
ไม่! ฉันไม่ยอม!
ฉันไม่วันยอมเด็ดขาด!!
ทำไมกัน! ทำไมนังสวะหลินจิงซูถึงมีชีวิตที่ดีกว่าเธอได้?!!
………
ความอาฆาตเจ็บแค้นภายในใจของหลินเสวี่ย มีหรือที่หลินจิงซูจะไม่รู้?
ทว่าในตอนนี้ เธอเองก็คร้านจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับหลินเสวี่ยอีกแล้วเช่นกัน หลินจิงซูไม่พูดพล่ามอะไรต่อ เธอชี้นิ้วไปที่รถเข็นคนพิการตัวนั้นพร้อมกับสอบถามว่า
“ตัวนี้ราคาเท่าไหร่?”
เนื่องจากสินค้าภายในร้านไม่ได้มีการแปะป้ายราคาบอกไว้ หลินเสวี่ยปรายหางตามองไปทางเถ้าแก่ที่อยู่หลังร้านเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าไร้ซึ่งปฏิกิริยาใดๆ แผนความคิดชั่วร้ายพลันฉายวาบปรากฏขึ้นในหัวของเธอทันที แล้วจึงเอ่ยปากบอกไปว่า
“1,500หยวน”
ถึงแม้หลินจิงซูจะพอทราบมาบ้างว่า รถเข็นคนพิการในช่วงปี 90นั้นยังมีราคาที่ค่อนข้างสูง แต่กลับคาดไม่ถึงว่าจะแพงถึงเพียงนี้
“แล้วตัวนี้ล่ะ?”
“1,600”
“ถ้างั้นตัวนี้ล่ะ?”
“ตัวนี้ 1,400”
หลังจากสังเกตมาครู่หนึ่ง หลินจิงซูก็พบว่า ทุกครั้งก่อนที่หลินเสวี่ยจะแจ้งราคาให้ทราบนั้น เธอมักจะเหลือบมองไปทางเถ้าแก่ที่อยู่หลังร้านเสมอ และทันใดนั้นเอง เธอก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างได้ในทันที
“ตกลง ฉันเอาตัวที่ราคา 1,500หยวนนี้”
หลินจิงซูชี้ไปที่รถเข็นคนพิการตัวแรกและตัดสินใจซื้อทันที
หลินเสวี่ยแอบใจสั่นสะท้านวูบวาบ กระทั่งเธอจงใจบอกราคาสูงตามใจชอบแบบนี้ แต่กลับคิดไม่ถึงว่า นังหลินจิงซูยังจะโง่ซื้อได้อีก!?
เดิมที หลินเสวี่ยตั้งใจบอกราคาสูงๆ เพื่อบีบให้หลินจิงซูจนตรอกและล้มเลิกความคิดไปในที่สุด ถึงตอนนั้น เธอก็จะได้เย้ยหยันอีกฝ่ายได้ว่า เป็นพวกคนยากคนจนที่ไม่มีปัญญาจะซื้อ!
ทว่าภาพฉากความเป็นจริงที่เกิดขึ้นตรงหน้า ทุกสิ่งกลับไม่ได้เป็นดั่งที่หลินเสวี่ยจินตนาการเอาไว้ แต่ก็เอาเถอะ…อย่างน้อยเงินส่วนต่างจากที่โก่งราคาไป ก็จะต้องเข้ากระเป๋าของเธออยู่ดี!
นับว่าเป็นแผนการที่คุ้มค่าไม่น้อย!
หลินเสวี่ยรีบพับรถเข็นคนพิการบรรจุลงกล่องอย่างว่องไว
ขณะที่เธอกำลังยืนนับธนบัตรร้อยหยวนปึกโตอยู่นั้น จู่ๆหลินจิงซูก็หันไปทางม่านหลังร้าน พร้อมกับเปล่งเสียงตะโกนเรียกเถ้าแก่ร้านให้ออกมา!
เมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกหา เถ้าแก่คนนั้นก็รีบวิ่งออกมาสอบถามอย่างรวดเร็ว
“มีอะไรรึเปล่าครับคุณลูกค้า?”
“เถ้าแก่คะ รถเข็นคนพิการคันนี้ราคาเท่าไหร่คะ?”
หลินจิงซูเอ่ยถามขึ้นตามตรง
ชั่วพริบตา หลินเสวี่ยถึงกับหน้าถอดสีซีดเผือดเมื่อได้ยิน หัวใจหล่นวูบตกกระแทกลงถึงตาตุ่ม!
“1,000หยวนครับ”
ระหว่างที่เจ้าของร้านบอกราคานั้น เหมือนจะสังเกตเห็นสีหน้าท่าทางของหลินเสวี่ยในตอนนี้ ที่ดูไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย
หลินจิงซูขมวดคิ้วเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความไม่พอใจทันที พร้อมกับพูดแย้งขึ้นว่า
“แต่ทำไมพนักงานที่ร้านถึงได้บอกว่าราคา 1,500 หยวนล่ะคะ? แถมจ่ายเงินไปแล้วด้วย!”
เมื่อเจ้าของร้านได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับตกใจสุดขีด
อึดใจเดียวกัน เขาก็หันขวับไปมองธนบัตรในมือของหลินเสวี่ยทันที
“ถะ-เถ้าแก่…ไม่ใช่นะคะ…ฉัน…”
แม้หลินเสวี่ยจะต้องการสรรหาคำพูดมาอธิบายมากเพียงใด แต่ท้ายสุด แม้กระทั่งจะอ้าปากยังทำไม่ได้
“พนักงานของเถ้าแก่บอกราคาผิดจากเดิมไปตั้ง 500หยวน นี่คิดจะโกงกันเหรอคะ?”
หลินจิงซูเริ่มเพ่งเล็งตำหนิใส่เถ้าแก่ร้านทันที
ด้วยความรู้สึกอับอายและเสียหน้าในคราวเดียวกัน เถ้าแก่ร้านรีบคว้าธนบัตรในมือของหลินเสวี่ยออกมาตรวจนับอย่างละเอียด และพบว่าสาวน้อยคนนี้เพิ่งจ่ายเงินจำนวน 1,500 หยวนมาจริงๆ!
ต่อหน้าลูกค้าเช่นนี้ เขาย่อมไม่กล้าแสดงความโกรธเกรี้ยวออกมา ได้แต่ยื่นธนบัตรจำนวน 500 หยวนคืนกลับไปให้หลินจิงซูอย่างรวดเร็ว พร้อมกับโค้งคำนับครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อแสดงความขอโทษ ไม่ใช่แค่นั้น เขายังช่วยแบกกล่องรถเข็นคนพิการขึ้นไปวางไว้บนรถสามล้อมอเตอร์ของเธอให้ด้วย ก่อนจากลา ยังไม่ลืมที่จะโค้งศีรษะขอโทษจากใจอีกหนึ่งครั้ง
หลินจิงซูปั่นสามล้อมอเตอร์ออกไปโดยไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับมามองอีก
“ว่าไง? ยังมีอะไรจะแก้ตัวมั้ย?”
เมื่อกลับเข้ามาในร้าน เถ้าแก่คนนั้นก็เอามือล้วงกระเป๋า ตวาดถามหลินเสวี่ยด้วยน้ำเสียงดุดันเพราะความหงุดหงิดโมโห
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







