LOGIN153 1-2
ตอนที่ 304 หลินจิงซูที่รู้ตัวเองในที่สุด
“ใครจะไปสนกันล่ะ? เขาจะรักใครชอบใครมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับหนูซะหน่อย พ่อเฉินอย่าพูดจาไร้สาระไปหน่อยเลยค่ะ”
หลินจิงซูรีบพูดตัดบท ก่อนจะก้มหน้าก้มตาฝังใบหน้าแดงก่ำของตนอยู่กับชามข้าวเพียงอย่างเดียว
ตัวเธอเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเช่นกันว่า นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอในวันนี้ แค่พูดถึงจู้หยาน ทำไมเธอจะต้องประหม่าแล้วก็ลุกลี้ลุกลนแบบนี้ด้วย?
หรือเป็นเพราะที่ผ่านมา เธอกับจู้หยานสนิทสนมชิดเชื้อกันมากจนเกินไป ก็เลยส่งผลให้ฮอร์โมนในร่างกายของเธอช่วงวัยรุ่นพุ่งพล่าน แล้วก็กระวนกระวายใจแบบนี้?
เฉินเฉวียนเย่นั่งสังเกตอาการประหม่ากระวนกระวายของหลินจิงซูที่อยู่ตรงหน้า มุมปากกระตุกยิ้มอย่างรู้เท่าทัน
เสร็จจากมื้ออาหารเย็น หลินจิงซูตั้งใจจะโทรหาจู้หยานสักครั้ง
นับนิ้วคำนวณช่วงเวลาที่แตกต่างกันจนแน่ใจแล้วว่า อีกฝ่ายน่าจะสะดวกรับสายของเธอเช่นกัน
เหตุผลที่หลินจิงซูต้องโทรไปหาจู้หยานก็ไม่มีอะไรมาก เพราะเธอจำได้ว่า หมู่นี้ตนแทบไม่เคยติดต่อหาอีกฝ่ายเลยสักครั้ง และในฐานะหนึ่งในหุ้นส่วนร้านชานมไข่มุก เธอควรต้องโทรไปสอบถามสารทุกข์สุกดิบของเขาบ้าง!
ช่วยไม่ได้ ก็มันจำเป็นนี่นา!
ภายหลังช่วยติงเสวี่ยเหม่ยล้างจานเสร็จแล้ว หลินจิงซูก็ขอตัวออกไปข้างนอก ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังร้านชานมไข่มุกของตนเอง
เพราะมีเพียงแค่ร้านชานมไข่มุกของเธอเท่านั้น ที่ได้ทำการติดตั้งโทรศัพท์ไว้
เธอบรรจงไล่กดหมายเลขที่จำได้ขึ้นใจลงบนแป้นโทรศัพท์ ไม่นานเกินรอ จู้หยานที่อยู่ปลายสายก็ยกหูโทรศัพท์ขึ้นรับเช่นกัน
“ว่าไงจู้หยาน!”
“นานแค่ไหนแล้วที่คุณไม่คิดจะโทรหาผม? ส่วนผมก็โทรไปเถอะ แต่ก็ไม่เห็นจะมีคนรับสาย?”
แค่เพียงเปิดปากพูดประโยคแรก จู้หยานก็อดที่จะบ่นออกมาไม่ได้
ในขณะเดียวกัน หลังจากได้ยินเช่นนั้น หลินจิงซูก็ไล่ตรวจสอบประวัติการโทรดู และพบว่าจู้หยานเคยโทรมานับหลายสิบครั้ง จึงไม่แปลกใจที่อีกฝ่ายเอ่ยปากพร่ำบ่นออกมาตั้งแต่คำแรกเช่นนี้!
หากลองเอาใจไปเป็นเขาดู…ก็สมควรให้หงุหงิดใจจริงๆ!
“รู้บ้างมั้ยว่า แต่ละครั้งที่ผมพยายามติดต่อหาคุณ มันช่างยากเย็นขนาดไหน?”
ก่อนที่หลินจิงซูจะทันได้ปริปากเอ่ยตอบอะไรด้วยซ้ำ จู้หยานก็พ่นสวนออกมาอีกหนึ่งประโยค
ร่องรอยความไม่สบอารมณ์เร้นแฝงอยู่ในน้ำเสียงของเขาอย่างชัดเจน
แต่เมื่อลองนึกภาพตามคำพูดของอีกฝ่าย ทั้งเรื่องความต่างของเวลา ทั้งเรื่องของเทคโนโลยีการสื่อสารทางไกลในยุคนี้ที่ยังไม่สู้ดีนัก เธอสามารถจินตนาการได้ในทันทีว่า การที่จู้หยานจะติดต่อหาเธอนั้น เต็มไปด้วยความยากลำบากเพียงใด
นี่ยังไม่รวมทางด้านหลินจิงซู ที่วันๆนอกจากจะเอาแต่ร่ำเรียนหนังสือหนังหาแล้ว ก็ยังต้องง่วนอยู่กับการดูแลร้านชานมไข่มุกจนแทบไม่มีเวลาด้วย พูดง่ายๆก็คือ การที่คนทั้งคู่จะสบโอกาสว่างตรงกันนั้น นับว่ามีอยู่น้อยมาก
และภายในเวลาอันน้อยนิดนี่เอง หลินจิงซูก็ยังลืมที่จะรอรับสายของเขาอีก!
อยู่ห่างกันคนละทวีปเช่นนี้ การจะได้คุยกันแต่ละครั้งช่างยากเย็นแสนเข็ญโดยแท้!
“ใช่ว่านายเองจะไม่รู้ หมู่นี้ฉันยุ่งมากจริงๆ โดยเฉพาะกับเรื่องในมหาวิทยาลัย! ฉันพบเจอแต่อะไรมิอะไรก็ไม่รู้ในนั้น! วันนี้ว่างๆจะคุยนานแค่ไหนก็ได้ เดี๋ยวฉันจะเล่าให้ฟัง….”
ไม่รู้เลยว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่หลินจิงซูรู้สึกว่า จู้หยานเป็นดั่งพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเธอ และสามารถเล่าระบายให้เขาฟังได้ทุกเรื่อง โดยไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังแต่อย่างใด
หลินจิงซูบอกเล่าโดยสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์ทั้งหมด ที่เพิ่งประสบพบเจอเมื่อไม่นานมานี้ให้อีกฝ่ายฟัง
ตัวเธอเองก็ไม่ค่อยจะมีเพื่อนมากมายนัก นอกจากพูดคุยกับติงเสวี่ยเหม่ยซึ่งเป็นแม่ลูกกันแล้ว ก็ยังมีจู้หยานอีกหนึ่งคน ที่เธอรู้สึกราวกับได้ปลดปล่อยในยามที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
ใช่แล้ว เธอรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้พูดคุยกับจู้หยานทุกครั้ง
“ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า เพื่อนร่วมห้องพักคนนั้นจ้องจะฉกฉวยตำแหน่งประธานนักศึกษาไปจากฉันอยู่ตลอดเวลา! นี่ถ้าไม่บังเอิญไปได้ยินเธอกับเพื่อนคุยกันในคณะละครสัตว์แล้วล่ะก็ ป่านนี้ฉันคงจะแย่ไปแล้วเหมือนกัน แต่ยังไม่จบแค่นั้นนะ! พ่อแม่ของเธอเองก็ร้ายไม่ต่างกันเลยล่ะ! ตอนแรกก็ปาดน้ำตามากราบขอขมากัน แต่พอเห็นว่าไม่ได้ผล ก็ใช้ไม้แข็งมาพูดจาข่มขู่ฉันสารพัด…”
สองมือของหลินจิงซูกุมถือหูโทรศัพท์ไม่ห่าง พูดคุยกับอีกฝ่ายอย่างออกรสออกชาติและมีความสุขอย่างมาก
จู้หยานที่รับฟังเรื่องราวทั้งหมดจากเธอ ได้เรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ต่างๆอย่างเงียบงัน ทว่าตลอดช่วงเวลาดังกล่าว สีหน้าของเขากลับไม่สู้ดีเท่าไหร่นัก ขมวดคิ้วยับย่นอย่างไม่มีทีท่าว่าจะคลายลง
“คุณต้องระวังพ่อแม่ของผู้หญิงคนนั้นไว้ให้ดีล่ะ เชื่อเถอะว่า คนพวกนั้นกล้าคุกคามคุณถึงชีวิตอย่างแน่นอน ต้องระวังเป็นพิเศษเชียวล่ะ!”
น้ำเสียงของจู้หยานฟังดูจริงจังอย่างมาก
แต่แน่นอนว่า เรื่องพรรค์นี้เธอเองไม่กล้าประมาทเช่นกัน หลินจิงซูขานตอบแจ้งให้อีกฝ่ายคลายความกังวลว่า ‘ฉันจะคอยระวังตัวไว้’ แต่ทันใดนั้นเอง จู่ๆเธอก็ตัดเข้าเรื่องอื่นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า
“นี่จู้หยาน นายเองก็ย้ายไปอยู่ต่างประเทศได้พักหนึ่งแล้ว นาย…นายคิดจะมีแฟนเป็นสาวต่างชาติบ้างรึเปล่า?”
คำพูดเมื่อตอนนั่งกินข้าวของเฉินเฉวียนเย่ ยังคงสลักฝังลึกอยู่กลางใจของเธอ
ความจริงแล้ว…นี่ต่างหากคือจุดประสงค์หลักที่แท้จริงของเธอที่โทรหาจู้หยานในค่ำคืนนี้!
ต้องการจะโทรมาเพื่อไต่ถามสารทุกข์สุกดิบในฐานะหุ้นส่วนร้านชานมไข่มุกงั้นเหรอ? ไร้สาระ!
จู้หยานถึงกับอึ้ง พูดอะไรไม่ออกไปหลายวินาที
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







