LOGIN153 2-2
ตอนที่ 305 ชอบสไตล์โอปป้า
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบไม่เอ่ยตอบเสียที หลินจิงซูก็ชักจะใจเสียมากขึ้นเรื่อยๆ หรือสิ่งที่เธอกังวลกำลังจะเกิดขึ้นจริงๆแล้วอย่างนั้นหรือ?
“ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะพูดดีหรือเปล่า…”
ระดับเสียงจู้หยานแผ่วเบาลงจากเดิมเล็กน้อย
“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง? ก็ฉันเป็นฝ่ายถามนายเอง ก็ต้องพูดได้สิ…”
หัวใจของหลินจิงซูเต้นระส่ำ รู้สึกสับสนเกินบรรยายกับคำตอบของอีกฝ่าย
ที่พูดแบบนี้หมายความว่าอะไร?
“แล้วคุณล่ะ? มีคนที่แอบชอบอยู่บ้างรึเปล่า? แล้วมีหนุ่มๆในมหาวิทยาลัยมาตามจีบบ้างมั้ย?”
จู้หยานเอ่ยถามขึ้น แต่คราวนี้น้ำเสียงของเขาฟังดูเคร่งเครียดจริงจังมากกว่าเดิม
ด้วยเหตุผลบางอย่าง หลินจิงซูจึงไม่ต้องการเอ่ยตอบไปตามตรง เพราะเกรงจะเสียเชิงอย่างบอกไม่ถูก เธอจึงตอบกลับไปกำกวมเล็กน้อย
“ก็พอมี แต่ก็ดูไปเรื่อยๆ”
เสียงจากปลายสายนิ่งเงียบเล็กน้อย
คล้อยหลังไม่นาน จู้หยานก็เอ่ยถามขึ้นว่า
“ที่ว่าดูไปเรื่อยๆ มันหมายความว่ายังไงเหรอ? แสดงว่าคุณมีคนที่ชอบอยู่แล้วงั้นเหรอ?”
สิ่งแรกที่หลินจิงซูสัมผัสได้จากอีกฝ่าย ก็คือความรู้สึกเศร้าสร้อยที่ปะปนมากับน้ำเสียงของเขา หรือคำตอบของเธอมันชวนให้เข้าใจมากไปอย่างนั้นเชียวเหรอ?
“จะบ้าเหรอ ฉันแค่ล้อเล่น! ไม่มีใครมาตามจีบฉันทั้งนั้นแหละ”
หลินจิงซูรีบแก้ไขสถานการณ์โดยเร็ว
แต่จู้หยานกลับไม่เชื่อคำพูดของเธอ เขาเองก็ไม่ได้ตาบอดเสียหน่อย หลินจิงซูเป็นผู้หญิงที่หน้าตาสวยขนาดไหนมีหรือที่เขาจะไม่รู้? เป็นธรรมดาที่ดอกไม้งามอย่างเธอ ย่อมจะต้องตกเป็นที่หมายปองของบรรดาชายหนุ่มในมหาวิทยาลัย!
“จิงซู ผมถามจริงๆนะ คุณมีคนที่ชอบอยู่แล้วรึยัง?”
ครั้งนี้จู้หยานดูจริงจังมากเป็นพิเศษ
ถามออกมาแบบนี้หมายความว่ายังไง? นายควรจะตอบว่า ‘ผมไม่เชื่อ เพราะคุณออกจะสวยขนาดนี้’ ไม่ใช่รึไงห๊ะ?! อย่างน้อยก็ช่วยชมกันบ้างเถอะ! แล้วนี่อะไร? สิ่งที่ตอบมากลับเป็นคำถามว่า ฉันมีคนที่ชอบแล้วรึยังนี่นะ? อะไรกันเนี่ย?!
เอ๊ะ…แต่เดี๋ยวก่อน แล้ววันนี้ฉันเป็นอะไรของฉันเนี่ย! ทำไมถึงได้กลายเป็นคนขี้หงุดหงิดโมโหแบบนี้ไปได้ล่ะ?!
หลินจิงซูเฝ้าครุ่นคิดกับตัวเองท่ามกลางความสับสนอลหม่านในจิตใจ
ฉันเองก็ไม่เคยมีความรักกับเขาสักครั้งในชีวิตด้วยซ้ำ แล้วไอ้ทุกครั้งที่หลับตากลับเห็นแต่หน้าจู้หยานนั้น หรือว่า…ฉันจะตกหลุมรักเขาเข้าแล้วจริงๆ?!
เป็นไปไม่ได้น่า…ในสายตาของฉัน ฉันมองอีกฝ่ายเป็นเพื่อนมาตลอดเลยนี่นา! แล้วจะไปมีความคิดที่ไม่เหมาะสมแบบนั้นได้ยังไงกัน…
ทว่าหัวใจของเธอกลับยิ่งสั่นระรัวตรงข้ามกับความคิด ราวกับจะพยายามเตือนสติหลินจิงซูว่า แกน่ะชอบจู้หยานเข้าแล้วจริงๆ…
แต่หลังจากนั้น เธอก็พลันตระหนักถึงความเป็นจริงข้อหนึ่งขึ้นภายในใจได้ เธอก็แค่คนแก่ในร่างตัวเองตอนเป็นวัยรุ่น จะไปรักไปชอบเด็กหนุ่มรุ่นลูกรุ่นหลานอย่างจู้หยานได้อย่างไรกัน…
ไม่สิ ไม่สิ ลองคิดอีกมุมหนึ่ง หากเป็นจู้หยานในโลกที่เธอเคยอยู่ก่อนหน้า เขาเองก็น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอไม่ใช่หรือ?
แล้วถ้าฉันเป็นป้าแก่ๆในชีวิตก่อนหน้า เขาก็คือตาลุงเฒ่าเหมือนกันนี่!
ทว่าในตอนนี้…
“ฉันมีคนที่ชอบอยู่รึเปล่าน่ะเหรอ? อืมม…ฉันเป็นพวกมองคนที่หน้าตาเป็นหลักด้วยสิ… ฉันชอบผู้ชายแนวโอปป้าน่ะ!”
หลินจิงซูพยายามบ่ายเบี่ยงคำตอบ แต่ที่พูดไปก็หาใช่ว่าล้อเล่น เพราะเธอชอบผู้ชายในลุคส์โอปป้าจริงๆ!
จะว่าไป...เหตุผลที่ฉันรู้สึกชอบจู้หยาน คงจะเป็นเพราะเขาหล่อเหลาตรงสเปคโอปป้าของฉันสินะ?
นี่ถ้าลองจับเขามาแต่งตัวตามสมัยที่เธอจากมา เขาก็คือโอปป้าหน้าหล่อไม่ต่างจากในซีรี่ย์เหมือนกันนั่นล่ะ!
โอปป้าหน้าหล่อหรูหราดูเนี้ยบ!
ไม่ ไม่ ไม่ หลินจิงซูเธอต้องหยุดคิดเรื่องบ้าๆพวกนี้ได้แล้วนะ!!
“สไตล์โอปป้า? หมายถึงอะไรเหรอ?”
คล้ายได้ยินศัพท์ไม่คุ้นหูเอาซะเลย จู้หยานถึงกับขมวดคิ้วเอ่ยถามออกมาด้วยความงุนงง
“อ่อ…ฉันหมายถึงชอบผู้ชายหล่อๆน่ะ! นี่ล่ะที่ฉันพยายามจะบอก…”
หลินจิงซูเกาหัวแกรกๆอยู่หลายที เธอเผลอใช้ศัพท์วัยรุ่นในยุคที่จากมาจนได้ คราวหน้าคราวหลังคงต้องระมัดระวังให้มากกว่านี้หน่อย
“ถ้าชอบคนหล่อๆ นั่นก็หมายความว่าคุณเองน่าจะยังไม่มีคนที่ชอบสินะ? เพราะพวกผู้ชายในมหาวิทยาลัยแห่งนั้น คงจะไม่มีใครหล่อสักคน”
จู้หยานเอ่ยประโยคนี้ออกมาด้วยสีหน้านิ่งเรียบไร้ซึ่งความสะทกสะท้านใดๆ
“ก็ใช่น่ะสิ!”
ขณะที่พูดออกไป หลินจิงซูก็อดที่จะกลอกตามองค้อนไม่ได้ นี่ฉันพูดอะไรได้บ้างเนี่ย?
เธอเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาบนฝาผนัง เวลานี้ก็เกือบจะห้าทุ้มแล้ว ขืนยังไม่รีบกลับไปทำการบ้านตอนนี้ เกรงว่าจะเสร็จไม่ทันส่งในวันมะรืนอย่างแน่นอน ด้วยเหตุนี้ หลินจิงซูจึงได้ร่ำลาจู้หยาน จากนั้นก็รีบวางสายไป…
หลังกลับถึงบ้านก็รีบเปลี่ยนชุดนอนกระโดดขึ้นเตียง หลินจิงซูดึงผ้าห่มคลุมโปงเหนือศีรษะ ไม่รู้ว่าเธอเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเปล่า? เพราะรู้สึกใบหน้าร้อนฉ่าตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่หาย หากเดินไปส่องกระจกตอนนี้ หน้าเธอคงแดงเหมือนตูดลิงไม่ผิดแน่…
คนวัยอย่างเธอยังจะต้องมานั่งเขินอายกับเรื่องอะไรพรรค์นี้อีกจริงๆเหรอ?
ในวัยอย่างเธองั้นเหรอ? อืม…จินตนาการไม่ออกเลยแฮะ จู้หยานในชาติก่อนหน้าที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ เขาจะหน้าตาหล่อเหลาขนาดไหนกันนะ? คงจะได้อารมณ์คุณพ่อที่แสนอบอุ่นล่ะมั้ง…
กรี๊ดกรี๊ดกรี๊ดกรี๊ดกรี๊ด!!!
หยุดเพ้อเจ้อได้แล้วหลินจิงซู! รีบเข้านอนซะ!!
หากจู้หยานรู้ว่าเธอคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ล่ะก็ เขาเองก็คงอ่อนระทวยเสียทรงไม่ผิดกัน!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







