Masuk159 1-2
ตอนที่ 316 คำสารภาพของติงเสวี่ยเหม่ยและเฉินเฉวียนเย่ (1)
หากไม่ใช่เพราะข้อจำกัดเรื่องเวลาที่ต้องสละไปดูแลร้านชานมไข่มุกเสียส่วนใหญ่ เฉินเฉวียนเย่คงมีเวลาดูแลเอาใจใส่ติงเสวี่ยเหม่ยมากกว่านี้ ถึงแม้หลินจิงซูจะจ้างพยาบาลส่วนตัวมาคอยช่วยดูแลแล้วก็ตาม แต่ไหนเลยจะดีไปกว่าคนสนิทชิดเชื้อที่อยู่ด้วยกัน อีกฝ่ายย่อมต้องรู้สึกสบายใจมากกว่าไม่ใช่หรือ?
ซึ่งก็เป็นดั่งที่เขาพูดจริงๆ ทุกครั้งที่เฉินเฉวียนเย่มีเวลาว่างจากร้านชานมไข่มุกที่แสนยุ่งเหยิงเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะดึกดื่นหรือเหน็ดเหนื่อยปานใด เขาก็จะต้องแวะเวียนมาหาติงเสวี่ยเหม่ยที่บ้านอยู่เสมอ บางครั้งยังเข็นรถเข็นพาเธอออกไปเที่ยวข้างนอกเพื่อคลายความเบื่อหน่ายด้วย อีกทั้งยังพาไปจับจ่ายซื้อของและเที่ยวในที่อื่นๆอีก
ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นในมณฑลทางตอนเหนือของจีนเช่นนี้ เวลาช่างยาวนานและน่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก
เวลาได้ก้าวผ่านพ้นจากฤดูใบไม้ร่วงเข้าสู่ฤดูหนาวเต็มตัว หิมะในปีนี้มาไม่เร็วและไม่ช้า แต่มาตามนัดหมาย พริบตาเดียว ทั่วทั้งเมืองก็ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ประหนึ่งขนห่านฟ้าสีขาวนวลที่ลอยล่องตลอดผืนนภา
วันศุกร์แวะเวียนมาบรรจบอีกครั้ง หลินจิงซูเดินตัวห่อราวกับเกี๊ยวกลับบ้านด้วยความหนาวสั่น สายลมเย็นยะเยือกพัดปะทะใบหน้าสร้างความเจ็บแสบเยี่ยงคมมีด ก่อนกลับบ้านวันนี้ เธอมีธุระต้องแวะไปสถานีตำรวจครู่หนึ่ง เพื่อรับหนังสือแจ้งผลการตัดสินของจ้าวลี่และผู้ปกครองของเธอที่เพิ่งออกมา
ศาลตัดสินให้จ้าวลี่ถูกจำคุกเป็นเวลา2ปีกับอีก1เดือนในโทษฐานโจรกรรมสองกระทง ส่วนพ่อแม่ของเธอโดนไปคนละ2ปีกับ5เดือน ด้วยโทษฐานสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินผู้อื่นถึงสองครั้ง
สำหรับคำตัดสินพวกนี้ หลินจิงซูรู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่ง
หากครอบครัวนี้จะโทษ ก็ต้องโทษตัวเองเถิด อย่ามาโบ้ยว่าเป็นความผิดของเธอ!
ขณะนี้หลินจิงซูเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบ้าน กำลังจะถอดถุงมือสะบัดเกล็ดหิมะเพื่อหยิบกุญแจขึ้นมาไข แต่กลับพบว่า ประตูบ้านได้เปิดแง้มไว้เป็นช่องเล็กๆ
“พวกเราควรบอกจิงซูยังไงดี?”
นั่นเป็นเสียงของติงเสวี่ยเหม่ยที่หลุดลอยออกมา
ทุกการเคลื่อนไหวของหลินจิงซูพลันชะงักหยุดอย่างฉับพลัน เธอยืนรั้งรออยู่หน้าประตูแบบนั้นเพื่อแอบฟังต่อไป
“ควรบอกความจริงกับเธอไปตามตรงนั่นล่ะ ผมเชื่อว่า ด้วยวุฒิภาวะของสาวน้อยคนนั้น เธอจะต้องเข้าใจพวกเราอย่างแน่นอน”
ปรากฏเป็นเสียงของเฉินเฉวียนเย่ดังตอบ
แต่เพราะทนความเหน็บหนาวต่อไปไม่ไหว หลินจิงซูจึงจำใจต้องเปิดประตูเข้าไป วินาทีนั้น เธอได้ร้องถามออกไปด้วยสีหน้างุนงงสับสนทันที
“แม่ พ่อเฉิน มีอะไรอยากจะบอกหนูงั้นเหรอคะ?”
เผชิญพบกับการปรากฏตัวที่อย่างกะทันหันของหลินจิงซูเข้า ทั้งติงเสวี่ยเหม่ยและเฉินเฉวียนเย่ต่างก็สะดุ้งโหยงเสมือนถูกน้ำร้อนลวก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับติงเสวี่ยเหม่ย เธอดูตื่นตระหนกมากเป็นพิเศษจนผิดสังเกต
“แม่คะ หมู่นี้มีเรื่องร้ายอะไรเกิดขึ้นอีกงั้นเหรอคะ?”
เฝ้าสังเกตร่องรอยความตื่นตระหนกที่ฉาบคลุมทั่วใบหน้าผู้เป็นแม่ หลินจิงซูก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้นมากกว่าเดิม
ใครบังอาจมาสร้างปัญหาให้แม่ของเธออีกนะ?!
ติงเสวี่ยเหม่ยและเฉินเฉวียนเย่ต่างก็รู้ว่า วันนี้หลินจิงซูต้องแวะไปที่สถานีตำรวจเพื่อฟังผลการตัดสินคดี ถึงแม้จะกลับเร็วเกินคาดไปหน่อยก็เถอะ แต่ตอนที่ไขกุญแจเข้าบ้าน ก็ควรมีเสียงดังหลุดออกมาให้ได้ยินบ้างไม่ใช่หรือ?
พบเห็นอีกฝ่ายปรากฏตัวอย่างกะทันหันเช่นนี้ ต้องยอมรับว่าทั้งคู่ตั้งตัวไม่ทันจริงๆ!
สีหน้าของหลินจิงซูเริ่มมืดทมิฬดูเป็นกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อได้เห็นสีหน้าที่ไม่สู้ดีนักของคนทั้งคู่
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่? บอกหนูมาเดี๋ยวนี้นะคะ”
“จิงซู มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิดหรอกนะ”
เฉินเฉวียนเย่รวบรวมความกล้าหาญทั้งหมดที่มี และพูดต่ออย่างเด็ดเดี่ยวว่า
“ฉัน…ฉันกับแม่ของเธอ พวกเราทั้งคู่…มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน!”
แม้ประโยคนี้ฟังดูไม่เบาหรือดังจนเกินไป แต่มันก็เปรียบดั่งสายฟ้าฟาดที่ผ่าลงกลางใจของหลินจิงซูอย่างจัง ทำเอาสาวน้อยถึงกับยืนตัวแข็งทื่อประหนึ่งรูปปั้นหินโรมันอยู่นานสองนาน
ติงเสวี่ยเหม่ยถึงกับหน้าซีดเผือด เธอมองสิ่งนี้เป็นเรื่องน่าอับอายเสียยิ่งกว่าอะไรดี
บรรยากาศทั่วทั้งห้องตกสู่ความเงียบสงัดในบัดดล
หลินจิงซูรู้สึกตกใจไม่น้อยกับสิ่งที่เพิ่งได้ยินไป จวบจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้สติฟื้นตัว
จะพูดยังไงดีล่ะ? จะบอกว่าเริ่มได้กลิ่นตุๆมาสักพักก็ไม่ผิด แต่ขณะเดียวกัน หลินจิงซูก็คาดไม่ถึงเช่นกัน
ว่า เรื่องทำนองนี้จะเกิดขึ้นจริงๆ! อีกทั้งยังกะทันหันแบบนี้ด้วย!
เมื่อย้อนรอยฟื้นตะเข็บความทรงจำภายในตลอดที่ผ่านมา หลินจิงซูพลันตระหนักได้ในทันที กลิ่นตุๆที่ว่านั้น ร่องรอยของมันชัดเจนกว่าที่คิดมาก!
ทำไมเฉินเฉวียนเย่ถึงได้ดูแลประคบประหงมติงเสวี่ยเหม่ยดีถึงเพียงนี้? จากความคิดเห็นของหลินจิงซูที่ผ่านมา เธอมองว่าสองคนนี้รักใคร่กลมเกลียวกันดีในฐานะคนที่นับถือกันดั่งพี่ดั่งน้อง และเพราะแบบนั้นเอง เธอจึงมักจะพูดหยอกเย้าคนทั้งคู่อยู่บ่อยครั้ง แต่เมื่อมาใคร่ครวญดูในตอนนี้ หลายสิ่งหลายอย่างก็เริ่มชัดเจนมากขึ้น
ไอ้พฤติกรรมที่ผ่านมาพวกนั้น…มันเกินพี่น้องไปไกลแล้วนี่นา!
เพราะมรสุมชีวิตที่ผ่านมา ทำให้หลินจิงซูเอาแต่สนใจปัญหาใหญ่ๆ จนมองข้ามรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันไปเสียสนิท!
เมื่อเฉินเฉวียนเย่เห็นหลินจิงซูนิ่งเงียบไม่ตอบสนองอยู่นานสองนาน เขาก็เริ่มรู้สึกใจไม่ดีแปลกๆและกังวลว่า สาวน้อยคนนี้จะต้องปฏิเสธตนเองเป็นแน่! ดังนั้น เขาจึงรีบพูดต่ออย่างจริงใจทันทีว่า
“ฉัน…ฉันสัญญาจะปฏิบัติดูแลแม่ของเธอเป็นอย่างดี! และจากนี้ไปเงินทองทั้งหมดในชีวิตของฉัน ฉันจะยกให้กับแม่ของเธอเป็นคนดูแลจัดการทั้งหมด! ฉันขอสาบานต่อหน้าฟ้าดิน ถ้าเฉินเฉวียนเย่คนนี้ได้กระทำผิดต่อติงเสวี่ยเหม่ย ขอให้ฉันถูกฟ้าผ่าตาย! จิงซู ได้โปรด! ได้โปรดยกแม่ของเธอให้ฉันดูแลด้วยนะ!”
แลเห็นเฉินเฉวียนเย่ทำตัวราวกับเป็นแฟนหนุ่มใจกล้า ที่กำลังขอความยินยอมจากพ่อแม่ของเธอเพื่อแต่งงาน ติงเสวี่ยเหม่ยก็เริ่มหน้าแดงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความขวยเขิน
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







