LOGIN164 1-2
ตอนที่ 326 หลินจิงซูสมองกระทบกระเทือน
ยิ่งเห็นทัศนคติและท่าทางที่หยิ่งจองหองของจ้าวเสี่ยวย่ามากเท่าไหร่ หวู่ฮ่าวชิงก็ยิ่งรู้สึกขยะแขยงและต้องการจะช่วยหลินจิงซูมากขึ้นเท่านั้น
“นี่คุณ นึกอยากจะด่าว่าคนอื่นก็ด่าแบบนี้ มันไม่อวดดีเกินไปหน่อยเหรอ?”
หลินจิงซูจ้องหน้าปะทะสายตาอีกฝ่ายอย่างเย็นชา
วินาทีต่อมา บรรยากาศพลันผันเปลี่ยนอย่างน่ากลัว ประหนึ่งกลิ่นดินปืนได้ปะทุจนฉุนขึ้นจมูก
บรรดาหนุ่มสาวรอบข้างต่างก็เริ่มหันมาให้ความสนใจในตัวหลินจิงซูมากขึ้น เพราะพวกเขาอยากรู้เหลือเกินว่า พนักงานร้านชานมไข่มุกธรรมดาๆอย่างเธอ จะมีปัญญาต่อกรกับพี่สาวจ้าวที่ทุกคนต่างให้ความยำเกรงได้อย่างไรบ้าง?
“ยังต้องการอะไรอีก?”
จ้าวเสวี่ยย่าปราศจากความเกรงกลัวอย่างสิ้นเชิง อยากให้เธอโค้งศีรษะขอโทษพนักงานชั้นต่ำแบบนี้น่ะเหรอ?
ฝันไปเถอะ!
ยิ่งมีหวู่ฮ่าวชิงคอยลำเอียงปกป้องเข้าข้างกันขนาดนี้ด้วยแล้ว ก็อย่าได้แม้แต่จะคิด!!
“ขอโทษฉันซะ แล้วก็จ่ายเงินค่าชานมไข่มุกทั้งหมดมา”
หลินจิงซูเองก็หยิ่งผยองไม่แพ้กัน สำหรับหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้านี้ แม้จะพูดได้เต็มปากว่าใช่จะจัดการได้ง่ายๆ แต่จากประสบการณ์ความเจนจัดในชีวิตที่ผ่านมา กรณีเช่นนี้ก็ไม่ได้ยากเกินมือเธอนัก
เอาไงดีล่ะสาวน้อย?
อยากจะขอโทษให้มันจบๆตรงนี้ หรือจะเตรียมตัววินาศสันตะโรหลังจากนี้?
ทันทีที่จ้าวเสี่ยวย่าได้ยินเช่นนั้น เธอก็ระเบิดหัวเราะเยาะออกมาดังลั่น กับแค่พนักงานกระจอกๆอย่างหลินจิงซู เธอไม่เห็นอยู่ในสายตาด้วยซ้ำไป!
“น้ำหน้าอย่างแกจะทำอะไรฉันได้? ฉันไม่ขอโทษ!”
“จ้าวเสี่ยวย่า!”
แม้หวู่ฮ่าวชิงจะรู้ดีอยู่แก่ใจว่า จ้าวเสี่ยวย่าเป็นผู้หญิงที่มีอุปนิสัยหยิ่งผยองมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็คาดไม่ถึงว่า เธอจะมีความคิดและทัศนคติที่น่ารังเกียจเกินบรรยายได้ถึงเพียงนี้! และนี่ได้ทำให้เขารู้สึกโกรธมากจริงๆ
“ฉันบอกให้เธอขอโทษเดี๋ยวนี้!!”
น้ำเสียงของหวู่ฮ่าวชิงครั้งนี้เต็มไปด้วยความดุดันและโทสะรุนแรง สิ่งนี้ยิ่งตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขาว่า ได้ห่างเหินกันไปมากเพียงใดแล้ว จ้าวเสี่ยวย่าถึงกับตัวสั่นเทาด้วยแรงแค้นที่เพิ่มทวีสุดขั้ว
เป็นอย่างที่หลินจิงซูคาดไว้ไม่มีผิด หญิงสาวคนนี้น่าจะคิดกับหวู่ฮ่าวชิงมากกว่าเพื่อนธรรมดาทั่วไป เพราะโดยปกติแล้ว หากคิดกับอีกฝ่ายเป็นเพียงเพื่อนคนหนึ่ง มีหรือที่การกระทำเพียงเท่านี้ จะทำให้ใครสักคนสามารถเดือดดาลถึงเพียงนี้ได้?
จุดอ่อนของผู้หญิงคนนี้คือหวู่ฮ่าวชิงนี่เอง…
เมื่อรู้เช่นนั้น หลินจิงซูก็แสยะยิ้มชั่วร้ายออกมาทันที!
ฉันตัดสินใจแล้วล่ะ ฉันไม่ต้องการเงินหรือคำขอโทษจากเธออีกต่อไปแล้ว แต่ขอเป็นหัวใจที่แตกสลายเป็นเสี่ยงของเธอแทนก็แล้วกันนะ!!
บรรดาหนุ่มสาวที่รายล้อมอยู่ต่างก็เริ่มตระหนักแล้วว่า เวลานี้หวู่ฮ่าวชิงกำลังโกรธมากจริงๆ และทุกคนในที่นั้นก็เริ่มหัวเราะไม่ออก กระทั่งมีชายหนุ่มอีกคนรีบสาวเท้าก้าวเข้ามาพร้อมกับพูดจาโน้มน้าวทันที
“เสี่ยวย่า แค่ขอโทษก็จบเรื่องแล้วไม่ใช่เหรอ? ไม่เห็นเหรอว่าเธอทำให้ฮ่าวชิงโกรธมากแค่ไหนแล้ว? พอเถอะนะ!”
แต่เมื่อจ้าวเสี่ยวย่าหันขวับจ้องมองไปทางต้นเสียง ชายหนุ่มคนนั้นก็ถึงกับหน้าเสีย แล้วรีบก้มศีรษะลงหลบสายตาโดยไว
“ฉันจะไม่ขอโทษใครหน้าไหนทั้งนั้น ถ้านังลูกจ้างกระจอกๆนี่มันมีปัญญาทำอะไรฉันได้จริงๆ ก็เชิญ!”
สิ้นเสียงตวาดตอบหวู่ฮ่าวชิง จ้าวเสี่ยวย่าก็หมุนตัวกลับ แล้ววิ่งออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว
บรรดาหนุ่มสาวเหล่านั้นก็เช่นกัน ต่างฝ่ายต่างก็วิ่งออกไปจากบริเวณนั้นเช่นกัน
เวลานี้ จึงเหลือเพียงหลินจิงซูและหวู่ฮ่าวชิง ที่กำลังหอบหายใจหนักด้วยความโกรธอยู่ตรงนั้น
“ฉันต้องขอโทษแทนเสี่ยวย่าด้วยนะ แต่ไหนแต่ไรนิสัยของเธอก็ยังแย่ไม่เปลี่ยนเลย…”
หวู่ฮ่าวชิงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากโน้มศรีษะลงพร้อมเอ่ยขอโทษแทนจ้าวเสี่ยวย่า
“นายไม่จำเป็นต้องขอโทษหรอกนะ”
หลินจิงซูตอบกลับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ดูประหนึ่งเป็นสาวน้อยผู้มีจิตใจโอบอ้อมอารีพร้อมที่จะอภัยให้กับทุกคน แต่ทว่า…สายตาคู่นั้นที่กำลังจ้องมองจ้าวเสี่ยวย่าที่วิ่งห่างออกไป กลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างสุดจะหยั่งถึง
วันนี้โชคร้ายจริงๆที่มาเจอกับคนบ้าแบบนี้เข้า
ขนาดไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนแท้ๆ แต่กลับจองหองถึงขั้นดูถูกเหยียดหยามกันได้ถึงเพียงนี้เชียวเหรอ?
ได้เลย ดูเหมือนว่าจะชื่อจ้าวเสี่ยวย่าใช่มั้ย? แล้วเธอจะได้เผชิญกับความอัปยศอดสูซะยิ่งกว่าความตาย…
แต่จะว่าไป ทำไมคนสันดานชั่วๆล้วนต้องแซ่จ้าวกันหมดเลยแฮะ?
“โอ๊ย! จู่ๆก็ปวดหัวขึ้นมา! ปวดจนจะอาเจียนเลยล่ะ…ฮ่าวชิง ช่วยพาฉันไปแจ้งตำรวจหน่อยสิ นาย…นายสัญญาได้มั้ยว่าจะเป็นพยานให้กับฉัน?”
หลินจิงซูไม่รอช้า แสร้งทำทีเป็นปวดศีรษะและรู้สึกวิงเวียนอย่างหนัก พร้อมกับล้มตัวลงซุกแผ่นอกของหวู่ฮ่าวชิงทันที ริมฝีปากสีชมพูเนียนนุ่มปริออกพร้อมกับเสียงอ้อนวอนขอร้องหวานฉ่ำที่หลุดออกมา
ใจหนึ่งก็เห็นแก่เพื่อนตั้งแต่สมัยเด็ก หวู่ฮ่าวชิงลังเลอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แต่ท้ายที่สุดก็ต่อมารยาร้อยเล่มเกวียนของสาวสวยในอ้อมอกไม่ไหว เขาพยักหน้าพร้อมกับช่วยพยุงร่างของเธอเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจโดยเร็ว
……
“เมื่อครู่พวกเธอเห็นกันรึเปล่า? หวู่ฮ่าวชิงเอาแต่ปกป้องนังผู้หญิงชั้นต่ำนั่น! ชอบเข้าไปได้ยังไงขี้ข้าร้านที่สกปรกแบบนั้น? แล้วนี่แห่กันมาหมดแบบนี้ ไม่เท่ากับเปิดโอกาสให้ทั้งคู่อยู่กันสองต่อสองตามลำพังงั้นเหรอ?”
หลังจากที่ถอยทัพกลับบ้านแล้ว จ้าวเสี่ยวย่าก็กัดฟันพูดออกมาด้วยความเจ็บแค้นใจ นึกถึงภาพฉากหลังจากนี้ที่คนทั้งสองจะมีโอกาสได้อยู่กันตามลำพังแล้ว ภาพจินตนาการถัดจากนั้นก็ยิ่งทำให้เธอหงุดหงิดโมโหยิ่งกว่าเดิมเป็นเท่าทวี เธอโกรธจัดจนถึงกับวิ่งไปเตะแจกันในห้องนั่งเล่นจนแตกกระจาย!
แจกันเปราะบางส่งเสียงแตกสนั่นดัง ‘เพล้ง!’ เศษซากคมกริบบินว่อนไปคนละทิศละทาง
ท้ายที่สุด หญิงสาวอีกคนที่นิ่งเงียบราวกับไม่มีปากเมื่อครั้งที่ยังอยู่สนามบาสเก็ตบอล ก็พูดเสี้ยมขึ้นในทันทีพร้อมกับปั้นสีหน้ารังเกียจ
“นั่นน่ะสิ จริงด้วย พี่เสี่ยวย่าพูดถูกต้องที่สุด! ทำไมฮ่าวชิงถึงต้องปกป้องนังนั่นขนาดนี้ด้วย? ก็แค่ลูกจ้างจนๆคนหนึ่งไม่ใช่เหรอ?”
“หรือเขาจะแอบมีใจให้นังนั่น? คนอย่างฮ่าวชิงนี่นะ จะไปชอบลูกจ้างชั้นต่ำแบบนั้นจริงๆน่ะเหรอ?”
จ้าวเสี่ยวย่าทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาด้วยความหงุดหงิดฉุนเฉียว
เธอเฝ้าติดตามหวู่ฮ่าวชิงมานานหลายสิบปีนับตั้งแต่ที่ทั้งคู่ยังเด็ก อีกทั้งตัวเธอเองยังแอบชอบเขามาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมา เขากลับไม่เคยเหลียวมองเธอเลยสักนิด แค่นี้ก็เจ็บใจมากพอแล้ว ยังจะต้องถูกนังลูกจ้างกระจอกๆนั่นแย่งชายที่รักไปอีก! นี่ไม่เท่ากับถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างมากหรอกเหรอ?!
“แล้วดูเขาพูดเข้าสิ ถึงกับให้ฉันขอโทษนังลูกจ้างจนๆนั่นด้วย! นี่มันดูถูกกันเกินไปแล้ว!!”
ทุกวาจาคำพูดที่จ้าวเสี่ยวย่าพ่นออกมานั้น ล้วนเต็มไปด้วยคำสบประมาทดูถูกหลินจิงซูทั้งสิ้น
ครอบครัวของจ้าวเสี่ยวย่าเป็นเจ้าของโรงงานแห่งหนึ่ง เธอจึงได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่เป็นอย่างดีมาตั้งแต่เด็ก ส่วนเพื่อนๆรอบข้างก็ล้วนแต่เป็นพวกขี้ประจบและตามใจเธอทุกอย่าง เมื่อกาลเวลาผ่านไป สภาพแวดล้อมเหล่านี้จึงได้หล่อหลอมให้เธอกลายเป็นคนที่เอาแต่ใจ
แต่ใช่ว่าจ้าวเสี่ยวย่าจะทำตัวสูงส่งดูถูกดูแคลนผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา เฉพาะในวันนี้ที่เธอรู้สึกเหลืออดกับพฤติกรรมและแสดงออกของหวู่ฮ่าวชิง ที่ดูเหมือนจะทำเกินกว่าเหตุมากไปหน่อย เขาทำราวกับพ่อที่กำลังปกป้องลูกโดยไม่สนเหตุผลใดๆทั้งสิ้น!
“ติ๊งต่อง~ ติ๊งต่อง~…”
กริ่งประตูบ้านหลังใหญ่ดังขึ้น
เพื่อนสาวคนนั้นอาสาออกไปเปิดประตูให้ แต่ทันทีที่เห็นบุคคลเบื้องหน้าว่าเป็นใคร เธอก็ถึงกับยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตะลึงงัน
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล




![คุณพ่อเลี้ยง(เดี่ยว) [ เซ็ตพ่อลูกติด ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


