เข้าสู่ระบบ164 2-2
ตอนที่ 327 หลินจิงซูการละคร
“ใครคือจ้าวเสี่ยวย่าครับ?”
แขกผู้มาเยือนหาใช่ใครอื่นไม่ แต่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบสองคน ทั้งคู่ปั้นหน้าขึงขังพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
จ้าวเสี่ยวย่าได้ยินเสียงใครบางคนเอ่ยชื่อของตนขึ้น จึงได้เดินปรี่ออกมาพร้อมความหงุดหงิดใจที่ยังคงไม่จางหาย แต่เมื่อพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เธอก็ถึงขั้นหน้าถอดสีซีดเผือดในทันที
“ทางเราได้รับแจ้งว่า คุณเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีเจตนาทำร้ายร่างกายผู้อื่น ขอเชิญไปที่สถานีตำรวจพร้อมกับพวกเราด้วยครับ”
ได้ยินเช่นนั้น จ้าวเสี่ยวย่าก็ถึงกับกัดฟันกรอด เธอคิดไม่ถึงจริงๆว่า นังลูกจ้างกระจอกนั่นจะเล่นแรงถึงขั้นแจ้งความ!
ฉันแค่บังเอิญโยนลูกบาสไปถูกหัวแกไม่ใช่เหรอ? นี่ถึงกับต้องแจ้งตำรวจมาจับกันเลยงั้นเหรอ?
“หนูก็แค่เผลอโยนลูกบาสไปถูกเธอเท่านั้นเองนะคะ แบบนี้จะเรียกว่าเจตนาทำร้ายได้ยังไงกัน?”
จ้าวเสี่ยวย่ารีบชูมือชูไม้อธิบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฟังอย่างรวดเร็ว
“ไปสถานีตำรวจด้วยกันก่อนดีกว่าครับ แล้วเราจะอธิบายเรื่องราวทุกอย่างให้ฟัง”
เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับฟังข้อแก้ตัวใดๆของจ้าวเสี่ยวย่าทั้งสิ้น จัดการใส่กุญแจมือเธอ แล้วนำตัวไปที่สถานีตำรวจทันที
ภายในสถานีตำรวจ
“หลังจากทำการการสอบสวนอยู่หลายรอบ คุณซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่า การที่ลูกบาสอัดกระแทกใส่ศีรษะของเหยื่อนั้นเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ แต่เพราะในตอนนี้ เหยื่อกำลังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จึงไม่สามารถเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมใดๆได้ ทางเราคงต้องขังคุณไว้ที่นี่สักระยะก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้หลบหนีได้”
นายตำรวจที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะสอบสวน เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าขึงขัง
นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลงั้นเหรอ?
จ้าวเสี่ยวย่าถึงกับพูดไม่ออกทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น เดี๋ยวก่อนนะ นังลูกจ้างนั่นร่างกายของมันเป็นแก้วหรือยังไงถึงได้เปราะบางขนาดนี้? ถูกลูกบาสอัดหัวแค่นั้น ถึงกับต้องนอนโรงพยาบาลเชียวเหรอ?
ตอแหลล่ะสิไม่ว่า!
สมแล้วที่เป็นได้แค่ลูกจ้างขี้ข้าคนอื่นแบบนั้น! พฤติกรรมน่ารังเกียจสิ้นดี!!
ที่โรงพยาบาลในเวลาเดียวกัน
ถูกต้อง…ทั้งหมดล้วนเป็นการแสดงของหลินจิงซูทั้งสิ้น!
ขั้นแรก เธอได้วานให้หวู่ฮ่าวชิงพาไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ แล้วจึงค่อยเดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจดูอาการบาดเจ็บเป็นลำดับต่อไป
ส่วนเรื่องอาการปวดหัววิงเวียนศีรษะอย่างหนักนั้น แม้ทางโรงพยาบาลจะใช้เครื่องมือแพทย์เฉพาะทางทำการตรวจอย่างละเอียดแล้ว กลับไม่พบความผิดปกติร้ายแรงใดๆต่อร่างกาย แต่ในเมื่อผู้ป่วยยืนยันว่าตนมีอาการดังที่กล่าวข้างต้นมา แพทย์ก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธการรักษาเช่นกัน จึงได้สั่งให้นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อเฝ้าดูอาการอีกที พร้อมกับให้ยาแก้ปวดทั่วไปมารับประทานด้วย
ทำไมจะทำแบบนี้ไม่ได้ล่ะ? ในเมื่อหลินจิงซูมีเงินซะอย่าง!
ที่สำคัญ อาการเจ็บปวดของผู้คนนับเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เครื่องมือแพทย์ก็ใช่ว่าจะสามารถตรวจพบได้อย่างแม่นยำทุกโรค
หลินจิงซูอาศัยช่องโหว่สองประการนี้ ผนวกเข้ากับทักษะการแสดงละครของเธอที่ดูราวกับคนปวดศีรษะเจียนตายจริงๆ แพทย์จึงต้องสรุปว่า เธอจำเป็นต้องนอนพักรักษาตัวเพื่อเฝ้าดูอาการต่อไป
ในชาติก่อนหน้า เมื่อครั้งที่ทำงานอยู่ในโรงงานอาหารกระป๋องแมว เคยมีเหล่าอันธพาลบุกเข้ามาหาเรื่องถึงที่โรงงาน และด้วยความเฉลียวฉลาดของเธอ จึงได้รีบโทรแจ้งตำรวจ พร้อมทำทีว่าตนเองถูกลูกหลงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส จำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยละเอียดจากแพทย์
หลังเหตุการณ์นี้สิ้นสุดลง ผลที่ได้ก็คือ หลินจิงซูได้นอนเล่นอยู่ในโรงพยาบาลเกือบสิบวันโดยไม่ถูกหักเงินเดือนหรือวันหยุดใดๆเลย หากไม่ถูกทางโรงพยาบาลไล่กลับบ้านเสียก่อน ด้วยเหตุผลที่ว่าเตียงผู้ป่วยไม่เพียงพอกับจำนวนคนไข้ ป่านนี้หลินจิงซูคงได้นอนสบายใจเฉิบ กินเงินเดือนโดยไม่ต้องทำงานทำการไปอีกพักใหญ่ทีเดียว
ขนาดเทคโนโลยีด้านการแพทย์ในศตวรรษที่ 21 ยังไม่สามารถตรวจจับความตอแหลของเธอได้ แล้วเพียงแค่โรงพยาบาลเล็กๆในยุค 90 แบบนี้ คิดหรือว่าจะทำสามารถอะไรหลินจิงซูคนนี้ได้?
ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการนอนโรงพยาบาลในครั้งนี้น่ะเหรอ ด้วยข้อกฎหมายที่คุ้มครองเหยื่อ หลินจิงซูไม่จำเป็นต้องควักเงินจ่ายเองแม้แต่หยวนเดียว เพราะไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาตัว ค่ายา ค่าอาหารและค่าทำขวัญ ทั้งหมดจะถูกนำเข้าบัญชีของผู้กระทำความผิด
เรื่องนี้จะโทษใครได้ล่ะ? หากจ้าวเสี่ยวย่ายอมเจรจากันดีๆตั้งแต่แรก หลินจิงซูคงไม่ทำตัวร้ายกาจแบบนี้อย่างแน่นอน
เหมือนที่ใครๆต่างก็พูดกันว่า บางทีความชั่วก็ต้องกำจัดด้วยความชั่ว!
หวู่ฮ่าวชิงเป็นคนหนึ่งที่หลงเชื่อในการแสดงของหลินจิงซูเข้าเต็มเปา ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งถึงตอนนี้ เขาก็ยังเอาแต่เดินวกไปวนมาอยู่หน้าเตียงผู้ป่วยนับสิบๆรอบ
“ประธาน ตอนนี้ยังรู้สึกปวดหัวอยู่รึเปล่า?”
คู่คิ้วของหวู่ฮ่าวชิงเสมือนรถไฟสองขบวนที่ประสานชนกันอยู่ตลอดเวลา บ่งบอกถึงความทุกข์ทรมานใจที่เขารู้สึกอยู่ในขณะนี้ได้เป็นอย่างดี
“ฉันไม่เป็อะไรแล้วล่ะ ฮ่าวชิง ขอบคุณนายมากเลยนะสำหรับทุกสิ่งที่ทำให้ในวันนี้ ไหนจะพาฉันไปที่สถานีตำรวจ แล้วยังต้องพามาตรวจที่โรงพยาบาลอีก ฉันรู้สึกเกรงใจนายจริงๆ…”
หลินจิงซูเอนกายนอนลงบนเตียงเล็กน้อย พร้อมกับก้มศรีษะแสดงความขอบคุณต่อหวู่ฮ่าวชิงอย่างจริงใจ เธอเหลือบมองท้องฟ้ายามเย็นผ่านทางหน้าต่างเล็กน้อย แล้วจึงพูดต่อว่า
“นี่ก็เย็นมากแล้ว ฉันคงไม่กล้ารบกวนนายไปมากกว่านี้แล้วล่ะ นายกลับบ้านไปได้แล้ว”
“รบกวนที่ไหนกันล่ะ กลับบ้านไปก็ไม่มีอะไรทำอยู่ดี ฉันว่าจะอยู่ดูอาการเธออีกสักพัก อ่อ นี่อยากกินแอปเปิ้ลรึเปล่า? เดี๋ยวฉันปลอกให้!”
โดยไม่รอฟังคำตอบจากปากหลินจิงซู หวู่ฮ่าวชิงจัดการหยิบแอปเปิ้ลลูกหนึ่งขึ้นมาจากตะกร้าเยี่ยมไข้ที่เพิ่งซื้อมา
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไรฮ่าวชิง แค่ล้างให้ฉันก็พอแล้วล่ะ”
กับเรื่องที่ต้องให้คนอื่นมาคอยดูแลประคบประหงมแบบนี้ หลินจิงซูไม่สู้จะคุ้นชินเท่าไหร่นัก จึงร้องปฏิเสธทันที
ก่อนหน้าไม่นาน หลินจิงซูได้โทรไปบอกเฉินเฉวียนเย่ พร้อมกับเล่าเรื่องอุบัติเหตุที่เพิ่งเกิดขึ้น จนทำให้เธอต้องมาโรงพยาบาลให้อีกฝ่ายฟัง
ไม่นานเกินรอ เฉินเฉวียนเย่ก็เหยียบคันเร่งจนมิด เร่งตามมาที่โรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







