เข้าสู่ระบบ213 2-2
ตอนที่ 408 โชคชะตาหรือความบังเอิญ (2)
จู้หยานไม่ต้องการให้หลินจิงซูต้องคิดมากในเรื่องเหล่านี้ เขาจึงส่ายหน้าปฏิเสธ และตัดสินใจที่จะปิดบังเรื่องนี้ต่อไป
“ชีวิตที่อังกฤษเป็นอะไรที่น่าเบื่อมาก ผมไม่มีแม้แต่เพื่อนหรืออาจารย์ที่จะสามารถเปิดอกพูดคุยด้วยได้เลย เพราะแบบนี้ไงก็เลยอยากกลับจีน แต่ครอบครัวมักเข้มงวดกับผมเสมอ ถ้าผมบอกไปตามตรงมีเหรอจะได้กลับมาที่นี่?”
หลินจิงซูพยักหน้ารับทราบถึงเหตุผลที่จู้หยานหยิบยกมาพูดให้ฟัง
“เฮ้อ คงจะดีไม่น้อยถ้านายได้กลับมาเรียนต่อที่นี่ ถึงการศึกษาในต่างแดนจะพัฒนาไปไกลมากแล้วก็ตามที แต่การศึกษาในบ้านเราก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมากแล้วนะ”
“ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่า พวกที่ไปเรียนต่างแดนจะเก่งกว่าเด็กที่เรียนในจีนทุกคน เพราะทองคำก็ต้องเป็นทองคำอยู่วันยังค่ำ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเปล่งประกายได้ทั้งนั้นจริงมั้ย?”
คำพูดของหลินจิงซูได้ปลุกความฮึกเหิมในตัวจู้หยานขึ้นมา แต่น่าเสียดายที่ความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ ยังนับว่าน้อยเกินกว่าจะปะทะชนกับครอบครัวตนเองได้
ความรู้สีกดีๆที่มีต่อกันนั้น แม้จู้หยานจะมั่นใจว่าตนได้แสดงออกให้หลินจิงซูได้รับรู้มากเกินพอแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น โอกาสที่ทั้งสองจะได้ครองคู่กันก็มีน้อยเหลือเกิน
เพราะเหตุนี้เอง เมื่อจู้หยานค้นพบว่า หลินจิงซูในตอนนี้ได้ประสบความสำเร็จมากเพียงใดแล้ว เขาจึงรู้สึกมีความสุขอย่างมาก
“คุณพูดถูกแล้วล่ะ ระหว่างเดินทางมาที่นี่ ผมเองก็ได้เห็นคุณผ่านรายการทีวีด้วยนะ เห็นว่ามอบทุนการศึกษาให้กับคนด้อยโอกาสไปตั้งมากมาย เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนได้มีโอกาสร่ำเรียนต่อไม่ใช่เหรอ?”
“เรื่องดีๆมักต้องการผู้นำ ซึ่งก็คือคุณนี่ล่ะจิงซู ความช่วยเหลือของคุณในครั้งนี้ จะช่วยต่อลมหายใจให้กับคนในประเทศอีกหลายล้านชีวิต เวลานี้คนในสังคมเริ่มตระหนักแล้วว่า ผู้คนเข้าถึงการศึกษาได้ยากเย็นแค่ไหน เชื่อเถอะว่า คนอีกจำนวนไม่น้อยที่คิดเหมือนคุณ จะช่วยกันแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง”
“ผมขอพูดในฐานะนักเรียนนอกนะ ทุกคนต่างก็รักบ้านเกิดของตัวเองกันทั้งนั้นล่ะ ไม่ว่าใครก็ต้องอยากกลับมาพัฒนาประเทศของตัวเองให้เจริญรุ่งเรืองไม่แพ้ชาติใดในโลก”
ช่วงเวลาที่แสนอบอุ่นนี้ จู้หยานกับหลินจิงซูต่างพูดคุยและหัวเราะไปด้วยกันอย่างมีความสุข
หลินจิงซูไม่เพียงใจเปิดห้องสวีทให้อีกฝ่ายได้พัก แต่ยังตั้งใจว่าจะพาเขาไปดูมหาวิทยาลัยที่เธอกำลังเรียนอยู่อีกด้วย
ช่วงค่ำในคืนเดียวกัน ทั้งสองก็ย้ายไปนั่งคุยกันต่อที่โซนบาร์เครื่องดื่ม
หลินจิงซูตัดสินใจเปิดตัวแสดงทักษะการเป็นบาร์เทนเดอร์ให้จู้หยานชมเป็นการส่วนตัว
คล้อยหลังจบการแสดงที่น่าอัศจรรย์ใจ ลองไอซ์แลนด์รสชื่นใจก็ถูกนำมาเสิร์ฟตรงหน้าจู้หยาน
รับชมทักษะบาร์เทนเดอร์ที่ช่ำชองของหลินจิงซู จู้หยานก็ได้แต่แอบทึ่ง
“นึกไม่ถึงเลยว่านอกจากเขย่าชานมไข่มุกเก่งแล้ว ยังจะเป็นบาร์เทนเดอร์ได้อีกด้วย! บาร์นั่งดื่มแบบนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในต่างประเทศ แต่ไม่คิดว่ากระแสความนิยมจะขยายมาถึงจีนแล้ว”
“แต่เรื่องที่ผมสงสัยมากที่สุดก็คือ คุณไปร่ำเรียนการเป็นบาร์เทนเดอร์มาจากไหนกัน? เพราะเท่าที่รู้มา ขนาดที่ประเทศอังกฤษยังมีแค่ไม่แห่งที่ที่สอนเรื่องนี้?”
เห็นว่าจู้หยานเริ่มจับผิดสงสัยในตัวเธอ หลินจิงซูก็ส่ายหน้าทันที
“ถึงฉันจะเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของโรงแรม แต่ก็ใช่ว่าจะขี้เกียจได้ซะหน่อย ตรงข้าม ฉันยิ่งต้องรับผิดชอบมากกว่าใครๆ เริ่มจากเรียนรู้ทักษะการเป็นบาร์เทนเดอร์นี่ล่ะ อีกอย่างนายก็เห็นไม่ใช่เหรอว่า พ่อเฉินน่ะชอบดื่มขนาดไหน เขาก็ต้องมีความรู้ในเรื่องพวกนี้พอตัว”
หรี่ตามองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง จู้หยานจึงค่อยพยักหน้าอย่างแช่มช้าพร้อมหยิบแก้วลองไอซ์แลนด์ขึ้นจิบ แม้รสชาติในแรกสัมผัสจะรับรู้ถึงกลิ่นชาผสมผสานกับผลไม้อย่างชัดเจน แต่ทว่าช่วงปลายกลับยิ่งรับรู้ได้ว่า มีปริมาณแอลกอฮอล์ผสมอยู่ในปริมาณสูงเพียงใด
ดื่มไปได้เพียงแค่ครึ่งแก้ว ทั่วทั้งใบหน้าของจู้หยานก็เริ่มแดงก่ำ
เหมือนเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าจู้หยานเป็นพวกคออ่อน หลินจิงซูจึงเตรียมจะออกไปหาอะไรเปรี้ยวๆมาให้เขากินเพื่อกระตุ้นให้ตื่น
“ขนาดไปอยู่ไกลถึงอังกฤษแล้ว นายก็ยังคออ่อนเหมือนเดิมเลยเหรอ? ที่โน่นคนดื่มเบียร์แทนน้ำกันทั้งนั้น คิดว่ากลับมาคราวนี้นายจะดื่มได้เก่งขึ้นซะอีก”
ประโยคคำพูดชวนสะกิดใจนั้น ทำให้จู้หยานต้องเหลือบมองหลินจิงซูด้วยความสงสัยแคลงใจ
“รู้ได้ไงว่าคนที่นั่นดื่มเบียร์แทนน้ำ? คุณเองก็ไม่เคยไปอังกฤษไม่ใช่เหรอ? หรือจะบอกว่าอ่านเจอจากหนังสือเล่มไหนอีกล่ะ??”
เผชิญกับคำถามนับไม่ถ้วน หลินจิงซูได้แต่อธิบายด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆ
“นะ.. นี่นาย! เราสองคนสนิทกันถึงขั้นนี้แล้ว ทำไมต้องจับผิดกันแบบนี้ด้วย? ที่ผ่านมาฉันเองก็ตั้งหน้าตั้งตารอโทรศัพท์จากนาย แต่ไม่เห็นจะโทรหากันบ้างเลย!”
ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเช่นกัน เมื่อจู้หยานได้ยินอะไรแบบนั้น เขากลับยิ้มแย้มออกมาด้วยความสุขใจ จนลืมความสงสัยในองค์ความรู้มากมายของหลินจิงซูไปเลย
“จะให้ผมทำยังไงได้ล่ะ? พอโทรสายไปที่ร้านชานมไข่มุกก็ไม่มีคนรับ พอกลับมาก็เพิ่งรู้ว่า คุณขายธุรกิจให้คนอื่นไปหมดแล้ว”
“ถ้าไม่ใช่เพราะผมบังเอิญเช็คอินที่โรงแรมนี้พอดี ผมก็คงไม่รู้ว่าจะไปตามหาคุณได้ที่ไหน”
จังหวะนั้นเอง หลินจิงซูก็คล้ายจะนึกอะไรขึ้นมาได้เช่นกันว่า ตนเองได้ย้ายที่อยู่มาหลายครั้งแล้ว
หากไม่ใช่เพราะความบังเอิญที่จู้หยานมาพักที่โรงแรมนี้พอดี ท่ามกลางมหาสุมทรอันกว้างใหญ่เช่นนี้ ก็คงมีโอกาสน้อยมากที่ทั้งคู่จะได้มาพบเจอกันอีกครั้ง
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







