Home / โรแมนติก / ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90 / ตอนที่ 54 ยกขึ้นหิ้งถวายข้าวน้ำสามมื้อ

Share

ตอนที่ 54 ยกขึ้นหิ้งถวายข้าวน้ำสามมื้อ

Author: Chawin
last update Last Updated: 2026-02-12 14:18:30

28 1-2

            ตอนที่ 54 ยกขึ้นหิ้งถวายข้าวน้ำสามมื้อ

            หลังจากกลับถึงบ้าน หลินเสวี่ยล้มตัวลงฝังศีรษะซุกอยู่ในหมอนใบโปรด พร้อมกับร้องห่มร้องไห้เสียงดังไม่หยุด และไม่ว่าอู๋ซิ่วเหลียนจะพยายามปลอบโยนอย่างไรก็ไม่เป็นผล

            หลินเสวี่ยร้องไห้โฮพูดขึ้นทั้งน้ำตาอาบสองแก้มว่า

                  “ทั้งหมดเป็นความผิดของนังจิงซูคนเดียว! ถ้าไม่ใช่เพราะมัน มีเหรอที่หนูจะต้องอับอายขายขี้หน้าคนอื่นมากขนาดนี้! หนูมีแต่เสียกับเสีย! แม่คะ ลุงไม่ต้องการพวกเราสองคนแล้วจริงๆเหรอคะ? สุดท้าย ลูกสาวแท้ๆอย่างหลินจิงซูก็สำคัญกว่าอย่างนั้นเหรอคะ?! วันข้างหน้า ลุงคงจะทอดทิ้งพวกเราสองแม่ลูกจริงๆใช่มั้ยคะแม่?!”

                  ใบหน้าของอู๋ซิ่วเหลียนคล้ำมืดทมิฬขึ้นทันทีที่ได้ยิน เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวเย็นชาว่า

                  “แกไม่ต้องเป็นห่วงไป แม่ไม่มีวันปล่อยให้มันทิ้งพวกเราสองคนไปไหนแน่นอน! ต่อให้ตอนนี้หลินชิงอี้คิดอยากจะหนีจากพวกเราไปแค่ไหน ก็เกรงว่าจะสายเกินไปซะแล้ว! ต่อให้มันหนีไปได้ ก็ต้องเสียแขนเสียขาสักข้างก่อน! แกฟังแม่ให้ดีนะ คิดว่าอู๋ซิ่วเหลียนแม่ของแกคนนี้จะยอมถูกคนอื่นข่มเหงรังแกได้ง่ายๆรึไง?”

                  “แม่ เขา…เขาเป็นแค่ลุงของหนูจริงๆเหรอคะ?”

                  ภายหลังได้ฟังคำพูดของอู๋ซิ่วเหลียน หลินเสวี่ยก็ถึงกับหมดอารมณ์ไม่อยากร้องไห้ต่อแล้ว ชั่วขณะอึดใจนั้น เธอได้เงยหน้าขึ้นจ้องตาอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่ทั้งอึดอัดและกังวลใจในเวลาเดียวกัน

                  อู๋ซิ่วเหลียนชะงักงันไปเล็กน้อย เธอส่ายหน้าไปมาพร้อมเอ่ยตอบด้วยความรู้สึกที่จนใจเช่นกัน

                  “ฉันเองก็ไม่รู้ ฉันเคยลองคิดทบทวนเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน บางทีอาจจะเป็นไปได้ที่แกจะ… ”

                  เธอส่ายหน้าไปมาอย่างช่วยไม่ได้ สำหรับคำตอบของคำถามนี้ นับว่ายังค่อนข้างคลุมเครือจริงๆ

                  “เรื่องนั้นช่างเถอะ! แต่ฉันคิดไม่ถึงจริงๆว่านังเดรัจฉานหลินจิงซูมันจะกล้าพูดจาแบบนั้นกับแก! นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมนังนั่นถึงได้จองหองขนาดนี้นะ? แกคิดสิคิด ใครกันที่กระตุ้นให้มันกล้ากำแหงกับพวกเราได้ขนาดนี้?!”

                  “คุณลุงรึเปล่าคะ?” ดวงตาหลินเสวี่ยแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำทันที

                  “แม่ ต้องรีบคิดหาวิธีรักษาคุณลุงอย่าให้ไปจากพวกเรานะคะ! ถ้าคุณลุงไม่สนใจพวกเราอีกต่อไป แล้วหนูกับแม่จะใช้ชีวิตต่อไปได้ยังไงกัน?”

                  รอยยิ้มชวนสยองปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอู๋ซิ่วเหลียน เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกไร้ปราณีว่า

                  “หลินชิงอี้ แกคิดจะมาก็มา คิดอยากจะไปก็จะไปได้ง่ายๆงั้นเหรอ? เห็นฉันโง่เง่าแบบนังติงเสวี่ยเหม่ยรึยังไง? ถ้ามันกล้าทิ้งพวกเราไปจริงๆ แม่จะทำให้มันเห็นว่าใครกันแน่ที่ต้องประสบกับความโชคร้าย!”

                 

                  ……..

                  เมื่อหลินจิงซูกลับถึงบ้าน สิ่งแรกที่เห็นก็คือ ติงเสวี่ยเหม่ยกำลังนั่งทานข้าวคนเดียวตามลำพังอยู่บนโต๊ะ เธอจึงรีบเดินเข้าไปถามทันที

                  “วันนี้พ่อไม่มาทานข้าวเย็นด้วยกันเหรอคะ?”

                  “อืม วันนี้พ่อของลูกไม่มาเพราะติดงานจ้ะ วันนี้มีแค่เราสองคนนี่ล่ะ มาเถอะจ้ะมากินข้าวกันได้แล้ว”

                  ติงเสวี่ยเหม่ยตักข้าวใส่จานให้กับหลินจิงซู

                  “เดี๋ยวหนูขอตัวไปล้างมือก่อนนะคะแม่”

                  หลินจิงซูเดินไปที่ก๊อกน้ำล้างมือ ระหว่างที่กำลังขยี้สองมือกับก้อนสบู่ ภายในใจก็พลางวิเคราะห์คาดเดาสถานการณ์ไปด้วย เวลานี้ หลินชิงอี้น่าจะถูกอู๋ซิ่วเหลียนสกัดไว้อยู่ จึงไม่สามารถไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระตามใจต้องการ เช้านี้ก่อนที่เธอจะออกไปเรียน เธอจงใจปล่อยข่าวเรื่องที่ระยะนี้หลินชิงอี้มักชอบแวะเวียนมาหาพวกเธอสองแม่ลูกที่บ้านโทรมติดริมแม่น้ำอยู่บ่อยครั้ง อาศัยฝีปากช่างจ้อของป้าผาง ข่าวสารเรื่องนี้ก็สามารถผ่านทะลุเข้าหูของอู๋ซิ่วเหลียนและหลินเสวี่ยได้ภายในเวลาไม่ถึงวัน!

                  เมื่อไหร่ที่หลินชิงอี้และอู๋ซิ่วเหลียนเริ่มขัดแย้งกันเองเมื่อไหร่ แผนการขั้นต่อไปของเธอย่อมสามารถดำเนินต่อได้อย่างราบรื่น

                  กลยุทธ์ใช้หอกทิ่มแทงโล่ตัวเอง!

                  สองวันต่อมา หลินจิงซูที่เห็นว่าจนกระทั่งถึงตอนนี้หลินชิงอี้ก็ยังไม่โผล่ตัวหน้ามาทานข้าวเย็นด้วยกัน เธอจึงแสร้งตีหน้าเศร้าจงใจพูดกับติงเสวี่ยเหม่ยให้ดูน่าสงสาร

                  “แม่คะ วันนี้พ่อก็ไม่มาอีกแล้วเหรอคะ?”

                  “ใช่จ้ะ ช่วงนี้พ่องานยุ่งมากเลย”

                  น้ำเสียงของติงเสวี่ยเหม่ยคราวนี้เริ่มฟังดูผิดหวังเล็กน้อย อาจเป็นเพราะเธอกลัวว่าหลินชิงอี้จะกลับกลายไปเป็นคนเดิม ที่เบื่อหน่ายและเย็นชาต่อพวกเธอสองแม่ลูกอีกครั้ง

                  หลินจิงซูบีบน้ำตาเล็กน้อยพร้อมกับพูดขึ้นว่า

                  “แม่คะ ในที่สุดพวกเราก็สามารถกลับมาเป็นครอบครัวสามคนที่อบอุ่นเหมือนเดิมอีกครั้งแล้ว ถ้าคราวนี้เกิดอะไรขึ้นอีกจริงๆ หนูว่าพวกเราก็ไม่ควรนิ่งเฉยเหมือนเมื่อก่อนได้อีกแล้วจริงมั้ยคะ?”

                  ติงเสวี่ยเหม่ยจ้องมองหน้าหลินจิงซูด้วยความสงสัย

“แล้วจะให้แม่ทำยังไงล่ะ?”

หลินจิงซูเอ่ยตอบ

“หนูจะไปที่บ้านตระกูลหลินเพื่อตามตัวพ่อกลับมา”

ติงเสวี่ยเหม่ยฟังแล้วก็ถึงกับตกใจ

“มัน…มันจะดีเหรอลูก?”

“แม่คะ แต่ไหนแต่ไรที่นั่นก็เป็นบ้านของเรากับพ่อ อย่าลืมสิว่า พวกเราถูกป้ารองบีบให้ต้องย้ายหนีออกมา ส่วนตัวเองก็ยึดครองบ้านหลังนั้นไว้ซะเอง นี่แม่ไม่คิดอยากจะย้ายกลับไปอยู่ที่นั่นเลยเหรอคะ? กลับไปอยู่กันแบบสามคนพ่อแม่ลูก!”

ถูกจี้ใจดำเข้าไปถึงเพียงนี้ ติงเสวี่ยเหม่ยก็ถึงกับทำอะไรไม่ถูก และได้แต่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้น จึงค่อยพยักหน้าตอบกลับไปว่า

“เอาแบบนี้ดีมั้ยจ๊ะ ถ้าเห็นว่าพ่อของลูกมีงานยุ่งจริงๆก็อย่าไปบังคับเขา ผู้ชายก็มักเป็นแบบนี้ล่ะ บ้างานเป็นเรื่องปกติ ยิ่งไปกดดันเขามากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งหงุดหงิดใส่เอา ต้องค่อยๆพูดจาดีๆกับพ่อนะจ๊ะ เข้าใจที่แม่พูดใช่มั้ยจ๊ะ?”

หลินจิงซูแอบกลอกตามองค้อนใส่ผู้เป็นแม่ และได้แต่ค่อนขอดอยู่ภายในใจ แค่จะเรียกมากินข้าวเย็นด้วยกันถึงกับต้องนอบน้อมขนาดนี้เลยเหรอ?

ทำไมไม่ยกขึ้นหิ้งถวายข้าวถวายน้ำสามมื้อเลยล่ะ?

                 

                 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต (จบบริบูรณ์)

    263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 471 ความจริงในอดีต

    262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง

    262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย

    261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ

    260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!

  • ทะลุมิติสาวน้อยนักธุรกิจในยุค90   ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก

    259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status