เข้าสู่ระบบ28 2
ตอนที่ 55 ข่มขู่
ผู้ชายแบบนี้ยังอยากจะได้มาเป็นสามีอีกจริงๆน่ะเหรอ?
หลินจิงซูพูดไม่ออกแล้วจริงๆกับทัศนคติของติงเสวี่ยเหม่ย เธอรีบวิ่งตรงไปที่บ้านตระกูลหลินทันที
ผลักประตูรั้วเปิดออก หลังจากที่หลินจิงซูเดินเข้าไปได้ไม่ทันไร ก็ได้ยินเสียงทะเลาะเบาะแว้งดังลั่นออกมาจากห้องนอนเก่าของติงเสวี่ยเหม่ยและหลินชิงอี้
เธอแนบใบหูชิดกับข้างกำแพง และเริ่มแอบฟังอยู่อย่างเงียบงัน
“หลินชิงอี้ ทำแบบนี้หมายความว่ายังไง?! ฉันแค่ห้ามไม่ให้ไปเจอกับมันแค่สองสามวันเท่านั้น นี่พี่ถึงกับอดใจไม่ให้คิดถึงนังติงเสวี่ยเหม่ยไม่ได้เลยใช่มั้ย!! พี่คิดยังไงกับฉันกันแน่!!?”
น้ำเสียงที่เปล่งดังของอู๋ซิ่วเหลียนสั่นเครือราวกับคนกำลังร้องไห้
หลินชิงอี้ตอบกลับเสียงอ่อน พยายามเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายอย่างใจเย็น
“ซิ่วเหลียน ฟังผมให้ดีนะ ผมยังรักคุณเหมือนเดิมเสมอ! แต่ที่ต้องไปทานข้าวกับอาเหม่ยนั้น ทั้งหมดก็เพื่อการเลื่อนตำแหน่งของผมเท่านั้น! แล้วทุกครั้งหลังมื้ออาหารเย็น ผมก็กลับบ้านมาหาคุณทุกครั้งไม่ใช่เหรอ? ในใจของผมมีแต่คุณนะซิ่วเหลียน ทั้งคุณกับเสวี่ยเสวี่ยต่างก็เป็นสมาชิกในครอบครัวของผม!”
“พี่ก็ดีแต่พูด! ในใจก็ยังเห็นนังหลินจิงซูเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว ส่วนเสวี่ยเสวี่ยของฉันก็เป็นได้แค่หลานสาวที่ไม่ได้มีความสำคัญอะไร! พี่กำลังคิดอะไรอยู่ย่อมรู้แก่ใจดี! ไม่อย่างนั้น จะยอมจ่ายเงินค่าทัศนศึกษาให้นังหลินจิงซูทำไม?! แทนที่จะเป็นเสวี่ยเสวี่ย
“ทำไมยังเอาแต่พูดเรื่องเดิมๆซ้ำๆไม่จบ? ก็บอกไปแล้วไงว่า ผมไม่ได้เต็มใจจะจ่ายเงินค่าทัศนศึกษาให้จิงซู แต่เป็นเพราะช่วงนี้จางหลานกำลังเพ่งเล็งผมอยู่ ขนาดเรื่องภายในโรงเรียนของจิงซู เธอยังแอบตะล่อมถามอยู่ตลอดเวลาที่มีโอกาส แล้วถ้าเธอรู้ว่าผมจ่ายเงินค่าทัศนศึกษาให้หลานสาวแทนที่จะเป็นลูกสาว ข่าวลือแย่ๆเกี่ยวกับตัวผมคงได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งโรงงานแน่! ผม…”
อู๋ซิ่วเหลียนหัวเราะเย้ยหยัน และพูดแทรกขัดจังหวะเขาทันควัน
“หึหึ…แล้วพี่ไม่กลัวฉันบ้างเหรอ? ไม่ใช่จางหลานคนเดียวที่พูดเรื่องแบบนั้นได้จริงมั้ย?”
“ซิ่วเหลียน นี่คุณหมายความว่ายังไง?”
แทบจะในทันใด สีหน้าน้ำเสียงของหลินชิงอี้ก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นถนัดตา เค้นเสียงดุดันร้องถามขึ้นอย่างน่ากลัวว่า
“นี่คุณกำลังข่มขู่ผมอยู่งั้นเหรอ?”
วินาทีถัดมา เสียงกรีดร้องของอู๋ซิ่วเหลียนก็ดังขึ้นฉับพลัน
“ทำไมพี่ถึงได้ใจร้ายแบบนี้นะ! ทำอย่างกับพี่ไม่เคยรู้ว่าความรู้สึกของฉันที่มีต่อพี่มันเป็นยังไง? ก็พี่กำลังทำตัวแบบนี้กับฉัน แล้วจะให้ทำยังไงได้ล่ะ?”
“ดูสิ ดู พี่เป็นฝ่ายหาเรื่องก่อน แล้วจะไม่ให้ฉันโกรธได้ยังไง? สรุปแล้วพี่ยังรักฉันอยู่ไหม?”
“เอาล่ะ เอาล่ะ พอแล้ว ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเอง หลังจากผมได้เลื่อนตำแหน่งเมื่อไหร่ ผมจะยอมทำทุกอย่างเพื่อเป็นการชดเชยในสิ่งที่คุณกับเสวี่ยเสวี่ยควรได้ แบบนี้ดีมั้ย?”
หลินชิงอี้ทนฟังเสียงโหวกเหวกโวยวายต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว
“หึ! ขอให้จริงเถอะ! แล้วอย่ามากลับคำทีหลังก็แล้วกัน!”
“เข้าใจแล้ว สัญญาจ้ะสัญญาคนดีของพี่…”
หลินชิงอี้ขยับตัวเข้าใกล้อู๋ซิ่วเหลียนมากขึ้นเรื่อยๆ เคลื่อนมือเข้าไปโอบเอวอีกฝ่ายไว้แน่น พร้อมพูดติดตลกปนหัวเราะเบาๆว่า
“อายุขนาดนี้แล้ว ยังขี้หึงเหลือเกินนะเรา”
“ก็พี่ทำตัวแปลกไปนี่!”
ภายหลังที่สถานการณ์ทุกอย่างคลี่คลายลง อู๋ซิ่วเหลียนก็คลายความตึงเครียดลงตามเช่นกัน เธอโน้มศีรษะลงซบแผ่นอกแข็งแรงของอีกฝ่ายและพูดว่า
“หลังจากนี้ต่อไป ฉันจะเข้าครัวทำอาหารอร่อยๆให้พี่กินที่บ้านเอง แล้วต่อจากนี้ไป ห้ามพี่ไปที่บ้านของติงเสวี่ยเหม่ยอีก!”
“ได้จ้ะ ตามใจเธอก็แล้วกัน”
ก่อนที่เหตุการณ์จะเกินเลยไปมากกว่านี้ หลินจิงซูก็รีบเปิดประตูโพล่งเข้าไปทันที และแสร้งทำเป็นหายใจหอบเหนื่อยคล้ายกับว่าเพิ่งวิ่งมาถึงที่นี่
ทันทีที่อู๋ซิ่วเหลียนเห็นหน้าของหลินจิงซูโผล่เข้ามา ใบหน้าของเธอพลันเปลี่ยนเป็นบูดบึ้งและรู้สึกรังเกียจขึ้นทันที
“มาที่นี่ทำไม?”
น้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรอย่างยิ่งของอู๋ซิ่วเหลียนดังขึ้นต้อนรับ ตามมาด้วยหลินชิงอี้ที่รีบดึงร่างของเธอออกไปให้พ้นตัวอย่างรวดเร็ว แล้วรีบก้าวเข้าไปหาหลินจิงซู พร้อมเอ่ยทักทายขึ้นอย่างอบอุ่นว่า
“จิงซู? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ? ไม่ใช่ว่าเวลานี้ควรต้องนั่งกินข้าวเย็นอยู่ที่บ้านหรอกรึ?”
“พ่อคะ หนูมาตามพ่อกลับบ้านไปทานข้าวด้วยกันค่ะ วันนี้แม่เตรียมอาหารจานพิเศษไว้รอพ่อด้วย”
หลินจิงซูปั้นหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสพร้อมกับจ้องหน้าหลินชิงอี้เขม็ง ทั้งสีหน้าและท่าทางของเธอนั้นดูไม่ออกเลยว่าเป็นการแสดง
ทันทีที่อู๋ซิ่วเหลียนได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของเธอก็พลันเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดขึ้นถนัดตา ราวกับว่ากำลังอมอึสุนัขอยู่ในปากก็ไม่ปาน
ก่อนจะหันไปสาดประกายตาดุดันจ้องมองใส่หลินชิงอี้อย่างรวดเร็ว
หลินชิงอี้เค้นหัวเราะเสียงแห้งสองสามที แล้วจึงตอบกลับยิ้มๆว่า
“วันนี้พ่อคงไปกินข้าวด้วยไม่ได้แล้วล่ะ ไว้วันหลังก็แล้วกันนะ”
ได้ฟังเช่นนั้น หลินจิงซูก็ย่นคิ้วขมวดเข้าหากัน และตอบกลับด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“พ่อคะ ไม่ใช่พ่อเองเหรอที่เป็นคนบอกว่า อยากจะย้ายไปอยู่กับพวกเราสองแม่ลูกถาวร? แต่ตอนนี้แค่ไปทานข้าวก็ยังไปไม่ได้ หรือพ่อจะทิ้งหนูกับแม่ไปอีกแล้วใช่มั้ยคะ? แม่อุตส่าห์จัดห้องนอนเตรียมไว้ต้อนรับพ่อโดยเฉพาะ…”
ยิ่งได้ยินคำเน้นเสียงในประโยคหลังสุด ใบหน้าของอู๋ซิ่วเหลียนก็ยิ่งบิดเบี้ยวอัปลักษณ์น่าเกลียดกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ในตอนนี้ สีหน้าของเธอแทบไม่ต่างอะไรจากคนที่กำลังทรมานเพราะถูกวางยาพิษเลยแม้แต่น้อย!
“นี่มันหมายความว่ายังไง! พี่กำลังจะย้ายไปอยู่กับมันจริงๆเหรอ?! เห็นพวกฉันสองแม่ลูกเป็นตัวอะไรกัน? คิดจะมาก็มาคิดจะไปก็ถีบหัวส่งกันดื้อๆแบบนี้! หรือในสายตาของพี่ ฉันกับลูกสาวคงจะน่าสมเพชมากใช่มั้ย?!!”
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







