เข้าสู่ระบบ27 2-2
ตอนที่ 53 ลูกพี่ลูกน้องกาฝาก (2)
หลินเสวี่ยกัดริมฝีปากตัวเองแน่น เนื้อตัวสั่นเทาไม่หยุด ทั้งดูอ่อนแอและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน ผ่านไปครู่ใหญ่ สาวน้อยจึงค่อยๆปริปากพูดขึ้นว่า
“จิงซู ฉันรู้ว่าเธอเกลียดฉันมาโดยตลอด พ่อแท้ๆของฉันก็จากไปแล้ว เธอเองก็รู้ไม่ใช่เหรอว่า เรื่องนี้เป็นปมในใจของฉันมาโดยตลอด แล้วทำไมถึงยังกล้าเอาเรื่องการตายของพ่อฉันมาล้อเลียนสนุกสนานหัวเราะเยาะต่อหน้าเพื่อนๆทุกคนแบบนี้อีก?”
ทันทีที่คำพูดประโยคนี้หลุดออกมาจากปากของหลินเสวี่ย บรรยากาศพลันแปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง ทุกคนต่างสูดลมหายใจเย็นหอบใหญ่ที่ปะปนไปด้วยหลายหลากอารมณ์สะท้อนใจ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับจื่อเสี่ยวหลี่ ที่มองเห็นถึงร่องรอยแห่งความสูญเสียในแววตาของเพื่อนสนิท
ซ่งเหนี่ยวทนฟังบทละครน้ำเน่าพวกนี้ต่อไปอีกไม่ไหว เธอกัดฟันระเบิดความโกรธพร้อมกับตะโกนเสียงดังลั่น
“ใครที่ไหนหัวเราะเยาะเธอกันห๊ะ? มันเป็นเพราะความโง่เขลาของเธอเองไม่ใช่เหรอ ถึงทำให้เรื่องที่หลอกลวงคนอื่นไว้ถูกเปิดเผยออกมาแบบนี้? ทำไมเธอถึงได้หน้าด้านหน้าทนแบบนี้นะ?”
หลินเสวี่ยเริ่มร้องไห้ออกมา และพูดทั้งน้ำตาว่า
“อย่างน้อย…อย่างน้อยขอแค่ช่วงเวลาที่ได้อยู่ในโรงเรียนก็พอ ที่ฉันจะได้หลอกตัวเองว่ามีพ่อแท้ๆแบบเพื่อนคนอื่นเขาบ้าง! ฉันไม่อยากถูกคุณครูหรือเพื่อนร่วมชั้นดูถูกว่าเป็นเด็กกำพร้าพ่อ! แล้วฉัน…ฉันเองก็อยากทำให้แม่เห็นว่าต่อให้ไม่มีพ่อคอยดูแล ฉันก็สามารถสอบติดมหาวิทยาลัยได้! ฉันถึงได้พยายามมาจนถึงจุดนี้ยังไงล่ะ! จิงซู ฉันไม่ได้โกหกเธอนะ หวังว่าเธอจะเข้าใจฉันบ้าง แล้วก็อย่าเอาเรื่องนี้ไปเปิดเผยกับคนอื่นๆในโรงเรียนอีกเลยนะ ฉันขอร้อง! ฮึกๆ…ฮึกๆ…”
ภายหลังได้ฟังคำอ้อนวอนของหลินเสวี่ย เพื่อนๆนักเรียนที่อยู่ในบริเวณนั้น ต่างก็เริ่มคล้อยตามและรู้สึกเห็นอกเห็นใจหลินเสวี่ยขึ้นทันที บ้างก็รู้สึกซาบซึ้งกินใจอย่างมาก และชื่นชมในการพึ่งพาตนเองของเธอ ตรงกันข้ามกับหลินจิงซู ทุกคนต่างแสดงความสมเพชและรังเกียจออกมาผ่านทางสีหน้า ราวกับว่าผู้หญิงคนนี้คือนางมารร้ายที่ชอบกลั่นแกล้งพี่สาวตัวเองเป็นชีวิตจิตใจ
เพื่อนในห้องบางคนอดที่จะสบประมาทในความไร้หัวใจของหลินจิงซูไม่ได้ ถึงกับพ่นคำพูดดูถูกถากถางขึ้นว่า
“นี่แหละนะชีวิต ก็แค่โชคดีเกิดมาเป็นลูกสาวแท้ๆ ถึงได้มีสิทธิ์ไปทัศนศึกษาในเมือง จะไปเข้าใจหัวอกคนที่เป็นหลานสาวได้ยังไงกัน?”
“นี่มันไม่ยุติธรรมเอาซะเลย”
“ทำไมคนดีๆแบบเธอถึงต้องมากำพร้าพ่อด้วยนะ? ส่วนบางคนไม่สมควรมีพ่อด้วยซ้ำก็ดันมี! โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ!”
หลินเสวี่ยรีบปาดซับน้ำตา หันไปพูดกับคนอื่นๆรอบตัวว่า
“ไม่เป็นไรจ้ะ ขอเพียงลูกพี่ลูกน้องของฉันมีความสุข ฉันเองก็มีความสุขเหมือนกัน”
หลินจิงซูแอบหัวเราะคิกคักกับตัวเองในใจ ไม่พูดตอบโต้อะไรออกไปแม้แต่คำเดียว เพราะต้องการเฝ้าดูการแสดงละครของหลินเสวี่ยต่อไปเรื่อยๆ
ซ่งเหนี่ยวหน้าตาบูดบึ้ง ใบหน้ากลายเป็นสีเขียวคล้ำด้วยความโมโหเดือดดาล เธอคาดไม่ถึงจริงๆว่า หลินเสวี่ยจะหน้าด้านได้โล่ถึงเพียงนี้! สามารถกลับดำให้เป็นขาวได้ด้วยการบีบน้ำตาเท่านั้น
“นี่เธอ!!”
ขณะที่ซ่งเหนี่ยวกำลังอ้าปากจะพ่นคำด่าออกไปนั้น จู่ๆก็ถูกหลินจิงซูดึงแขนกระชากกลับมา
แล้วหลินจิงซูก็ก้าวออกไปยืนข้างหน้าแทน เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเข้มขลับของหลินเสวี่ย
“พี่เสวี่ย ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆค่ะ เรื่องที่พี่สร้างอีกตัวตนหนึ่งขึ้นในโรงเรียน ฉันเองก็ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเหมือนกัน แต่ทั้งหมดเป็นเพราะเพื่อนพี่คนนั้นต่างหากที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อน ฉันไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องพูดเรื่องนี้ออกมา แต่ฉันไม่รู้จริงๆว่าเรื่องนี้มันจะไปทำร้ายจิตใจของพี่ขนาดนี้”
หลินจิงซูเว้นวรรคพักหายใจเล็กน้อย แล้วจึงพูดต่อว่า
“ถ้าพี่อยากจะไปทัศนศึกษาในเมืองจริงๆ ฉันก็ยอมเพื่อพี่ได้นะ บางทีที่พี่ไปครั้งก่อนอาจจะยังไม่พอใจ ถ้าพี่อยากจะไปซ้ำอีกสักรอบ ฉันก็จะยอมถอยให้ ช่วงนี้พ่อเองก็มีภาระเรื่องค่าใช้จ่ายมากมาย ตั้งแต่ที่ลุงรองจากพวกเราไป พ่อก็ดูแลพี่เสวี่ยกับแม่เป็นอย่างดี ไหนจะค่าเรียนพิเศษของพี่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาก็เป็นเงินกว่าพันหยวน ตอนนี้ฉันเองก็กำลังทำข้าวกล่องส่งให้ตามบ้าน พยายามจะช่วยพ่อหาเงินด้วยอีกแรงด้วย ส่วนเรื่องทัศนศึกษาครั้งนี้ ถ้าพี่อยากไปก็ไปเถอะค่ะ”
หลายคนก่อนหน้านี้ที่คิดว่ามันไม่ยุติธรรมกับหลินเสวี่ยนั้น ถึงกับชะงักงันพูดอะไรไม่ออก ต่างคนต่างจ้องหน้ากันไปมาด้วยความประหลาดใจ คาดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะกลับตาลปัตรมาเป็นแบบนี้ได้!
หลินเสวี่ยถึงกับหน้านิ่งแข็งทื่อเป็นหิน พยายามบีบบังคับให้น้ำตาไหลหยดออกมา และแสดงละครต่อไป “คุณลุงรวยจะตายไป ถ้าอย่างนั้นพวกเราสองคนก็ไปด้วยกัน…”
หลินจิงซูส่ายหัว รอบดวงตาเห่อร้อนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำคล้ายกำลังจะร่ำไห้เช่นกัน
“พ่อเอาเงินไปจ่ายค่าเรียนพิเศษให้พี่หมดแล้ว นี่เป็นเงิน 80หยวนสุดท้ายที่ฉันจะขอจากพ่อได้แล้ว…”
เวลานี้ สถานการณ์กลับพลิกตาลปัตร จึงไม่มีใครกล้าเข้าข้างหลินเสวี่ยอีกต่อไป หลายคนจับกลุ่มรวมตัวซุบซิบกัน และกลายเป็นประเด็นร้อนแรงขึ้นทันที
“ยัยนี่ก็โลภเกินไป ใช้เงินตั้งมากมายไปกับค่าเรียนพิเศษของตัวเองแล้ว ตอนนี้ยังจะกระแดะอยากไปทัศนศึกษาในเมืองจนตัวสั่นอีก น่าสมเพชสิ้นดี!”
“ทำตัวเหมือนเป็นเหยื่อถูกข่มเหงรังแก ที่ไหนได้! ตัวเองกลับเป็นคนรังแกเขาแทน!”
“เห้ออ… ถ้าครอบครัวฉันมีลูกพี่ลูกน้องนิสัยเสียแบบนี้นะ บอกได้เลยว่าโชคร้าย!”
“ใช่! ใช่! โชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่มีลูกพี่ลูกน้องเป็นกาฝากคอยเกาะคนอื่นกินแบบนี้! นี่ขโมยเงินเรียนกันซึ่งหน้าไม่พอ ยังจะมาใส่ร้ายกันอีก! พ่อตายแล้วไม่มีคนเลี้ยงยังไม่เจียมเนื้อเจียมตัว ยังจะหน้าด้านทำตัวเป็นคุณหนู! น่ารังเกียจที่สุด!!”
หลินเสวี่ยกัดฟันแน่นด้วยความอับอายเกินบรรยาย วินาทีนั้นใบหน้าของเธอแดงก่ำลามไปทั่ว เธอไม่สามารถเสแสร้งรับบทเป็นหญิงสาวผู้อ่อนแอได้อีกต่อไป ตรงกันข้าม เธอใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีดีดตัววิ่งฝ่าฝูงชนออกไปอย่างรวดเร็ว
เดิมทีเธอได้วางแผนเตรียมการกับจื่อเสี่ยวหลี่มาแล้วเป็นอย่างดี เกี่ยวกับทริปท่องเที่ยวทัศนศึกษาในเมืองครั้งนี้ แต่ใครจะไปคาดคิดว่า หลินชิงอี้จะปฏิเสธไม่อนุญาตให้เธอไปอย่างที่ใจต้องการ? ด้วยเหตุนี้ เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่น และต้องจำใจโกหกเพื่อนๆไปว่า ตนเองถูกหลินจิงซูที่เป็นลูกพี่ลูกน้องขโมยโอกาสตรงนี้ไป
แต่เกินกว่าที่เธอจะคาดคิด เพราะทันทีที่ฟังจบ จื่อเสวี่ยหลี่ก็ถึงกับหัวร้อนเดือดดาลอย่างที่สุด แล้วพุ่งตรงไปประจันหน้ากับหลินจิงซูโดยไม่บอกไม่กล่าวแต่อย่างใด!
เธอรู้สึกอับอายขายขี้หน้าเป็นที่สุด!
ยิ่งหลินเสวี่ยครุ่นนึกถึงเรื่องนี้มากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกอาฆาตแค้นมากขึ้นเท่านั้น เธออยากจะหามีดสักเล่มกระซวกแทงร่างของหลินจิงซูให้ยับสักพันแผล!
เห็นหลินเสวี่ยวิ่งเตลิดออกไปไกลด้วยความอับอายขายหน้าเช่นนั้น หลินจิงซูก็แอบกระหยิ่มยิ้มในใจ
หลินเสวี่ยเอ๋ย ทั้งหมดนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น!
263 ตอนที่ 472 บทสรุปแห่งชีวิต “พูดจริงเหรอครับ? นี่คุณย่าจะเลิกคัดค้านเรื่องของผมกับจิงซูจริงๆเหรอครับ?!” หญิงชราในตอนนี้ได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ รวมถึงทัศนคติที่มีต่อหลินจิงซูด้วย เธอคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้าตอกย้ำข้อสงสัยของหลานชายอย่างหนักแน่น ถึงแม้ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอมักจะแสดงอากัปกิริยาต่อต้านหลินจิงซูอย่างเปิดเผย และไม่ยอมรับอีกฝ่ายเข้าบ้านสกุลจู้ก็ตามที แต่เบื้องลึกในใจแล้ว หญิงชรากลับยอมรับในความใจสู้และเข้มแข็งของเด็กผู้หญิงคนนี้เสมอมา ในบรรดาเด็กสาววัยเดียวกันนั้น เธอผู้นี้นับว่าโดดเด่นมากที่สุดจริงๆ หากเปรียบเทียบกับคุณหนูฐานะรวยอย่างจางซีซี ลองคิดดูว่า ต้องเป็นเรื่องยากเพียงใดที่สาวน้อยชนบทคนหนึ่งจะตัดสินใจเสียสละเงินทองของตนเอง เพื่อมาเป็นทุนการศึกษามอบให้กับทางมหาวิทยาลัย ทั้งหมดที่เธอทำลงไปล้วนมาจากจิตใจที่ต้องการพัฒนาสังคมไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งต่างจากจางซีซีที่ทำไปเพราะหวังให้เพื่อนฝูงรอบตัวและจู้หยานหันมาสรรเสริญชื่นชม เมื่อเธอมองข้ามเรื่องชาติตระกูลของหลินจ
262 2-2ตอนที่ 471 ความจริงในอดีตเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ลูกตะกั่วพุ่งแหวกอากาศถากเข้าที่หัวไหล่ของจางซีซีอย่างแม่นยำ ก่อนจะเฉียดร่างของหญิงชราไปอย่างหวุดหวิด กระแสความเจ็บปวดที่โฉบแล่นผนวกกับความตื่นตระหนกตกใจ ทำให้ร่างอรชรของหญิงสาวได้สูญเสียการทรงตัว และเผลอก้าวถอยหลังเหยียบลงบนอากาศก่อนจะพลัดตกจากแท่นบันจี้จัมพ์อย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างของเธอดิ่งพสุธาลงไปด้านล่างในชั่วพริบตา…ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้พุ่งเข้าไปโอบร่างของหญิงชราไว้ได้ทันท่วงที และเมื่อพบว่าผู้ที่มาช่วยชีวิตตนเอาไว้เป็นใครนั้น เธอก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด“จู้เอ๋อร์..ทะ-ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้…”จู้เอ๋อร์ พ่อบังเกิดเกล้าของจู้หยานระบายยิ้มอ่อน พร้อมพูดประชดประชันใส่คนเป็นแม่ว่า“แล้วรู้สึกยังไงบ้างล่ะครับ ที่ลูกชายไม่เอาไหนคนนี้มาช่วยไว้ทัน? ความใฝ่ฝันของผมที่แม่ดูถูกแล้วก็สบประมาทมาตั้งแต่ยังเด็ก มันเพิ่งจะช่วยฉุดแม่ออกมาจากความตาย!”พูดถึงความฝันของตัวเองแล้ว จู้เอ๋อร์ก็เหลือบมองปืนพกกระบอกคู่ใจก่อนจะเก็บเข้าซองหนังข้างเอวไป จากนั้น จึงได้แบกอุ้มร่างของหญิงชราที่ยังคงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเสียขวัญจา
262 1-2 ตอนที่ 470 บุคคลที่คาดไม่ถึง ดูเหมือนแผนการข่มขู่ในครั้งนี้ของหญิงชราจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้มาก จู้หยานถึงกับสูญเสียการควบคุมหัวสมองว่างเปล่าคิดอะไรไม่ออกอยู่ครู่ใหญ่ สุขภาพร่างกายของย่าเขาตอนนี้ก็ใช่ว่าจะดีนัก หากอีกฝ่ายเกิดเป็นลมเป็นแล้งร่วงตกลงมาจากเครื่องเล่นจะทำยังไง?หากไม่รีบเกลี้ยกล่อมให้ยอมกลับลงมาโดยเร็วที่สุด ทุกอย่างที่กำลังไปได้สวย เกรงว่าคงจะต้องจบสิ้นลงตรงนี้อย่างแน่นอน! กว่าจะสามารถสร้างชื่อเสียงของธุรกิจโรงแรมและสวนสนุก ให้มาเป็นที่รู้จักของผู้คนถึงจุดนี้ได้ ทั้งเขาและหลินจิงซูต่างก็ต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบากนับครั้งไม่ถ้วน แล้วจู้หยานจะยอมปล่อยให้ย่าของเขาทำลายทุกอย่างลงง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร? “เข้าใจแล้วครับคุณย่า ผมยอมทุกอย่างแล้ว! คุญย่าได้โปรดหยุดสร้างปัญหาสักทีเถอะนะครับ! ผมรับปากจะกลับไปดูแลปรนนิบัติคุณย่าเหมือนเช่นเคย ผมจะกลับไปเป็นหลานชายที่เชื่อฟังของคุณย่าเหมือนเดิมครับ! แต่ผมมีเรื่องขอร้องสักอย่างจะได้มั้ยครับ? ผมไม่อยากแต่งงานกับจางซีซีจริงๆ ผมจะยอมแต่งงานกับใครก็ได้…ที่ไม่ใช่
261 ตอนที่ 469 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่ใครจะคาดคิดว่า จู่ๆหลินจิงซูก็ตัดสินใจทำเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก เธอเลิกใส่ใจกับคำก่นด่าสาปแช่งใดๆ แล้วเดินขึ้นไปหยุดยืนอยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์ซึ่งมีความสูงถึง 20 เมตร และยังไม่ได้ผ่านการทดสอบแต่อย่างใด จากนั้น ก็ได้หยิบเชือกยาวมาผูกที่ข้อเท้าทั้งสองข้างของตนไว้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่พบเห็นภาพฉากนี้ ทั้งหลิวหมิงและฝูงชนโดยรอบ ต่างก็พากันแตกฮือและตื่นตระหนกกันสุดขีด โดยเฉพาะจู้หยาน เพราะเมื่อวานมีเพียงเครื่องเล่นชนิดนี้เพียงเครื่องเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้ทำการทดสอบเรื่องความปลอดภัย เผชิญกับสถานการณ์ที่เหนือความคาดหมายเช่นนี้ จู้หยานก็ตื่นตระหนกสุดขีด เขาพยายามแผดเสียงร้องตะโกนเรียกหลินจิงซูที่ตอนนี้อยู่บนแท่นบันจี้จัมพ์สูงจากพื้นดินถึง 20 เมตรทันที “จิงซู! ใจเย็นๆก่อนนะ! อย่าด่วนหุนหันพลันแล่นทำอะไรแบบนั้นเลย! มีอะไรก็ค่อยๆพูดค่อยๆจากันเถอะนะ ประธานหลิวหมิงไม่ใช่คนที่ไร้เหตุผลขนาดนั้น! ลงมาก่อน แล้วค่อยมาปรึกษาหารือเรื่องสวนสนุกใหม่ดีมั้ย? เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไปตอนนี้
260 ตอนที่ 468 สั่งหยุดโครงการ ในยุคนี้ แม้แต่ความคิดเรื่องผุดสวนสนุกในโรงแรมก็ยังไม่มีด้วยซ้ำไป แม้แต่จู้หยานที่เป็นนักเรียนนอก อย่างมากที่สุดก็เคยเห็นเครื่องเล่นขนาดเล็กเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น หากจะให้พูดตามตรงก็คือ ตอนที่หลินจิงซูพูดถึงม้าหมุนหรือรถบั๊มอะไรนั่น จู้หยานยังไม่รู้จักสักอย่างเลย! แค่รูปหน้าร่างตายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับเรื่องจะสั่งซื้อเล่า? เพราะคำว่า ‘สวนสนุก’ ที่จู้หยานได้นำเสนอไปนั้น ภาพในหัวของเขามีเพียงสไลด์เดอร์ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู๊ดเป็นต้น โดยคิดว่าหากเกิดนำของเล่นเหล่านั้นมาติดตั้งภายในโรงแรม ซึ่งหมายถึง ‘ภายในโรงแรม’ จริงๆ อาจจะช่วยดึงดูดแขกที่เป็นครอบครัวมีลูกเล็ก ให้เข้ามาเล่นมาหาซื้อของกินและเข้าพักที่โรงแรมหลังจากนั้น จู้หยานคิดว่าเขาและหลินจิงซูเข้าใจไปในภาพเดียวกันมาตลอด จนกระทั่งได้เห็นหลินจิงซูวาดเครื่องเล่นสุดผาดโผนลงบนแผ่นกระดาษ เขาจึงได้กระจ่างแจ้ง ดูเหมือนคำว่า ‘สวนสนุก’ ในความหมายของหลินจิงซูจะยิ่งใหญ่อลังการกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก!
259 ตอนที่ 467 เริ่มสร้างสวนสนุก ได้ฟังแผนการตลาดครั้งใหญ่ของจู้หยานแล้ว กระทั่งหลินจิงซูยังต้องรู้สึกทึ่งอย่างมาก ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือความบังเอิญของจู้หยานกันแน่ เพราะธุรกิจประเภทที่มีสวนสนุกเคียงคู่ไปกับโรงแรมที่พักนั้น กำลังเป็นกระแสนิยมซึ่งสามารถพบเจอได้มากในศตวรรษที่ 21 โมเดลธุรกิจในลักษณะนี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนสนุกชื่อดังอย่างดิสนีย์แลนด์ แตกต่างกันตรงที่ดินนีย์แลนด์จะยึดเอาสวนสนุกเป็นธุรกิจหลัก และบริการที่พักเป็นธุรกิจรอง หลังจากที่ได้สนุกสุดเหวี่ยงกับความบันเทิงในสวนสนุกมาตลอดทั้งวันแล้ว ก็จะปิดท้ายด้วยขบวนพาเหรดที่เต็มไปด้วยตัวการตูนในฝัน และหากใครไม่ต้องการลากสังขานเหนื่อยล้าเดินทางกลับบ้าน ก็สามารถจองห้องพักในราคาแพงหูฉี่กับทางสวนสนุกได้! ไม่นึกเลยว่าจู้หยานที่เป็นคนในยุคนี้ จะมีหัวคิดที่ล้ำสมัยเทียบเคียงคนรุ่นใหม่ได้จริงๆ! หากธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จขึ้นมาจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า โรงแรมหลี่เจี่ยของหลินจิงซูและหลิวหมิงจะถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นอย่างแน่นอน และจะทะยานขึ้นกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แล







