LOGIN“คุณยังรักพ่ออยู่หรือเปล่า” เขาถามเหมือนกำลังหึงเธอจากบิดาที่ล่วงลับไปแล้ว
“ฉันบอกว่าแค่หวั่นไหวเฉยๆ พอเห็นคุณเมธีกับพี่ตาฉันก็ตัดใจแล้ว”
เธอไม่ได้แก้ตัว เป็นความจริงที่ยังไม่ได้ถลำลึกทั้งตัวและใจ
“อาริตาถูกใช้มาหลอกพ่อ แต่ไม่รู้แผนสังหาร เมื่อไม่กี่วันก่อน แจ๊คกี้โทร.มาบอกผมว่า ตำรวจเห็นคนร้ายจากกล้องวงจรปิดของปั๊มน้ำมัน”
“แล้วรู้ตัวไหมคะ?” เขาส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
“รถของพ่อจอดนานกว่าครึ่งชั่วโมงก็มีรถตู้มาจอดเติมน้ำมันบังรถพ่อเอาไว้ คนในรถตู้ทยอยลงไปเข้าห้องน้ำ และรถอีกหลายคันเข้ามาจอดด้วย ทำให้ต้องนับจำนวนคนอย่างละเอียดหลายรอบ ถึงได้เห็นว่าใครที่ผิดปกติ อีกอย่างมันมืดมากไม่รู้ว่าเป็นคนของใครไม่เห็นตอนลงจากรถ ตำรวจเรียกสอบปากคำนายวิโรจน์ แต่มันก็ปฏิเสธ”
“ทำยังไงจะได้หลักฐานนะ”
“ยากเหมือนกันเพราะไอ้วิโรจน์ระวังตัวแจ ผมเคยส่งคนเข้าไปแทรกซึมกับคนของมันแต่ก็ถูกจับได้”
หญิงสาวฟังแล้วก็ถอนหายใจ นี่สินะหลายคดีคนร้ายลอยนวลโดยเฉพาะคนอย่างนายวิโรจน์ ที่ผ่านมาตกเป็นผู้ต้องสงสัยหลายคดี แต่เขาไม่เคยถูกแจ้งข้อหาเลย
“ฉันเชื่อว่าคนผิดต้องได้รับโทษแน่นอนค่ะ”
บุษรินทร์กุมมือชายหนุ่มเอาไว้ เป็นการให้กำลังใจเขา เมธาวีลูบแก้มเธอเบาๆ นึกถึงคำที่อาริตาบอกเล่า บิดาต้องการจับคู่เขากับบุษรินทร์ ถ้าเมธียังอยู่และพยายามทำอย่างนั้น เขาอาจจะต่อต้าน เพราะไม่ชอบให้ใครมาบังคับ แต่สร้อยมุกของพ่อได้ผล ทำให้เขารู้สึกสนใจเธอตั้งแต่ครั้งแรกพบ และการอ้างเงินของพ่อทำให้เธอมาหาเขา
เมธาวีขยับตัวเข้าเบียดคนตัวเล็ก เขาประกบจูบเธออย่างแผ่วเบาและได้รับการตอบสนองอย่างเต็มใจ ดื่มด่ำความฉ่ำหวานในรสจูบ ปล่อยสมองให้ว่างเปล่าและฟังเสียงหัวใจของตัวเองจนแน่ชัดว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เขาต้องการจูบเธอไม่รู้เบื่อ ในขณะที่บุษรินทร์มีความสุขที่ถูกสัมผัสจากเขา ทุกอย่างชัดเจนเสียยิ่งกว่าชัด เขาค่อยๆ ถอนจูบอย่างเสียดาย คืนนี้ไม่ใช่ที่ที่ควรทำอะไรให้หญิงสาวอับอาย เขาจึงทำเพียงแค่โอบกอดกระชับเธอไว้ในอ้อมแขนจนหลับไปด้วยกัน
กลิ่นผัดสะตอกุ้งโชย หญิงสาวกระดิกจมูกดุ๊กดิ๊ก ลืมตาขึ้นมาพบว่าใบหน้าตัวเองแนบชิดกับแก้มของเมธาวี เธอกอดคอเขาแน่นซ้ำขายังพาดบนตัวเขาอีกต่างหาก จึงรีบขยับตัวออกห่าง ทำเอาชายหนุ่มตื่นตามไปด้วยแต่เขายังนอนหลับตา
บุษรินทร์ชะโงกหน้ามองไปด้านนอก เห็นอาริตากับนางเพียงกำลังจัดสำรับอาหารที่แคร่นอกบ้าน ห้องนอนอาริตาต้องเดินผ่านมุ้งที่เธอกับเมธาวีนอนด้วยกัน ทุกคนคงเห็นภาพเธอกับเขากอดกันกลม นึกแล้วก็อดรู้สึกเขินไม่ได้ แต่เอ๊ะ! มีชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ใส่ชุดดำเพิ่มมาจากไหนอีกคน เธอไม่เห็นใบหน้าคนคนนั้นเพราะยืนหันหลังให้ ถ้าชายฉกรรจ์ผู้นั้นเป็นคนของนายวิโรจน์ เมธาวีกับเธออาจไม่ปลอดภัยก็ได้
“คุณมาร์กคะ มีผู้ชายมาที่นี่อีกคนค่ะ” เมธาวีลุกขึ้นมองไปยังชายที่บุษรินทร์พูดถึง แต่เขาไม่รู้จักและไม่คุ้นหน้าเลย พอเห็นทั้งสองตื่นนอนอาริตาก็เข้ามาช่วยบุษรินทร์เก็บที่นอน แนะนำทั้งสองให้รู้จักปราบดาลูกน้องของนายวิโรจน์ที่ช่วยชีวิตเธอไว้ การหลบซ่อนตัวที่นี่ไม่มีสัญญาณติดต่อสื่อสาร หลังช่วยหญิงสาวแล้ว เขาก็ขอนายวิโรจน์มาดูความเรียบร้อยโครงการสร้างรีสอร์ตที่ภูเก็ต และดำเนินการเรื่องที่ดินบนเกาะแห่งนี้
นายวิโรจน์ทุ่มเงินเป็นล้านให้เจ้าหน้าที่มารังวัดและออกโฉนดให้กับปราบดาซึ่งเป็นคนในพื้นที่ และทำเป็นว่าเจ้าของที่ต้องการขายในราคาสิบล้านบาท คนที่ซื้อคือนายวิโรจน์ แต่ความจริงแล้วค่าตอบแทนที่ปราบดาจะได้รับเพียงแค่สองแสนบาทเท่านั้น
ติดอยู่ที่มีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งทักท้วง จึงยังทำเรื่องซื้อขายไม่ได้ ในระหว่างนี้ถ้าตนเองหายไป พ่อแม่และทุกคนที่รู้จักจะไม่ปลอดภัย
หนึ่งในภารกิจที่ปราบดาไม่บอกคือเขาถูกใช้ให้มาดูว่า คนของวิโรจน์กำจัดเมธาวีสำเร็จหรือไม่ เพราะหลังจากนายอ๊อดกับพวก ขับเรือไล่ยิงเรือเมธาวีในคืนนั้น ก็ได้รายงานผลว่าไม่มีทางที่เมธาวีจะรอด เพราะเรือล่มในน้ำลึกแล้วยังเกิดพายุฝนตกหนัก ข้อมูลเพียงเท่านั้นไม่เพียงพอ ตราบใดที่ไม่เห็นศพกับตานายวิโรจน์ไม่มีทางวางใจได้ ยิ่งผ่านไปหนึ่งวันยังไม่พบศพก็ยิ่งร้อนใจ ติดต่อให้ปราบดาขับเรือดูรอบๆ เกาะย่านนี้ทั้งหมด และเขาก็มาเจอเมธาวีที่นี่
อาริตาขู่ว่าถ้าทำร้ายนายหัวมาร์ก เธอจะไม่ให้อภัยเขา และจะตัดขาดจากกัน แต่ถึงเธอไม่บอกแบบนั้นเขาก็ไม่ทำ จะบอกว่าโจรกลับใจก็คงใช่ เพราะความชั่วร้ายของนายวิโรจน์กำลังทำให้เขารู้สึกว่า ตัวเองอาจเป็นศพต่อไปก็ได้ ปราบดายืนยันกับเมธาวีว่าเขาไม่อยากทำงานกับนายวิโรจน์อีก และกำลังหาทางออกมา พร้อมกับยืนยันความบริสุทธิ์ใจเรื่องการตายของนายหัวเมธี
“นายวิโรจน์สั่งเก็บคุณเมธี เพราะขัดแย้งกันเรื่องซื้อที่ แต่คนลงมือฆ่านั้น ผมไม่ทราบจริงๆ ว่าเป็นใคร ”
“ทำไมนายถึงได้กล้าพาอาริตาหนี? ”
“ถ้าไม่ช่วย ผมก็ต้องฆ่าเธอพร้อมลูกในท้อง ตอนนั้นเด็กยังไม่แท้ง แต่กว่าจะถึงมือหมอก็ไม่ทันการณ์ ผมกลัวว่าความจะแตกเลยพาตามาซ่อนตัวที่นี่”
แววตาวูบไหวและท่าทางอึกอักของปราบดาเมื่อได้ฟังคำถามเมธาวี ทำให้มองออกได้ทันทีว่าชายคนนี้หลงรักอาริตา
“ถ้าคุณจัดการพี่ตา คุณจะฆ่าเธอยังไงคะ? ”
บุษรินทร์จำได้ว่าอาริตาพูดถึงเรื่องสระน้ำด้านหลังเซฟเฮ้าส์
“ถ่วงน้ำเหมือนกับผู้หญิงคนก่อนๆ ที่เคยหักหลังเขาครับ”
“คุณหมายถึงสระหลังเซฟเฮ้าส์ มีคนถูกฆ่าถ่วงน้ำหลายคนหรือคะ? ”
ปราบดาพยักหน้ารับ ช่างเป็นเรื่องน่าเศร้าใจ บุษรินทร์ทำงานในวงการพริตตี้ เห็นเด็กผู้หญิงหลายคนมีประวัติเกี่ยวข้องเป็นลูกหลานของนายวิโรจน์ หญิงเหล่านั้นถูกอุปการะเพื่อผลประโยชน์ แม้แต่อาริตา
“นายพาฉันกลับฟาร์มมุก และให้อาริตาไปอยู่ที่บ้านฉัน จะปลอดภัยกว่า”
การได้พบตัวผู้หญิงของเมธีไม่ได้มีประโยชน์พอจะเป็นพยานในแผนการลวงฆ่าเมธีเลย และเธอควรได้รับการปกป้องในฐานะเคยเป็นผู้หญิงของพ่อ เมื่อตัดประเด็นนางนกต่อแล้ว เขาจะเดินหน้าสั่งตามสืบหาชายต้องสงสัยในคนนั้น และหาหลักฐานมัดตัวนายวิโรจน์ให้ได้
สองวันเต็มๆ ที่แจ็คกี้ติดต่อหาเมธาวีไม่ได้ วันนี้เป็นวันที่สามเขาติดต่อกับคนที่ภูเก็ต ทราบว่านายหัวมาร์กขับสปีทโบ๊ทพาบุษรินทร์กลับบ้านพักกลางน้ำ แต่เมื่อให้คนไปดูกลับไม่พบ เขาจึงต้องบินมาจากกรุงเทพ ลูกน้องและทีมคุ้มกันที่คอยติดตามตัวเบลล่าถูกเรียกมาติดตามหาตัวเจ้านายทั้งทางบกทางน้ำ โดยต้องทำลับๆ ไม่ให้เอวากับเบลล่ารู้ เพราะเธอทั้งสองจะตกใจมาก
“แย่แล้วครับคุณแจ๊คกี้ มีคนแจ้งว่าเห็นซากเรือนายหัวถูกซัดเกยหมู่บ้านชาวประมงครับ! ”
“แล้วนายหัวกับคุณบุษรินทร์ล่ะ? ”
“ไม่มีใครเห็นครับ แต่สภาพเรือมีรอยกระสุน และถูกชนจนข้างหน้าแตก น่าจะมีคนไล่ยิงและชนเรือครับ”
“ทำไมไม่มีใครติดตามนายหัววะ! ” แจ๊คกี้ตวาดเสียงดัง
“นายหัวอยากอยู่กับคุณบุษสองต่อสอง แล้วก็ให้พวกเราดูแลคุณเบลล่ากับคุณวิลเลียมครับ”
ทีมอารักขาก้มหน้าก้มตารายงาน ปกติถึงเจ้านายจะจู๋จี๋กับหญิงพวกเขาต้องออกเรือตามคุ้มกัน แต่อย่างที่ว่า ต้องแบ่งทีมดูแลวิลเลียมจนส่งขึ้นเครื่องบินเมื่อเช้าวานนี้
“จัดเรือออกตามหานายหัวทุกเกาะ โดยเฉพาะรอบเกาะที่พบซากเรือ แล้วห้ามให้คนนอกรู้เรื่องที่นายหัวหายตัวไปเด็ดขาด”
แจ๊คกี้ออกคำสั่งเสียงแข็ง ยิ่งรู้ว่าไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นการถูกไล่ยิง เขาก็ยิ่งเป็นห่วงเจ้านาย เรื่องนายหัวเมธียังไม่คลี่คลาย ถ้าต้องมาสูญเสียนายหัวมาร์กอีก คงวุ่นวายน่าดู
ผ่านไปหลายวันในบ้านหลังใหญ่ เธอเปิดใจมากขึ้น เมธาวีเริ่มติดต่อหามารดาแนะนำให้รู้จักกับสะใภ้ คุณแม่แองจี้ยังสาวยังสวย จนแทบไม่อยากเชื่อว่าอายุมากกว่าสี่สิบปีแล้ว แต่ที่สัมผัสได้คือนางใจดี มีความเป็นกันเอง แองจี้ตื่นเต้นที่จะมีหลานคนแรก และจะรีบหาโอกาสมาเยี่ยมลูกชายกับบุษรินทร์สองสัปดาห์ต่อมาบุษรินทร์เข้าครัวทำอาหารเอง โดยมีแม่บ้านสาวใหญ่คอยสอนให้ เมธาวีไว้ใจว่าเธอจะไม่หนีไปไหน จึงทิ้งเธอไว้บ้านกับสาวใช้ และออกไปดูงานบ้าง กลับมาถึงบ้านก็เดินเข้าไปกอดเมียที่รักก่อนทำอย่างอื่น ชวนเธออาบน้ำเพราะเป็นทางเดียวที่จะได้สัมผัสกายเปลือยเปล่าบุษรินทร์แกล้งทำไม่สนใจกับความเป็นชายผงาดโชว์ตอนอาบน้ำทุกวัน นิ่งและอดทนกับการเสียดสีในอ่างอาบน้ำ นับวันเขายิ่งเบียดเสียดและสัมผัสเธอมากขึ้น เมื่อปลุกอารมณ์ขึ้นมาเอง เธอก็ปล่อยให้เขาแทบก้าวขาออกจากห้องน้ำไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่หลายวัน“ฉันออกไปก่อนก็ได้นะคะ ไม่ต้องอุ้มหรอก” เธอหันไปบอกพลางมองต่ำลงไปที่หว่างขาแล้วยิ้มเหมือนกับสะใจ ที่ปล่อยให้เขาอยู่ในสภาพแข็งตั้งลำอยู่อย่างนั้น“อืมๆ ” เมธาวีพยักหน้า แต่ข้างในอดเคืองไม่ได้ ‘ท่องเอาไว้ เมียคือที่สุด น่ารักที่ส
อาการของบุษรินทร์ดีขึ้นหลังรักษาตัวได้สี่วัน แต่เมธาวีไม่ยอมให้เธอออกจากโรงพยาบาล จนกว่าจะแน่ใจว่าเธอและลูกจะปลอดภัย เมื่อครบกำหนดเขาทำเรื่องชำระค่ารักษา และอุ้มขึ้นรถตู้อย่างระมัดระวัง “คุณจะพาฉันไปไหนคุณมาร์ก? ” “กลับภูเก็ต” “บ้าหรือไง จอดรถเดี๋ยวนี้นะ” เธอจะขยับตัวแต่ถูกกอดรัดแน่น“ไว้จอดตอนถึงสนามบินนะ อย่าดิ้นสิเดี๋ยวกระทบกระเทือนถึงลูก นอนนิ่งๆ ไว้นะคนดี” “คนบ้า คุณอย่ามาทำกับฉันแบบนี้นะ” เธอได้แต่โกรธเขาเอาลูกมาขู่และคุณหมอก็บอกให้ระมัดระวังเรื่องนี้จริงๆ เธอถูกพามาขึ้นเครื่องบินเล็กส่วนตัว เขาอุ้มเธอไว้ในวงแขนโดยขู่ไม่ให้ดิ้น แม้จะขยับตัวก็ไม่ได้ จึงรู้ว่าเปล่าประโยชน์ที่จะขัดขืน เธอหลับไประหว่างเดินทาง คงเพราะยาที่กินทำให้ง่วงนอน ตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนบนเตียงกว้างแล้ว ไม่ใช่วิลล่ากลางน้ำ เพราะในห้องเงียบเฉียบไม่มีเสียงคลื่นลมบุษรินทร์ลุกขึ้นยืนบนพื้นพรมนุ่ม ห้องนี้โทนสีครีมดูสว่าง และกว้างขวางมาก เตียงหลังใหญ่ และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นหรูหรา อย่างกับบ้านเศรษฐีที่เคยดูในละคร เธอเดินไปที่หน้าต่างมองลงไปรอบตัวบ้าน ด้านล่างเป็นสวนกว้าง หญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ตามทางเดินร่ม
คำตอบของเขาทำให้เอวาถึงกับอึ้งไป และเธอกลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เบลล่าไม่ใช่คนใจร้าย รักพี่ชายมากและคงรักหลานไม่แพ้กัน ส่วนเธอก็เหมือนได้ปลดปล่อยจากสิ่งที่ค้างคาใจมานาน มีความลับบางอย่างที่บอกเมธาวีไม่ได้ และไม่รู้จะหาทางออกอย่างไรมาเกือบครึ่งปีแล้ว “ดีใจด้วยนะคะพี่มาร์ก” เมื่อรู้ว่าเขามีคนอื่นที่รักมากและกำลังจะเป็นครอบครัวจึงทำให้ยิ้มออกมา และโผเข้ากอดเขาแน่น เมธาวีลูบที่หลังหญิงสาวเบาๆ “พี่ขอโทษนะ” “ไม่ต้องขอโทษค่ะ เอวาซะอีกที่ต้องขอโทษ ที่ทำให้พี่รู้สึกผิด ทั้งที่เอวาเองก็มีคนอื่นแล้ว” เขาจับเธอผละจากตัว ยิ้มดีใจที่ไม่ได้ทำร้ายจิตใจเพื่อนน้องสาว“จริงเหรอเอวา? ”“จริงค่ะ เอวาบอกไม่ได้ และมันอึดอัดมากที่ต้องทำตัวใสซื่อ เป็นแฟนใจดี ปล่อยให้พี่มีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้เอวาดีใจมากที่รู้ว่าพี่เจอคนที่ใช่แล้ว” เมธาวีคว้าตัวหญิงสาวเข้ามากอด ขอบคุณที่ทางออกในตอนนี้ไม่มีใครเจ็บปวด อีกทั้งคนฆ่าบิดาได้รับผลกรรมตายตกไปตามกัน โดยที่เขาไม่ได้ลงมือเอง บุษรินทร์ขยับมือขวา และรู้สึกว่ามีมือใครบางคนเกาะกุมเอาไว้ จึงค่อยๆ เปิดเปลือกตามองไปที่ข้างเตียง เห็นเมธาวีหลับฟุบอยู่ตรงนั้น มือซ้ายของเธอมีสาย
“แจ๊คกี้ กลับรถตามคันนั้นไปเร็ว” ต้องตามติดเธอไม่ให้คลาดสายตา และไม่สนว่านายวิโรจน์จะรู้ตัว ในขณะที่ตำรวจประสานกำลังสกัดแทนการไล่ติดตาม และไม่สามารถแจ้งเมธาวีได้ทัน ภายในรถตึงเครียด บุษรินทร์ทำได้เพียงร้องไห้เงียบๆ และรับฟังเสียงสบถด่าของนายวิโรจน์ ความเร็วของรถมากกว่าร้อยหกสิบและทยานขึ้นไปเกือบจะสองร้อย แต่เจ้าสัวใจโฉดยังคงสั่งเพิ่มความเร็ว อีกเธอรู้สึกเหมือนจะหัวใจวายเสียก่อนถูกยิงตาย ความเร็วของรถผ่อนลงเล็กน้อยตอนเข้าโค้งและขับฝ่าไฟแดง จนรถคันอื่นเบรกกะทันหัน เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนไปหลายคัน “นายหัวผมขับเร็วกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ มันอันตรายเกินไป”“งั้นนายจอดแล้วรีบลงมา” “ไม่ได้นะครับ ถ้าเราเกิดอุบัติเหตุก็ตามรถนายวิโรจน์ไม่ได้อยู่ดี” อุบัติเหตุตลอดทางทำให้การติดตามล่าช้า แต่แจ๊คกี้พยายามอย่างสุดความสามารถ“บุษรินทร์ คุณต้องปลอดภัยนะ” เมธาวีตกอยู่ในสภาพทำอะไรไม่ได้ ใช้ความเร็วในการติดตามขนาดนี้ยังไม่ทัน แล้วแบบนี้บุษรินทร์จะปลอดภัยหรือ แม้แต่ตำรวจที่คอยสกัดก็ยังหยุดรถคันนั้นไม่ได้ ‘ขอพระเจ้าโปรดคุ้มครองเธอเพื่อลูก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ชัดเจนต่อความรู้สึก ลูกผิดไปแล้วที่ไม่ปกป้อง
“โอ๊ย! ช่วยด้วยค่ะ ใครก็ได้ช่วยที ฉันอยู่ที่เซฟเฮ้าส์ของเจ้าสัววิโรจน์ที่คลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนะคะ! ” เธอโอดโอยและร้องเสียงดัง หวังว่าชาวโซเชียลจะช่วยได้ ซึ่งเป็นอย่างที่หวัง หลายคนแจ้งตำรวจตั้งแต่เริ่มมีเสียงทะเลาะ เมธาวีเองก็โทร.แจ้งสารวัตรสัญชัยตำรวจเจ้าของคดีของบิดาตั้งแต่ออกรถเช่นเดียวกัน“ฮ่าๆ ถึงกับบอกที่อยู่เหรอ ใครจะมาช่วยเธอ เทวดาเหรอ น่าเสียดายนะ ว่าคงไม่มีใครได้ยินเธอหรอก” วิโรจน์กระซิบข้างหู และมันทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน กลิ่นน้ำหอมของเขามันเหม็นจนทนไม่ไหว เธอพยายามดิ้นรนจากวงแขนก็ไม่เป็นผล นายวิโรจน์เหวี่ยงคนตัวเล็กลงที่เตียงแล้วนั่งลงกระชากขาเธอเข้า กระโดดคร่อมเขาไว้“ไม่อย่านะ ปล่อยฉัน พี่ปราบช่วยด้วย! ”“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก ก่อนตายเธอก็ต้องเป็นของฉัน” “ไม่!” เจ้าสัวกระชากเสื้อสูทเธอออก ดีเหลือเกินที่มันหนาและไม่ขาดง่าย วิโรจน์เลยเปลี่ยนมาจับข้อมือทั้งสองของหญิงสาวเอาไว้แล้วโน้มหน้าเข้าหาแต่ไม่ทันสัมผัสเนื้อตัว หญิงสาวก็สุดกลั้นด้วยอาการแพ้ท้องหนัก และเหม็นน้ำหอมนายวิโรจน์จึงตะแคงหน้าอาเจียนลงที่เตียง ทำให้วิโรจน์ถึงกับชะงัก “รังเกียจมากนักหรือ เธอไม่ม
บุษรินทร์เก็บมือถือในกระเป๋าสูท เสียงเคาะเรียกนอกห้องดังขึ้นเรื่อยๆ “ยังไม่เสร็จเลยค่ะเจ้าสัว รอบุษก่อนนะคะ” เธอร้องบอกพลางมองรอบๆ ว่าพอมีอะไรป้องกันตัวได้บ้าง แล้วถ้าเปิดออกไปปืนจ่อหัวเล่า จากจังหวะเคาะประตู รู้เลยว่าวิโรจน์ไม่สบอารมณ์เอามากๆ “คิดจะถ่วงเวลาเหรอ ยังไงคืนนี้เธอไม่รอดหรอก! ”น้ำเสียงของวิโรจน์แฝงความเข่นเขี้ยวหมายข่มขู่ เมื่อแน่ใจว่าหญิงสาวจงใจหลบในห้องน้ำ จากข่มใจจะค่อยๆ หลอกล่อ ชักจะมีโมโห และควบคุมอารมณ์ไม่ได้ โดยเฉพาะภาพในวงจรปิดที่เห็นว่าบุษรินทร์ทำอะไรบ้าง จนในที่สุดก็เกิดเรื่องแจ้งความ และตำรวจเข้าไปช่วยเมริกาออกมาได้ รู้อย่างนี้เขาฆ่าเมริกา และข่มขืนบุษรินทร์ให้ย่อยยับแต่แรกดีกว่า “ถ้าไม่ออกมาดีๆ ฉันจะพังประตูเข้าไปแล้วนะ ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามางัดลูกบิดให้กูเดียวนี้! ” เจ้าสัววิโรจน์ออกคำสั่งร้องเรียกลูกน้อง น้ำเสียงกร้าวขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังกลายร่างจากชายสูงวัยใจดีเป็นปีศาจ บุษรินทร์ใจเต้นแรง ตกใจกลัวจนถึงกับคิดอะไรไม่ออก นอกจากความกังวลว่าปราบดาคนเดียวจะช่วยเธอได้ไหม ประตูถูกเคาะแรงขึ้นและคนด้านนอกจับลูกบิดหมุนเพื่อพยายามเปิด เธอจ้องไปอ่างล้างหน้า ซ







