Masuk“ลูกชายของผมมีนิสัยอย่างหนึ่งที่ทำยังไงผมก็ยังกำราบเขาไม่ลง เขาเชื่อมั่นในตัวเองสูงมากและหัวแข็งจนไม่เคยอ่อนข้อให้ใครเลยแม้แต่พ่อของเขาเอง ถ้าเขาเชื่ออะไรแล้วก็จะยึดติดกับความเชื่อของตัวเองอยู่อย่างนั้น จนกว่าเขาจะค้นพบด้วยตัวเองว่าสิ่งที่เขาเชื่อมาตลอดเป็นเรื่องที่ผิด ซึ่งผมอยากให้เขาได้ข้อพิสูจน์นั้นจากคุณ” ชายอิตาเลียนวัยกลางคนดีดนิ้วเรียกบอดี้การ์ดร่างยักษ์ก้าวเข้ามาหยุดข้าง ๆ และวางแผ่นกระดาษแผ่นเล็กรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าลงบนโต๊ะก่อนจะถอยออกไป
“ผมไม่ให้คุณต้องเสียเวลาเปล่า ๆ ปลี้ ๆ กับการพิสูจน์ในครั้งนี้แน่นอน นี่เป็นเช็คเงินสดสิบล้านบาทสำหรับความมีน้ำใจของคุณที่จะเดินออกจากทางชีวิตของเขาเพื่อที่จะช่วยให้ลอวเรนซ์กลับไปดำรงตำแหน่งประธานของยูนิโก้ แอร์ไลน์เร็วขึ้น และนี่เป็นสัญญาระหว่างเราหลังจากที่คุณรับเงินจำนวนนี้ไปแล้วคุณต้องรับปากกับผมว่าลอวเรนซ์จะไม่มีวันรู้เรื่องนี้เด็ดขาด” แน่นอนที่สุดว่ามันเป็นพันธะสัญญาแม้มิได้ร่างออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรหากทว่าข้อตกลงอันเจ็บปวดได้สลักความเป็นผู้หญิงหิวเงิน เห็นแก่ตัวและไร้ค่าในสายตาของคนที่เธอรักลงบนความเป็นมัสมินอย่างยากจะลบเลือน หญิงสาวอาจไม่จำเป็นต้องรับเงินจำนวนนั้นหากอาการของปัทมาไม่ทรุดลงจนยากเกินเยียวยา เธอตัดเยื่อใยจากลอวเรนซ์ด้วยการเดินออกจากเส้นทางคู่ขนานที่ไม่มีวันบรรจบไม่ว่าจะอย่างไร ต้องคอยฟังเสียงโทรศัพท์ที่ปลายสายก็รู้ว่าคือเขานับครั้งไม่ถ้วนและการไม่กลับไปเล่นไวโอลินที่โรงแรมซึ่งเธอรับงานอยู่ประจำนอกจากเก็บตัวเงียบอยู่กับบ้านและโอนเงินที่เหลือจากการรักษาปัทมาไว้ในบัญชีของน้องสาวทุกบาททุกสตางค์ บทเพลงรักอันเศร้าสร้อยแห่งห้วงมหาสมุทรหรือ โอเชียนนิค* ซึ่งเป็นบทเพลงที่คนรักชาวอิตาเลียนชอบฟังมากที่สุดถูกบรรเลงด้วยเครื่องสายเสียงโศกอย่างไวโอลินในท่วงทำนองแห่งความทุกข์ทรมานของหัวใจที่แหลกสลายในทุกค่ำคืนก่อนมัสมินจะเข้านอนและหลับไปพร้อมน้ำตาซึ่งจนบัดนี้ก็ยังมิเหือดแห้ง หกเดือนหลังจากทุกอย่างจบสิ้นผ่านไปหญิงสาวจึงได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนสนิทซึ่งไม่ได้พบกันนานแล้วจากเกาะสมุย
“นุ่น...นี่พัชชุลีนะ ตอนนี้ลีได้งานอยู่ที่เกาะสมุยแน่ะ เล่นไวโอลินอยู่ที่โรงแรม เซลิโน่ โฮเต็ล เป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาวเลย มีแต่มหาเศรษฐีติดอันดับมาพัก...ลีจะชวนนุ่นมาเล่นไวโอลินที่นี่ เล่นดนตรีคลาสสิคให้แขกต่างชาติฟัง พอดีผู้จัดการจะหาคนเล่นไวโอลินเพิ่ม ลีนึกถึงนุ่นเลยนะ ถ้านุ่นรับปากลีก็จะบอกผู้จัดการวันนี้ พรุ่งนี้นุ่นแพ็คกระเป๋ามาเกาะสมุยได้เลย”
และมัสมินก็ไม่รีรอจะปฏิเสธเพราะนี่อาจเป็นหนทางหนึ่งที่จะหลีกลี้ตัวเองไปอยู่ที่ไหนสักแห่งเพื่อหลบเลียรอยแผลย้ำลึกจากความรักซึ่งยิ่งนับวันก็ยิ่งสลักลึกลงไปถึงก้นบึ้งมากขึ้นทุกที การตัดสินใจในครั้งนี้ไม่ได้รับการคัดค้านอันใดจากบิดามารดาซึ่งยินดีจะคอยดูแลปัทมาในช่วงเวลาของการรักษาธาลัสซีเมียด้วยวิธีการปลูกถ่ายไขกระดูก
********************
“ไง...นายชอบรึเปล่า เซลิโน่ ที่แสนสวย นายควรจะตกหลุมรักมนต์เสน่ห์ที่แดนสวรรค์ ( CELINO = ภาษาอิตาเลี่ยน แปลว่า สวรรค์) แห่งนี้ร่ายให้นายหลงใหลนะลอวเรนซ์ ”
ปรีชากล่าวทักเจ้าของร่างสูงใหญ่ของเพื่อนต่างชาติชาวยุโรปทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องนอน ซีวิว เอ็กซ์คลูซีฟ สวีท อันหรูหราของโรงแรมห้าดาวซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมไหล่เขาไล่ระดับและมีอ่าวเล็ก ๆ ทอดตัวยาวสู่ท้องทะเลสีครามยามแดดสาดส่องดูน่ามองราวมหาสมุทรแห่งอัญมณีผืนใหญ่ที่โอบล้อมเกาะสมุยของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ใบหน้าคร้ามคมบนเรือนร่างกำยำล่ำสันหันมาปรายยิ้มให้ ชายหนุ่มภายใต้การแต่งกายอันโก้หรูด้วยเสื้อเชิ้ตคัตติ้งเนี้ยบสวมทับด้วยคาร์ดิแกนเนื้อผ้าชั้นดีเข้ากับกางเกงสีกรมท่าและรองเท้าหนังแบบสวมทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ซึ่งดูเล็กไปถนัดใจเมื่อต้องรองรับความสูงใหญ่ทว่าดูดีนั้น ปรีชาก้าวตามออกมาที่ระเบียงห้องและนั่งที่โต๊ะฝั่งตรงข้ามผู้ที่นั่งอยู่ก่อนซึ่งสายตาคู่นั้นกำลังจับจ้องออกไปยังภาพน้ำและท้องนภาซึ่งอาบระบายด้วยสีฟ้าหลากเฉดอันเป็นฉากแสนตระการตาของห้องนอนแบบมาสเตอร์เบดรูม (เตียงขนาดใหญ่) หันหน้าออกสู่ท้องทะเล
“ที่นี่สวยมาก ปิเอโร่ ไม่เสียแรงที่ร่วมหุ้นกับนายเปิดโรงแรมหรูที่นี่” น้ำเสียงเจือไว้ด้วยความชื่นชมหลุดจากริมฝีปากหนาได้รูปของบุรุษผมสีน้ำตาลหม่นประกายทองหยักศกน้อย ๆ ขับใบหน้าคมคายให้ดูน่าเกรงขามทว่าก็ยิ่งน่ามองสำหรับหนุ่มลูกครึ่งไทย ฝรั่งเศส อิตาเลี่ยน อย่าง ริคาร์ดิโอ มาร์โค ลอวเรนซ์
“มันก็แค่เศษเงินของนายเท่านั้น ตอนนี้นายเป็นถึงประธานกรรมการบริหารของยูนิโก้ แอร์ไลน์ จะตัดสินใจทำอะไรก็คงไม่ต้องถามใครให้เสียเวลา ถ้าฉันเป็นนาย นี่คือจุดสูงสุดในชีวิตแล้วนะเพื่อน”
เสียงที่ดังมาจากอีกด้านทำให้พัชชุลีหลุดออกมาจากภวังค์ลอยเลื่อนและพบว่าแพรวาเพื่อนนักดนตรีสาวร่างเล็กซึ่งเล่นเชลโล่ (ไวโอลินตัวใหญ่) มายืนอยู่ใกล้ตอนไหนไม่รู้ได้ “นุ่นเขาเจ็บมือเลยรีบกลับน่ะ แพรมีอะไรหรือเปล่า?” แพรวาชะเง้อมองตามร่างบางระหงที่เดินลับหายไปจากทางเดินก่อนจะหันกลับมายังพัชชุลี “มัสมินเพื่อนลีเสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะรู้มั้ย” “ก็เขาเป็นคนสวยจนลีเทียบไม่ติดเลยล่ะ ทำไมหรือแพร อย่าบอกนะว่ามีแขกมาสนใจเพื่อนลีอยู่ตอนนี้” “แขกโรงแรมสนใจน่ะมันธรรมดา แต่เมื่อคืนแ
“สวัสดีค่ะ คุณมัสมิน...ทำไมวันนี้มาเร็วจัง เอ๊ะ! แล้วมือของคุณไปโดนอะไรมาคะนั่น?” นุสบากล่าวทักนักดนตรีของเธอซึ่งอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงเลคกิ้งสีน้ำเงินสวมรองเท้าทรงบัลเลต์ส้นแบนที่ก้าวเข้ามาภายในห้องอาหารของโรงแรมยามสนธยาโรยตัวลงมาห่มคลุมท้องฟ้าสะท้อนแสงสีอำพันอาบเซลิโน่ให้งดงามราวสวรรค์บนแดนดินริมทะเล ผู้จัดการห้องอาหารรีบเดินเข้ามาเพื่อดูมัสมินด้วยความประหลาดใจระคนเป็นห่วงเมื่อเห็นมือข้างหนึ่งของเธอพันผ้าสีขาวเอาไว้ขณะยกขึ้นพุ่มไหว้ “สวัสดีค่ะ พี่นุสบา นุ่นจะมาขอลางานสักสองสามวันค่ะ พอดีมีอุบัติเหตุกับมือข้างที่ใช้จับสายไวโอลิน นุ่นต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ อาจต้องพักมือให้แผลหายเสียก่อน” “คุณนุ่นคะ...” นุสบาม
“ริค...” หญิงสาวรู้สึกเหมือนใจจะขาดเมื่อลอวเรนซ์เบียดอกกำยำเข้าหาเนินทรวงอวบนุ่มที่คอยจะทะลักล้นออกมานอกชุดราตรีซึ่งบัดนี้ความชื้นทำให้มันแนบผิวอวดสัดส่วนโค้งเว้าดังไวโอลิน “ฉันไม่เคยโกหกคุณ ได้โปรดเถอะนะคะริค อย่าทำแบบนี้กับฉันเพราะมันก็ไม่ได้ช่วยให้ความเข้าใจของคุณดีขึ้นมา” “มิวซีอา...การที่คุณเอาเงินจากพ่อผมแล้วหายไปจากชีวิตของคนที่เขารักคุณมันแสดงเจตนาที่ไม่จริงใจกับคนที่คุณบอกว่ารักเลยสักนิดเดียว” “จะให้ฉันทำยังไงล่ะคะ ฉันยินดีไปจากชีวิตของคุณตอนนี้เลยก็ได้ ฉันจะไป” “คุณไปไหนไม่ได้!”&
มัสมินอยากปฏิเสธแต่ก็ไม่ทันร่างสูงใหญ่ซึ่งทำท่าไม่สนใจว่าเธอจะแสดงอาการแข็งขืนออกมามากเท่าใดก็ตาม ร่างบางในชุดราตรีชื้นหมาดถูกเขากระชากลงมาจากรถแต่หนุ่มอิตาเลี่ยนก็ยังแสดงน้ำใจเล็กน้อยด้วยการดึงกระเป๋าไวโอลินที่เธอกำลังจะกุมไว้ไม่ได้ไปอยู่ในมือของตัวเอง หญิงสาวขืนตัวออกจากแขนหนาที่โอบบ่าเธอไว้อย่างถือสิทธิ์ก่อนจะโพล่งออกไปอย่างเหลืออด “ฉันกลับห้องของฉันเองได้...คุณคงไม่ต้องหวังดีกับฉันขนาดนั้น เพราะถึงยังไงตอนนี้คุณก็แทบไม่อยากเห็นหน้าฉันอยู่แล้ว!” เสียงนั้นสั่นเครือ เธอจะควบคุมตัวเองต่อหน้าเขาได้อย่างไรไม่ให้ความอ่อนแอข้างในสำแดงตัวตนออกมา ทั้งที่ก็รักเขามากขนาดนี้แต่ท่าทีร้ายกาจของลอวเรนซ์ทำให้เธออยากตายมากกว่าจะได้รับแม้เพียงเสี้ยวหนึ่งของความเมตตา “เจ็บขนาดนี้ยังจะมาทำอวดด
“มิวซีอา!...เลิกดัดจริตมารยาซะที ผมจะพาคุณไปส่งที่พัก” ร่างสูงกำยำทำเสียงกระด้างใส่ อยากรู้นักถ้าปล่อยให้นอนอยู่ตรงนี้จะรู้สึกเช่นไรหากเขาไม่ช่วยเธอจริง ๆ “ผมบอกให้คุณลุกขึ้นไง!...มิว...” คำพูดของเขาขาดหายไปเสียเฉย ๆ เมื่อต้องผงะทันทีที่ดึงข้อมือหญิงสาวซึ่งยังนอนแน่นิ่งขึ้นมา นี่เขาผลักมัสมินล้มแรงจนไม่รู้เลยว่าเธอได้บาดแผลเต็มฝ่ามือไปแล้วเมื่อครู่ ลอวเรนซ์ใช้กำลังเพียงน้อยพลิกร่างที่นอนหน้าคว่ำขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะหลงลืมความชิงชังไปชั่วขณะที่ไล้ปลายนิ้วปัดเม็ดทรายและลูบรอยน้ำเค็มออกจากใบหน้าซึ่งก็ยังงดงามอยู่เสมอสำหรับเขา หนุ่มลูกครึ่งไทย ฝรั่งเศส อิตาเลี่ยนต้องสะกดกลั้นความปรารถนาที่กำลังไหลบ่าออกมาอีกครั้งตั้งแต่มัสมินห่างหายไปจากชีวิตของเขาและทำเช่นไรก็ลืมได
ลอวเรนซ์ไม่รอให้ร่างเล็กที่เขาตรึงไว้แนบแผ่นอกได้ร้องอุทรแม้สักแอะ ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปหาใบหน้าหวานซึ่งดวงตาเบิกค้างอย่างตื่นตระหนกเมื่อได้รับจูบอันรุนแรงเป็นการลงทัณฑ์บทแรกจากคนตัวโต เธอยังจำรสลิ้นของเขาได้ก่อนหน้าว่ามันหวานหยาดหยดยิ่งกว่าน้ำผึ้งหลั่งรดชโลมใจ ลอวเรนซ์สอนการบดเคล้าริมฝีปากและซอกซอนชิวหาด้วยการจูบแบบฝรั่งเศสแต่ไม่เคยล่วงเกินให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจหากแต่บัดนี้เขาเองกลับเป็นผู้ทำลายความฝันอันงดงามของเธอพินาศสิ้น มัสมินเจ็บระบมไปหมดบนริมฝีปากที่เขาเผลอตะบี้ตะบันขบเม้มอย่างไม่นึกสงสาร แม้นี่คือจูบแรกหลังเลิกร้างห่างกันหากแต่ช่างเจ็บปวดทรมานจนหญิงสาวต้องกรีดปลายเล็บลงบนคอของเขาเพื่อตอบโต้และดูเหมือนลอวเรนซ์จะรู้สึกเมื่อเขาถอนริมฝีปากหนาได้รูปและดึงมือบางไปกุมไว้ขณะดวงตาวาวโรจน์จ้องมองดูรอยเลือดจางบนเรียวปากอิ่มและรอยน้ำสีแดงเข้มบนปลายเล็บที่เหน็บลงบนคอของเขา “ริค...ปล่อยนุ่นไปเถอะค่ะ นุ่นสัญญาว่าจะเอาเงินมาชดใช้คืนให้คุณ...ทุกบาท”