LOGINมัสมินตัดสินใจโพล่งออกมาขณะมือบางกุมกระเป๋าไวโอลินบนตักไว้แน่น และดูเหมือนจะได้ผล ลอวเรนซ์ชลอความเร็วลงหากแต่กลับหักพวงมาลัยรถลงทางหาดทรายเปล่าร้างผู้คน เมื่อรถสปอร์ตหรูสีน้ำเงินอาบประกายระยับของแสงจันทร์จอดลงสนิทมัสมินจึงตัดสินใจอีกครั้งเปิดประตูรถและก้าวพรวดออกไปอย่างรวดเร็ว แต่เธอลืมเสียสนิทว่าพื้นเบื้องล่างเป็นหล่มทราย ทันที่ที่รองเท้าส้นสูงสี่นิ้วหยั่งลงไปร่างนั้นจึงเสียหลักล้มนั่งอยู่ข้างรถสปอร์ตคันงาม
“จะรีบไปไหนล่ะ...มิวซีอา...ผมกับคุณ เรายังไม่ได้คุยกันให้รู้เรื่องสักนิด”
เสียงเย็นเยือกดังขึ้นพร้อมร่างสูงใหญ่ก้าวมายืนพิงข้างรถของเขามองดูหญิงสาวซึ่งนั่งนิ่งบนทรายนุ่มโดยไม่ยอมให้ความช่วยเหลือหนำซ้ำยังเหยียดรอยปากหยักราวสมเพชกับภาพที่ร่างบางกำลังปลดสายรัดรองเท้าส้นสูงและดึงมันทิ้งไปอย่างทุลักทุเล
มัสมินดูราวผู้หญิงหมดสิ้นหนทางเมื่อร่างบางในชุดราตรีคล้ายคนหมดแรงนิ่งอยู่กับที่แทบไม่อยากลุกไปไหน เธอหันไปมองใบหน้าคมคายของคนแล้งน้ำใจที่ก็ยังทนยืนดูอยู่ได้ไม่คิดจะช่วยเหลือใด ๆ ทั้งสิ้น เขาไม่เคยรักเธอเลยหรืออย่างไร คิดแล้วน้ำตาแห่งความน้อยใจก็พาลไหลออกมา
“ให้ฉันกลับที่พักเถอะค่ะ ริค ...ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคุณ”
“ใช่สิ มิวซีอา!...ในเมื่อคุณได้เงินจากพ่อของผมไปจนอิ่มแล้ว คุณก็คงไม่อยากพูดอะไรอีก คงต้องสงบปากสงบคำไว้คอยตีหน้าซื่อหลอกเอาเงินจากผู้ชายหน้าโง่คนอื่นต่อไป คุณมันโสเภณีชัด ๆ! “
หญิงสาวแทบหยุดลมหายใจของตัวเองเมื่อคนร่างใหญ่กระชากไหล่ทั้งสองของเธอฉุดลากร่างนั้นไปจนถึงที่น้ำกลิ้งมาบรรจบกับหาดทรายก่อนคลื่นสลายเป็นฟองฟ่อง
“ริค!...ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะคะ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณเป็นเจ้าของเซลิโน่ ถ้าคุณไม่พอใจที่เห็นฉันอยู่ที่นี่ ฉันก็จะไปให้พ้นหน้าคุณเสียคืนนี้เลยก็ได้!”
“คุณคิดอะไรง่ายแบบนี้เสมอเลยสินะมิวซีอา! ผมเพิ่งรู้ว่าคุณชอบหากินง่าย ๆ ด้วยการใช้ตัวเองเข้าแลกไม่เคยกลัวว่าชื่อเสียงตัวเองจะป่นปี้ยังไง คุณขู่พ่อผมใช่มั้ยให้จ่ายคุณสิบล้านไม่อย่างนั้นจะไม่ยอมปล่อยผมกลับอิตาลี คุณแอบไปทำความตกลงกับพ่อผมคงเห็นว่าท่านเชื่อคนง่าย คุณยอมแลกทุกอย่างเพื่อเงินแม้แต่ใช้ความรักของคนอย่างผมเป็นเครื่องมือ คุณทำแบบนี้กับผู้ชายมาแล้วสักกี่คน เลว! จะให้ใช้คำว่าอะไรถึงจะเหมาะกับคนไร้ศักดิ์ศรีอย่างคุณ!”
“ไม่นะคะ...ลอวเรนซ์”
มัสมินปล่อยน้ำตาให้ไหลพรากเมื่อได้ยินคำบริภาษจากเขาผิด ๆ จิอานนี่พูดกับเขาเช่นนั้นหรือ...ทำไมพ่อของเขาจึงโยนความผิดให้เธอรับไว้ทั้งหมดทั้งก็รู้อยู่แก่ใจ เธออาจผิดที่รับเงินจำนวนนั้นด้วยความจำเป็น หากแต่ใยผู้หยิบยื่นให้จึงทุบทำลายความดีของเธอไม่มีเหลือ และการแก้ตัวย่อมไม่ใช่ทางออกในเวลานี้ หญิงสาวรู้ดีว่าคำพูดผิดวิถีอาจทำให้ชีวิตย่อยยับในพริบตา
“คุณหลอกเอาเงินจากพ่อผมตั้งสิบล้านทั้งที่คุณก็รู้ดี...” ชายหนุ่มดึงร่างระหงเข้าหาอกกว้างก่อนเค้นเสียงลอดไรฟันอยู่ชิดใบหูของหญิงสาว
“ว่าคุณไม่ได้สูญเสียอะไรเลยนอกจากคำโกหกหลอกให้พ่อผมคิดว่าผมจะอยู่กับคุณไม่กลับฟลอเรนซ์ เขาตามผู้หญิงต่ำ ๆ อย่างคุณไม่ทัน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมไม่เคยได้ลิ้มลองคุณแม้แต่ครั้งเดียว!”
“แต่ทุกอย่างก็จบสิ้นไปแล้ว นุ่นแค่ต้องการให้คุณกลับไปอิตาลีเพื่อที่คุณจะได้ไปอยู่กับคนที่เหมาะสม”
“เหลวไหล! ใครจะไปคิดว่านั่นเป็นความหวังดีจากผู้หญิงหิวเงินอย่างคุณที่รับเช็คสิบล้านไปแล้วยังจะมีหน้ามาบอกว่าให้ผมได้อยู่กับคนที่เหมาะสม คุณเอาเงินหายเข้ากลับเมฆไปทั้งที่ผมยังไม่ได้อะไรเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนแม้แต่นิดเดียว ถ้าผมรู้สักนิดว่าคุณจะเล่นเกมกับคนอย่างผมแบบนี้ ผมก็จะได้ใช้ตัวคุณซะให้คุ้มกับเงินที่พ่อผมต้องเสียไป!”
“คุณอยากได้อะไรคะริค...ถ้าคุณอยากได้เงินคืนนุ่นจะหามันมาให้คุณ แต่อย่าทำกับนุ่นแบบนี้”
“เมื่อก่อนผมคิดว่าจะถนอมคุณไว้ หลงงมงายคิดว่าคุณเป็นผู้หญิงบริสุทธิ์หวงศักดิ์ศรีของตัวเอง เงินมากมายขนาดนั้นอยากรู้นักว่าจะหามาใช้คืนได้ยังไงไหวถ้าไม่ไปเป็นอีตัวจับเศรษฐีหน้าโง่มาปอกลอก ผมไม่ต้องการเศษเงินนั่นหรอก แต่ที่ผมต้องการคือชีวิตของคุณ!”
“ริค!”
เสียงที่ดังมาจากอีกด้านทำให้พัชชุลีหลุดออกมาจากภวังค์ลอยเลื่อนและพบว่าแพรวาเพื่อนนักดนตรีสาวร่างเล็กซึ่งเล่นเชลโล่ (ไวโอลินตัวใหญ่) มายืนอยู่ใกล้ตอนไหนไม่รู้ได้ “นุ่นเขาเจ็บมือเลยรีบกลับน่ะ แพรมีอะไรหรือเปล่า?” แพรวาชะเง้อมองตามร่างบางระหงที่เดินลับหายไปจากทางเดินก่อนจะหันกลับมายังพัชชุลี “มัสมินเพื่อนลีเสน่ห์แรงไม่เบาเลยนะรู้มั้ย” “ก็เขาเป็นคนสวยจนลีเทียบไม่ติดเลยล่ะ ทำไมหรือแพร อย่าบอกนะว่ามีแขกมาสนใจเพื่อนลีอยู่ตอนนี้” “แขกโรงแรมสนใจน่ะมันธรรมดา แต่เมื่อคืนแ
“สวัสดีค่ะ คุณมัสมิน...ทำไมวันนี้มาเร็วจัง เอ๊ะ! แล้วมือของคุณไปโดนอะไรมาคะนั่น?” นุสบากล่าวทักนักดนตรีของเธอซึ่งอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวและกางเกงเลคกิ้งสีน้ำเงินสวมรองเท้าทรงบัลเลต์ส้นแบนที่ก้าวเข้ามาภายในห้องอาหารของโรงแรมยามสนธยาโรยตัวลงมาห่มคลุมท้องฟ้าสะท้อนแสงสีอำพันอาบเซลิโน่ให้งดงามราวสวรรค์บนแดนดินริมทะเล ผู้จัดการห้องอาหารรีบเดินเข้ามาเพื่อดูมัสมินด้วยความประหลาดใจระคนเป็นห่วงเมื่อเห็นมือข้างหนึ่งของเธอพันผ้าสีขาวเอาไว้ขณะยกขึ้นพุ่มไหว้ “สวัสดีค่ะ พี่นุสบา นุ่นจะมาขอลางานสักสองสามวันค่ะ พอดีมีอุบัติเหตุกับมือข้างที่ใช้จับสายไวโอลิน นุ่นต้องขอโทษจริง ๆ ค่ะ อาจต้องพักมือให้แผลหายเสียก่อน” “คุณนุ่นคะ...” นุสบาม
“ริค...” หญิงสาวรู้สึกเหมือนใจจะขาดเมื่อลอวเรนซ์เบียดอกกำยำเข้าหาเนินทรวงอวบนุ่มที่คอยจะทะลักล้นออกมานอกชุดราตรีซึ่งบัดนี้ความชื้นทำให้มันแนบผิวอวดสัดส่วนโค้งเว้าดังไวโอลิน “ฉันไม่เคยโกหกคุณ ได้โปรดเถอะนะคะริค อย่าทำแบบนี้กับฉันเพราะมันก็ไม่ได้ช่วยให้ความเข้าใจของคุณดีขึ้นมา” “มิวซีอา...การที่คุณเอาเงินจากพ่อผมแล้วหายไปจากชีวิตของคนที่เขารักคุณมันแสดงเจตนาที่ไม่จริงใจกับคนที่คุณบอกว่ารักเลยสักนิดเดียว” “จะให้ฉันทำยังไงล่ะคะ ฉันยินดีไปจากชีวิตของคุณตอนนี้เลยก็ได้ ฉันจะไป” “คุณไปไหนไม่ได้!”&
มัสมินอยากปฏิเสธแต่ก็ไม่ทันร่างสูงใหญ่ซึ่งทำท่าไม่สนใจว่าเธอจะแสดงอาการแข็งขืนออกมามากเท่าใดก็ตาม ร่างบางในชุดราตรีชื้นหมาดถูกเขากระชากลงมาจากรถแต่หนุ่มอิตาเลี่ยนก็ยังแสดงน้ำใจเล็กน้อยด้วยการดึงกระเป๋าไวโอลินที่เธอกำลังจะกุมไว้ไม่ได้ไปอยู่ในมือของตัวเอง หญิงสาวขืนตัวออกจากแขนหนาที่โอบบ่าเธอไว้อย่างถือสิทธิ์ก่อนจะโพล่งออกไปอย่างเหลืออด “ฉันกลับห้องของฉันเองได้...คุณคงไม่ต้องหวังดีกับฉันขนาดนั้น เพราะถึงยังไงตอนนี้คุณก็แทบไม่อยากเห็นหน้าฉันอยู่แล้ว!” เสียงนั้นสั่นเครือ เธอจะควบคุมตัวเองต่อหน้าเขาได้อย่างไรไม่ให้ความอ่อนแอข้างในสำแดงตัวตนออกมา ทั้งที่ก็รักเขามากขนาดนี้แต่ท่าทีร้ายกาจของลอวเรนซ์ทำให้เธออยากตายมากกว่าจะได้รับแม้เพียงเสี้ยวหนึ่งของความเมตตา “เจ็บขนาดนี้ยังจะมาทำอวดด
“มิวซีอา!...เลิกดัดจริตมารยาซะที ผมจะพาคุณไปส่งที่พัก” ร่างสูงกำยำทำเสียงกระด้างใส่ อยากรู้นักถ้าปล่อยให้นอนอยู่ตรงนี้จะรู้สึกเช่นไรหากเขาไม่ช่วยเธอจริง ๆ “ผมบอกให้คุณลุกขึ้นไง!...มิว...” คำพูดของเขาขาดหายไปเสียเฉย ๆ เมื่อต้องผงะทันทีที่ดึงข้อมือหญิงสาวซึ่งยังนอนแน่นิ่งขึ้นมา นี่เขาผลักมัสมินล้มแรงจนไม่รู้เลยว่าเธอได้บาดแผลเต็มฝ่ามือไปแล้วเมื่อครู่ ลอวเรนซ์ใช้กำลังเพียงน้อยพลิกร่างที่นอนหน้าคว่ำขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะหลงลืมความชิงชังไปชั่วขณะที่ไล้ปลายนิ้วปัดเม็ดทรายและลูบรอยน้ำเค็มออกจากใบหน้าซึ่งก็ยังงดงามอยู่เสมอสำหรับเขา หนุ่มลูกครึ่งไทย ฝรั่งเศส อิตาเลี่ยนต้องสะกดกลั้นความปรารถนาที่กำลังไหลบ่าออกมาอีกครั้งตั้งแต่มัสมินห่างหายไปจากชีวิตของเขาและทำเช่นไรก็ลืมได
ลอวเรนซ์ไม่รอให้ร่างเล็กที่เขาตรึงไว้แนบแผ่นอกได้ร้องอุทรแม้สักแอะ ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปหาใบหน้าหวานซึ่งดวงตาเบิกค้างอย่างตื่นตระหนกเมื่อได้รับจูบอันรุนแรงเป็นการลงทัณฑ์บทแรกจากคนตัวโต เธอยังจำรสลิ้นของเขาได้ก่อนหน้าว่ามันหวานหยาดหยดยิ่งกว่าน้ำผึ้งหลั่งรดชโลมใจ ลอวเรนซ์สอนการบดเคล้าริมฝีปากและซอกซอนชิวหาด้วยการจูบแบบฝรั่งเศสแต่ไม่เคยล่วงเกินให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจหากแต่บัดนี้เขาเองกลับเป็นผู้ทำลายความฝันอันงดงามของเธอพินาศสิ้น มัสมินเจ็บระบมไปหมดบนริมฝีปากที่เขาเผลอตะบี้ตะบันขบเม้มอย่างไม่นึกสงสาร แม้นี่คือจูบแรกหลังเลิกร้างห่างกันหากแต่ช่างเจ็บปวดทรมานจนหญิงสาวต้องกรีดปลายเล็บลงบนคอของเขาเพื่อตอบโต้และดูเหมือนลอวเรนซ์จะรู้สึกเมื่อเขาถอนริมฝีปากหนาได้รูปและดึงมือบางไปกุมไว้ขณะดวงตาวาวโรจน์จ้องมองดูรอยเลือดจางบนเรียวปากอิ่มและรอยน้ำสีแดงเข้มบนปลายเล็บที่เหน็บลงบนคอของเขา “ริค...ปล่อยนุ่นไปเถอะค่ะ นุ่นสัญญาว่าจะเอาเงินมาชดใช้คืนให้คุณ...ทุกบาท”







