Accueil / แฟนตาซี / ทายาทจักรพรรดิมังกร / บทที่ 31 อำนาจแห่งจักรพรรดิมังกร

Partager

บทที่ 31 อำนาจแห่งจักรพรรดิมังกร

last update Date de publication: 2026-10-22 08:41:52

ลานฝึกมังกรตั้งอยู่เหนือหุบเขาเมฆา

สถานที่แห่งนี้อยู่ห่างจากนครมังกรออกไปหลายสิบลี้ รอบด้านเป็นหน้าผาสูงและภูเขาสีดำที่ทอดยาวจนสุดสายตา

ไป๋อวี้เหยายืนอยู่บนลานหิน พลางมองทิวทัศน์ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ

"ที่นี่คือที่ฝึกของมังกรหรือ?"

"ใช่"

เฟิงเทียนหลงยืนอยู่ข้างนาง

วันนี้เขาไม่ได้สวมชุดพิธีการของจักรพรรดิ มีเพียงชุดคลุมสีดำเรียบง่ายปักลายเกล็ดมังกรสีทองตามชายแขน

แต่ถึงจะไม่มีมงกุฎหรือเครื่องประดับใด ๆ ความน่าเกรงขามรอบตัวเขาก็ยังไม่ลดลงแม้แต่น้อย

"ทำไมท่านพาข้ามาที่นี่?"

"เจ้าอยากเห็นพลังของข้าไม่ใช่หรือ?"

ไป๋อวี้เหยาชะงัก

"ข้าเคยพูดด้วยหรือ?"

"เมื่อคืน"

"ข้าถามว่าท่านแข็งแกร่งแค่ไหน"

"นั่นก็คืออยากเห็น"

นางหัวเราะ

"ท่านตีความเข้าข้างตัวเองเก่งจริง ๆ"

เฟิงเทียนหลงไม่ได้เถียง

เพียงเดินไปยังใจกลางลาน

"วันนี้ข้าจะให้เจ้ารู้จักตัวตนของข้าอีกด้านหนึ่ง"

น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป

จากชายหนุ่มที่พูดคุยกับนางอย่างเป็นกันเอง กลายเป็นน้ำเสียงของผู้ปกครองที่ทุกชีวิตในแดนมังกรต้องเชื่อฟัง

ไป๋อวี้เหยาถอยออกไปเล็กน้อย

หลิงหลานและองครักษ์มังกรหลายตนยืนอยู่ห่างออกไป

พวกเขาทั้งหมดก้มศีรษะ

เฟิงเทียนหลงยกมือขึ้น

เพียงการเคลื่อนไหวเล็กน้อยนั้น...

พื้นหินใต้เท้าก็เริ่มสั่น

ลมรอบหุบเขาหยุดลง

เมฆบนท้องฟ้าเคลื่อนตัวออกจากกันราวกับถูกบางสิ่งผลัก

ไป๋อวี้เหยามองอย่างตะลึง

เกล็ดสีดำเล็ก ๆ เริ่มปรากฏขึ้นบนแขนของเขา

ดวงตาสีทองสว่างขึ้น

แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกไปทั่วหุบเขา

มังกรทุกตนที่อยู่โดยรอบคุกเข่าลงแทบพร้อมกัน

แม้แต่หลิงหลานยังต้องใช้มือยันพื้นเพื่อไม่ให้ตัวเองล้ม

ไป๋อวี้เหยารู้สึกถึงแรงกดดันเช่นกัน

แต่แปลกที่มันไม่ได้ทำร้ายนาง

พลังที่น่ากลัวนั้นเหมือนกำลังหลีกทางให้นางโดยอัตโนมัติ

"นี่คือ..."

นางพูดเบา ๆ

เฟิงเทียนหลงมองนาง

"พลังมังกรจักรพรรดิ"

เขาปล่อยพลังออกมาอีกระดับ

พื้นดินแตกร้าว

ภูเขาด้านหนึ่งสั่นสะเทือน

ฝูงนกที่อยู่ไกลออกไปบินหนีขึ้นฟ้า

และแล้วเสียงคำรามของมังกรก็ดังขึ้น

ร่างของเฟิงเทียนหลงเริ่มเปลี่ยนไป

เส้นผมสีดำปลิวขึ้นตามแรงลม

แขนทั้งสองข้างขยายใหญ่ขึ้น

เกล็ดสีดำสนิทปรากฏทั่วร่าง

เขี้ยวแหลมคมงอกออกจากริมฝีปาก

เขาทรุดตัวลงกับพื้น

เพียงชั่วพริบตา ร่างมนุษย์ก็หายไป

สิ่งที่ปรากฏอยู่กลางหุบเขาคือมังกรสีดำขนาดมหึมา

เกล็ดของมันดำราวกับราตรี แต่มีเส้นสีทองพาดผ่านตั้งแต่ลำคอไปจนถึงหาง

เขาสองข้างโค้งยาวราวกับมงกุฎ

ปีกขนาดมหึมากางออกจนบดบังท้องฟ้าไปครึ่งหนึ่ง

ดวงตาสีทองคู่เดิมมองลงมายังไป๋อวี้เหยา

นางยืนนิ่ง

นี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นเขาในร่างมังกรอย่างสมบูรณ์

ไม่ใช่เงาที่บินผ่านตำหนัก

ไม่ใช่ร่างที่เห็นจากระยะไกล

แต่เป็นตัวตนที่แท้จริงของจักรพรรดิมังกร

เสี่ยวจินที่ตามมาด้วยส่งเสียงร้องแล้วรีบวิ่งมาหานาง

ไป๋อวี้เหยาก้มลงลูบหัวมัน

"ไม่ต้องกลัว"

มังกรดำก้มศีรษะลงมา

หัวของเขาอยู่ตรงหน้านาง

ขนาดของดวงตาเพียงข้างเดียวก็ใหญ่กว่าร่างของนางเสียอีก

แต่แววตาคู่นั้นกลับไม่ได้น่ากลัว

มันยังเป็นดวงตาคู่เดิม

ดวงตาที่มองนางด้วยความอ่อนโยนเสมอ

ไป๋อวี้เหยายื่นมือออกไปอย่างลังเล

ปลายนิ้วแตะลงบนเกล็ดสีดำ

อุ่น

นางเบิกตา

"อุ่นกว่าที่คิด"

มังกรดำหลับตาลง

คล้ายกับชอบสัมผัสของนาง

หลิงหลานมองภาพนั้นด้วยความตกตะลึง

จักรพรรดิมังกรไม่เคยยอมให้ใครแตะร่างในรูปแบบนี้

แม้แต่เหล่าผู้อาวุโสยังไม่กล้าเข้าใกล้

แต่ต่อหน้าไป๋อวี้เหยา เขากลับยอมลดศีรษะลงให้แตะต้องอย่างง่ายดาย

ไป๋อวี้เหยาลูบเกล็ดอีกครั้ง

"เทียนหลง"

มังกรดำลืมตาขึ้น

นางยิ้ม

"ท่านตัวใหญ่มาก"

เขาส่งเสียงคำรามต่ำ ๆ

แรงสั่นสะเทือนทำให้น้ำในสระใกล้ ๆ กระเพื่อม

นางหัวเราะ

"ข้าชมอยู่นะ"

มังกรดำก้มศีรษะลงใกล้นางกว่าเดิม

ไป๋อวี้เหยาจึงใช้สองมือแตะหน้าผากของเขา

"ถ้าข้าขึ้นไปบนหลังท่านได้ไหม?"

ดวงตาสีทองของมังกรดำเป็นประกาย

เขาถอยออกไปเล็กน้อย ก่อนกางปีก

ลมมหาศาลพัดผ่านลานฝึก

หลิงหลานรีบยกแขนขึ้นบังใบหน้า

ไป๋อวี้เหยากลับยืนอยู่ตรงนั้นด้วยรอยยิ้ม

เฟิงเทียนหลงก้มตัวลง

ราวกับกำลังเชื้อเชิญให้นางขึ้นไป

"จริงหรือ?"

เขาส่งเสียงคำรามเบา ๆ

"เข้าใจแล้ว"

นางปีนขึ้นไปบนแผ่นหลังของเขาอย่างระมัดระวัง

เมื่อขึ้นไปนั่งบนหลังมังกรจริง ๆ นางถึงได้รู้ว่าร่างของเขาใหญ่เพียงใด

เกล็ดแต่ละแผ่นแข็งราวกับโลหะ

แต่กลับมีความอุ่นจากพลังชีวิตของเขา

ไป๋อวี้เหยาจับเกล็ดบริเวณคอเอาไว้

"พร้อมแล้ว"

ปีกขนาดมหึมากางออก

เพียงการกระพือครั้งเดียว ร่างมังกรก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

ไป๋อวี้เหยาหลุดเสียงหัวเราะด้วยความตื่นเต้น

ภูเขาทั้งหมดเล็กลงเรื่อย ๆ

ทะเลเมฆอยู่ใต้เท้า

ยอดเขาทะลุผ่านหมอกสีขาว

มังกรดำบินผ่านชั้นเมฆด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ

แต่ทุกครั้งที่เร่งความเร็ว เขาจะลดความเร็วลงทันทีเมื่อรู้สึกว่านางจับเกล็ดแน่นขึ้น

ราวกับเขารับรู้ทุกความรู้สึกของนางได้

ในที่สุดเขาก็พานางขึ้นมาหยุดอยู่เหนือทะเลเมฆ

ไป๋อวี้เหยามองโลกด้านล่าง

"สวยมาก..."

มังกรดำบินเป็นวงกว้าง

เงาขนาดมหึมาของเขาทาบลงบนทะเลเมฆ

มังกรหลายตนที่บินอยู่ไกลออกไปรีบหลบทาง

ไม่มีใครต้องบอกว่าใครกำลังบินอยู่บนฟ้า

เพียงเห็นเกล็ดดำและทอง ทุกคนก็รู้ว่าเป็นผู้ใด

จักรพรรดิมังกร

ผู้ครองฟากฟ้า

ผู้ที่แม้แต่เหล่ามังกรโบราณยังต้องก้มศีรษะให้

แต่ในเวลานี้...

เขากลับพาหญิงสาวมนุษย์เพียงคนเดียวบินเล่นเหนือทะเลเมฆ

เมื่อกลับถึงลานฝึก เฟิงเทียนหลงคืนร่างมนุษย์

เสื้อคลุมของเขากลับคืนมาเช่นเดิม

ไป๋อวี้เหยามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า

"ท่านเป็นแบบนี้มาตลอดเลยหรือ?"

"แบบไหน?"

"แข็งแกร่งขนาดนี้"

เขาพยักหน้า

"ประมาณนั้น"

"ประมาณนั้น?"

นางทำตาโต

"เมื่อครู่ภูเขาแทบสั่นทั้งลูก"

"ข้ายังไม่ได้ใช้พลังเต็มที่"

ไป๋อวี้เหยานิ่ง

"เมื่อครู่ยังไม่ถึงหนึ่งในสิบจริง ๆ?"

"จริง"

"ถ้าใช้เต็มที่ล่ะ?"

เฟิงเทียนหลงมองออกไปยังภูเขา

"พื้นที่หลายร้อยลี้จะกลายเป็นอาณาเขตของข้า"

นางกลืนน้ำลาย

"แล้วถ้ามีใครต่อสู้กับท่าน?"

"ถ้าอยู่ในอาณาเขตของข้า..."

ดวงตาสีทองของเขาเย็นลง

"เขาจะไม่มีโอกาสชนะ"

น้ำเสียงนั้นไม่มีความโอ้อวด

มันเป็นเพียงข้อเท็จจริง

ไป๋อวี้เหยาเพิ่งเข้าใจว่าเหตุใดทุกคนในแดนมังกรจึงหวาดเกรงเขา

เขาไม่ได้เป็นจักรพรรดิด้วยตำแหน่งเพียงอย่างเดียว

เขาแข็งแกร่งพอที่จะรักษาบัลลังก์ด้วยตัวเอง

เฟิงเทียนหลงหันกลับมามองนาง

"กลัวข้าหรือ?"

นางนิ่งไป

ก่อนจะส่ายหน้า

"ไม่"

"แน่ใจ?"

"แน่ใจ"

นางยิ้ม

"เพราะถึงท่านจะเป็นมังกรที่แข็งแกร่งที่สุด ข้าก็ยังเห็นคนที่ยอมกินขนมที่ข้าป้อนอยู่ดี"

เฟิงเทียนหลงหลุดหัวเราะ

"เจ้านี่..."

เขายื่นมือมาลูบศีรษะนาง

"คงมีแต่เจ้าที่กล้าพูดกับข้าแบบนี้"

"แล้วท่านไม่ชอบหรือ?"

"ชอบ"

เขาตอบทันที

"ข้าชอบที่เจ้าไม่กลัวข้า"

ไป๋อวี้เหยามองเขา

"เพราะข้ารู้ว่าท่านจะไม่ใช้พลังนั้นกับข้า"

แววตาของเฟิงเทียนหลงอ่อนลง

"ไม่มีวัน"

คำตอบสั้น ๆ แต่หนักแน่น

"ต่อให้วันหนึ่งเจ้ากับข้าเห็นต่างกัน ต่อให้เจ้าปฏิเสธข้า ข้าก็จะไม่ใช้พลังบังคับเจ้า"

ไป๋อวี้เหยามองชายตรงหน้า

นี่คือจักรพรรดิมังกรผู้สามารถทำให้ภูเขาสั่นสะเทือน

สามารถควบคุมท้องฟ้า

สามารถกดมังกรนับหมื่นให้คุกเข่า

แต่กลับเลือกที่จะไม่ใช้พลังของตัวเองกับคนที่เขารัก

นางยิ้ม

"งั้นข้าก็ไม่กลัว"

เฟิงเทียนหลงยื่นมือมา

นางวางมือลงบนมือเขา

"กลับกันเถอะ"

"ได้"

ทั้งคู่เดินออกจากลานฝึกไปด้วยกัน

ด้านหลังคือหุบเขาที่เพิ่งเห็นพลังของจักรพรรดิมังกร

ด้านหน้าคือเส้นทางกลับนครมังกร

และในหัวใจของไป๋อวี้เหยา...

ความรู้สึกที่มีต่อชายคนนี้กำลังเปลี่ยนไปอีกขั้น

นางไม่ได้มองเขาเพียงในฐานะจักรพรรดิ

ไม่ได้มองเขาเพียงในฐานะคู่ชะตา

แต่กำลังมองเขาเป็นผู้ชายคนหนึ่ง

ผู้ชายที่แข็งแกร่งจนสามารถปกป้องทั้งแผ่นดินได้

แต่กลับยอมอ่อนโยนกับนางเพียงคนเดียว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 44 ปีกมังกรเหนือหุบเขา

    เสียงระฆังเตือนภัยจากหอคอยทิศตะวันออกดังขึ้นในยามที่ผู้คนภายในป้อมปราการกำลังเตรียมตัวพักผ่อน ทหารเวรรีบวิ่งลงจากหอคอย ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “รายงาน! พบฝูงมังกรอพยพลงมาจากภูเขาทางตะวันออกจำนวนมาก พวกมันกำลังมุ่งหน้ามาทางป้อมปราการพ่ะย่ะค่ะ!” เฟิงอ้าวเทียนลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที “พวกมันมีอาการคลุ้มคลั่งหรือไม่?” “ยังไม่พบว่าพวกมันโจมตีผู้ใดพ่ะย่ะค่ะ แต่พวกมันบินต่ำผิดปกติ บางตัวมีบาดแผล และดูเหมือนกำลังหนีบางสิ่งมา” หลินซีเหยาที่กำลังเก็บตำราอยู่ข้างโต๊ะเงยหน้าขึ้น นางสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างจากทิศตะวันออก พลังนั้นไม่ใช่ความมืดที่คุ้นเคย แต่กลับมีความร้อนแผ่วเบาแฝงอยู่ “พวกมันไม่ได้มาที่นี่เพื่อโจมตีค่ะ” เฟิงอ้าวเทียนหันมองนาง “เจ้ารู้ได้อย่างไร?” “ข้าสัมผัสได้ถึงความหวาดกลัว พวกมันกำลังหนีออกจากพื้นที่บางแห่ง และดูเหมือนจะไม่กล้ากลับไปทางเดิม” มู่ชางเดินเข้ามาพร้อมเกราะป้องกันตัว “หากเป็นเช่นนั้น เราควรเปิดทางให้พวกมันผ่านไปหรือไม่?” “เปิดประตูชั้นนอกไว้ แต่ให้ทหารรักษาระยะห่าง ห้ามใช้พลังโจมตีหากยังไม่มีสัญญาณว่าพวกมันเป็นภัย” เฟิงอ้าวเทียนออกคำส

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 43 เปลวเพลิงที่ไม่ดับสูญ

    หลงเยี่ยกำลังฝึกควบคุมเปลวเพลิงอยู่ในลานด้านหลังป้อมปราการ เมื่อเปลวไฟสีแดงบนฝ่ามือพลันเปลี่ยนเป็นสีขาวทอง เขารีบกำมือ ทว่าความร้อนที่ควรดับลงกลับแผ่กระจายไปทั่วแขน เกล็ดมังกรสีแดงปรากฏขึ้นใต้ผิวหนังทีละชิ้น ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว หลงเยี่ยถอยหลังหนึ่งก้าว “เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะเนี่ย…” เขาพยายามเรียกเปลวเพลิงกลับมา แต่คราวนี้กลับไม่มีเปลวไฟปรากฏขึ้นแม้แต่น้อย ความเงียบทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจยิ่งกว่าเดิม นับตั้งแต่เหตุการณ์ในช่องเขาเพลิงดำ เขาเริ่มแยกความแตกต่างระหว่างพลังของตนเองกับพลังสีดำที่แทรกเข้ามาได้บ้างแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่เหมือนกับทุกครั้ง มันไม่ได้ทำให้เขาเจ็บปวด กลับให้ความรู้สึกคล้ายมีบางสิ่งกำลังห่อหุ้มเขาเอาไว้ “เจ้าทำอะไรอยู่?” ไป๋เหวินเดินเข้ามาพร้อมตะกร้าสมุนไพร เมื่อเห็นสีหน้าของหลงเยี่ย เขาก็วางตะกร้าลงทันที “พลังผิดปกติอีกแล้วหรือ?” “ข้าไม่แน่ใจขอรับ เมื่อครู่ไฟของข้าเปลี่ยนสี แต่ไม่มีความรู้สึกเหมือนตอนที่ถูกพลังสีดำควบคุม” ไป๋เหวินจับข้อมือเขาเพื่อตรวจชีพจรพลังมังกร ผ่านไปครู่หนึ่ง ชายชราก็ขมวดคิ้ว “พลังมังกรของเจ้ายังอยู่ครบ แต่มีบา

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 42 เกล็ดเพลิงนิรันดร์

    เกล็ดมังกรสีแดงยังคงวางอยู่กลางแท่นหินเมื่อเฟิงอ้าวเทียนกับหลินซีเหยาเดินออกจากโพรงลับ พวกเขาไม่ได้แตะต้องมัน และไม่ได้พยายามนำสิ่งใดกลับไปด้วย เพราะทั้งคู่สัมผัสได้ว่าพลังภายในเกล็ดยังคงทำงานอยู่ แม้เปลวไฟที่ลอยเหนือแท่นจะสงบลงแล้วก็ตามมู่ชางรออยู่ตรงทางเข้า เมื่อเห็นทั้งสองกลับออกมาอย่างปลอดภัย เขาจึงลดอาวุธในมือลง“ข้างในมีสิ่งใดหรือพะยะค่ะ?”เฟิงอ้าวเทียนเล่าเรื่องภาพสลักมังกรสองตัวและเปลวไฟสีแดงให้ฟังโดยไม่ปิดบัง ส่วนหลินซีเหยาเสริมสิ่งที่นางสัมผัสได้เกี่ยวกับพลังที่ไหลไปตามเส้นทางใต้ภูเขามู่ชางฟังจนจบ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมขึ้น“ถ้าพลังจากโพรงนี้เชื่อมโยงไปถึงช่องเขาเพลิงดำจริง เราอาจกำลังเผชิญกับเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อพื้นที่กว้างกว่าที่คิด”“ใช่” เฟิงอ้าวเทียนตอบ “แต่เรายังไม่รู้ว่าการเชื่อมโยงนั้นเกิดขึ้นเพื่อช่วยประคองผนึก หรือเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่อยู่หลังประตู”หลินซีเหยามองย้อนกลับไปยังช่องทางระหว่างรากไม้“ข้ารู้สึกว่าเปลวไฟในโพรงไม่ได้พยายามเปิดทางให้สิ่งใดออกมา มันคล้ายกำลังรักษาสมดุลของพลังบางอย่างไว้มากกว่า”“เจ้าคิดว่ามังกรสองตัวในภาพสลักทำหน้าที่เช่นนั้นหรือ?” มู่ชา

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 41 เพลิงในถ้ำลับ

    เฟิงอ้าวเทียนได้รับรายงานจากหอคอยสัญญาณอีกครั้งในช่วงที่ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ ทว่าครั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ทางเหนือของป้อมมังกร หากเกิดขึ้นในแนวภูเขาทางตะวันออก ซึ่งไม่เคยมีรายงานความผิดปกติมาก่อนทหารลาดตระเวนพบว่าพื้นดินบริเวณนั้นอุ่นขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ ทั้งที่อากาศหนาวจัด บางจุดมีหญ้าสีแดงงอกขึ้นระหว่างรอยแยกของหิน และสัตว์มังกรที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงต่างพากันย้ายถิ่นไปทางใต้สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือ เปลวไฟสีแดงปรากฏขึ้นเหนือยอดเขาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะหายไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยการเผาไหม้เฟิงอ้าวเทียนอ่านรายงานจนจบแล้ววางลงบนโต๊ะ“เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากเปลวไฟที่หอคอยสัญญาณสงบลงไม่นานใช่หรือไม่?”มู่ชางพยักหน้า“ห่างกันไม่ถึงครึ่งชั่วยามพะยะค่ะ แต่ทหารที่พบเห็นยืนยันว่าเปลวไฟทั้งสองมีลักษณะแตกต่างกันอย่างชัดเจน เปลวไฟเหนือหอคอยมีประกายสีดำแทรกอยู่ ส่วนที่ภูเขาทางตะวันออกเป็นสีแดงบริสุทธิ์”หลินซีเหยาซึ่งยืนอยู่ข้างหน้าต่างหันกลับมา“แล้วมีใครเข้าไปใกล้บริเวณนั้นหรือยังคะ?”“ยังไม่มีผู้ใดเข้าไปถึงจุดที่พบเปลวไฟ” มู่ชางตอบ“เส้นทางบางส่วนถูกเถาวัลย์ปกคลุมอย่างรวดเร็ว ทั

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 40 หัวใจที่จักรพรรดิเลือก

    พระราชวังมังกรกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง รายงานจากหุบเขามังกรถูกส่งมายังห้องทรงงานอย่างต่อเนื่อง ข้อพิพาทระหว่างเผ่าเกล็ดแดงและเผ่าเกล็ดเงินถูกยุติลงชั่วคราว แหล่งแร่พลังถูกแบ่งเขตใหม่ นักรบทั้งสองฝ่ายได้รับคำสั่งให้หยุดการปะทะ และที่สำคัญที่สุด... ทั้งสองเผ่าเริ่มส่งตัวแทนมาพูดคุยกันแทนการใช้อาวุธ ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ริมหน้าต่างของห้องทรงงาน อ่านรายงานฉบับหนึ่งอย่างตั้งใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่หลังโต๊ะ แต่สายตาของเขากลับไม่ได้อยู่บนเอกสาร มันอยู่ที่นาง ไป๋อวี้เหยารู้สึกได้ จึงเงยหน้าขึ้น "ท่านมองข้าทำไม?" "มองไม่ได้หรือ?" "ท่านมองมาเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว" "ข้าเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีความอดทนมาก" นางวางรายงานลง "ท่านไม่มีงานทำหรือ?" "มี" "แล้วทำไมไม่ทำ?" "ข้ากำลังทำ" "ทำอะไร?" "มองเจ้า" นางถอนหายใจ "นี่เรียกว่างานหรือ?" "สำหรับข้าใช่" ไป๋อวี้เหยาส่ายหน้า "จักรพรรดิมังกรนี่จริง ๆ เลย" เฟิงเทียนหลงยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะ "ออกไปเดินกัน" "ตอนนี้?" "ใช่" "ท่านไม่มีประชุมหรือ?" "เลื่อนแล้ว" "อีกแล้ว?" "ข้าเป็นจักรพรรดิ" "แล้ว?" "ข้ามีสิทธิ์เลื่อนประชุม" นางห

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 39 มังกรเหนือเปลวเพลิง

    ลานหินของหุบเขามังกรยังคงมีรอยแตกจากเหตุการณ์ก่อนหน้า เหล่ามังกรกำลังช่วยกันซ่อมแซมพื้นที่ ขณะที่ผู้นำทั้งสองเผ่ายืนมองสถานการณ์ด้วยสีหน้าครุ่นคิด ไป๋อวี้เหยาเดินอยู่ข้างเฟิงเทียนหลง "ดูเหมือนทุกคนจะสงบลงแล้ว" "ชั่วคราว" เขาตอบ "ความขัดแย้งที่สะสมมานานไม่หายไปในวันเดียว" "แต่วันนี้อย่างน้อยก็ไม่มีใครต่อสู้กัน" "เพราะพวกเขากลัวข้า" นางหันมองเขา "แล้วท่านไม่อยากให้พวกเขาเชื่อใจกันหรือ?" "อยาก" เฟิงเทียนหลงมองไปยังมังกรสองเผ่า "แต่ความเชื่อใจต้องเกิดจากพวกเขาเอง" ไป๋อวี้เหยาพยักหน้า ทันใดนั้นมังกรหนุ่มเกล็ดแดงคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาคือคนที่เคยเปิดฉากต่อสู้ในวันก่อน ชายหนุ่มคุกเข่าลง "ฝ่าบาท" เฟิงเทียนหลงหยุด "มีอะไร?" "ข้าต้องการขอทดสอบฝีมือกับเผ่าเกล็ดเงิน" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "ยังจะสู้กันอีกหรือ?" มังกรหนุ่มรีบส่ายหน้า "ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาชนะ" เขามองไปยังอีกฝ่าย "ข้าต้องการประลองอย่างเป็นทางการ" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินนิ่งไป "ประลอง?" "ใช่" ชายหนุ่มพูด "เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเราไม่ได้จำเป็นต้องเกลียดกัน" ไป๋อวี้เหยามองเขาอย่างแปลกใจ เฟิงเทียนหลงเองก็ไม่ได้พูด

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status