LOGINภูเขาเมฆายังคงอยู่ใต้เงาของหมู่เมฆหนาทึบ
หลังจากได้เห็นร่างมังกรเต็มร่างของเฟิงเทียนหลง ไป๋อวี้เหยาก็ยังคงมีเรื่องหนึ่งติดอยู่ในใจ เขาบอกว่าพลังเมื่อวานยังไม่ถึงหนึ่งในสิบ ถ้าเช่นนั้น... พลังที่แท้จริงของเขาจะน่ากลัวเพียงใด? นางนั่งอยู่บนระเบียงตำหนักจันทรา พลางเปิดตำราพลังมังกรที่ยืมมาจากหอสมบัติ เสี่ยวจินนอนอยู่ข้างเท้า ไป๋อวี้เหยาอ่านอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะขมวดคิ้ว "พลังมังกรจักรพรรดิ..." นางไล่นิ้วไปตามตัวอักษร "สามารถกดพลังของมังกรทุกสายเลือดได้" นางพึมพำกับตัวเอง "แล้วเพลิงมังกรดำล่ะ?" หน้าถัดไปมีคำอธิบายเพียงไม่กี่บรรทัด เพลิงของจักรพรรดิมังกรไม่ได้เผาเพียงสิ่งของ มันสามารถเผาผลาญพลังเวท ทำลายค่ายกล และลบล้างพลังมืดที่เกาะกินจิตวิญญาณ ไป๋อวี้เหยาชะงัก "ถึงขนาดนั้นเลย?" "ใช่" เสียงของเฟิงเทียนหลงดังขึ้นจากด้านหลัง นางหันกลับไป เขากำลังเดินเข้ามาในสวน วันนี้เขาสวมชุดดำปักลายทองเหมือนเดิม แต่บนมือมีถุงมือสีดำ "ท่านมาเมื่อไร?" "เมื่อครู่" "แล้วแอบฟังข้าอ่านหนังสือ?" "ข้าไม่ได้แอบ" "แล้วทำไมไม่เรียก?" "เพราะเจ้าอ่านเพลิน" เขานั่งลงข้างนาง "อยากรู้เรื่องเพลิงมังกร?" "อยาก" "ข้าจะให้ดู" เฟิงเทียนหลงยื่นมือออกไป ปลายนิ้วของเขามีเปลวไฟสีดำปรากฏขึ้น มันไม่ได้ลุกโชนเหมือนไฟทั่วไป กลับหมุนวนอย่างเงียบงัน สีดำสนิทตรงกลางมีประกายทองบาง ๆ อยู่ด้านใน ไป๋อวี้เหยาขยับเข้าไปใกล้ "สวย..." "อย่าแตะ" นางหยุดมือ "ทำไม?" "มันไม่เหมือนไฟธรรมดา" "อันตราย?" "สำหรับคนอื่น ใช่" "แล้วสำหรับข้า?" เฟิงเทียนหลงมองนาง "ข้าควบคุมมันได้" เปลวไฟสีดำลอยจากปลายนิ้วของเขาไปยังฝ่ามือของนาง ไป๋อวี้เหยาตกใจเล็กน้อย แต่เปลวไฟกลับไม่ร้อน มันลอยอยู่เหนือฝ่ามือราวกับดอกไม้สีดำ "ไม่ร้อนเลย" "เพราะข้าไม่ให้มันทำร้ายเจ้า" "พลังสามารถเลือกคนที่ทำร้ายได้ด้วยหรือ?" "มันเป็นพลังของข้า" เขาตอบ "ข้าควบคุมมัน" นางมองเปลวไฟในมือ "แล้วถ้าท่านโกรธมาก ๆ ล่ะ?" "มันจะรุนแรงขึ้น" "มากแค่ไหน?" เฟิงเทียนหลงเงียบ "มากพอจะเผาทั้งกองทัพ" ไป๋อวี้เหยามองเขา เขาพูดด้วยสีหน้าสงบนิ่งจนดูน่ากลัว "เคยใช้หรือ?" "เคย" "เมื่อไร?" "ก่อนข้าขึ้นครองบัลลังก์" "สู้กับใคร?" "มังกรที่คิดจะยึดอำนาจ" นางนึกภาพตาม "แล้วเกิดอะไรขึ้น?" "ข้าชนะ" "แน่นอน" นางหัวเราะเบา ๆ เฟิงเทียนหลงมองนาง "เจ้าไม่ถามหรือว่าข้าฆ่าเขาหรือไม่?" นางนิ่ง "ถ้าท่านอยากบอก ท่านคงบอกเอง" คำตอบนั้นทำให้เขามองนางนานขึ้น "เขายังมีชีวิต" "ท่านไว้ชีวิต?" "ข้าไม่จำเป็นต้องฆ่าทุกคนที่ต่อต้าน" เขาดับเปลวไฟในมือ "บางครั้งการทำให้คนหนึ่งคนรู้ว่าตัวเองแพ้ ก็รุนแรงกว่าการฆ่าเสียอีก" ไป๋อวี้เหยามองเขาใหม่ ผู้ชายตรงหน้าไม่ได้เป็นเพียงคนที่มีพลังมหาศาล เขายังรู้จักควบคุมพลังนั้นด้วย นั่นต่างหากที่ทำให้เขาน่ากลัว "ท่านไม่เหมือนที่ข้าเคยได้ยิน" "คนมนุษย์พูดถึงข้าอย่างไร?" "ว่าท่านโหดเหี้ยม" "แล้วเจ้าเห็นอย่างไร?" "บางครั้งก็โหด" เขาเลิกคิ้ว "บางครั้ง?" "กับคนอื่น" นางยิ้ม "แต่กับข้า..." นางหยุด "ท่านตามใจเกินไป" เฟิงเทียนหลงหัวเราะ "ข้ายอมรับ" เสี่ยวจินที่อยู่ข้าง ๆ ปีนขึ้นมาบนตักของนาง เฟิงเทียนหลงมองมัน "มันยังติดเจ้าไม่เปลี่ยน" "ก็ดีแล้ว" "ข้าหวง" "แม้แต่เสี่ยวจิน?" "ใช่" ไป๋อวี้เหยาหัวเราะ "ท่านจะหวงทุกอย่างที่อยู่ใกล้ข้าหรือ?" "อาจจะ" "ถ้าอย่างนั้นวันหนึ่งข้าคงไม่มีเพื่อน" "เจ้ามีข้า" "ท่านไม่เหมือนเพื่อน" "แล้วข้าเหมือนอะไร?" คำถามนั้นทำให้นางชะงัก เฟิงเทียนหลงมองนางอย่างตั้งใจ "ตอบสิ" ไป๋อวี้เหยาหลบสายตา "ไม่รู้" "ข้ารอได้" เขาไม่ได้เร่ง เพียงนั่งอยู่ข้างนาง เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ก่อนนางจะเปลี่ยนเรื่อง "วันนี้ท่านจะพาข้าไปไหน?" "ไปหุบเขาเพลิง" "อีกแล้ว?" "คราวนี้เจ้าจะได้เห็นเพลิงมังกรจริง ๆ" นางมองเขา "ข้าไปได้หรือ?" "ได้" "ไม่อันตราย?" "ถ้าอยู่ข้างข้า ไม่" "ถ้าข้าอยากลองควบคุมพลังบ้างล่ะ?" เขามองนางตั้งแต่หัวจรดเท้า "เจ้าอยากเรียน?" "ใช่" "ได้" คำตอบของเขาง่ายมาก ไม่นาน ทั้งคู่ก็เดินทางไปยังหุบเขาเพลิง ที่นี่แตกต่างจากลานฝึกเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง ผืนดินเป็นสีดำแดง รอยแยกตามพื้นมีเปลวไฟสีแดงเข้มลอยออกมา กลางหุบเขามีเสาหินจำนวนมากปักอยู่ ทุกต้นมีอักษรมังกรโบราณสลักเอาไว้ "ที่นี่คือแหล่งกำเนิดเพลิงมังกร" เฟิงเทียนหลงอธิบาย "พลังไฟของมังกรส่วนใหญ่เกิดจากที่นี่" "แล้วของท่าน?" "ของข้าไม่เหมือนพวกเขา" เขายกมือขึ้น เปลวไฟสีดำปรากฏอีกครั้ง ทันใดนั้น เปลวไฟสีแดงทั้งหมดรอบหุบเขาก็ดับลง ไป๋อวี้เหยาเบิกตา "ท่านทำอะไร?" "เพลิงของข้ากลืนพลังอื่นได้" "แม้แต่เพลิงมังกร?" "แม้แต่เพลิงมังกร" เขาปล่อยมือ เปลวไฟสีแดงทั้งหมดกลับมาลุกอีกครั้ง ไป๋อวี้เหยามองเขาด้วยความทึ่ง "แล้วข้าล่ะ?" "อะไร?" "ข้าจะใช้พลังแบบนี้ได้ไหม?" เฟิงเทียนหลงมองนาง "เจ้าเป็นมนุษย์" "รู้" "แต่ร่างกายของเจ้ารับพลังแดนมังกรได้มากกว่ามนุษย์ทั่วไป" "เพราะอะไร?" เขาไม่ได้ตอบทันที "ยังไม่รู้" นางพยักหน้า "ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร" เฟิงเทียนหลงเดินเข้ามาหานาง "ยื่นมือมา" นางทำตาม เขาวางปลายนิ้วลงบนข้อมือของนาง พลังสีทองบาง ๆ ไหลผ่านฝ่ามือของเขา ไป๋อวี้เหยารู้สึกถึงความอุ่น ไม่เจ็บ ไม่ร้อน เพียงรู้สึกเหมือนมีสายลมไหลผ่านร่างกาย "หลับตา" นางทำตาม "อย่าพยายามควบคุม" "แล้วทำอะไร?" "ฟัง" "ฟังอะไร?" "หัวใจของเจ้า" นางเงียบ ผ่านไปครู่หนึ่ง นางรู้สึกถึงจังหวะเต้นของหัวใจตัวเอง ตุบ ตุบ ตุบ แต่ไม่นานกลับมีอีกจังหวะหนึ่งแทรกเข้ามา หนักกว่า ช้ากว่า และทรงพลังอย่างประหลาด หัวใจของเฟิงเทียนหลง นางลืมตา "ข้าได้ยิน" "อะไร?" "หัวใจของท่าน" เขานิ่งไป "อย่าไปสนใจ" "ทำไม?" "เพราะมันเต้นเร็วขึ้น" ไป๋อวี้เหยาหัวเราะ "จักรพรรดิมังกรก็เขินเป็นหรือ?" "ข้าไม่ได้เขิน" "หัวใจท่านฟ้อง" เขาหันหน้าหนี นางหัวเราะมากกว่าเดิม "ในที่สุดข้าก็รู้จุดอ่อนของท่าน" เฟิงเทียนหลงหันกลับมา "อย่าบอกใคร" "ทำไม?" "เพราะข้าไม่อยากให้ใครรู้" "เรื่องที่หัวใจท่านเต้นเร็วเวลาอยู่ใกล้ข้า?" "ใช่" นางยิ้ม "ข้าจะเก็บเป็นความลับ" เขามองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือมาลูบศีรษะนาง "เด็กดี" "อย่ามองข้าเหมือนเด็ก" "สำหรับข้า เจ้ายังเด็ก" "ข้าไม่ได้เด็ก" "อืม" "ท่านไม่เชื่อ" "ข้าเชื่อ" น้ำเสียงของเขากลับมาเป็นปกติ แต่รอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้ากลับไม่หายไป ก่อนกลับ ไป๋อวี้เหยาหันไปมองหุบเขาเพลิงอีกครั้ง นางเพิ่งรู้ว่าพลังของเฟิงเทียนหลงไม่ได้มีเพียงความรุนแรง มันมีการควบคุม มีความแม่นยำ และมีพลังที่แม้แต่เผ่ามังกรเองก็ยังเกรงกลัว แต่สิ่งหนึ่งที่นางรู้แน่ชัดยิ่งกว่าทุกอย่างคือ... ชายที่สามารถเผาทั้งกองทัพได้ด้วยเปลวไฟเพียงครั้งเดียว กลับยอมลดพลังทั้งหมดของตัวเองลง เพียงเพื่อไม่ให้นางรู้สึกกลัว เฟิงเทียนหลงเดินกลับมาหานาง "กลับกันเถอะ" "อืม" เขายื่นมือออกมา นางวางมือลงไป และครั้งนี้... ไม่มีใครรู้ว่าจักรพรรดิมังกรผู้ยิ่งใหญ่กำลังยิ้มเพียงเพราะหญิงสาวข้างกายยอมจับมือเขาโดยไม่ต้องร้องขอพระราชวังมังกรกลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง รายงานจากหุบเขามังกรถูกส่งมายังห้องทรงงานอย่างต่อเนื่อง ข้อพิพาทระหว่างเผ่าเกล็ดแดงและเผ่าเกล็ดเงินถูกยุติลงชั่วคราว แหล่งแร่พลังถูกแบ่งเขตใหม่ นักรบทั้งสองฝ่ายได้รับคำสั่งให้หยุดการปะทะ และที่สำคัญที่สุด... ทั้งสองเผ่าเริ่มส่งตัวแทนมาพูดคุยกันแทนการใช้อาวุธ ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ริมหน้าต่างของห้องทรงงาน อ่านรายงานฉบับหนึ่งอย่างตั้งใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่หลังโต๊ะ แต่สายตาของเขากลับไม่ได้อยู่บนเอกสาร มันอยู่ที่นาง ไป๋อวี้เหยารู้สึกได้ จึงเงยหน้าขึ้น "ท่านมองข้าทำไม?" "มองไม่ได้หรือ?" "ท่านมองมาเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว" "ข้าเพิ่งรู้ว่าตัวเองมีความอดทนมาก" นางวางรายงานลง "ท่านไม่มีงานทำหรือ?" "มี" "แล้วทำไมไม่ทำ?" "ข้ากำลังทำ" "ทำอะไร?" "มองเจ้า" นางถอนหายใจ "นี่เรียกว่างานหรือ?" "สำหรับข้าใช่" ไป๋อวี้เหยาส่ายหน้า "จักรพรรดิมังกรนี่จริง ๆ เลย" เฟิงเทียนหลงยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะ "ออกไปเดินกัน" "ตอนนี้?" "ใช่" "ท่านไม่มีประชุมหรือ?" "เลื่อนแล้ว" "อีกแล้ว?" "ข้าเป็นจักรพรรดิ" "แล้ว?" "ข้ามีสิทธิ์เลื่อนประชุม" นางห
ลานหินของหุบเขามังกรยังคงมีรอยแตกจากเหตุการณ์ก่อนหน้า เหล่ามังกรกำลังช่วยกันซ่อมแซมพื้นที่ ขณะที่ผู้นำทั้งสองเผ่ายืนมองสถานการณ์ด้วยสีหน้าครุ่นคิด ไป๋อวี้เหยาเดินอยู่ข้างเฟิงเทียนหลง "ดูเหมือนทุกคนจะสงบลงแล้ว" "ชั่วคราว" เขาตอบ "ความขัดแย้งที่สะสมมานานไม่หายไปในวันเดียว" "แต่วันนี้อย่างน้อยก็ไม่มีใครต่อสู้กัน" "เพราะพวกเขากลัวข้า" นางหันมองเขา "แล้วท่านไม่อยากให้พวกเขาเชื่อใจกันหรือ?" "อยาก" เฟิงเทียนหลงมองไปยังมังกรสองเผ่า "แต่ความเชื่อใจต้องเกิดจากพวกเขาเอง" ไป๋อวี้เหยาพยักหน้า ทันใดนั้นมังกรหนุ่มเกล็ดแดงคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาคือคนที่เคยเปิดฉากต่อสู้ในวันก่อน ชายหนุ่มคุกเข่าลง "ฝ่าบาท" เฟิงเทียนหลงหยุด "มีอะไร?" "ข้าต้องการขอทดสอบฝีมือกับเผ่าเกล็ดเงิน" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "ยังจะสู้กันอีกหรือ?" มังกรหนุ่มรีบส่ายหน้า "ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาชนะ" เขามองไปยังอีกฝ่าย "ข้าต้องการประลองอย่างเป็นทางการ" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินนิ่งไป "ประลอง?" "ใช่" ชายหนุ่มพูด "เพื่อพิสูจน์ว่าพวกเราไม่ได้จำเป็นต้องเกลียดกัน" ไป๋อวี้เหยามองเขาอย่างแปลกใจ เฟิงเทียนหลงเองก็ไม่ได้พูด
ลานประชุมของหุบเขามังกรถูกเปิดใช้งานอีกครั้ง ผู้นำของสองเผ่านั่งอยู่คนละฝั่งของโต๊ะหิน เผ่าเกล็ดแดงขึ้นชื่อเรื่องพลังเพลิง เผ่าเกล็ดเงินมีพลังน้ำแข็ง ทั้งสองเผ่าเคยร่วมมือกันปกป้องชายแดนมาหลายครั้ง แต่ความขัดแย้งเรื่องเขตแดนสะสมมานานจนกลายเป็นความไม่ไว้วางใจ เฟิงเทียนหลงนั่งอยู่ตรงกลาง ไป๋อวี้เหยานั่งอยู่ข้างเขา ไม่มีใครกล้าพูดอะไรในช่วงแรก จนกระทั่งผู้นำเผ่าเกล็ดแดงเป็นฝ่ายเปิดปาก "ฝ่าบาท พวกเราไม่ได้ต้องการทำสงคราม" ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินมองอีกฝ่าย "แต่พวกเจ้ารุกล้ำเขตของเรา" "เขตนั้นเป็นของพวกเรามาก่อน" เสียงเริ่มดังขึ้น เฟิงเทียนหลงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะหนึ่งครั้ง กึก ทุกคนเงียบ "ข้าจะฟังทีละคน" ผู้นำทั้งสองฝ่ายก้มศีรษะ เฟิงเทียนหลงหันไปหาเผ่าเกล็ดแดง "พูด" อีกฝ่ายจึงอธิบายว่าพื้นที่ริมแม่น้ำเคยเป็นแหล่งแร่พลังของพวกเขา แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมาเผ่าเกล็ดเงินขยายพื้นที่เข้ามา เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้นำเผ่าเกล็ดเงินก็รีบโต้แย้ง "พวกเราไม่ได้ยึดพื้นที่" "แต่พวกเจ้าตั้งเสาหินของเผ่าไว้!" "เพราะแม่น้ำเปลี่ยนทาง!" เสียงเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง เฟิงเทียนหลงยังคงนิ่ง ไป๋อวี้เหยา
ลานฝึกของหุบเขามังกรถูกปิดลงชั่วคราว เศษหินจากการต่อสู้ยังคงกระจายอยู่ทั่วพื้น ผู้คนของทั้งสองเผ่าต่างช่วยกันเก็บกวาด ไม่มีใครกล้าพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากนัก ไป๋อวี้เหยาเดินเคียงข้างเฟิงเทียนหลงกลับเข้าสู่เขตพักของราชสำนัก รอยถลอกเล็ก ๆ บนแขนของนางถูกพันด้วยผ้าสีขาวเรียบร้อยแล้ว แต่คนที่เดินอยู่ข้างกันยังคงมองมันเป็นระยะ นางถอนหายใจ "ท่านมองแผลข้ามาสิบรอบแล้ว" "สิบเอ็ด" "นับด้วยหรือ?" "แน่นอน" "มันไม่ได้เจ็บแล้ว" "ข้ารู้" "ถ้ารู้แล้วจะมองทำไม?" เฟิงเทียนหลงนิ่งไป "เพื่อให้แน่ใจ" ไป๋อวี้เหยาส่ายหน้า "ท่านนี่..." ยังไม่ทันพูดจบ เสียงมังกรคำรามก็ดังขึ้นจากท้องฟ้า ทั้งคู่เงยหน้าพร้อมกัน มังกรเกล็ดแดงสามตัวกำลังบินไล่ตามมังกรเกล็ดเงินอีกสองตัว เปลวไฟสีแดงพุ่งผ่านอากาศ น้ำแข็งสีฟ้าตอบโต้ทันที "พวกเขายังไม่หยุดอีกหรือ?" ไป๋อวี้เหยาถาม เฟิงเทียนหลงถอนหายใจ "ดูเหมือนจะไม่" เขาหันไปหาองครักษ์ "พานางกลับตำหนัก" "ไม่" ไป๋อวี้เหยาขัดขึ้น เฟิงเทียนหลงหันมามอง "อวี้เหยา" "ข้าไม่เข้าไปในสนามรบ" นางชี้ขึ้นฟ้า "แต่ข้าอยากเห็นว่าท่านจะจัดการอย่างไร" เขานิ่งไปเล็กน
ลานหินกลางหุบเขามังกรเต็มไปด้วยความตึงเครียด มังกรสองกลุ่มยืนประจันหน้ากันคนละฝั่ง ฝั่งหนึ่งมีเกล็ดสีแดงเข้ม อีกฝั่งมีเกล็ดสีเงินอมฟ้า ไม่มีใครยอมถอย ไป๋อวี้เหยาที่กำลังเดินกลับจากริมแม่น้ำกับเฟิงเทียนหลงหยุดลงเมื่อเห็นความผิดปกติ "เกิดอะไรขึ้น?" เฟิงเทียนหลงมองไปยังลานหิน สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที "พวกเขากำลังจะสู้กัน" "ทำไม?" "ความขัดแย้งระหว่างสองสายเลือด" เขาตอบสั้น ๆ ก่อนหันไปหาองครักษ์ "พานางออกไปจากตรงนี้" ไป๋อวี้เหยาขมวดคิ้ว "แล้วท่านล่ะ?" "ข้าจะจัดการเอง" "อีกแล้วหรือ?" เขามองนาง "อวี้เหยา ที่นี่อันตราย" "ข้ารู้" นางมองมังกรสองกลุ่ม "แต่ถ้าท่านเข้าไป ข้าก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น" เฟิงเทียนหลงนิ่งไป เขาไม่อยากให้นางเข้าใกล้การต่อสู้ แต่ก็รู้ดีว่านางไม่ใช่คนที่จะยอมกลับไปนั่งรอโดยไม่ถามอะไร "อยู่ข้างข้า" เขาพูดในที่สุด "ห้ามวิ่งเข้าไป" "ตกลง" "หากข้าบอกให้ถอย เจ้าต้องถอยทันที" "ได้" เขาจับมือนาง "และอย่าปล่อยมือข้า" ไป๋อวี้เหยามองมือที่ถูกจับไว้ "ท่านกลัวข้าหายหรือ?" "มาก" คำตอบตรง ๆ ทำให้นางพูดไม่ออก ทั้งคู่เดินเข้าไปใกล้ลานหิน เสียงโต้เถี
ประตูหินขนาดมหึมาเปิดออกช้า ๆ ไป๋อวี้เหยายืนอยู่ข้างเฟิงเทียนหลง มองเส้นทางเบื้องหน้าด้วยความสนใจ หุบเขาที่อยู่ตรงหน้าต่างจากพื้นที่อื่นในแดนมังกรอย่างชัดเจน ภูเขาสูงเรียงตัวล้อมรอบผืนดินกว้างใหญ่ หน้าผาสีดำมีเส้นแร่สีทองแทรกอยู่เป็นแนวยาว น้ำตกจากยอดเขาไหลลงสู่แม่น้ำสีเงินที่ทอดผ่านกลางหุบเขา บนท้องฟ้ามีมังกรจำนวนมากบินอยู่ บางตนบินเป็นกลุ่ม บางตนฝึกเปลี่ยนร่าง บางตนต่อสู้กันกลางอากาศ และบางตนนอนขดตัวอยู่บนหน้าผารับแสงอาทิตย์ ไป๋อวี้เหยามองทุกอย่างอย่างตื่นตาตื่นใจ "ที่นี่คือหุบเขามังกร?" "ใช่" เฟิงเทียนหลงเดินเคียงข้างนาง "ที่นี่เป็นสถานที่ที่มังกรสายเลือดโบราณใช้ฝึกฝนและเติบโต" "แล้วท่านเคยมาที่นี่บ่อยไหม?" "ตอนเด็ก" นางหันมองเขา "ตอนเด็กท่านเป็นอย่างไร?" เขานิ่งไปครู่หนึ่ง "ซน" ไป๋อวี้เหยาหัวเราะ "ข้าเดาไว้แล้ว" "เจ้ารู้ได้อย่างไร?" "ดูจากตอนนี้ก็รู้" เฟิงเทียนหลงเลิกคิ้ว "ตอนนี้ข้าซนตรงไหน?" "ชอบตามข้า" "นั่นไม่เรียกว่าซน" "ชอบหวงข้า" "นั่นก็ไม่ใช่" "ชอบหาเรื่องมานั่งข้าง ๆ" เขาเงียบ ไป๋อวี้เหยายิ้มกว้าง "เห็นไหม?" "ข้าแค่ชอบอยู่ใกล้เจ้า" คำตอ







