ホーム / แฟนตาซี / ทายาทจักรพรรดิมังกร / บทที่ 30 สายเลือดโบราณ

共有

บทที่ 30 สายเลือดโบราณ

last update 公開日: 2026-10-21 20:01:23

เฟิงอ้าวเทียนไม่ได้นอนหลับสนิทตลอดคืน

ทุกครั้งที่หลับตา ภาพเกล็ดมังกรสีเงินใต้ชั้นน้ำแข็งจะปรากฏขึ้นในความคิดของเขาอีกครั้ง สิ่งที่ทำให้เขากังวลไม่ใช่พลังที่เกล็ดนั้นปลดปล่อยออกมา แต่เป็นความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ราวกับมีบางสิ่งในร่างกายตอบรับมันโดยไม่ต้องผ่านการควบคุมจากจิตสำนึก

เขาเคยคิดว่าพลังสีเงินเป็นเพียงพลังที่แทรกเข้ามาในสายเลือดมังกรทองดำของตนอย่างผิดธรรมชาติ ทว่าหลังเหตุการณ์บนยอดเขา ความคิดนั้นเริ่มสั่นคลอน

หากพลังนี้เป็นสิ่งแปลกปลอม เหตุใดมันจึงตอบสนองต่อเกล็ดมังกรเงินโบราณได้?

และหากมันเป็นส่วนหนึ่งของสายเลือดตนเอง เหตุใดบันทึกของราชวงศ์มังกรจึงไม่เคยกล่าวถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจน?

เฟิงอ้าวเทียนลุกจากเตียง สวมเสื้อคลุม แล้วเดินไปยังลานฝึกด้านตะวันออก

เขาต้องการทดสอบพลังด้วยตัวเองก่อนที่ความสงสัยจะทำให้เขาตัดสินใจผิดพลาด

ลานฝึกยังว่างเปล่าในเวลานั้น มีเพียงหิมะบาง ๆ ปกคลุมพื้นหินและธงประจำป้อมที่ไหวอยู่เหนือกำแพง

เฟิงอ้าวเทียนยืนอยู่กลางลาน ยกมือขึ้นเรียกพลังมังกรสีดำทอง

เปลวพลังปรากฏขึ้นรอบแขนของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนหมุนวนเป็นวงแหวนเหนือฝ่ามือ เขาควบคุมมันให้หดเล็กลง จากนั้นจึงลองเรียกพลังสีเงินที่ซ่อนอยู่ภายใน

คราวนี้ไม่มีแรงต่อต้านรุนแรงเหมือนครั้งก่อน

เส้นแสงสีเงินค่อย ๆ ปรากฏขึ้นกลางวงแหวนสีดำทอง ทั้งสองพลังเคลื่อนตัวอยู่ใกล้กันโดยไม่ปะทะ ทว่าทันทีที่เขาพยายามรวมมันเข้าด้วยกัน พลังสีดำทองกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง

เฟิงอ้าวเทียนรีบหยุดมือ

แรงสะท้อนทำให้พื้นหินใต้เท้าแตกร้าวเป็นเส้นเล็ก ๆ

เขาก้มมองรอยแตก ก่อนถอนหายใจ

“ยังไม่ได้สินะ”

“หากเจ้าตั้งใจจะทำให้ลานฝึกพังตั้งแต่ก่อนอาหารเช้า ข้าคงต้องรายงานผู้บัญชาการเหยียนซ่งเสียแล้ว”

เสียงของมู่ชางดังมาจากทางเข้า

เฟิงอ้าวเทียนหันไปมองแม่ทัพหนุ่มที่เดินเข้ามาพร้อมถ้วยชาในมือ

“ท่านมาเร็วเกินไป”

“ข้าควรพูดประโยคนี้กับเจ้ามากกว่า คนที่มาถึงลานฝึกก่อนทุกคนย่อมไม่ใช่คนที่นอนหลับเต็มอิ่ม”

มู่ชางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะหิน แล้วเดินมาดูรอยแตกร้าวบนพื้น

“พลังสีเงินอีกแล้วหรือ?”

“ใช่”

“เมื่อคืนเจ้าควรพักผ่อน”

“ข้าพักแล้ว”

“นั่นเรียกว่าพักหรือ? เจ้ากำลังคิดถึงเกล็ดมังกรเงินจนไม่ยอมหลับต่างหาก”

เฟิงอ้าวเทียนไม่ตอบ

มู่ชางมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนลดน้ำเสียงลง

“อ้าวเทียน ข้าไม่รู้ว่าพลังนี้มีต้นกำเนิดจากที่ใด แต่เจ้าต้องแยกให้ออกระหว่างการทำความเข้าใจกับการบังคับให้มันยอมเชื่อฟัง”

“ข้ารู้”

“หากรู้จริง เจ้าคงไม่ทำให้พื้นหินแตกไปครึ่งลาน”

เฟิงอ้าวเทียนเหลือบมองพื้นอีกครั้ง

“ข้าจะให้คนซ่อม”

“นั่นไม่ใช่ประเด็น!”

มู่ชางยกมือกุมขมับ ก่อนถอนหายใจยาว

“บางครั้งข้าก็สงสัยว่าเจ้าฟังคำพูดของข้าจริงหรือไม่”

“ฟัง แต่ข้าไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยทุกเรื่อง”

“ดี อย่างน้อยเจ้าก็ยังพูดตรงไปตรงมาเหมือนเดิม”

มู่ชางหยิบถ้วยชาขึ้นจิบ ก่อนกล่าวต่อ

“เจ้าลองคิดดู หากพลังสีเงินไม่ได้เป็นศัตรูกับเจ้า บางทีปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ตัวพลัง แต่อยู่ที่วิธีที่เจ้าพยายามควบคุมมัน”

เฟิงอ้าวเทียนนิ่งไป

คำพูดนั้นทำให้เขานึกถึงเหตุการณ์บนยอดเขาอีกครั้ง ตอนที่เขาและหลินซีเหยาช่วยกันประคองพลังใต้พื้นน้ำแข็ง ทั้งสองไม่ได้พยายามกลืนพลังของอีกฝ่ายหรือบังคับให้มันเปลี่ยนรูปแบบ เพียงปรับจังหวะให้สอดคล้องกัน แรงปะทุจึงค่อย ๆ สงบลง

“บางทีข้าอาจกำลังพยายามทำให้มันเป็นไปตามความต้องการของข้ามากเกินไป”

มู่ชางพยักหน้า

“เจ้าคิดได้เช่นนั้นก็ดีแล้ว อย่าลืมว่าพลังที่แข็งแกร่งที่สุดไม่ได้หมายความว่าต้องเป็นพลังที่ทำลายทุกสิ่งได้เสมอไป”

เฟิงอ้าวเทียนกำลังจะตอบ แต่เสียงฝีเท้าจากทางเดินด้านนอกทำให้ทั้งคู่หันไปพร้อมกัน

หลินซีเหยาเดินเข้ามาในลานฝึก นางสวมเสื้อคลุมสีอ่อนและถือถุงผ้าขนาดเล็กไว้ในมือ

เมื่อเห็นรอยแตกบนพื้น นางก็หยุดเดินทันที

“ข้ายังมาไม่ทันไร พื้นลานฝึกก็ได้รับบาดเจ็บแล้วหรือคะ?”

มู่ชางหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้

“เจ้ามาได้ถูกเวลาจริง ๆ ข้ากำลังหาคนช่วยพูดกับเขาอยู่พอดี”

เฟิงอ้าวเทียนมองนางอย่างไม่เห็นด้วยนัก

“ข้าเพียงทดสอบพลัง”

“ข้าทราบค่ะ แต่การทดสอบพลังไม่จำเป็นต้องทำให้พื้นแตกทุกครั้งก็ได้”

นางเดินเข้ามาใกล้ ก่อนวางถุงผ้าลงบนโต๊ะ

“ข้านำยาสมุนไพรจากท่านหมอไป๋เหวินมาให้ เขาบอกว่าหากพลังมังกรทำให้ร่างกายตึงเครียดมากเกินไป ควรพักก่อนฝึกต่อ”

มู่ชางพยักหน้าทันที

“เห็นหรือไม่ แม้แต่หมอไป๋เหวินก็พูดเช่นเดียวกับข้า”

เฟิงอ้าวเทียนมองคนทั้งสองสลับกัน

“พวกเจ้าตกลงกันมาก่อนหรือ?”

“ไม่จำเป็นต้องตกลงกันค่ะ” หลินซีเหยาตอบอย่างสบายใจ “คนที่เห็นท่านฝึกจนพื้นแตกย่อมคิดเหมือนกันได้”

มู่ชางหัวเราะอีกครั้ง ก่อนยกถ้วยชาของตนขึ้นแล้วเดินออกจากลานฝึก

“ข้าจะไปตรวจเวรด้านเหนือ ปล่อยให้พวกเจ้าคุยกันเถอะ แต่ขอเตือนไว้ก่อน หากพื้นแตกเพิ่มอีก ข้าจะไม่ช่วยอธิบายกับเหยียนซ่งให้เจ้าแล้ว”

เมื่อเหลือกันเพียงสองคน หลินซีเหยาจึงหันกลับมาหาเฟิงอ้าวเทียน

“ท่านลองใช้พลังสีเงินอีกครั้งหรือคะ?”

“ใช่ แต่ยังไม่สามารถควบคุมให้ทำงานร่วมกับพลังสีดำทองได้อย่างสมบูรณ์”

“ข้าขอดูได้ไหม?”

เฟิงอ้าวเทียนลังเลเล็กน้อย

“หากพลังย้อนกลับ เจ้าอาจได้รับผลกระทบ”

“ข้าจะไม่เข้าใกล้เกินไปค่ะ และถ้าท่านรู้สึกผิดปกติ เราจะหยุดทันที”

เขามองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า

“ตกลง”

เฟิงอ้าวเทียนยกมือขึ้นอีกครั้ง พลังสีดำทองปรากฏขึ้นรอบฝ่ามือ ขณะที่เส้นแสงสีเงินค่อย ๆ แทรกตัวออกมาจากแกนกลาง

หลินซีเหยาหลับตาลงเล็กน้อยเพื่อสัมผัสการเคลื่อนไหวของพลัง

“ท่านกำลังดึงพลังสีเงินออกมาจากข้างในหรือเปล่าคะ?”

“ใช่”

“ลองหยุดดึงมันได้ไหมคะ เพียงปล่อยให้มันปรากฏขึ้นตามธรรมชาติ”

เฟิงอ้าวเทียนขมวดคิ้ว

“หากข้าไม่ควบคุม มันอาจปะทุขึ้นมา”

“เช่นนั้นอย่าปล่อยทั้งหมดค่ะ เริ่มจากลดแรงควบคุมลงทีละน้อยก็พอ”

เขาทำตามคำแนะนำอย่างระมัดระวัง

ในตอนแรกพลังสีเงินสั่นไหวเล็กน้อย แต่เมื่อเขาหยุดบังคับทิศทางของมัน เส้นแสงกลับค่อย ๆ สงบลง วงแหวนสีดำทองที่ล้อมอยู่ด้านนอกยังคงหมุนต่อไปโดยไม่เกิดแรงสะท้อน

หลินซีเหยาลืมตาขึ้น

“เห็นไหมคะ มันไม่ได้พยายามทำร้ายท่าน”

“แต่ก็ยังไม่ยอมรวมเข้ากับพลังของข้า”

“บางทีเราอาจไม่จำเป็นต้องทำให้มันรวมกันในตอนนี้ก็ได้ค่ะ”

เฟิงอ้าวเทียนมองเส้นแสงทั้งสองที่เคลื่อนไหวอยู่ในฝ่ามือ

เขาค่อย ๆ ลดมือลง พลังสีเงินไม่ได้หายไปในทันที แต่กลับเลือนกลับเข้าสู่ร่างกายอย่างสงบ

ครั้งนี้ไม่มีแรงสะท้อน ไม่มีพื้นหินแตกร้าว และไม่มีความเจ็บปวดที่ข้อมือ

เขาเงยหน้าขึ้นมองนาง

“เจ้าคิดว่าพลังสองสายนี้สามารถอยู่ร่วมกันได้หรือ?”

“ข้าไม่รู้ค่ะ”

นางตอบตามตรง

“แต่ข้าคิดว่าท่านไม่จำเป็นต้องรีบหาคำตอบทุกอย่างในวันนี้”

เฟิงอ้าวเทียนเงียบไป ก่อนยิ้มบาง ๆ

“เจ้ากำลังพูดเหมือนมู่ชาง”

“เช่นนั้นท่านก็ควรฟังพวกเราบ้างนะคะ”

“ข้าฟังเจ้าอยู่”

หลินซีเหยาหลุบตามองถุงผ้าบนโต๊ะ ก่อนกล่าวเสียงเบาลง

“ข้าไม่ได้อยากให้ท่านหยุดฝึก เพียงแต่ไม่อยากให้ท่านคิดว่าต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง”

เฟิงอ้าวเทียนมองนางนิ่ง ๆ

นับตั้งแต่พลังสีเงินปรากฏขึ้น เขาเคยพยายามทำความเข้าใจมันเพียงลำพัง เพราะไม่ต้องการให้ผู้ใดเห็นความไม่แน่นอนของตนเอง แต่หลินซีเหยากลับไม่เคยบังคับให้เขาต้องอธิบายทุกอย่างในทันที

นางเพียงยืนอยู่ข้างเขาในเวลาที่เขายังไม่รู้คำตอบ

“ขอบใจนะ ซีเหยา”

นางชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำขอบคุณที่จริงจังกว่าปกติ

“ท่านไม่จำเป็นต้องขอบคุณข้าทุกครั้งหรอกค่ะ”

“เหตุใด?”

“เพราะข้าก็อยากช่วยท่านอยู่แล้ว”

คำตอบนั้นทำให้เฟิงอ้าวเทียนรู้สึกอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงหยิบถุงผ้าขึ้นมาแล้วเดินไปส่งนางที่ทางออกของลานฝึก

ช่วงสาย ซูเหวินได้รับข้อความจากป้อมมังกรเหนือเกี่ยวกับเหตุการณ์บนยอดเขา

เขาอ่านรายงานจนจบ ก่อนขอเข้าเฝ้าเฟิงเทียนหลงทันที

ภายในตำหนักจักรพรรดิ เฟิงเทียนหลงรับฟังเรื่องเกล็ดมังกรสีเงินด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“เจ้าบอกว่าเกล็ดนั้นตอบสนองต่อพลังของอ้าวเทียนด้วยหรือ?”

“พ่ะย่ะค่ะ แม้จะยังไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัดว่ามันเป็นเกล็ดของมังกรตนใด แต่จากรายงานของอวี้เหิง พลังที่ปรากฏมีลักษณะใกล้เคียงกับพลังมังกรเงินโบราณ”

เฟิงเทียนหลงวางรายงานลงบนโต๊ะ

“ในบันทึกของราชวงศ์ มีการกล่าวถึงพลังเช่นนี้หรือไม่?”

ซูเหวินนิ่งคิด ก่อนตอบ

“มีเพียงบันทึกสั้น ๆ ว่าผู้สืบสายเลือดมังกรทองดำบางรุ่นอาจมีพลังที่ไม่ปรากฏในสายเลือดโดยทั่วไป แต่ไม่มีคำอธิบายว่าพลังนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร หรือเกี่ยวข้องกับมังกรเงินโบราณหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

จักรพรรดิมังกรทอดพระเนตรออกไปนอกหน้าต่าง

พระองค์รู้ว่าการปิดบังความจริงไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา แต่การเปิดเผยเรื่องที่ยังไม่มีคำตอบก็อาจทำให้ผู้คนหวาดระแวงโดยไม่จำเป็น

“อย่าเพิ่งประกาศเรื่องนี้ออกไป ให้ซูเหวินตรวจสอบบันทึกที่เกี่ยวข้องกับสายเลือดมังกรทองดำและมังกรเงินโบราณเท่าที่มีอยู่ แต่ห้ามนำบันทึกไปตีความเกินกว่าที่ข้อความระบุ”

“รับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”

“ส่วนอ้าวเทียน ให้เขาเรียนรู้ที่จะควบคุมพลังโดยไม่ฝืนร่างกาย ข้าไม่ต้องการให้เขาใช้ตัวเองเป็นเครื่องทดลอง”

ซูเหวินก้มศีรษะรับคำสั่ง

แม้พระองค์จะไม่ได้กล่าวออกมาตรง ๆ แต่ผู้เฒ่ารู้ดีว่าความกังวลของจักรพรรดิไม่ได้มีเพียงเรื่องพลังลึกลับเท่านั้น

เฟิงเทียนหลงกำลังกลัวว่าบุตรชายจะต้องเผชิญชะตาที่ตนเองไม่อาจช่วยเหลือได้

ในช่วงบ่าย เฟิงอ้าวเทียนกับหลินซีเหยาออกไปเดินเล่นบริเวณสวนด้านหลังป้อม

หิมะที่ปกคลุมพื้นดินเริ่มบางลงหลังเหตุการณ์บนยอดเขา ทว่าความหนาวยังคงอยู่ ทั้งคู่จึงเดินไปตามทางหินที่ทอดผ่านต้นสนเก่าแก่

หลินซีเหยาหยุดมองกิ่งไม้ที่มีหยดน้ำเกาะอยู่

“ท่านคิดว่าเกล็ดมังกรนั้นเป็นของใครคะ?”

“ข้าไม่รู้”

“แล้วท่านอยากรู้หรือไม่?”

“แน่นอน”

เขาหันมาหานาง

“แต่ข้าไม่อยากให้ความอยากรู้ทำให้เราต้องเสี่ยงโดยไม่จำเป็น”

นางยิ้ม

“ดูเหมือนท่านจะเรียนรู้จากมู่ชางและข้าแล้วนะคะ”

“ข้าเพียงเห็นว่าคำพูดของพวกเจ้ามีเหตุผล”

“ถือว่าเป็นคำชมก็แล้วกันค่ะ”

เฟิงอ้าวเทียนหัวเราะเบา ๆ

ทั้งสองเดินต่อไปอีกเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้น

“ซีเหยา หากวันหนึ่งเราพบว่าพลังของข้าเกี่ยวข้องกับสายเลือดของเจ้าอย่างที่คาดไว้ เจ้าจะกังวลหรือไม่?”

นางหยุดเดินแล้วหันมามองเขา

“ท่านหมายถึงอะไรคะ?”

“ข้าหมายถึง หากความสัมพันธ์ระหว่างพลังของเรามีต้นกำเนิดจากอดีตที่เราไม่รู้จัก”

หลินซีเหยาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“ข้าอาจสงสัยค่ะ อาจอยากรู้ด้วยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ข้าจะไม่ตัดสินท่านจากเรื่องที่ท่านไม่ได้เลือก”

เฟิงอ้าวเทียนมองนางนิ่ง

“แม้ความจริงนั้นจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหรือ?”

“หากมีสิ่งใดเปลี่ยนไป เราก็ค่อยหาทางรับมือด้วยกันค่ะ แต่ข้าไม่คิดว่าความจริงเกี่ยวกับสายเลือดจะมีสิทธิ์กำหนดความรู้สึกของเราไปทั้งหมด”

คำตอบของนางทำให้เขานิ่งไปนานกว่าปกติ

เขาเคยคิดว่าการเป็นผู้สืบทอดราชวงศ์หมายถึงการต้องแบกรับทุกสิ่งที่บรรพชนทิ้งไว้ ทั้งเกียรติยศ ความผิดพลาด และความคาดหวังของผู้คน

แต่หลินซีเหยากลับเตือนให้เขาจำได้ว่า ต่อให้สายเลือดกำหนดจุดเริ่มต้นของชีวิต ก็ไม่ได้หมายความว่าจะกำหนดทุกการตัดสินใจของเขาได้

“ข้าจะจำคำพูดของเจ้าไว้”

นางยิ้มให้เขา

“ดีค่ะ เพราะข้าไม่อยากพูดซ้ำหลายรอบ”

เฟิงอ้าวเทียนส่ายหน้าอย่างจนใจ ก่อนยื่นมือไปช่วยจัดเสื้อคลุมที่เลื่อนลงจากไหล่ของนาง

“ลมเริ่มแรงแล้ว กลับเข้าไปข้างในกันเถอะ”

“ได้ค่ะ แต่คราวนี้ท่านห้ามแวะไปฝึกต่อ”

“ข้ารับปาก”

“และต้องพักให้เพียงพอด้วย”

“ได้”

หลินซีเหยอมองเขาอย่างพอใจ ก่อนเดินเคียงข้างกันกลับไปยังป้อม

ไม่มีผู้ใดรู้ว่าพลังสีเงินในตัวเฟิงอ้าวเทียนมีต้นกำเนิดจากที่ใด หรือเกล็ดมังกรใต้ยอดเขาจะนำพาพวกเขาไปพบสิ่งใดในอนาคต

แต่สำหรับวันนี้ ทั้งคู่ได้เรียนรู้สิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง

พลังที่แตกต่างกันไม่จำเป็นต้องทำลายกันเสมอไป และการยอมรับว่าตนเองยังไม่เข้าใจทุกสิ่ง อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความแข็งแกร่งที่แท้จริง

ส่วนสายสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะพลังเพียงอย่างเดียว

หากค่อย ๆ เติบโตจากการรับฟัง การไว้วางใจ และการเลือกยืนเคียงข้างกันด้วยความเต็มใจ

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 30 สายเลือดโบราณ

    เฟิงอ้าวเทียนไม่ได้นอนหลับสนิทตลอดคืน ทุกครั้งที่หลับตา ภาพเกล็ดมังกรสีเงินใต้ชั้นน้ำแข็งจะปรากฏขึ้นในความคิดของเขาอีกครั้ง สิ่งที่ทำให้เขากังวลไม่ใช่พลังที่เกล็ดนั้นปลดปล่อยออกมา แต่เป็นความรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ ราวกับมีบางสิ่งในร่างกายตอบรับมันโดยไม่ต้องผ่านการควบคุมจากจิตสำนึก เขาเคยคิดว่าพลังสีเงินเป็นเพียงพลังที่แทรกเข้ามาในสายเลือดมังกรทองดำของตนอย่างผิดธรรมชาติ ทว่าหลังเหตุการณ์บนยอดเขา ความคิดนั้นเริ่มสั่นคลอน หากพลังนี้เป็นสิ่งแปลกปลอม เหตุใดมันจึงตอบสนองต่อเกล็ดมังกรเงินโบราณได้? และหากมันเป็นส่วนหนึ่งของสายเลือดตนเอง เหตุใดบันทึกของราชวงศ์มังกรจึงไม่เคยกล่าวถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจน? เฟิงอ้าวเทียนลุกจากเตียง สวมเสื้อคลุม แล้วเดินไปยังลานฝึกด้านตะวันออก เขาต้องการทดสอบพลังด้วยตัวเองก่อนที่ความสงสัยจะทำให้เขาตัดสินใจผิดพลาด ลานฝึกยังว่างเปล่าในเวลานั้น มีเพียงหิมะบาง ๆ ปกคลุมพื้นหินและธงประจำป้อมที่ไหวอยู่เหนือกำแพง เฟิงอ้าวเทียนยืนอยู่กลางลาน ยกมือขึ้นเรียกพลังมังกรสีดำทอง เปลวพลังปรากฏขึ้นรอบแขนของเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนหมุนวนเป็นวงแหวนเหน

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 29 เกล็ดมังกรเงิน

    อวี้เหิงเพิ่งก้าวเข้ามาในลานฝึกของป้อมมังกรเหนือ เฟิงอ้าวเทียนก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติในร่างกายตนเอง พลังมังกรสีดำทองที่เคยไหลเวียนอย่างมั่นคงกลับปั่นป่วนขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ ขณะเดียวกัน บริเวณข้อมือของหลินซีเหยาก็ปรากฏลวดลายสีเงินจาง ๆ คล้ายเกล็ดมังกรซึ่งกำลังขยับไปตามจังหวะลมหายใจของนาง นางก้มมองข้อมือตนเอง ก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “อ้าวเทียน ท่านรู้สึกเหมือนข้าหรือไม่?” “พลังในร่างข้ากำลังตอบสนองต่อบางสิ่ง” เขายังพูดไม่ทันจบ เสียงระฆังประจำป้อมก็ดังขึ้นสามครั้ง ทหารมังกรที่กำลังฝึกอยู่ต่างหยุดมือพร้อมกัน เหยียนซ่งเดินออกมาจากหอควบคุม สีหน้าของผู้บัญชาการเคร่งเครียดกว่าปกติ “องค์ชาย ทางเหนือเกิดความผิดปกติขอรับ” เฟิงอ้าวเทียนหันไปทันที “เกิดอะไรขึ้น?” “ยอดเขาที่อยู่เหนือหุบเขาน้ำแข็งมีพลังมังกรปะทุขึ้นมา พวกหน่วยลาดตระเวนพบว่าหิมะบนยอดเขากำลังละลาย ทั้งที่อากาศยังหนาวจัด และมีแสงสีเงินปรากฏอยู่ใต้พื้นน้ำแข็ง” หลินซีเหยารู้สึกหัวใจเต้นผิดจังหวะ แสงสีเงินนั้นไม่ใช่พลังที่นางคุ้นเคยจากหุบเขามังกรเงินทั้งหมด แต่มันมีความรู้สึกคล้ายกับพลังที่เคยตอบสนองต่อสายเลือดของนาง เพีย

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 28 ประตูที่สอง

    ข้อความบนสำเนาแผ่นศิลายังคงทำให้เฟิงอ้าวเทียนครุ่นคิด แม้เวลาจะผ่านไปจนถึงรุ่งสางแล้วก็ตาม ‘ผู้ที่มาถึงที่นี่ จงถามตนเองก่อนว่าเจ้าต้องการค้นหาความจริง หรือเพียงต้องการให้ความจริงยืนยันสิ่งที่เจ้าเชื่ออยู่แล้ว’ เขาอ่านประโยคนี้ซ้ำอีกครั้ง ก่อนพับกระดาษเก็บลงในกล่องไม้ ถ้อยคำดังกล่าวไม่ได้บอกว่าประตูใต้ถ้ำศิลาดำมีสิ่งใดอยู่ข้างใน แต่กลับตั้งคำถามถึงเจตนาของผู้ที่ต้องการเปิดมัน หากผู้สร้างตั้งใจเตือนเช่นนี้ แสดงว่าคนในอดีตอาจเคยเปิดประตูด้วยเหตุผลที่พวกเขาเชื่อว่าถูกต้อง ทว่าผลลัพธ์กลับไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง เฟิงอ้าวเทียนไม่ต้องการให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเพียงเพราะเขาอยากรู้คำตอบ “ท่านยังไม่ได้พักเลยใช่ไหมคะ?” หลินซีเหยาถามจากหน้าประตู นางถือถ้วยยาสมุนไพรที่ไป๋เหวินจัดเตรียมให้ หลังทราบว่าทั้งสี่คนวุ่นอยู่กับการตรวจสอบบันทึกจนดึกดื่น เฟิงอ้าวเทียนเงยหน้าขึ้น “ข้าพักแล้ว” “พักตอนใดคะ?” “ตอนที่เจ้าไปพบอวี้เหิงเมื่อครู่” “นั่นไม่ใช่การพักค่ะ ท่านเพียงนั่งอยู่ตรงนี้แล้วอ่านบันทึกต่อ” เขามองถ้วยยาในมือนาง ก่อนยอมรับอย่างไม่เต็มใจนัก “ข้าจะพักหลังจากตรวจข้อความนี้เสร็จ” หลินซี

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 27 ทางลับใต้ศิลาดำ

    ระหว่างเดินทางกลับป้อมมังกรเหนือ เฟิงอ้าวเทียนยังคงนึกถึงเส้นแสงที่ปรากฏบนตราวงแหวนสามชั้น ภาพนั้นเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ แต่กลับทำให้เขาเชื่อว่าผนังหินบริเวณถ้ำศิลาดำไม่ได้เป็นเพียงทางเข้าของสถานที่โบราณธรรมดา มีบางสิ่งถูกซ่อนไว้ที่นั่น และผู้สร้างตราอาจตั้งใจให้มันปรากฏแก่ผู้ที่มีสายเลือดมังกรทั้งสองสายเท่านั้น “ท่านกำลังคิดเรื่องทางลับอีกแล้วหรือคะ?” หลินซีเหยาถามขณะเดินอยู่ข้างเขา เฟิงอ้าวเทียนหันมามองนาง “เจ้ารู้ได้อย่างไร?” “ท่านเงียบมาตลอดทาง และทุกครั้งที่ท่านเงียบเช่นนี้ มักหมายความว่ากำลังคิดหาวิธีทำอะไรสักอย่าง” “ข้ากำลังคิดว่าจะตรวจสอบทางลับอย่างไรให้ปลอดภัยต่างหาก” “นั่นก็เรียกว่ากำลังคิดหาวิธีทำอะไรสักอย่างไม่ใช่หรือคะ?” เขาหัวเราะเบา ๆ “เจ้าพูดถูก” หลินซีเหยาก้มมองเกล็ดเงินบนข้อมือ แม้มันจะกลับมาสงบนิ่งแล้ว แต่นางยังจำความรู้สึกตอนยืนอยู่หน้าตราวงแหวนได้ดี พลังที่ตอบสนองต่อสายเลือดของนางไม่ได้มีลักษณะเหมือนคำเชื้อเชิญ หากคล้ายกับการตรวจสอบบางอย่างมากกว่า ราวกับสถานที่นั้นกำลังพิจารณาว่าพวกเขามีสิทธิ์เข้าใกล้เพียงใด “อ้าวเทียน ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากถามค่ะ” “ถาม

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 26 ประตูต้องห้าม

    ลมหนาวพัดผ่านเนินหินทางตะวันตกของถ้ำศิลาดำ ขณะที่เฟิงอ้าวเทียนยืนพิจารณารอยวงแหวนสามชั้นบนผนังหินอีกครั้ง หลังจากแสงสีทองดำและสีเงินดับลง รอยสลักก็กลับไปดูเก่าแก่เหมือนไม่เคยมีสิ่งใดเกิดขึ้น หลินซีเหยายืนอยู่ข้างเขา ดวงตาสีเงินอมฟ้าจับจ้องเกล็ดเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงกลางตรา นางรู้สึกได้ว่ามันมีบางอย่างคล้ายกับสายเลือดของตนเอง แต่ไม่ใช่พลังมังกรเงินที่ไหลเวียนอยู่ในร่างอย่างปกติ มันเงียบงันเกินไป ราวกับสิ่งที่อยู่หลังผนังหินกำลังรอคอยมานาน และเพิ่งตื่นขึ้นเมื่อสัมผัสได้ถึงการมาถึงของพวกเขา “ท่านคิดว่าเราควรเข้าไปหรือไม่?” นางถาม เฟิงอ้าวเทียนไม่ได้ตอบทันที เขาหันไปมองมู่ชางกับอวี้เหิงซึ่งกำลังตรวจสอบบริเวณรอบทางเข้า ก่อนหันกลับมาหานาง “ข้าอยากรู้ว่าด้านในมีอะไร แต่ความอยากรู้ไม่ใช่เหตุผลที่ดีพอให้เราเสี่ยงโดยไม่เตรียมตัว” หลินซีเหยายิ้มบาง ๆ “ข้านึกว่าท่านจะบอกว่า ในเมื่อประตูตอบสนองต่อพวกเรา ก็แสดงว่าเราควรเข้าไป” “หากข้าพูดเช่นนั้น เจ้าคงตำหนิข้าอีก” “ท่านรู้ตัวก็ดีแล้วค่ะ” เฟิงอ้าวเทียนหัวเราะเบา ๆ ก่อนยกมือส่งสัญญาณให้มู่ชางเข้ามา “ตรวจสอบเส้นทางด้านนอกก่อน เราต้องรู้ว่ามีทา

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 25 เงาแห่งอดีต

    เสียงแตกร้าวจากแผ่นศิลาภายในศาลมังกรยังคงติดอยู่ในความทรงจำของทุกคน แม้พวกเขาจะออกจากสถานที่แห่งนั้นมาหลายชั่วยามแล้วก็ตาม เฟิงอ้าวเทียนยืนอยู่ริมหน้าต่างของห้องพักในป้อมมังกรเหนือ ดวงตาสีเข้มทอดมองแนวภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ เขาพยายามทบทวนข้อความสุดท้ายบนแผ่นศิลา อย่าให้เขาเลือกความทรงจำแทนพวกเจ้า คำเตือนนั้นไม่ได้ระบุชื่อผู้ใด แต่กลับทำให้เขารู้สึกว่าพวกตนกำลังถูกดึงเข้าใกล้ความลับบางอย่างที่มีผู้พยายามซ่อนไว้มานาน “ท่านกำลังคิดถึงชายในภาพอีกแล้วหรือ?” หลินซีเหยาถามจากด้านหลัง เฟิงอ้าวเทียนหันกลับมา นางเพิ่งเข้ามาในห้องพร้อมถ้วยชาร้อนสองใบ ผมยาวสีดำถูกรวบไว้อย่างเรียบร้อย ทว่าบริเวณข้อมือกลับมีเกล็ดสีเงินเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นจาง ๆ “ข้ากำลังคิดถึงคำเตือนบนแผ่นศิลา” เขาตอบ “หากมีผู้ใดสามารถเลือกได้ว่าคนอื่นจะจดจำอะไร เรื่องในอดีตที่เราเห็นอาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด” “หรือบางส่วนอาจเป็นความจริง แต่ถูกทำให้เข้าใจผิด” “เจ้าคิดเช่นนั้นหรือ?” หลินซีเหยาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ ก่อนนั่งตรงข้ามเขา “ภาพที่เราเห็นในศาลโบราณมีหลายอย่างขัดแย้งกันค่ะ บางภาพแสดงให้เห็นว่ามังกรทองดำกับมังกรเงินต่อสู้ก

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status