Accueil / แฟนตาซี / ทายาทจักรพรรดิมังกร / บทที่ 48 เส้นทางแห่งปีก

Partager

บทที่ 48 เส้นทางแห่งปีก

last update Date de publication: 2026-10-24 09:50:09

เสียงกระพือปีกจากใต้หุบเขายังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำของชายเสื้อคลุมสีเทา แม้เขาจะออกจากสะพานหินมาไกลแล้วก็ตาม

เขาหยุดอยู่บนหน้าผาสูง มองลงไปยังหมอกที่ปกคลุมหุบเขาเบื้องล่าง ก่อนยกมือขึ้นตรวจดูรอยแตกบนข้อมือ ประกายสีแดงที่เคยสว่างอยู่ภายในเริ่มจางลง เหลือเพียงเส้นบาง ๆ คล้ายเปลวไฟที่กำลังรอเชื้อเพลิง

“ยังไม่ควรเร่งเจ้า…”

เขาพึมพำกับตัวเอง

“หากตื่นก่อนเวลา สิ่งที่ถูกปกป้องจะกลายเป็นสิ่งที่ถูกทำลายเสียเอง”

ลมบนหน้าผาพัดแรงขึ้น ชายผู้นั้นดึงแขนเสื้อลงปิดข้อมือ ก่อนก้าวหายเข้าไปในม่านหมอก

ไกลออกไป ป้อมมังกรเหนือกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

อวิ๋นฮุย มังกรเกล็ดสีเทาที่ได้รับการช่วยเหลือ ยังคงพักอยู่ในเรือนรักษา ไป๋เหวินสั่งให้ทหารเฝ้าดูอาการโดยไม่เข้าใกล้ปีกซ้ายเกินจำเป็น แม้รอยไหม้จะไม่ลุกลาม แต่เส้นพลังสีแดงจาง ๆ ยังคงปรากฏอยู่ใต้เกล็ดเป็นระยะ

หลินซีเหยาเดินเข้ามาพร้อมถ้วยยาสมุนไพร นางวางถ้วยลงข้างเตียงหินแล้วนั่งยอง ๆ เพื่อสังเกตลมหายใจของมัน

“วันนี้รู้สึกดีขึ้นหรือยัง อวิ๋นฮุย?”

มังกรเกล็ดสีเทาลืมตาขึ้น ดวงตาสีอำพันมองถ้วยยา ก่อนหันไปมองนาง

หลินซีเหยาหัวเราะเบา ๆ

“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ชอบยา แต่ไป๋เหวินบอกว่าต้องกิน หากเจ้ายังอยากให้ปีกกลับมาแข็งแรง”

อวิ๋นฮุยยกหัวหนีถ้วยยาอย่างชัดเจน

“เจ้าเข้าใจภาษาคนหรือไม่?”

มันกะพริบตาหนึ่งครั้ง

“ถ้าเข้าใจก็อย่าทำเหมือนไม่ได้ยินสิ”

คราวนี้ปลายหางสีเทากระทบพื้นดังตุบ

เฟิงอ้าวเทียนซึ่งเพิ่งเดินเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูพอดี เขามองภาพตรงหน้า ก่อนเลิกคิ้วเล็กน้อย

“ดูเหมือนเจ้าจะพบคนที่เอาชนะไม่ได้แล้ว”

หลินซีเหยาหันไปมองเขา

“พระองค์หมายถึงใครคะ?”

“มัน”

“ข้าเพียงกำลังพูดกับมันดี ๆ ค่ะ”

เฟิงอ้าวเทียนเดินเข้ามาใกล้ แล้วมองถ้วยยา

“ถ้ามันไม่ยอมกิน ก็อย่าฝืน ให้ไป๋เหวินปรับวิธีรักษา”

“ท่านคิดว่าข้าจะบังคับมันหรือคะ?”

“ข้าไม่ได้พูดเช่นนั้น”

“แต่สีหน้าของท่านกำลังพูดอยู่”

เขายกมือขึ้นแตะปลายจมูกตัวเองอย่างยอมแพ้

“ข้าควรพูดให้น้อยลงจริง ๆ”

หลินซีเหยาหลุดยิ้ม ก่อนหันกลับไปหาอวิ๋นฮุย

“เอาเถอะ วันนี้ไม่ต้องกินก็ได้ ข้าจะให้ไป๋เหวินหาวิธีอื่น”

อวิ๋นฮุยจึงยอมวางหัวลงบนพื้นอย่างพอใจ

ทว่าเพียงชั่วครู่ ดวงตาสีอำพันของมันกลับเบิกกว้างขึ้น

ร่างกายที่เคยผ่อนคลายเกร็งขึ้นทันที ปีกขวากางออกโดยไม่ตั้งใจ ส่วนปีกซ้ายที่บาดเจ็บสั่นระริก เส้นสีแดงใต้เกล็ดเริ่มสว่างขึ้นอีกครั้ง

หลินซีเหยาลุกขึ้นทันที

“อวิ๋นฮุย?”

มันไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียก ดวงตาจับจ้องไปทางทิศตะวันออก ราวกับกำลังมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น

เฟิงอ้าวเทียนเดินไปยืนข้างนาง พลังมังกรสีดำทองปรากฏขึ้นรอบฝ่ามือ แต่เขายังไม่ได้ส่งมันเข้าไปในร่างของอวิ๋นฮุย

“มันกำลังรับรู้บางสิ่ง”

หลินซีเหยาหลับตาลง สัมผัสพลังสีเงินที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวมังกร

คราวนี้นางไม่ได้รู้สึกถึงการถูกดึงพลังเหมือนก่อน แต่กลับสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเป็นจังหวะ คล้ายเสียงเรียกที่เดินทางผ่านผืนดินและส่งมาถึงปีกของอวิ๋นฮุย

“ไม่ใช่คำสั่งค่ะ” นางกล่าว “มันเหมือนมีบางสิ่งกำลังเรียกให้มันกลับไป”

เฟิงอ้าวเทียนขมวดคิ้ว

“กลับไปที่หุบเขาในภาพหรือ?”

“ข้าไม่แน่ใจ แต่ดูเหมือนมันจะรู้จักต้นทางของพลังนี้”

อวิ๋นฮุยพยายามลุกขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันฝืนใช้ขาทั้งสี่พยุงร่าง แม้ปีกซ้ายจะสั่นจนทรงตัวแทบไม่ได้

หลินซีเหยารีบยื่นมือไปประคองคอของมัน

“อย่าเพิ่งลุก เจ้าบาดเจ็บอยู่”

มังกรเกล็ดสีเทาส่งเสียงต่ำในลำคอ ก่อนหันมามองนาง

ความรู้สึกบางอย่างถ่ายทอดผ่านดวงตาสีอำพันคู่นั้นได้ชัดเจนกว่าครั้งก่อน

มันไม่ได้ต้องการเพียงกลับไปยังสถานที่แห่งนั้น

มันกำลังเป็นห่วงบางสิ่งที่ยังอยู่ที่นั่น

“มีใครรอเจ้าอยู่ใช่ไหม?” หลินซีเหยาถามเบา ๆ

อวิ๋นฮุยก้มศีรษะลงช้า ๆ

เฟิงอ้าวเทียนมองภาพนั้นแล้วเงียบไป

หากพวกเขาปล่อยให้อวิ๋นฮุยกลับไปในสภาพนี้ มันอาจได้รับบาดเจ็บหนักกว่าเดิม แต่หากห้ามมันโดยไม่พยายามทำความเข้าใจ พวกเขาก็อาจกำลังขัดขวางสิ่งที่มันพยายามปกป้อง

“ซีเหยา เจ้าคิดอย่างไร?”

นางหันมามองเขา

“เราควรช่วยให้มันสื่อสารกับเราได้มากกว่านี้ค่ะ ไม่ใช่รีบพามันกลับไป และไม่ใช่ห้ามมันตลอดไป”

เฟิงอ้าวเทียนพยักหน้า

“ข้าจะให้ซูเหวินมาช่วย แต่เราจะไม่ใช้พลังบังคับให้มันแสดงความทรงจำ”

“ค่ะ หากมันไม่พร้อม เราก็ต้องรอ”

เขามองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

“เจ้าเริ่มรู้แล้วว่าบางครั้งการช่วยเหลือใครสักคน ไม่ได้หมายถึงการพาเขาไปในทางที่เราคิดว่าถูก”

หลินซีเหยาสบตาเขา

“ข้าเรียนรู้จากคนที่เคยพยายามตัดสินใจแทนข้าค่ะ”

เฟิงอ้าวเทียนนิ่งไป ก่อนยอมรับอย่างตรงไปตรงมา

“ข้าสมควรได้รับคำพูดนั้น”

นางยิ้มบาง ๆ แล้วหันกลับไปดูอวิ๋นฮุย

“แต่ท่านกำลังเปลี่ยนแปลงแล้วนะคะ”

เขาไม่ได้ตอบ เพียงยืนอยู่ข้างนางโดยไม่พยายามแทรกแซงการตัดสินใจของอีกฝ่าย

ไม่นานนัก ซูเหวินก็มาถึงพร้อมแผ่นหยกบันทึกเก่า เขาไม่ได้รีบเปิดตำราหรือค้นหาข้อความใดทันที แต่ขอนั่งลงในระยะที่อวิ๋นฮุยไม่รู้สึกว่าถูกล้อม

“ข้าไม่ได้มาบังคับให้เจ้าทำสิ่งใด” ซูเหวินกล่าว “ข้าเพียงอยากให้เจ้ารู้ว่า หากมีสิ่งที่ต้องการสื่อสาร เราจะพยายามฟัง”

อวิ๋นฮุยจับจ้องเขาอยู่พักหนึ่ง ก่อนขยับกรงเล็บลงบนพื้น

มันลากเส้นเป็นรูปภูเขาสามลูกเหมือนครั้งก่อน แต่คราวนี้มันเพิ่มเส้นโค้งอีกสองเส้นที่ด้านข้าง ก่อนใช้ปลายกรงเล็บแตะตำแหน่งตรงกลาง

ซูเหวินก้มลงพิจารณา

“นี่ไม่ใช่ภาพหุบเขาเพียงอย่างเดียว”

เขาชี้ไปยังเส้นโค้งทั้งสองด้าน

“ดูเหมือนเป็นเส้นทางที่ล้อมรอบสถานที่ตรงกลาง”

มู่ชางซึ่งเพิ่งกลับมาจากตรวจแนวป้องกันเดินเข้ามาสมทบ

“หมายความว่ามีทางเข้าออกมากกว่าหนึ่งทางหรือ?”

“อาจเป็นเช่นนั้น แต่เราไม่ควรสรุปจากภาพเพียงภาพเดียว”

ซูเหวินเลื่อนแผ่นหยกออกไปด้านข้าง

“ข้าจำสัญลักษณ์นี้ได้เลือนราง จากบันทึกเกี่ยวกับมังกรผู้เฝ้าเส้นทางเก่า พวกมันไม่ได้มีหน้าที่ปกป้องสมบัติหรือประตู แต่มีหน้าที่รักษาทางผ่านที่เชื่อมระหว่างพื้นที่สองแห่ง”

เฟิงอ้าวเทียนถามทันที

“ทางผ่านไปยังที่ใด?”

ซูเหวินส่ายหน้า

“บันทึกไม่ได้ระบุชัดเจน บางฉบับกล่าวถึงหุบเขาที่ไม่มีอยู่บนแผนที่ บางฉบับกล่าวถึงสถานที่ซึ่งจะปรากฏให้เห็นเฉพาะเมื่อพลังของผู้เฝ้าเส้นทางอ่อนลง”

หลินซีเหยามองอวิ๋นฮุย

“ถ้าเช่นนั้น รอยบาดเจ็บของมันอาจเกิดจากการพยายามรักษาทางผ่านเอาไว้หรือคะ?”

“เป็นไปได้ แต่ยังไม่มีสิ่งใดยืนยัน” ซูเหวินตอบ “สิ่งที่เรารู้แน่ชัดคือ มันกำลังพยายามสื่อสารกับเรา และไม่ควรถูกมองเป็นเพียงมังกรบาดเจ็บตัวหนึ่ง”

อวิ๋นฮุยยกหัวขึ้น ก่อนส่งเสียงร้องแผ่วเบา

เสียงนั้นทำให้แผ่นหยกในมือซูเหวินสั่นขึ้นเล็กน้อย

บนผิวหยกปรากฏเส้นสีเทาจาง ๆ ซึ่งค่อย ๆ รวมตัวกันเป็นรูปปีก

ทุกคนเงียบลง

ซูเหวินพลิกแผ่นหยกตรวจดู แต่ไม่พบรอยสลักนี้มาก่อน

“นี่ไม่ใช่อักขระที่บันทึกไว้ในแผ่นหยก”

หลินซีเหยารู้สึกถึงพลังสีเงินในร่างตนเองตอบสนองขึ้นอย่างนุ่มนวล ขณะที่พลังสีดำทองของเฟิงอ้าวเทียนก็สั่นตามมา

แต่คราวนี้ไม่มีพลังใดพยายามดึงอีกฝ่ายเข้าหากัน

แสงทั้งสองเพียงลอยอยู่รอบสัญลักษณ์รูปปีก ก่อนที่เส้นสีเทาจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเงินอ่อน

ภาพหุบเขาปรากฏขึ้นเหนือแผ่นหยกอีกครั้ง

คราวนี้พวกเขามองเห็นรายละเอียดมากกว่าเดิม

สะพานหินไม่ได้ทอดข้ามเหวธรรมดา ใต้สะพานมีม่านพลังบาง ๆ ปกคลุมอยู่ และในม่านนั้นมีเงาของมังกรหลายตัวกำลังเคลื่อนไหว

มังกรเกล็ดสีเทาบินอยู่ด้านนอกสุด พวกมันไม่ได้เฝ้าประตู แต่กำลังบินเป็นวงเพื่อรักษาม่านพลังไม่ให้แตกออก

ด้านในมีมังกรสีแดงยืนอยู่ข้างมังกรสีเงินตัวหนึ่ง ทั้งคู่ต่างก้มศีรษะเข้าหากัน คล้ายกำลังร่วมกันประคองบางสิ่งที่มองไม่เห็น

จากนั้นเงาดำก็เคลื่อนผ่านใต้ม่านพลัง

มังกรสีเทาตัวหนึ่งพุ่งลงไปขวางทางทันที ปีกของมันถูกกระแทกจนเสียหลัก ก่อนร่วงลงสู่พื้นหิน

ภาพดับลงตรงนั้น

อวิ๋นฮุยหลับตาแน่น ร่างกายสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด

หลินซีเหยารีบประคองมันไว้

“พอแล้ว ไม่ต้องแสดงต่อก็ได้”

นางถอนพลังสีเงินกลับทันที และซูเหวินก็ปิดแผ่นหยกลงโดยไม่พยายามเก็บภาพต่อ

ไม่นาน อวิ๋นฮุยก็สงบลง

เฟิงอ้าวเทียนมองแผ่นหยกที่กลับเป็นสีปกติ

“อย่างน้อยเราก็รู้ว่ามังกรเกล็ดสีเทาอาจมีหน้าที่รักษาม่านพลังบางอย่าง”

“ใช่ค่ะ” หลินซีเหยาตอบ “แต่ภาพนั้นไม่ได้บอกว่าม่านพลังกำลังปกป้องสิ่งใด หรือเงาดำเป็นศัตรูของพวกมันจริงหรือไม่”

มู่ชางพยักหน้า

“เราต้องเตรียมพร้อมโดยไม่สร้างศัตรูขึ้นจากการคาดเดา”

เฟิงอ้าวเทียนหันไปสั่งการ

“ให้ทหารเฝ้าระวังบริเวณตะวันออกต่อไป แต่ห้ามเข้าใกล้หุบเขาที่ไม่ทราบตำแหน่ง หากพบความผิดปกติ ให้รายงานและรอคำสั่ง ห้ามผู้ใดเดินทางไปตามลำพัง”

จากนั้นเขาหันกลับมาหาอวิ๋นฮุย

“ส่วนเจ้า พักรักษาตัวจนกว่าจะพร้อม เราจะไม่บังคับให้เจ้ากลับไปก่อนเวลา”

อวิ๋นฮุยจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนก้มศีรษะลงช้า ๆ

ปลายหางของมันขยับอีกครั้ง

คราวนี้เฟิงอ้าวเทียนไม่คิดว่ามันเพียงเหนื่อยเกินกว่าจะโต้แย้ง

เขาเลือกยอมรับว่ามันอาจกำลังขอบคุณ

ยามบ่ายคล้อย หลินซีเหยากับเฟิงอ้าวเทียนออกมายืนบนระเบียงด้านตะวันออกของป้อม ลมเย็นพัดผ่านกำแพงหินและนำกลิ่นดินชื้นจากภูเขามาด้วย

นางมองแนวเขาที่ทอดยาวอยู่ไกลออกไป

“ท่านคิดว่าเราจะได้พบหุบเขานั้นเมื่อไรคะ?”

“ข้าไม่รู้”

คำตอบที่ตรงไปตรงมาทำให้นางหันมามอง

“ท่านตอบง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนมากนะคะ”

“เมื่อก่อนข้าอาจพยายามหาคำตอบให้ได้ทันที แต่ตอนนี้ข้าคิดว่าการยอมรับว่ายังไม่รู้ ไม่ได้ทำให้ข้าอ่อนแอลง”

เฟิงอ้าวเทียนหยุดเล็กน้อย

“อย่างน้อยก็ทำให้ข้าไม่ต้องเสี่ยงพาคนอื่นไปผิดทางเพียงเพราะต้องการพิสูจน์ว่าตัวเองถูก”

หลินซีเหยายิ้ม

“ข้าชอบที่ท่านคิดแบบนี้ค่ะ”

เขาหันมาสบตานาง

“แล้วเจ้าล่ะ หากวันหนึ่งเส้นทางนั้นเรียกหาเจ้าโดยตรง เจ้าจะไปหรือไม่?”

นางคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ

“ถ้าข้ารู้ว่าการไปจะช่วยใครบางคนได้ และข้าพร้อมเผชิญกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้น ข้าก็จะไปค่ะ แต่ข้าจะไม่ไปเพียงเพราะกลัวว่าหากไม่ทำตาม เส้นทางนั้นจะหายไปตลอดกาล”

เฟิงอ้าวเทียนพยักหน้า

“เช่นนั้นข้าจะไม่ห้ามเจ้าเพียงเพราะเป็นห่วง แต่ข้าจะขอให้เจ้าให้ข้าร่วมตัดสินใจด้วย”

“ได้ค่ะ ตราบใดที่ท่านก็ยอมให้ข้าทำเช่นเดียวกัน”

“ตกลง”

ทั้งคู่สบตากัน ก่อนหลินซีเหยาจะยื่นมือไปหาเขา

เฟิงอ้าวเทียนจับมือนางไว้โดยไม่ต้องรอให้นางเอ่ยอะไรอีก

ในช่วงเวลาที่อนาคตยังเต็มไปด้วยคำถาม อย่างน้อยพวกเขาก็มีข้อตกลงที่ชัดเจนว่าจะไม่ปล่อยให้ความกลัวหรือความคาดหวังของผู้อื่นเป็นผู้กำหนดทางเดินของตนเอง

แต่ในเรือนรักษา อวิ๋นฮุยกลับลืมตาขึ้นอีกครั้ง

มันมองไปทางทิศตะวันออก ก่อนยกปีกขวาขึ้นอย่างช้า ๆ

ใต้เกล็ดบริเวณปีกซ้าย เส้นสีแดงที่เคยจางลงกลับสว่างขึ้นอีกครั้ง ทว่าแทนที่จะไหลออกจากร่าง มันกลับรวมตัวเป็นจุดเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นประกายสีขาว

อวิ๋นฮุยก้มศีรษะลงแตะพื้น

เสียงกระพือปีกดังขึ้นจากที่ไกลแสนไกล

ครั้งนี้มันไม่ได้พยายามลุกขึ้น ไม่ได้พยายามบินหนี และไม่ได้แสดงอาการเจ็บปวด

มันเพียงเงยหน้าขึ้น มองไปยังทิศตะวันออกด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป

ราวกับในที่สุดมันก็ได้รับคำตอบจากสิ่งที่เฝ้ารอมาโดยตลอด

และบนหน้าผาสูงเหนือหุบเขาลึกลับ ชายเสื้อคลุมสีเทาก็หยุดเดินอีกครั้ง

เขาหันกลับไปมองเสาหินที่อยู่ไกลออกไป

“ปีกสีเทาเลือกแล้วสินะ…”

รอยแตกบนข้อมือของเขาส่องประกายสีแดงวาบหนึ่ง ก่อนกลับสู่ความมืด

ชายผู้นั้นไม่ได้ยิ้ม แต่แววตากลับอ่อนลงเล็กน้อย

“ถ้าเช่นนั้น ข้าก็คงไม่มีสิทธิ์เลือกแทนพวกเจ้าอีกต่อไป”

เขาหันหลังให้หุบเขาแล้วเดินต่อไป

ส่วนใต้สะพานหิน ม่านพลังที่เคยสั่นไหวกลับสงบนิ่งลงเป็นครั้งแรกในรอบเวลาที่ยาวนาน

มีเพียงรอยร้าวเส้นหนึ่งที่ยังคงอยู่

และภายในรอยร้าวนั้น ประกายสีเงินกำลังค่อย ๆ เติบโตขึ้นอย่างเงียบงัน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 50 ปีกทั้งสาม

    อวิ๋นฮุยสามารถยืนได้ด้วยตัวเองในช่วงบ่ายของวันถัดมา แม้ปีกซ้ายยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่เส้นสีแดงใต้เกล็ดก็จางลงจนแทบมองไม่เห็น เหลือเพียงประกายสีขาวเล็ก ๆ ตรงขอบปีกที่ปรากฏขึ้นเป็นครั้งคราว ไป๋เหวินตรวจอาการของมันอย่างละเอียด ก่อนหันไปบอกเฟิงอ้าวเทียนกับหลินซีเหยาที่รออยู่ด้านนอก “อาการดีขึ้นมาก แต่ยังไม่ควรบินเป็นระยะทางไกล หากมันฝืนใช้ปีกซ้าย เส้นพลังที่เพิ่งเชื่อมต่อกันอาจเสียหายอีกครั้ง” เฟิงอ้าวเทียนพยักหน้า “ต้องพักอีกกี่วัน?” “ข้าบอกไม่ได้แน่ชัด บางทีอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน หรืออาจนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับว่ามันฟื้นตัวได้เร็วเพียงใด” หลินซีเหยามองผ่านประตูเข้าไป อวิ๋นฮุยกำลังใช้กรงเล็บเขี่ยผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่ มันดูไม่พอใจนักที่ต้องนอนพักนานกว่าที่ต้องการ “ข้าคิดว่ามันคงไม่อยากรอค่ะ” “ไม่อยากรอก็ต้องรอ” เฟิงอ้าวเทียนกล่าว “หากมันกลับไปทั้งที่ยังบาดเจ็บ แล้วเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น เราอาจช่วยมันไม่ทัน” นางหันมามองเขา “ท่านกำลังพูดถึงอวิ๋นฮุย หรือกำลังเตือนตัวเองอยู่คะ?” เฟิงอ้าวเทียนชะงักเล็กน้อย “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” “ท่านเองก็ชอบฝืนใช้พลังทั้งที่ยังไม่เข้าใจมั

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 49 ประกายใต้ม่าน

    อวิ๋นฮุยไม่ยอมหลับอีกเลยตลอดคืน มันนอนอยู่บนเตียงหินในเรือนรักษา ดวงตาสีอำพันจับจ้องไปทางทิศตะวันออกเป็นระยะ ทุกครั้งที่ลมพัดผ่านหน้าต่าง เกล็ดบริเวณปีกซ้ายจะสะท้อนประกายสีขาวจาง ๆ ราวกับมีแสงเล็กน้อยซ่อนอยู่ใต้ผิวเกล็ด ไป๋เหวินตรวจอาการของมันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเต็มที่ เขาลองใช้พลังรักษาแบบเดิม แต่กลับพบว่ารอยบาดเจ็บไม่ได้ตอบสนองเหมือนก่อน “แปลกจริง” ชายชราพึมพำ พลางถอนมือออกจากปีกของอวิ๋นฮุย หลินซีเหยาซึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ ถามขึ้นทันที “เกิดอะไรขึ้นคะ?” “พลังที่เกาะอยู่บนปีกลดลงมาก แต่ไม่ได้หายไปทั้งหมด ที่แปลกกว่านั้นคือแก่นพลังของมันเริ่มสร้างเส้นทางเชื่อมต่อขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง” เฟิงอ้าวเทียนมองมังกรเกล็ดสีเทา “หมายความว่ามันกำลังฟื้นตัวหรือ?” “ส่วนหนึ่งใช่ แต่ข้ายังไม่กล้ารับรองว่าปีกจะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม” ไป๋เหวินตอบ “สิ่งที่น่ากังวลคือเส้นทางใหม่นี้ไม่ได้เชื่อมต่อกับแก่นพลังเพียงอย่างเดียว มันกำลังส่งพลังไปยังทิศตะวันออกด้วย” หลินซีเหยาหันไปมองหน้าต่าง “หุบเขาแห่งนั้นหรือคะ?” “อาจเป็นไปได้” อวิ๋นฮุยยกหัวขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดของนาง มันส่งเสียงต่ำในลำคอ ก่อนขยับกร

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 48 เส้นทางแห่งปีก

    เสียงกระพือปีกจากใต้หุบเขายังคงดังก้องอยู่ในความทรงจำของชายเสื้อคลุมสีเทา แม้เขาจะออกจากสะพานหินมาไกลแล้วก็ตาม เขาหยุดอยู่บนหน้าผาสูง มองลงไปยังหมอกที่ปกคลุมหุบเขาเบื้องล่าง ก่อนยกมือขึ้นตรวจดูรอยแตกบนข้อมือ ประกายสีแดงที่เคยสว่างอยู่ภายในเริ่มจางลง เหลือเพียงเส้นบาง ๆ คล้ายเปลวไฟที่กำลังรอเชื้อเพลิง “ยังไม่ควรเร่งเจ้า…” เขาพึมพำกับตัวเอง “หากตื่นก่อนเวลา สิ่งที่ถูกปกป้องจะกลายเป็นสิ่งที่ถูกทำลายเสียเอง” ลมบนหน้าผาพัดแรงขึ้น ชายผู้นั้นดึงแขนเสื้อลงปิดข้อมือ ก่อนก้าวหายเข้าไปในม่านหมอก ไกลออกไป ป้อมมังกรเหนือกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง อวิ๋นฮุย มังกรเกล็ดสีเทาที่ได้รับการช่วยเหลือ ยังคงพักอยู่ในเรือนรักษา ไป๋เหวินสั่งให้ทหารเฝ้าดูอาการโดยไม่เข้าใกล้ปีกซ้ายเกินจำเป็น แม้รอยไหม้จะไม่ลุกลาม แต่เส้นพลังสีแดงจาง ๆ ยังคงปรากฏอยู่ใต้เกล็ดเป็นระยะ หลินซีเหยาเดินเข้ามาพร้อมถ้วยยาสมุนไพร นางวางถ้วยลงข้างเตียงหินแล้วนั่งยอง ๆ เพื่อสังเกตลมหายใจของมัน “วันนี้รู้สึกดีขึ้นหรือยัง อวิ๋นฮุย?” มังกรเกล็ดสีเทาลืมตาขึ้น ดวงตาสีอำพันมองถ้วยยา ก่อนหันไปมองนาง หลินซีเหยาหัวเราะเบา ๆ “ข้

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 47 ตราปีกสีเทา

    มังกรเกล็ดสีเทาที่ได้รับการช่วยเหลือจากเชิงเขายังคงนอนพักอยู่ในเรือนรักษาทางทิศเหนือของป้อมมังกรเหนือ แม้บาดแผลบริเวณปีกจะได้รับการดูแลแล้ว แต่รอยไหม้ที่ไม่ปล่อยความร้อนกลับยังคงปรากฏอยู่บนเกล็ดเป็นเส้นบาง ๆ คล้ายรอยแตกร้าวของหิน ไป๋เหวินตรวจดูบาดแผลเป็นครั้งที่สาม ก่อนถอนหายใจเบา ๆ “ร่างกายของมันแข็งแรงกว่าที่คิด แต่พลังบริเวณปีกกลับไม่ยอมไหลเวียนตามปกติ” มู่ชางยืนกอดอกอยู่ข้างเตียงหิน “เป็นเพราะเงาที่ผ่านเหนือภูเขาหรือไม่?” “ข้ายังตอบไม่ได้” ไป๋เหวินเก็บเครื่องมือ “หากเป็นบาดแผลจากการต่อสู้จริง อย่างน้อยควรมีร่องรอยของพลังที่ปะทะกัน แต่สิ่งนี้คล้ายกับมีใครบางคนกดพลังของมันไว้จากภายใน” เฟิงอ้าวเทียนซึ่งยืนอยู่ใกล้หน้าต่างหันกลับมา “แล้วมีวิธีคลายมันหรือไม่?” “มี แต่ข้าต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่กดพลังของมันอยู่เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย หรือเป็นพลังที่เข้ามาจากภายนอก หากลงมือผิดวิธี ปีกของมันอาจสูญเสียความสามารถในการรับพลังไปตลอดกาล” หลินซีเหยาก้มมองมังกรเกล็ดสีเทา มันมีขนาดใหญ่กว่าม้าศึกเล็กน้อย เขาสองข้างโค้งไปทางด้านหลัง เกล็ดบริเวณลำคอเรียงซ้อนกันเป็นชั้นคล้ายเกราะเก่า ดวงตาสีอ

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 46 เงาปีกเหนือแผ่นดิน

    หลินซีเหยาสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึกเมื่อพลังสีเงินบริเวณข้อมือสั่นสะเทือนอย่างผิดปกติ นางลุกขึ้นนั่ง มองกำไลเงินที่กำลังเปล่งประกายเป็นจังหวะช้า ๆ แสงนั้นไม่ได้สว่างจ้าจนแสบตา แต่กลับมีความรู้สึกเย็นเยียบแทรกอยู่ภายใน ราวกับมีบางสิ่งกำลังเคลื่อนไหวอยู่ไกลออกไป นางยกมือขึ้นแตะกำไลเบา ๆ “เกิดอะไรขึ้นอีก…” ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสเกล็ดเงิน ภาพของท้องฟ้าสีแดงก็ปรากฏขึ้นในความคิด ปีกขนาดใหญ่ทอดผ่านยอดเขา เงามังกรเคลื่อนตัวเหนือทะเลหมอก ขณะที่เปลวไฟสีแดงหลายสายไหลไปตามพื้นดินราวกับสายน้ำ ภาพนั้นไม่ชัดเจนพอให้นางมองเห็นรูปร่างของสิ่งที่บินอยู่ แต่ความรู้สึกที่ส่งผ่านมาทำให้นางมั่นใจว่ามันไม่ได้เป็นเพียงภาพจากความทรงจำของตนเอง มีบางสิ่งกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ป้อมปราการ หลินซีเหยาดึงมือกลับ ภาพทั้งหมดพลันหายไป นางไม่ได้พยายามเรียกมันกลับมา เพราะบทเรียนที่ผ่านมาได้สอนให้นางรู้ว่า การฝืนเปิดรับพลังที่ไม่เข้าใจอาจทำให้ตนเองตกอยู่ในอันตราย นางลุกขึ้นสวมเสื้อคลุม แล้วเดินออกจากห้องพัก ระหว่างทางไปยังหอคอยกลาง นางพบมู่ชางกำลังเดินตรวจเวรพอดี “ท่านหญิง? เหตุใดจึงออกมาเวลานี้?” “ข้ารู้สึกถึงความ

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 45 คำสาบานใต้ปีกเพลิง

    เกล็ดมังกรสีแดงยังคงวางอยู่บนโต๊ะหินภายในห้องประชุมของป้อมปราการ แม้เวลาจะผ่านไปหลายชั่วยามแล้ว แต่ความอบอุ่นบางเบาก็ยังแผ่ออกมาจากมันอย่างสม่ำเสมอ หลงเยี่ยนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเฟิงอ้าวเทียนและหลินซีเหยา เขามองเกล็ดชิ้นนั้นเป็นระยะ คล้ายกำลังพยายามทำความเข้าใจว่ามันเกี่ยวข้องกับชีวิตของตนเองอย่างไร มู่ชางยืนกอดอกอยู่ใกล้ประตู ส่วนไป๋เหวินวางอุปกรณ์ตรวจพลังไว้บนโต๊ะโดยไม่ได้แตะต้องเกล็ดมังกรโดยตรง “ข้าไม่พบร่องรอยของพลังสีดำในเกล็ดชิ้นนี้” ไป๋เหวินกล่าว “แต่พลังภายในมันก็ไม่เหมือนเปลวเพลิงทั่วไปเช่นกัน” หลงเยี่ยเงยหน้าขึ้น “หมายความว่ามันไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่อยู่หลังประตูหรือขอรับ?” “ข้าไม่ได้กล่าวเช่นนั้น” ชายชราตอบ “การที่มันไม่มีพลังสีดำ ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีความเกี่ยวข้องกับประตู เพียงแต่เรายังไม่มีเหตุผลพอจะสรุปว่ามันเป็นสิ่งเดียวกัน” เฟิงอ้าวเทียนพยักหน้าเห็นด้วย “เราจะไม่ตัดสินจากรูปลักษณ์หรือความรู้สึกเพียงอย่างเดียว เก็บเกล็ดไว้ในที่ปลอดภัยก่อน หากมันเปลี่ยนแปลงอีก เราจะได้สังเกตเห็นโดยไม่ต้องเสี่ยงกับร่างกายของหลงเยี่ย” มู่ชางหยิบกล่องหินที่เตรียมไว้ขึ้นมา ภาย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status