Accueil / แฟนตาซี / ทายาทจักรพรรดิมังกร / บทที่ 58 เสียงเรียกจากบรรพกาล

Partager

บทที่ 58 เสียงเรียกจากบรรพกาล

last update Date de publication: 2026-10-25 16:29:42

เเรงสั่นสะเทือนจากใต้หุบเขายังคงแผ่กระจายไปทั่วผืนดิน เฟิงอ้าวเทียนกับหลินซีเหยาเพิ่งพาคนทั้งหมดออกจากช่องเขาได้ไม่ไกล ท้องฟ้าด้านหลังก็พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำ

เมฆดำรวมตัวกันเป็นวงกว้างเหนือยอดผา ก่อนจะมีสายฟ้าสีดำฟาดลงบนพื้นหินจนเกิดหลุมลึก

มู่ชางหันกลับไปมองแล้วสบถออกมาเบา ๆ

“ถ้าพวกเรายังอยู่ข้างใน คงถูกฝังไปพร้อมกับหน้าผาแล้ว”

ซูเหวินกลับไม่ได้มีท่าทีโล่งใจ เขามองสายฟ้าที่หายไปแล้ว ก่อนจะสังเกตเห็นประกายสีแดงเคลื่อนอยู่ใต้พื้นดิน

“พลังนั่นไม่ได้หยุดอยู่ในหุบเขา มันกำลังแพร่กระจายออกมา”

อวิ๋นจงเปิดแผ่นหยกบันทึกอีกครั้ง อักขระสีแดงบนผิวหยกเปลี่ยนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเรียงตัวเป็นรูปมังกรเจ็ดเศียรซึ่งมีวงแหวนล้อมรอบ

“นี่เป็นสัญลักษณ์ที่ไม่ปรากฏในบันทึกทั่วไป” เขาพูดพลางขมวดคิ้ว “แต่มีข้อความเก่าบางส่วนที่กล่าวถึงผนึกโบราณซึ่งเชื่อมโยงกับสายเลือดมังกร”

เฟิงอ้าวเทียนมองรูปสัญลักษณ์นั้น แล้วรู้สึกถึงความร้อนวาบตรงกลางหน้าอก เส้นสีแดงใต้เกล็ดทองปรากฏขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้ลามไปตามแขน แต่กลับรวมตัวเป็นรูปคล้ายเกล็ดเล็ก ๆ ตรงเหนือหัวใจ

หลินซีเหยาเห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นทันที

“อ้าวเทียน หน้าอกของเจ้า...”

เฟิงอ้าวเทียนก้มลงมอง เมื่อปลายนิ้วแตะบริเวณที่มีแสงแดง เขาก็ได้ยินเสียงคำรามดังขึ้นในจิตใจ เสียงนั้นลึกและหนักแน่นกว่าครั้งก่อน ราวกับไม่ได้มาจากเงามังกรที่พวกเขาเห็น แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีตัวตนจริงอยู่ในสถานที่ห่างไกล

“ผู้สืบทอดแห่งมังกรทอง จงฟังเสียงของต้นกำเนิด”

ภาพหนึ่งปรากฏขึ้นในห้วงจิตของเขา ท้องฟ้าโบราณถูกแบ่งออกเป็นสองฟาก ด้านหนึ่งเต็มไปด้วยมังกรสีทองที่แผ่รัศมีแห่งชีวิต อีกด้านมีมังกรดำขนาดมหึมาซึ่งปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสีแดง ทั้งสองฝ่ายกำลังต่อสู้กันเหนือภูเขาที่แตกสลายและทะเลที่เดือดพล่าน

ท่ามกลางการต่อสู้นั้น มังกรสีทองตัวหนึ่งใช้กรงเล็บฉีกเกล็ดบนอกของตนเอง ก่อนดึงแก่นพลังสีแดงออกมาแล้วกดมันลงในผนึกขนาดใหญ่

ภาพทั้งหมดดับวูบ เฟิงอ้าวเทียนสะดุ้งกลับสู่ความเป็นจริง เขายกมือกุมหน้าอกและหายใจแรง

“เจ้าเห็นอะไร” หลินซีเหยาถาม

“มังกรสีทองกับมังกรดำกำลังต่อสู้กัน มังกรทองดึงแก่นพลังสีแดงออกจากร่างตัวเองแล้วผนึกมันเอาไว้”

อวิ๋นจงนิ่งไปทันที

“ถ้าภาพนั้นเป็นความทรงจำที่สืบทอดผ่านสายเลือด ก็อาจหมายความว่าเส้นพลังสีแดงไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ”

“เจ้าคิดว่ามันเป็นพลังของมังกรดำหรือ” มู่ชางถาม

“ข้ายังไม่กล้าสรุป แต่ภาพที่อ้าวเทียนเห็นแสดงให้เห็นชัดว่าพลังสีแดงเคยถูกแยกออกจากบางสิ่ง และถูกผนึกเอาไว้ด้วยเหตุผลบางอย่าง”

หลินซีเหยอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามเฟิงอ้าวเทียน

“ตอนที่เจ้าเห็นภาพนั้น มีอะไรอีกหรือไม่ มีสิ่งใดที่เชื่อมโยงกับตัวเจ้าโดยตรงบ้าง”

เฟิงอ้าวเทียนหลับตาทบทวนภาพที่เพิ่งเห็น เขาจำได้ว่าก่อนภาพจะหายไป มังกรสีทองตัวนั้นหันหน้ามาทางเขา ดวงตาของมันมีลักษณะคล้ายกับดวงตาของเขาอย่างน่าประหลาด และบริเวณอกของมังกรตัวนั้นก็มีรอยสีแดงอยู่ตรงตำแหน่งเดียวกัน

“มังกรทองตัวนั้นมีรอยสีแดงตรงหน้าอกเหมือนข้า”

อวิ๋นจงก้มมองแผ่นหยกอีกครั้ง ทันใดนั้นอักขระสีแดงก็สว่างวาบจนแผ่นหยกสั่นสะเทือน เขารีบประคองมันไว้ แต่ยังไม่ทันได้อ่านลวดลายให้ครบ แสงสีแดงก็พุ่งออกจากแผ่นหยกแล้วลอยขึ้นกลางอากาศ

แสงนั้นรวมตัวเป็นภาพแผนที่ของหุบเขา เส้นสีทองทอดยาวไปตามภูเขา ส่วนเส้นสีแดงแยกออกจากเส้นหลักและมุ่งลงไปยังพื้นที่ลึกใต้ดิน

หลินซีเหยาก้าวเข้าไปดูใกล้ ๆ โดยไม่แตะต้องแสง

“เส้นสีแดงไม่ได้เชื่อมกับประตูหินเพียงจุดเดียว มันทอดลงไปลึกกว่านั้น”

“แผนที่นี้อาจแสดงเส้นทางการไหลของพลังใต้หุบเขา” อวิ๋นจงกล่าว “และจุดที่เส้นทั้งหมดมาบรรจบกันอยู่ตรงนี้”

เขาชี้ไปยังตำแหน่งที่อยู่ใต้ภูเขาลูกใหญ่ทางตะวันออกของหุบเขา ตำแหน่งนั้นไม่มีเส้นทางบนพื้นดินเชื่อมต่อถึง มีเพียงสัญลักษณ์มังกรดำที่ล้อมรอบวงแหวนสีแดง

ทันใดนั้น แผนที่ก็สั่นไหวอย่างรุนแรง เส้นสีแดงพุ่งขึ้นจากใต้ดินแล้วตัดผ่านเส้นสีทอง ทำให้ภาพภูเขาทั้งหมดแตกร้าวราวกับกระจก

เฟิงอ้าวเทียนรู้สึกเจ็บแปลบตรงหน้าอก เขาทรุดลงข้างหนึ่ง หลินซีเหยารีบประคองเขาไว้ ขณะเดียวกันแสงสีทองจากร่างของเขาก็ระเบิดออกเป็นวงกว้าง

แต่สิ่งที่ปรากฏขึ้นครั้งนี้ไม่ใช่เกล็ดมังกรตามปกติ บนพื้นดินใต้เท้าของเขามีเงารูปมังกรสีทองซ้อนทับกับมังกรสีดำ เงาทั้งสองตัวพันเกี่ยวกันอย่างแน่นหนา ก่อนจะเกิดเสียงแตกร้าวดังมาจากใต้ภูเขา

“ผนึกกำลังเปลี่ยนแปลง!” ซูเหวินตะโกน

อากาศรอบตัวหนักอึ้งขึ้นทันที เศษหินลอยขึ้นจากพื้นโดยไม่มีแรงใดรองรับ ต้นไม้บนไหล่เขาเอนลงไปทางเดียวกัน แม้แต่ลมก็หยุดพัดชั่วขณะ

เฟิงอ้าวเทียนรู้สึกว่าพลังทั้งสองกำลังแย่งชิงพื้นที่ภายในร่างของเขา หากปล่อยให้มันต่อสู้กันต่อไป แก่นพลังมังกรของเขาอาจได้รับความเสียหายอย่างหนัก

“หลินซีเหยา ข้าควบคุมมันไม่ได้!”

นางจับมือเขาไว้แน่น

“อย่าพยายามบังคับให้พลังทั้งสองหายไปพร้อมกัน เจ้าต้องรู้ก่อนว่าพลังไหนเป็นของเจ้า”

“แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไร”

“พลังมังกรสีทองตอบสนองต่อเจ้า ส่วนพลังสีแดงกำลังตอบสนองต่อเสียงจากใต้ดิน เจ้าไม่จำเป็นต้องเอาชนะมัน แค่รักษาแก่นพลังของตัวเองเอาไว้”

เฟิงอ้าวเทียนกัดฟัน เขารวบรวมสมาธิกลับมาที่แก่นพลังสีทอง แล้วค่อย ๆ ดึงกระแสพลังของตนให้หมุนเวียนอย่างสม่ำเสมอ หลินซีเหยาปล่อยพลังสีฟ้าอ่อนเข้าประคองรอบนอก ช่วยลดแรงปะทะระหว่างพลังทั้งสองโดยไม่เข้าไปแทรกแซงแก่นพลังของเขาโดยตรง

ผ่านไปหลายอึดใจ แสงสีแดงที่ระเบิดออกมาก็ค่อย ๆ ลดลง เงามังกรทั้งสองบนพื้นดินแยกออกจากกัน ก่อนจะสลายไปทีละตัว

เฟิงอ้าวเทียนหอบหายใจ เขายังรู้สึกถึงพลังสีแดงอยู่ในร่าง แต่ตอนนี้มันถอยกลับไปอยู่ใต้เกล็ดทองและไม่พยายามแย่งชิงการควบคุมอีก

หลินซีเหยาถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“เจ้าทำได้แล้ว”

“เพราะเจ้าช่วยข้าไว้”

“ข้าช่วยประคองได้ แต่คนที่ควบคุมพลังของตัวเองได้คือเจ้า อย่าลืมเรื่องนี้”

เฟิงอ้าวเทียนมองนางแล้วพยักหน้า เขาเริ่มเข้าใจว่าการควบคุมพลังมังกรไม่ได้หมายถึงการบังคับทุกอย่างให้ยอมจำนน แต่คือการรู้ว่าควรใช้พลังของตนเองอย่างไรโดยไม่ปล่อยให้สิ่งอื่นเข้าครอบงำ

ขณะที่ทุกคนกำลังตั้งหลัก เสียงคำรามจากใต้ภูเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้แผนที่ซึ่งลอยอยู่กลางอากาศแตกกระจายเป็นละอองแสง

อวิ๋นจงรีบเก็บแผ่นหยกเข้าที่

“เราไม่ควรอยู่ที่นี่นานกว่านี้ พลังใต้ดินกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วเกินกว่าที่แผ่นหยกจะบันทึกได้”

หลินซีเหยามองไปยังภูเขาทางตะวันออก

“ถ้าจุดที่เส้นพลังมาบรรจบกันอยู่ใต้ภูเขานั้น เราต้องหาทางลงไปให้ได้ แต่ไม่ใช่ด้วยการบุกเข้าไปโดยไม่เตรียมตัว”

เฟิงอ้าวเทียนพยักหน้า เขายังไม่รู้ว่ามังกรดำที่ปรากฏตัวเป็นเพียงเศษพลัง หรือเป็นสิ่งมีชีวิตที่กำลังตื่นขึ้นจริง ๆ แต่ภาพความทรงจำที่เห็นทำให้เขามั่นใจว่าพลังสีแดงในร่างเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของสายเลือดมังกรโดยตรง

“เราจะไปที่ภูเขาทางตะวันออก” เขากล่าว “แต่ก่อนหน้านั้น ข้าต้องเรียนรู้วิธีแยกพลังสีแดงออกจากแก่นพลังของตัวเองให้ชัดเจนกว่านี้”

หลินซีเหยาพยักหน้าเห็นด้วย

“และเราต้องหาหลักฐานว่าผนึกนั้นกักขังอะไรไว้ ก่อนที่มันจะพังลงทั้งหมด”

ทั้งห้าคนออกเดินทางไปตามแนวเขา โดยเว้นระยะห่างจากหุบเขาที่ปกคลุมด้วยเมฆดำ ทว่าขณะที่พวกเขาเคลื่อนห่างออกไป เสียงคำรามลึกจากใต้ดินกลับดังตามหลังมาเป็นระยะ

ไม่มีใครเห็นว่าลึกลงไปใต้ภูเขา แท่นหินขนาดมหึมากำลังสั่นสะเทือน โซ่สีทองที่พันรอบร่างมังกรดำเริ่มขาดออกทีละเส้น และเกล็ดสีดำบนร่างของมันกำลังเปล่งแสงสีแดงจากภายใน

ดวงตาของมังกรดำเปิดขึ้นเต็มที่ มันยกศีรษะขึ้นช้า ๆ แล้วปล่อยเสียงคำรามที่ทำให้ผนึกทั้งหุบเขาสั่นสะเทือน

“ในที่สุด...สายเลือดที่ถูกแยกออกก็กลับมาแล้ว”

เหนือภูเขา เมฆดำหมุนวนเป็นวงกว้าง และเส้นแสงสีแดงเส้นหนึ่งพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เป็นสัญญาณว่าการตื่นขึ้นของมังกรดำได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 65 ผู้ล่าจากห้วงกำเนิด

    เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังสะท้อนมาจากปลายบันไดเฟิงอ้าวเทียนหยุดเดินทันที มือข้างหนึ่งยกขึ้นขวางหลินซีเหยา ขณะที่พลังมังกรทองไหลคลุมแขนอีกข้างอย่างระมัดระวังความมืดเบื้องหน้าขยับตัวราวกับมีชีวิต เงาขนาดใหญ่ค่อย ๆ คลานออกมาจากผนังหิน เผยร่างอสูรเกล็ดสีดำสนิทซึ่งมีเขาสามคู่ ดวงตาสีแดงเรียงอยู่บนหน้าผาก และกรงเล็บยาวราวกับดาบสิ่งที่ทำให้เฟิงอ้าวเทียนขมวดคิ้วไม่ใช่รูปร่างของมัน แต่เป็นรอยแผลกลางอกที่มีลักษณะคล้ายหัวใจผลึกของเขา“นั่นไม่ใช่มังกร” หลินซีเหยากระซิบ “แต่มีพลังสายเลือดมังกรอยู่ในร่างมากกว่าสัตว์อสูรทั่วไปหลายเท่า”อสูรเงยหน้าขึ้น สูดลมหายใจเข้าอย่างช้า ๆ ก่อนจะหันดวงตาทั้งหกมาจับจ้องเฟิงอ้าวเทียน“ผู้สืบทอด...”เสียงแหบพร่าดังก้องในทางเดิน“ส่งหัวใจคืนมา”เฟิงอ้าวเทียนก้าวออกไปข้างหน้า“หัวใจนี้หลอมรวมกับข้าแล้ว หากเจ้าต้องการมัน จงบอกเหตุผลมา”อสูรแสยะเขี้ยว รอยแผลกลางอกเปิดออก เผยแก่นพลังสีแดงคล้ำที่เต้นเป็นจังหวะ“เหตุผลของผู้บุกรุก...ไม่มีความหมาย”มันพุ่งเข้ามาโดยไม่ให้โอกาสโต้ตอบเฟิงอ้าวเทียนยกแขนรับกรงเล็บ เสียงปะทะดังสนั่น แรงมหาศาลผลักเขาถอยไปหลายก้าว พื้นหินใต้เท้าแ

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 64 มังกรเจ็ดเศียรแห่งต้นกำเนิด

    ก้าวแรกที่เฟิงอ้าวเทียนเหยียบลงบนพื้นอีกด้านของประตู วงแหวนสีแดงใต้ฝ่าเท้าก็สว่างวาบขึ้นทันที เส้นแสงนับไม่ถ้วนพุ่งออกไปตามพื้นหิน ก่อนจะเชื่อมต่อกันเป็นลวดลายมังกรขนาดมหึมาหลินซีเหยาคว้าแขนเขาไว้โดยสัญชาตญาณ“อย่าเพิ่งขยับ พื้นที่นี่กำลังตอบสนองต่อพลังในตัวเจ้า”เฟิงอ้าวเทียนหยุดฝีเท้า ดวงตาสีทองจับจ้องลวดลายที่กำลังเคลื่อนตัวใต้พื้น“ข้าไม่ได้ปล่อยพลังออกมา”“นั่นแหละที่น่ากังวล พลังของเจ้ากำลังถูกดึงออกไปเอง”คำพูดของนางเพิ่งจบลง วงแหวนสีแดงก็หมุนอย่างรวดเร็ว แรงกดดันมหาศาลกระแทกลงมาจากทุกทิศทาง เฟิงอ้าวเทียนรู้สึกราวกับมีภูเขาทั้งลูกกดทับร่าง กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่น พลังสีทองและสีแดงในอกพลันปั่นป่วนเขากัดฟันยกมือขึ้นสร้างเกราะมังกรทอง แต่เกราะเพิ่งก่อตัวก็ถูกแรงกดดันบีบจนแตกร้าว“อ้าวเทียน!”หลินซีเหยาปล่อยพลังของตนเข้าสู่พื้นหิน ลวดลายสีฟ้าขาวแผ่กระจายจากปลายเท้า กลายเป็นวงอักขระซ้อนทับวงแหวนสีแดง นางไม่ได้พยายามต่อต้านแรงกดดันโดยตรง แต่เลือกตัดเส้นพลังที่ไหลเข้าสู่ร่างของเฟิงอ้าวเทียนพื้นหินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนเส้นแสงสีแดงสามสายจะขาดผึงแรงกดดันเบาลงชั่วขณะ“ข้าตัดเ

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 63 อสูรใต้หัวใจมังกร

    ดวงตาสีแดงสามคู่เปิดขึ้นพร้อมกันจากรอยแยกใต้แท่นหิน แรงกดดันมหาศาลระเบิดออกมาจนรูปสลักมังกรทองรอบห้องสั่นสะเทือน ฝุ่นหินร่วงลงจากเพดาน ขณะที่หัวใจผลึกสีทองลอยอยู่ตรงหน้าอกของเฟิงอ้าวเทียนเสียงคำรามต่ำดังขึ้นจากใต้พื้น ก่อนกรงเล็บสีดำขนาดใหญ่จะยื่นออกมาจากรอยแยก มันเกาะขอบแท่นหินแล้วออกแรงดึงร่างของตนขึ้นมา เกล็ดสีดำปกคลุมทั่วลำตัว มีเส้นสีแดงไหลเวียนอยู่ตามรอยแตก และเขี้ยวยาวสะท้อนแสงสีทองจากหัวใจผลึกมู่ชางชักกระบี่ออกจากฝักทันที“ทุกคนถอยออกจากแท่น!”ซูเหวินสร้างม่านพลังป้องกันให้อวิ๋นจงกับหลัวจิ้ง แต่แรงกดดันจากอสูรทำให้ม่านแสงสั่นไหวราวกับพร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อหลินซีเหยาไม่ถอยหนี นางจับแขนเฟิงอ้าวเทียนไว้แน่นและตรวจดูการไหลเวียนของพลังในร่างเขา“หัวใจผลึกกำลังดึงพลังสีแดงของเจ้าออกไป แต่ขณะเดียวกันมันก็ถ่ายทอดบางอย่างกลับเข้ามา หากเจ้าปล่อยให้มันหลอมรวมโดยไม่ควบคุม พลังทั้งสองอาจปะทุพร้อมกัน”เฟิงอ้าวเทียนมองหัวใจผลึกที่ลอยอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกเจ็บปวดแผ่กระจายจากอกไปถึงปลายนิ้ว ทว่าในความเจ็บนั้น เขากลับสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นที่คุ้นเคยมันไม่ใช่เพียงพลังที่ตอบสนองต่อสายเล

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 62 ใต้บัลลังก์มังกร

    บันไดหินทอดลึกลงไปใต้พระราชฐาน แสงจากคบเพลิงสองข้างทางสั่นไหวตามแรงสั่นสะเทือนที่ส่งมาจากส่วนลึก เสียงระฆังบัลลังก์ยังคงดังก้องเป็นระยะ แต่ละครั้งที่เสียงกระทบผนัง เฟิงอ้าวเทียนจะรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่พยายามแทรกเข้ามาในแก่นมังกรของตนหลินซีเหยาเดินอยู่ข้างเขา นางสังเกตเห็นว่าลวดลายสีแดงเหนือหัวใจของเขาส่องแสงทุกครั้งที่เสียงระฆังดังขึ้น“พลังที่อยู่ใต้บัลลังก์กำลังตอบสนองต่อเจ้า หากมันดึงพลังสีแดงออกไปมากกว่านี้ อาจส่งผลต่อการควบคุมแก่นมังกรของเจ้า”“ข้ารู้สึกได้”เฟิงอ้าวเทียนตอบพลางชะลอฝีเท้า“แต่สิ่งที่เรียกข้าไม่ได้มีเพียงพลังสีแดง ข้ายังสัมผัสได้ถึงพลังทองที่กำลังอ่อนแรงลงด้วย”อวิ๋นจงเดินตามหลังพร้อมแผ่นหยกโบราณ เขาพยายามกระตุ้นอักขระหลายครั้ง แต่แสงบนแผ่นหยกยังคงริบหรี่“สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นก่อนการสถาปนาอาณาจักรเฟิงหลงเสียอีก ตามบันทึกที่ข้าเคยอ่าน ใต้พระราชฐานมีห้องบรรจุแก่นพลังของมังกรทองผู้พิทักษ์ ทว่าห้องนั้นถูกปิดตายมานานจนไม่มีใครทราบตำแหน่งที่แน่นอน”มู่ชางมองรอยแตกบนผนัง“ถ้าห้องนั้นถูกปิดตาย แล้วสิ่งที่กำลังทำลายพระราชฐานอยู่ตอนนี้มาจากไหน”“อาจเป็นเพราะผนึกที่หุบ

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 61 บัลลังก์มังกรเรียกหา

    ประกายสีทองที่พุ่งออกจากหุบเขาลอยผ่านท้องฟ้าราวกับดาวตก ก่อนแยกตัวเป็นเส้นแสงหลายสายที่มุ่งไปยังทิศทางเดียวกัน เฟิงอ้าวเทียนยืนมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกประหลาดแล่นผ่านแก่นพลังมังกรของเขา ราวกับมีบางสิ่งกำลังเรียกหาเลือดเนื้อของตนเองจากดินแดนอันห่างไกลหลินซีเหยาสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของเขา“เจ้าได้ยินเสียงอะไรหรือ”“ไม่ใช่เสียง แต่เป็นแรงเรียกจากสายเลือด”เฟิงอ้าวเทียนยกมือแตะบริเวณเหนือหัวใจ ลวดลายสีแดงใต้เกล็ดทองเต้นเป็นจังหวะช้า ๆ“มันมาจากทางตะวันออกเฉียงเหนือ และดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับอาณาจักรเฟิงหลง”อวิ๋นจงได้ยินดังนั้นก็รีบเปิดแผนที่โบราณ เขากวาดตามองเส้นทางอยู่หลายครั้ง ก่อนหยุดนิ้วลงตรงบริเวณใจกลางอาณาจักร“หากทิศทางไม่ผิดพลาด จุดที่สายเลือดตอบสนองอาจเป็นนครหลวง”มู่ชางขมวดคิ้ว“แต่เหตุใดพลังจึงเพิ่งปรากฏหลังจากผนึกใต้ภูเขาสั่นสะเทือน หรือมีสิ่งใดในนครหลวงเกี่ยวข้องกับมังกรดำ”“ข้ายังตอบไม่ได้”อวิ๋นจงกล่าวตามตรง“แต่มีบันทึกเก่าชิ้นหนึ่งกล่าวถึงสถานที่ที่เรียกว่าแท่นบัลลังก์มังกร เป็นสถานที่ซึ่งจักรพรรดิองค์แรกใช้ประกอบพิธีรับรองสายเลือดของราชวงศ์ หลังจากนั้น

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 60 ผนึกมังกรสะเทือนสวรรค์

    รอยแยกบนท้องฟ้าขยายตัวจนแสงสีแดงสาดลงปกคลุมผืนป่า เสาหินหกต้นที่ดับสนิทเริ่มสลายเป็นผง เผยให้เห็นอักขระโบราณซึ่งลอยขึ้นไปหมุนวนรอบรอยแยก เสาหินต้นสุดท้ายตั้งอยู่ใจกลางแท่นหินที่กำลังทรุดตัว แสงสีทองบนผิวเสาอ่อนแรงลงทุกขณะ ขณะที่เงามหึมาหลังรอยแยกเริ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้ เฟิงอ้าวเทียนมองภาพเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เขตแดนพังทลาย สิ่งที่อยู่เบื้องหลังอาจหลุดออกมาสู่โลกนี้ “อวิ๋นจง เสาหินต้นนั้นยังรับพลังได้อีกนานแค่ไหน” อวิ๋นจงรีบตรวจสอบแผ่นหยกในมือ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักใจ “หากไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง คงไม่เกินครึ่งชั่วยาม แต่ถ้ารอยแยกขยายตัวเร็วขึ้น เราอาจเหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ” มู่ชางกวาดตามองพื้นดินที่แยกออกเป็นร่องลึก “ถ้าเช่นนั้นก็ต้องรีบเข้าไปก่อนที่ทางขึ้นแท่นจะพังหมด” “ไม่ใช่แค่ขึ้นไปให้ถึง” หลินซีเหยากล่าวพลางชี้ไปยังเสาหินต้นสุดท้าย “ดูอักขระตรงฐานสิ มันไม่ได้เรียงเป็นวงป้องกัน แต่เป็นเส้นทางที่มุ่งเข้าสู่แกนกลางของเสา หากเราใส่พลังลงไปโดยไม่รู้ทิศทาง แรงสะท้อนอาจทำให้เสาแตกทันที” ทุกคนหันไปมองตามมือของนาง บนฐานหินมีเส้นอักขระสามสายพันก

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status