Home / แฟนตาซี / ทายาทจักรพรรดิมังกร / บทที่ 62 ใต้บัลลังก์มังกร

Share

บทที่ 62 ใต้บัลลังก์มังกร

last update publish date: 2026-10-27 12:36:32

บันไดหินทอดลึกลงไปใต้พระราชฐาน แสงจากคบเพลิงสองข้างทางสั่นไหวตามแรงสั่นสะเทือนที่ส่งมาจากส่วนลึก เสียงระฆังบัลลังก์ยังคงดังก้องเป็นระยะ แต่ละครั้งที่เสียงกระทบผนัง เฟิงอ้าวเทียนจะรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่พยายามแทรกเข้ามาในแก่นมังกรของตน

หลินซีเหยาเดินอยู่ข้างเขา นางสังเกตเห็นว่าลวดลายสีแดงเหนือหัวใจของเขาส่องแสงทุกครั้งที่เสียงระฆังดังขึ้น

“พลังที่อยู่ใต้บัลลังก์กำลังตอบสนองต่อเจ้า หากมันดึงพลังสีแดงออกไปมากกว่านี้ อาจส่งผลต่อการควบคุมแก่นมังกรของเจ้า”

“ข้ารู้สึกได้”

เฟิงอ้าวเทียนตอบพลางชะลอฝีเท้า

“แต่สิ่งที่เรียกข้าไม่ได้มีเพียงพลังสีแดง ข้ายังสัมผัสได้ถึงพลังทองที่กำลังอ่อนแรงลงด้วย”

อวิ๋นจงเดินตามหลังพร้อมแผ่นหยกโบราณ เขาพยายามกระตุ้นอักขระหลายครั้ง แต่แสงบนแผ่นหยกยังคงริบหรี่

“สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นก่อนการสถาปนาอาณาจักรเฟิงหลงเสียอีก ตามบันทึกที่ข้าเคยอ่าน ใต้พระราชฐานมีห้องบรรจุแก่นพลังของมังกรทองผู้พิทักษ์ ทว่าห้องนั้นถูกปิดตายมานานจนไม่มีใครทราบตำแหน่งที่แน่นอน”

มู่ชางมองรอยแตกบนผนัง

“ถ้าห้องนั้นถูกปิดตาย แล้วสิ่งที่กำลังทำลายพระราชฐานอยู่ตอนนี้มาจากไหน”

“อาจเป็นเพราะผนึกที่หุบเขาทางตะวันออกเปลี่ยนแปลงไป”

หลินซีเหยากล่าว

“เมื่อผนึกหนึ่งอ่อนกำลังลง สิ่งที่เชื่อมโยงกันอาจได้รับผลกระทบทั้งหมด แต่เรายังต้องเห็นต้นตอด้วยตาตัวเองก่อนจะสรุป”

พวกเขาเดินลงไปอีกช่วงหนึ่ง บันไดที่เคยตรงเริ่มแยกออกเป็นทางเดินสองสาย ทางซ้ายมีแสงสีทองส่องออกมาจากรอยต่อของหิน ส่วนทางขวากลับปกคลุมด้วยหมอกดำที่เคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต

หลัวจิ้งหยุดอยู่ตรงทางแยก

“ตามแผนผังของพระราชฐาน ทางซ้ายจะนำไปสู่ห้องพิธี ส่วนทางขวาเป็นเขตหวงห้ามซึ่งถูกปิดมาหลายชั่วอายุคน”

เฟิงอ้าวเทียนมองไปทางซ้าย เขาสัมผัสได้ถึงพลังมังกรทองที่อ่อนแรงอยู่ปลายทาง แต่เสียงคำรามจากมังกรดำกลับดังมาจากทางขวาอย่างชัดเจน

“เราต้องไปทางขวา”

หลัวจิ้งมีสีหน้าลังเล

“แต่ทางนั้นไม่มีผู้ใดเข้าไปได้ หากเกิดเหตุไม่คาดคิด ข้าไม่อาจรับประกันความปลอดภัยของพวกท่าน”

“หากเราปล่อยให้มันเดินหน้าต่อไป ไม่มีทางใดปลอดภัยอยู่แล้ว”

หลินซีเหยาตอบแทน ก่อนหันไปมองเฟิงอ้าวเทียน

“ข้าจะตรวจสอบหมอกดำ ส่วนเจ้าคอยควบคุมพลังมังกร อย่าให้มันดึงเจ้าเข้าไปโดยไม่ตั้งตัว”

เฟิงอ้าวเทียนพยักหน้า ทั้งสองก้าวเข้าสู่ทางเดินด้านขวาพร้อมกัน

ทันทีที่พ้นทางแยก หมอกดำก็พุ่งเข้าหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว หลินซีเหยายกมือสร้างม่านพลังสีฟ้า แสงของนางแผ่เป็นชั้นบาง ๆ ห่อหุ้มทุกคนไว้ แต่หมอกกลับไม่พยายามโจมตีโดยตรง มันเลื้อยผ่านพื้นและผนัง ก่อนรวมตัวเป็นเส้นสายมุ่งตรงไปยังหน้าอกของเฟิงอ้าวเทียน

เขายกมือขึ้น ปล่อยพลังมังกรทองตัดเส้นหมอกออกเป็นสองส่วน

หมอกที่ถูกตัดสลายตัวเพียงชั่วครู่ ก่อนกลับมารวมกันใหม่

“มันไม่ได้มีร่างที่แน่นอน!”

ซูเหวินร้องเตือนจากด้านหลัง

หลินซีเหยาจ้องดูทิศทางการเคลื่อนไหวของหมอก แล้วพบว่าทุกครั้งที่มันแยกตัวออกจากผนัง จะมีอักขระสีดำปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาที

“อย่าโจมตีตัวหมอก มันกำลังใช้รอยสลักบนผนังเป็นทางผ่าน!”

นางปล่อยพลังสีฟ้าพุ่งไปแตะอักขระจุดหนึ่งบนผนัง อักขระนั้นสว่างวาบ ก่อนหมอกบริเวณนั้นจะหยุดเคลื่อนไหว

เฟิงอ้าวเทียนเข้าใจทันที เขาส่งพลังมังกรทองไปยังอักขระอีกสามจุดที่หลินซีเหยาชี้ให้เห็น

เมื่อจุดเชื่อมต่อทั้งหมดถูกปิด หมอกดำก็แตกกระจายและหดกลับไปยังส่วนลึกของทางเดิน

“เจ้าสังเกตได้อย่างไร”

เฟิงอ้าวเทียนถามขณะเดินต่อ

“หมอกเคลื่อนที่ตามเส้นทางเดิมซ้ำ ๆ และทุกครั้งที่มันเปลี่ยนทิศ อักขระบนผนังจะตอบสนอง ข้าเพียงหาความสัมพันธ์ระหว่างสองสิ่งนี้”

หลินซีเหยาตอบอย่างเรียบง่าย

“พลังที่น่ากลัวไม่ได้หมายความว่าจะไร้จุดอ่อน”

ทางเดินสิ้นสุดลงตรงประตูหินขนาดใหญ่ บนบานประตูมีรูปมังกรทองขดรอบหัวใจสีแดง ตรงกลางมีร่องลึกเป็นรูปฝ่ามือ

เฟิงอ้าวเทียนก้าวเข้าไปใกล้ แต่ก่อนที่เขาจะสัมผัสประตู หลินซีเหยากลับยกมือขวางไว้

“รอก่อน”

นางสังเกตรอยสลักรอบประตูอย่างละเอียด ก่อนชี้ไปยังเส้นบาง ๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้รูปหัวใจ

“รอยสลักนี้ไม่ใช่แค่กลไกเปิดประตู หากเราส่งพลังเข้าไปตรง ๆ มันอาจดึงพลังจากร่างเจ้าออกไปทั้งหมด”

อวิ๋นจงรีบเข้ามาตรวจดู

“นางพูดถูก ร่องตรงกลางเชื่อมกับเส้นพลังที่กระจายอยู่ทั่วบานประตู หากเปิดผิดวิธี พลังจะไหลย้อนกลับเข้าสู่ผู้เปิด”

เฟิงอ้าวเทียนมองรูปหัวใจสีแดงอยู่ครู่หนึ่ง

“ถ้าเช่นนั้น เราต้องหาวิธีเปิดมันโดยไม่ปล่อยให้ประตูดูดพลัง”

หลินซีเหยาคุกเข่าลงตรวจสอบฐานประตู นางพบอักขระเล็ก ๆ สามตัวซ่อนอยู่ใต้ชั้นฝุ่น แต่ละตัวมีรูปร่างต่างกัน ตัวแรกคล้ายเปลวเพลิง ตัวที่สองคล้ายเกล็ดมังกร ส่วนตัวสุดท้ายเป็นวงกลมที่มีเส้นแบ่งตรงกลาง

“อักขระเหล่านี้อาจบอกลำดับการทำงาน”

นางใช้ปลายนิ้วลากผ่านเส้นสลักโดยไม่ส่งพลังเข้าไป

“เปลวเพลิงอยู่ด้านนอก เกล็ดมังกรอยู่ตรงกลาง ส่วนวงกลมถูกซ่อนไว้ลึกที่สุด บางทีเราต้องเปิดทางเดินของพลังจากด้านนอกเข้าด้านใน ไม่ใช่เริ่มจากหัวใจ”

เฟิงอ้าวเทียนย่อตัวลงข้างนาง เขาเรียกพลังมังกรทองออกมาเพียงเล็กน้อยและแตะลงบนอักขระรูปเปลวเพลิง

อักขระสว่างขึ้นอย่างช้า ๆ แต่ไม่มีแรงดึงเกิดขึ้น

หลินซีเหยาจึงส่งพลังของตนไปยังอักขระรูปวงกลมที่อยู่ลึกที่สุด โดยไม่แตะต้องร่องรูปเกล็ดมังกร

ทันใดนั้น ประตูหินสั่นสะเทือน เสียงกลไกเก่าแก่ดังขึ้นจากด้านใน ก่อนร่องรูปเกล็ดมังกรจะสว่างขึ้นเอง

เฟิงอ้าวเทียนวางฝ่ามือลงบนร่องนั้น

คราวนี้ ประตูไม่ได้ดูดพลังจากร่างของเขา แต่กลับส่งกระแสอุ่นผ่านฝ่ามือเข้ามาในแก่นมังกร

บานประตูค่อย ๆ เปิดออก

ภาพภายในห้องทำให้ทุกคนหยุดนิ่ง

ใจกลางห้องมีแท่นหินสีขาวตั้งอยู่ เหนือแท่นมีหัวใจผลึกสีทองขนาดเท่าฝ่ามือลอยอยู่ ภายในผลึกมีเส้นสีแดงพาดผ่านคล้ายรอยแผล ขณะที่โซ่สีดำเส้นหนึ่งพันรอบผลึกและทอดยาวลงไปยังพื้น

รอบห้องมีรูปสลักมังกรทองเรียงเป็นวง แต่ละตัวก้มศีรษะไปทางหัวใจผลึก ราวกับกำลังปกป้องสิ่งสำคัญที่สุดของสถานที่แห่งนี้

เฟิงอ้าวเทียนรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนในแก่นมังกรทันที

“นั่นคือหัวใจของมังกรทองผู้พิทักษ์หรือ”

อวิ๋นจงก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวัง

“ดูจากรูปแบบการจัดวาง มีความเป็นไปได้สูง แต่เหตุใดจึงมีโซ่ดำพันอยู่รอบมัน ข้าไม่เคยเห็นบันทึกกล่าวถึงเรื่องนี้”

หลินซีเหยาไม่ได้รีบเข้าใกล้ นางสังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่หัวใจผลึกเต้นเป็นจังหวะ โซ่ดำจะรัดแน่นขึ้นเล็กน้อย ส่วนรอยสีแดงภายในผลึกกลับขยายออกทีละน้อย

“อย่าเพิ่งแตะต้องมัน”

นางเตือนทุกคน

“โซ่เส้นนี้ไม่ได้พันไว้เพื่อปกป้องหัวใจเพียงอย่างเดียว มันกำลังจำกัดบางสิ่งที่อยู่ภายในผลึก”

คำพูดของนางยังไม่ทันสิ้นสุด เสียงหัวเราะต่ำก็ดังมาจากใต้แท่นหิน

โซ่ดำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนมีเส้นพลังสีแดงพุ่งออกจากรอยแตกบนพื้นและแทงเข้าหาหัวใจผลึก

เฟิงอ้าวเทียนยกมือเรียกมังกรทองเข้าป้องกัน แต่เส้นพลังสีแดงกลับเบี่ยงหลบและพุ่งเข้าใส่หลินซีเหยา

“ซีเหยา!”

เขาพุ่งเข้าขวาง ทว่าอีกฝ่ายไม่ได้โจมตีร่างของนางโดยตรง เส้นพลังแดงหยุดอยู่ห่างจากหน้าผากเพียงคืบ ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นอักขระประหลาดที่ลอยอยู่กลางอากาศ

หลินซีเหยาจ้องอักขระนั้น แล้วพบว่ามันคล้ายกับลวดลายที่เคยปรากฏบนฐานผนึกในหุบเขาทางตะวันออก

“มันกำลังแสดงบางอย่างให้เราเห็น”

นางกล่าวพลางยกมือขึ้นสร้างม่านพลังป้องกันตัวเอง

ภาพหนึ่งปรากฏเหนือหัวใจผลึก เป็นภาพมังกรทองยืนอยู่หน้าประตูขนาดมหึมา ข้างกายมีมังกรดำที่ถูกโซ่พันธนาการไว้ แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงคือมังกรดำไม่ได้หันไปโจมตีมังกรทอง

มันกลับกำลังหันหน้าเข้าหาประตู ราวกับกำลังปกป้องบางสิ่งที่อยู่หลังบานประตูนั้น

ภาพเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ประตูแตกออก แสงสีแดงทะลักจากด้านหลัง และมังกรทองกับมังกรดำต้องร่วมกันสร้างผนึกเพื่อกักขังมันไว้

จากนั้นมังกรทองดึงแก่นพลังส่วนหนึ่งออกจากอก แบ่งออกเป็นสองสาย แล้วส่งสายหนึ่งเข้าสู่ร่างมังกรดำ ส่วนอีกสายถูกซ่อนไว้ในหัวใจผลึกตรงหน้า

ภาพทั้งหมดดับลงทันที

ห้องใต้ดินตกอยู่ในความเงียบ

มู่ชางเป็นคนแรกที่เอ่ยปาก

“หากภาพนั้นเป็นความจริง มังกรดำอาจไม่ได้เป็นศัตรูของมังกรทองตั้งแต่แรก”

อวิ๋นจงขมวดคิ้ว

“แต่เราไม่อาจเชื่อภาพเพียงภาพเดียวได้ สิ่งที่ถูกผนึกอยู่ใต้หุบเขายังอันตราย และเราไม่รู้ว่าภาพนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อบอกความจริงหรือชักนำให้เราเข้าใจผิด”

เฟิงอ้าวเทียนมองหัวใจผลึก เขารู้สึกถึงพลังสองสายที่ไหลเวียนอยู่ภายในนั้น และหนึ่งในนั้นมีความคล้ายคลึงกับพลังสีแดงในร่างของเขาอย่างน่าประหลาด

“ไม่ว่าเรื่องราวในอดีตจะเป็นอย่างไร เราต้องรู้ให้ได้ว่าเหตุใดหัวใจผลึกจึงถูกพันธนาการไว้”

เขาก้าวเข้าไปใกล้แท่นหิน แต่คราวนี้หลินซีเหยาเดินตามมาข้าง ๆ ไม่ได้รั้งเขาไว้

“เราจะตรวจสอบด้วยกัน”

นางกล่าว

“หากโซ่ตอบสนองต่อพลังของเจ้า ข้าจะคอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงของหัวใจผลึก และหยุดเจ้าทันทีหากพลังเริ่มไหลย้อนกลับ”

เฟิงอ้าวเทียนพยักหน้า ก่อนยื่นมือออกไปอย่างระมัดระวัง

ปลายนิ้วของเขาแตะลงบนหัวใจผลึก

แสงสีทองระเบิดออกจากแท่นหินทันที รูปสลักมังกรทั้งหกตัวรอบห้องลืมตาขึ้นพร้อมกัน โซ่ดำที่พันรอบผลึกคลายออกหนึ่งข้อ ก่อนเสียงคำรามลึกจะดังขึ้นจากส่วนลึกใต้พระราชฐาน

พื้นห้องแยกออกเป็นรอยกว้าง

หัวใจผลึกพุ่งเข้าหาเฟิงอ้าวเทียนด้วยตัวเอง แล้วหยุดอยู่ตรงหน้าอกของเขา ลวดลายสีแดงเหนือหัวใจของเขาส่องประกายตอบรับ ราวกับทั้งสองเป็นชิ้นส่วนที่พลัดพรากจากกันมานาน

หลินซีเหยารีบจับแขนเขาไว้

“อ้าวเทียน อย่าเพิ่งปล่อยให้มันหลอมรวมกับเจ้า!”

แต่ก่อนที่เฟิงอ้าวเทียนจะตอบ เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากหัวใจผลึกโดยตรง

“ผู้สืบทอดแห่งต้นกำเนิด...จงตัดสินใจ”

โซ่ดำขาดสะบั้นลงอีกหนึ่งเส้น

และจากใต้แท่นหิน เงาของบางสิ่งที่มีดวงตาสีแดงสามคู่กำลังค่อย ๆ ลืมตาขึ้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 65 ผู้ล่าจากห้วงกำเนิด

    เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังสะท้อนมาจากปลายบันไดเฟิงอ้าวเทียนหยุดเดินทันที มือข้างหนึ่งยกขึ้นขวางหลินซีเหยา ขณะที่พลังมังกรทองไหลคลุมแขนอีกข้างอย่างระมัดระวังความมืดเบื้องหน้าขยับตัวราวกับมีชีวิต เงาขนาดใหญ่ค่อย ๆ คลานออกมาจากผนังหิน เผยร่างอสูรเกล็ดสีดำสนิทซึ่งมีเขาสามคู่ ดวงตาสีแดงเรียงอยู่บนหน้าผาก และกรงเล็บยาวราวกับดาบสิ่งที่ทำให้เฟิงอ้าวเทียนขมวดคิ้วไม่ใช่รูปร่างของมัน แต่เป็นรอยแผลกลางอกที่มีลักษณะคล้ายหัวใจผลึกของเขา“นั่นไม่ใช่มังกร” หลินซีเหยากระซิบ “แต่มีพลังสายเลือดมังกรอยู่ในร่างมากกว่าสัตว์อสูรทั่วไปหลายเท่า”อสูรเงยหน้าขึ้น สูดลมหายใจเข้าอย่างช้า ๆ ก่อนจะหันดวงตาทั้งหกมาจับจ้องเฟิงอ้าวเทียน“ผู้สืบทอด...”เสียงแหบพร่าดังก้องในทางเดิน“ส่งหัวใจคืนมา”เฟิงอ้าวเทียนก้าวออกไปข้างหน้า“หัวใจนี้หลอมรวมกับข้าแล้ว หากเจ้าต้องการมัน จงบอกเหตุผลมา”อสูรแสยะเขี้ยว รอยแผลกลางอกเปิดออก เผยแก่นพลังสีแดงคล้ำที่เต้นเป็นจังหวะ“เหตุผลของผู้บุกรุก...ไม่มีความหมาย”มันพุ่งเข้ามาโดยไม่ให้โอกาสโต้ตอบเฟิงอ้าวเทียนยกแขนรับกรงเล็บ เสียงปะทะดังสนั่น แรงมหาศาลผลักเขาถอยไปหลายก้าว พื้นหินใต้เท้าแ

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 64 มังกรเจ็ดเศียรแห่งต้นกำเนิด

    ก้าวแรกที่เฟิงอ้าวเทียนเหยียบลงบนพื้นอีกด้านของประตู วงแหวนสีแดงใต้ฝ่าเท้าก็สว่างวาบขึ้นทันที เส้นแสงนับไม่ถ้วนพุ่งออกไปตามพื้นหิน ก่อนจะเชื่อมต่อกันเป็นลวดลายมังกรขนาดมหึมาหลินซีเหยาคว้าแขนเขาไว้โดยสัญชาตญาณ“อย่าเพิ่งขยับ พื้นที่นี่กำลังตอบสนองต่อพลังในตัวเจ้า”เฟิงอ้าวเทียนหยุดฝีเท้า ดวงตาสีทองจับจ้องลวดลายที่กำลังเคลื่อนตัวใต้พื้น“ข้าไม่ได้ปล่อยพลังออกมา”“นั่นแหละที่น่ากังวล พลังของเจ้ากำลังถูกดึงออกไปเอง”คำพูดของนางเพิ่งจบลง วงแหวนสีแดงก็หมุนอย่างรวดเร็ว แรงกดดันมหาศาลกระแทกลงมาจากทุกทิศทาง เฟิงอ้าวเทียนรู้สึกราวกับมีภูเขาทั้งลูกกดทับร่าง กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่น พลังสีทองและสีแดงในอกพลันปั่นป่วนเขากัดฟันยกมือขึ้นสร้างเกราะมังกรทอง แต่เกราะเพิ่งก่อตัวก็ถูกแรงกดดันบีบจนแตกร้าว“อ้าวเทียน!”หลินซีเหยาปล่อยพลังของตนเข้าสู่พื้นหิน ลวดลายสีฟ้าขาวแผ่กระจายจากปลายเท้า กลายเป็นวงอักขระซ้อนทับวงแหวนสีแดง นางไม่ได้พยายามต่อต้านแรงกดดันโดยตรง แต่เลือกตัดเส้นพลังที่ไหลเข้าสู่ร่างของเฟิงอ้าวเทียนพื้นหินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนเส้นแสงสีแดงสามสายจะขาดผึงแรงกดดันเบาลงชั่วขณะ“ข้าตัดเ

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 63 อสูรใต้หัวใจมังกร

    ดวงตาสีแดงสามคู่เปิดขึ้นพร้อมกันจากรอยแยกใต้แท่นหิน แรงกดดันมหาศาลระเบิดออกมาจนรูปสลักมังกรทองรอบห้องสั่นสะเทือน ฝุ่นหินร่วงลงจากเพดาน ขณะที่หัวใจผลึกสีทองลอยอยู่ตรงหน้าอกของเฟิงอ้าวเทียนเสียงคำรามต่ำดังขึ้นจากใต้พื้น ก่อนกรงเล็บสีดำขนาดใหญ่จะยื่นออกมาจากรอยแยก มันเกาะขอบแท่นหินแล้วออกแรงดึงร่างของตนขึ้นมา เกล็ดสีดำปกคลุมทั่วลำตัว มีเส้นสีแดงไหลเวียนอยู่ตามรอยแตก และเขี้ยวยาวสะท้อนแสงสีทองจากหัวใจผลึกมู่ชางชักกระบี่ออกจากฝักทันที“ทุกคนถอยออกจากแท่น!”ซูเหวินสร้างม่านพลังป้องกันให้อวิ๋นจงกับหลัวจิ้ง แต่แรงกดดันจากอสูรทำให้ม่านแสงสั่นไหวราวกับพร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อหลินซีเหยาไม่ถอยหนี นางจับแขนเฟิงอ้าวเทียนไว้แน่นและตรวจดูการไหลเวียนของพลังในร่างเขา“หัวใจผลึกกำลังดึงพลังสีแดงของเจ้าออกไป แต่ขณะเดียวกันมันก็ถ่ายทอดบางอย่างกลับเข้ามา หากเจ้าปล่อยให้มันหลอมรวมโดยไม่ควบคุม พลังทั้งสองอาจปะทุพร้อมกัน”เฟิงอ้าวเทียนมองหัวใจผลึกที่ลอยอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกเจ็บปวดแผ่กระจายจากอกไปถึงปลายนิ้ว ทว่าในความเจ็บนั้น เขากลับสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นที่คุ้นเคยมันไม่ใช่เพียงพลังที่ตอบสนองต่อสายเล

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 62 ใต้บัลลังก์มังกร

    บันไดหินทอดลึกลงไปใต้พระราชฐาน แสงจากคบเพลิงสองข้างทางสั่นไหวตามแรงสั่นสะเทือนที่ส่งมาจากส่วนลึก เสียงระฆังบัลลังก์ยังคงดังก้องเป็นระยะ แต่ละครั้งที่เสียงกระทบผนัง เฟิงอ้าวเทียนจะรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่พยายามแทรกเข้ามาในแก่นมังกรของตนหลินซีเหยาเดินอยู่ข้างเขา นางสังเกตเห็นว่าลวดลายสีแดงเหนือหัวใจของเขาส่องแสงทุกครั้งที่เสียงระฆังดังขึ้น“พลังที่อยู่ใต้บัลลังก์กำลังตอบสนองต่อเจ้า หากมันดึงพลังสีแดงออกไปมากกว่านี้ อาจส่งผลต่อการควบคุมแก่นมังกรของเจ้า”“ข้ารู้สึกได้”เฟิงอ้าวเทียนตอบพลางชะลอฝีเท้า“แต่สิ่งที่เรียกข้าไม่ได้มีเพียงพลังสีแดง ข้ายังสัมผัสได้ถึงพลังทองที่กำลังอ่อนแรงลงด้วย”อวิ๋นจงเดินตามหลังพร้อมแผ่นหยกโบราณ เขาพยายามกระตุ้นอักขระหลายครั้ง แต่แสงบนแผ่นหยกยังคงริบหรี่“สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นก่อนการสถาปนาอาณาจักรเฟิงหลงเสียอีก ตามบันทึกที่ข้าเคยอ่าน ใต้พระราชฐานมีห้องบรรจุแก่นพลังของมังกรทองผู้พิทักษ์ ทว่าห้องนั้นถูกปิดตายมานานจนไม่มีใครทราบตำแหน่งที่แน่นอน”มู่ชางมองรอยแตกบนผนัง“ถ้าห้องนั้นถูกปิดตาย แล้วสิ่งที่กำลังทำลายพระราชฐานอยู่ตอนนี้มาจากไหน”“อาจเป็นเพราะผนึกที่หุบ

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 61 บัลลังก์มังกรเรียกหา

    ประกายสีทองที่พุ่งออกจากหุบเขาลอยผ่านท้องฟ้าราวกับดาวตก ก่อนแยกตัวเป็นเส้นแสงหลายสายที่มุ่งไปยังทิศทางเดียวกัน เฟิงอ้าวเทียนยืนมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกประหลาดแล่นผ่านแก่นพลังมังกรของเขา ราวกับมีบางสิ่งกำลังเรียกหาเลือดเนื้อของตนเองจากดินแดนอันห่างไกลหลินซีเหยาสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของเขา“เจ้าได้ยินเสียงอะไรหรือ”“ไม่ใช่เสียง แต่เป็นแรงเรียกจากสายเลือด”เฟิงอ้าวเทียนยกมือแตะบริเวณเหนือหัวใจ ลวดลายสีแดงใต้เกล็ดทองเต้นเป็นจังหวะช้า ๆ“มันมาจากทางตะวันออกเฉียงเหนือ และดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับอาณาจักรเฟิงหลง”อวิ๋นจงได้ยินดังนั้นก็รีบเปิดแผนที่โบราณ เขากวาดตามองเส้นทางอยู่หลายครั้ง ก่อนหยุดนิ้วลงตรงบริเวณใจกลางอาณาจักร“หากทิศทางไม่ผิดพลาด จุดที่สายเลือดตอบสนองอาจเป็นนครหลวง”มู่ชางขมวดคิ้ว“แต่เหตุใดพลังจึงเพิ่งปรากฏหลังจากผนึกใต้ภูเขาสั่นสะเทือน หรือมีสิ่งใดในนครหลวงเกี่ยวข้องกับมังกรดำ”“ข้ายังตอบไม่ได้”อวิ๋นจงกล่าวตามตรง“แต่มีบันทึกเก่าชิ้นหนึ่งกล่าวถึงสถานที่ที่เรียกว่าแท่นบัลลังก์มังกร เป็นสถานที่ซึ่งจักรพรรดิองค์แรกใช้ประกอบพิธีรับรองสายเลือดของราชวงศ์ หลังจากนั้น

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 60 ผนึกมังกรสะเทือนสวรรค์

    รอยแยกบนท้องฟ้าขยายตัวจนแสงสีแดงสาดลงปกคลุมผืนป่า เสาหินหกต้นที่ดับสนิทเริ่มสลายเป็นผง เผยให้เห็นอักขระโบราณซึ่งลอยขึ้นไปหมุนวนรอบรอยแยก เสาหินต้นสุดท้ายตั้งอยู่ใจกลางแท่นหินที่กำลังทรุดตัว แสงสีทองบนผิวเสาอ่อนแรงลงทุกขณะ ขณะที่เงามหึมาหลังรอยแยกเริ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้ เฟิงอ้าวเทียนมองภาพเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เขตแดนพังทลาย สิ่งที่อยู่เบื้องหลังอาจหลุดออกมาสู่โลกนี้ “อวิ๋นจง เสาหินต้นนั้นยังรับพลังได้อีกนานแค่ไหน” อวิ๋นจงรีบตรวจสอบแผ่นหยกในมือ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักใจ “หากไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง คงไม่เกินครึ่งชั่วยาม แต่ถ้ารอยแยกขยายตัวเร็วขึ้น เราอาจเหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ” มู่ชางกวาดตามองพื้นดินที่แยกออกเป็นร่องลึก “ถ้าเช่นนั้นก็ต้องรีบเข้าไปก่อนที่ทางขึ้นแท่นจะพังหมด” “ไม่ใช่แค่ขึ้นไปให้ถึง” หลินซีเหยากล่าวพลางชี้ไปยังเสาหินต้นสุดท้าย “ดูอักขระตรงฐานสิ มันไม่ได้เรียงเป็นวงป้องกัน แต่เป็นเส้นทางที่มุ่งเข้าสู่แกนกลางของเสา หากเราใส่พลังลงไปโดยไม่รู้ทิศทาง แรงสะท้อนอาจทำให้เสาแตกทันที” ทุกคนหันไปมองตามมือของนาง บนฐานหินมีเส้นอักขระสามสายพันก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status