หน้าหลัก / แฟนตาซี / ทายาทจักรพรรดิมังกร / บทที่ 65 ผู้ล่าจากห้วงกำเนิด

แชร์

บทที่ 65 ผู้ล่าจากห้วงกำเนิด

ผู้เขียน: โอสึเกะ
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-27 12:38:36

เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังสะท้อนมาจากปลายบันได

เฟิงอ้าวเทียนหยุดเดินทันที มือข้างหนึ่งยกขึ้นขวาง

หลินซีเหยา ขณะที่พลังมังกรทองไหลคลุมแขนอีกข้างอย่างระมัดระวัง

ความมืดเบื้องหน้าขยับตัวราวกับมีชีวิต เงาขนาดใหญ่ค่อย ๆ คลานออกมาจากผนังหิน เผยร่างอสูรเกล็ดสีดำสนิทซึ่งมีเขาสามคู่ ดวงตาสีแดงเรียงอยู่บนหน้าผาก และกรงเล็บยาวราวกับดาบ

สิ่งที่ทำให้เฟิงอ้าวเทียนขมวดคิ้วไม่ใช่รูปร่างของมัน แต่เป็นรอยแผลกลางอกที่มีลักษณะคล้ายหัวใจผลึกของเขา

“นั่นไม่ใช่มังกร” หลินซีเหยากระซิบ “แต่มีพลังสายเลือดมังกรอยู่ในร่างมากกว่าสัตว์อสูรทั่วไปหลายเท่า”

อสูรเงยหน้าขึ้น สูดลมหายใจเข้าอย่างช้า ๆ ก่อนจะหันดวงตาทั้งหกมาจับจ้องเฟิงอ้าวเทียน

“ผู้สืบทอด...”

เสียงแหบพร่าดังก้องในทางเดิน

“ส่งหัวใจคืนมา”

เฟิงอ้าวเทียนก้าวออกไปข้างหน้า

“หัวใจนี้หลอมรวมกับข้าแล้ว หากเจ้าต้องการมัน จงบอกเหตุผลมา”

อสูรแสยะเขี้ยว รอยแผลกลางอกเปิดออก เผยแก่นพลังสีแดงคล้ำที่เต้นเป็นจังหวะ

“เหตุผลของผู้บุกรุก...ไม่มีความหมาย”

มันพุ่งเข้ามาโดยไม่ให้โอกาสโต้ตอบ

เฟิงอ้าวเทียนยกแขนรับกรงเล็บ เสียงปะทะดังสนั่น แรงมหาศาลผลักเขาถอยไปหลายก้าว พื้นหินใต้เท้าแตกร้าวเป็นทาง ขณะที่หลินซีเหยาอ้อมไปด้านข้างเพื่อโจมตีจุดอ่อน

นางสะบัดมือ เรียกคมพลังสีฟ้าขาวสามสายพุ่งเข้าหาข้อต่อขาหน้าของอสูร แต่ก่อนคมพลังจะถึงเป้าหมาย เกล็ดสีดำบนร่างมันกลับแยกออกเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วหมุนวนเป็นโล่

คมพลังทั้งหมดถูกเบี่ยงออก

“มันปรับตัวตามรูปแบบการโจมตี!” หลินซีเหยาตะโกน “อย่าใช้วิธีเดิมซ้ำ!”

เฟิงอ้าวเทียนหลบกรงเล็บที่ฟาดลงมา ก่อนปล่อยพลังสีทองกระแทกใส่พื้นเพื่อเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวของตน เขาพุ่งผ่านใต้ลำตัวอสูรและฟาดกรงเล็บมังกรใส่รอยแผลกลางอก

ประกายทองกระจายออก แต่รอยแผลกลับดูดกลืนพลังของเขาเข้าไป

หัวใจผลึกในอกเฟิงอ้าวเทียนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ความเจ็บปวดแล่นจากกลางอกไปถึงปลายนิ้ว เขารีบถอนพลังกลับ ทว่ามีเส้นสีดำเส้นหนึ่งเลื้อยออกจากรอยแผลของอสูร พุ่งเข้าพันข้อมือเขาไว้แน่น

“อ้าวเทียน!”

หลินซีเหยาพุ่งเข้าหาเส้นพลัง แต่พื้นใต้เท้ากลับระเบิดขึ้นก่อน เสาหินสีดำผุดขึ้นเป็นกรงล้อมนางไว้ อักขระสีแดงสว่างวาบบนผนังกรง ขัดขวางไม่ให้นางส่งพลังออกไปด้านนอก

อสูรออกแรงกระชาก เฟิงอ้าวเทียนถูกดึงเข้าใกล้มันทีละน้อย

“หัวใจที่เจ้าครอบครอง...เป็นของต้นกำเนิด”

“ถ้าเป็นเช่นนั้น เหตุใดมันจึงเลือกหลอมรวมกับข้า”

เฟิงอ้าวเทียนฝืนยกศีรษะขึ้น

“หรือเจ้าเพียงต้องการทำลายผู้ที่ถือครองมัน เพราะกลัวว่าข้าจะควบคุมพลังได้”

ดวงตาสีแดงทั้งหกหรี่ลงพร้อมกัน

อสูรคำรามแล้วกระแทกเขาลงกับพื้น แรงปะทะทำให้เลือดไหลออกจากมุมปากของเฟิงอ้าวเทียน เส้นสีดำบนข้อมือเริ่มไต่ขึ้นสู่แขน ขณะที่หัวใจผลึกถูกบีบให้เต้นผิดจังหวะ

หลินซีเหยอไม่เสียเวลาพยายามทำลายกรง นางคุกเข่าลงตรวจสอบอักขระบนพื้นอย่างรวดเร็ว เส้นพลังทุกเส้นมุ่งเข้าสู่เสาหินต้นเดียวกัน ซึ่งตั้งอยู่หลังอสูร

นางวางฝ่ามือบนพื้นและปล่อยพลังเพียงเล็กน้อยเพื่อทดสอบ

อักขระสีแดงตอบสนองทันที จากนั้นเส้นแสงก็ไหลย้อนกลับไปยังเสาหินต้นนั้น

“เจอแล้ว!”

หลินซีเหยาหยิบมีดสั้นออกมา กรีดปลายนิ้วให้เลือดหยดลงบนอักขระวงนอก แล้วใช้เลือดของตนเป็นตัวนำพลังแทนการปล่อยพลังโดยตรง

วงอักขระชั้นแรกดับลง

กรงหินสั่นสะเทือน แต่ยังไม่แตก

นางเปลี่ยนตำแหน่งมีดอย่างรวดเร็ว ตัดเส้นเชื่อมระหว่างอักขระสองจุด ทำให้พลังที่เคยไหลเข้าสู่กรงหยุดชะงัก

รอยแตกปรากฏขึ้นบนเสาหิน

“อ้าวเทียน! เส้นสีดำที่แขนเจ้าไม่ได้ยึดร่างเจ้าเพียงอย่างเดียว มันกำลังดึงหัวใจผลึกออกจากแก่นมังกรด้วย อย่าปะทะกับมันตรง ๆ!”

เฟิงอ้าวเทียนได้ยินเสียงนางชัดเจน แม้ร่างจะถูกกดติดกับพื้น เขาหยุดพยายามดึงเส้นสีดำออก แล้วหันไปควบคุมพลังทองให้ไหลเวียนรอบหัวใจผลึกแทน

เขาไม่ผลักพลังออกไปอีก แต่สร้างวงป้องกันชั้นบางไว้ภายในร่าง

เส้นสีดำที่กำลังไต่ขึ้นแขนชะงักลง

อสูรส่งเสียงคำรามอย่างไม่พอใจ ก่อนยกกรงเล็บขึ้นเตรียมแทงลงกลางอกเขา

ทันใดนั้น กรงหินที่ขังหลินซีเหยาก็ระเบิดออก

นางพุ่งออกมาพร้อมกระแสพลังสีฟ้าขาว แล้วฟันอาวุธใส่เสาหินต้นที่เป็นศูนย์กลางของอักขระ

ฉัวะ!

เสาหินขาดออกเป็นสองท่อน

เส้นสีดำบนข้อมือเฟิงอ้าวเทียนคลายตัวทันที อสูรชะงักกลางการโจมตี ดวงตาทั้งหกสั่นไหวอย่างรุนแรง

เฟิงอ้าวเทียนใช้จังหวะนั้นพลิกตัวหลบกรงเล็บ ก่อนลุกขึ้นยืนและเรียกหอกมังกรทองขึ้นมาในมือ

“ซีเหยา ถอยออกไป!”

หลินซีเหยากระโดดหลบไปด้านข้าง ขณะที่เฟิงอ้าวเทียนแทงหอกเข้าหารอยแผลกลางอกของอสูร แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้ปล่อยพลังทองเข้าไปในแก่นสีแดงคล้ำ

เขาใช้ปลายหอกกดรอบขอบรอยแผล แล้วปล่อยพลังสีแดงจากหัวใจผลึกเพียงเส้นบาง ๆ เข้าไปแตะขอบแก่นพลัง

อสูรหยุดเคลื่อนไหวทันที

เสียงกรีดร้องดังออกจากลำคอของมัน ไม่ใช่เสียงของสัตว์ที่กำลังบาดเจ็บ แต่เป็นเสียงของบางสิ่งที่ถูกปลดพันธนาการจากภายใน

เกล็ดสีดำเริ่มหลุดออกทีละแผ่น เผยให้เห็นลวดลายสีเงินซึ่งซ่อนอยู่ใต้เกราะหนา เส้นพลังสีดำที่เคยยึดร่างมันค่อย ๆ แตกสลาย

“หยุดเดี๋ยวนี้!” อสูรคำราม “หากแก่นนี้เป็นอิสระ ผนึกชั้นนอกจะสูญเสียผู้เฝ้าประตู!”

หลินซีเหยาหันไปมองเสาหินที่พังลง

“ผู้เฝ้าประตูหมายถึงเจ้าใช่หรือไม่”

อสูรไม่ตอบ มันสะบัดร่างอย่างรุนแรงจนหอกมังกรทองหลุดจากมือเฟิงอ้าวเทียน แต่การเคลื่อนไหวนั้นกลับทำให้แก่นพลังสีแดงคล้ำหลุดจากการยึดเกาะของเส้นสีดำมากขึ้น

เฟิงอ้าวเทียนคว้าแก่นพลังไว้ด้วยมือเปล่า

ความร้อนแผดเผาฝ่ามือจนผิวหนังแตกร้าว เขากัดฟันอดทน แล้วใช้พลังทองสร้างวงแหวนล้อมแก่นพลัง ขณะที่หลินซีเหยาปล่อยอักขระสีฟ้าขาวเข้าประคองอีกด้าน

“ข้าจะดึงพลังที่ควบคุมเจ้าออกมา” เฟิงอ้าวเทียนกล่าว “แต่เจ้าต้องหยุดต่อต้าน”

อสูรทรุดลงกับพื้น ดวงตาสีแดงคล้ำเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเงิน

“เจ้าคิดว่าทำได้หรือ...”

“ข้าไม่ได้คิดว่ามันง่าย”

เฟิงอ้าวเทียนเพิ่มแรงประคองเพียงเล็กน้อย

“แต่ข้าจะไม่ทำลายแก่นของเจ้าเพื่อให้ตัวเองผ่านทางนี้ไปได้”

คำพูดนั้นทำให้อสูรนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนมันจะค่อย ๆ ลดกรงเล็บลง

หลินซีเหยารีบสร้างวงอักขระสามชั้นล้อมแก่นพลัง พลังสีดำถูกดึงออกมาจากรอยแผลกลางอกเป็นเส้นยาว ก่อนสลายเป็นควันและถูกวงอักขระกักไว้

เมื่อเส้นสุดท้ายหลุดออก อสูรก็ล้มลงกับพื้น

ร่างขนาดมหึมาหดเล็กลงทีละน้อย เกล็ดดำหลุดออกจนเหลือเพียงเกราะสีเงินหม่น ดวงตาทั้งหกเหลือเพียงสองดวง มันหอบหายใจอย่างหนัก ก่อนเงยหน้ามองเฟิงอ้าวเทียน

“ข้าคือผู้เฝ้าประตูชั้นแรก...ถูกคำสั่งเก่าบังคับให้กำจัดทุกคนที่เข้าใกล้แก่นต้นกำเนิด”

“ใครเป็นผู้สร้างคำสั่งนั้น” หลินซีเหยาถาม

ผู้เฝ้าประตูส่ายหน้า

“ข้าจำผู้สร้างไม่ได้ สิ่งที่เหลืออยู่ในความทรงจำมีเพียงคำสั่งให้ปกป้องแก่นพลัง และกำจัดผู้ที่นำหัวใจมังกรเข้ามา”

เฟิงอ้าวเทียนมองแก่นพลังสีแดงคล้ำในมือ มันไม่ใช่หัวใจผลึกของเขา แต่มีความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างเชื่อมโยงอยู่กับพลังในอก

“ทางข้างหน้ามีอะไร”

ผู้เฝ้าประตูยกกรงเล็บที่สั่นเทาขึ้น ชี้ไปยังประตูเหล็กสีเงินซึ่งค่อย ๆ ปรากฏหลังเสาหินที่พังลง

“ห้องต้นกำเนิดอยู่หลังประตูนั้น แต่ข้าขอเตือนเจ้า...หัวใจที่กลับคืนสู่ร่าง ไม่ได้หมายความว่าต้นกำเนิดจะยอมรับผู้สืบทอด”

มันหยุดหายใจครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวต่อ

“เมื่อเจ้าเปิดประตู พลังทุกสายเลือดที่หลับใหลอยู่ในอาณาจักรจะตอบสนอง และผู้ที่ถือครองสายเลือดเหล่านั้นอาจสูญเสียการควบคุม”

หลินซีเหยาขมวดคิ้ว

“หากพลังตื่นขึ้นพร้อมกัน คนจำนวนมากอาจได้รับอันตราย”

“ใช่” ผู้เฝ้าประตูตอบ “และหากผู้สืบทอดไม่อาจควบคุมหัวใจมังกรได้ พลังต้นกำเนิดจะเลือกผู้ครอบครองคนใหม่ด้วยวิธีของมันเอง”

เฟิงอ้าวเทียนกำมือแน่น ความหมายของคำเตือนนั้นชัดเจน หากเขาเปิดประตูโดยไม่เตรียมพร้อม ผลกระทบอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่ใต้พระราชฐาน

เขาหันไปหาหลินซีเหยา

“เราต้องหาวิธีจำกัดผลกระทบก่อนเปิดประตู”

หลินซีเหยาพยักหน้า

“ข้าจะตรวจสอบอักขระรอบประตู ส่วนเจ้าควบคุมหัวใจผลึกไม่ให้ตอบสนองเกินขอบเขต หากพบว่าพลังเริ่มไหลออกไปถึงอาณาจักร เราต้องหยุดทันที”

เฟิงอ้าวเทียนเริ่มประคองพลังในอกให้สงบลง ขณะที่หลินซีเหยาเดินเข้าไปตรวจสอบลวดลายบนประตูเหล็ก

นางพบอักขระเจ็ดชั้นเรียงซ้อนกัน แต่ละชั้นเชื่อมกับเสาหินที่พวกเขาเพิ่งผ่าน หากเปิดประตูโดยทำลายอักขระทั้งหมด พลังต้นกำเนิดจะไหลออกไปอย่างไม่มีสิ่งกั้น

“ข้าเจอทางแล้ว” นางกล่าว “เราไม่จำเป็นต้องทำลายผนึกทั้งเจ็ดชั้น แค่เปิดช่องทางให้พลังของเจ้าเข้าไปถึงห้องด้านใน โดยคงชั้นนอกไว้เป็นตัวกั้น”

เฟิงอ้าวเทียนเดินมาหยุดข้างนาง

“ทำได้หรือไม่”

“ถ้าเราประสานพลังกันได้แม่นยำพอ”

ทั้งสองเริ่มลงมือ เฟิงอ้าวเทียนส่งพลังทองผ่านอักขระชั้นนอก ส่วนหลินซีเหยาควบคุมพลังสีฟ้าขาวให้ไหลตามช่องว่างระหว่างลวดลาย เพื่อแยกเส้นทางของพลังแดงออกจากวงจรหลัก

ประตูเหล็กสั่นสะเทือน เส้นแสงสีทองค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตรงกลาง

แต่ก่อนช่องเปิดจะสมบูรณ์ พลังสีแดงจากส่วนลึกกลับพุ่งสวนออกมา กระแทกทั้งคู่จนถอยไปคนละด้าน

หัวใจผลึกในอกเฟิงอ้าวเทียนเต้นแรงจนเขาทรุดเข่าลง

หลินซีเหยาพยายามลุกขึ้น ทว่าพื้นหินใต้เท้ากลับเปลี่ยนเป็นสีแดงเข้ม อักขระทั้งหมดดับลงพร้อมกัน

เสียงหนึ่งดังออกมาจากหลังประตูเหล็ก

“ผู้สืบทอดหยุดผู้เฝ้าประตูได้...แต่ยังไม่ผ่านการทดสอบ”

ประตูสั่นอย่างรุนแรง รอยแยกสีดำปรากฏตรงกลาง ก่อนมีกรงเล็บขนาดใหญ่แทงทะลุออกมาและฉีกประตูเหล็กให้เปิดออกครึ่งหนึ่ง

แรงกดดันที่หนักหน่วงกว่ามังกรเจ็ดเศียรหลายเท่าระเบิดออกจากด้านใน

ผู้เฝ้าประตูสีเงินเงยหน้าขึ้นด้วยความหวาดกลัว

“เป็นไปไม่ได้...มันไม่ควรตื่นขึ้นในเวลานี้!”

เฟิงอ้าวเทียนฝืนลุกขึ้นยืน ขณะที่หลินซีเหยาเข้ามาประคองแขนเขา ทั้งสองจ้องผ่านช่องประตูที่เปิดออก

ภายในห้องมืดสนิท มีดวงตาสีทองคู่หนึ่งลืมขึ้นเหนือแท่นหิน และเสียงคำรามต่ำก็ดังก้องไปทั่วเขตแดนต้นกำเนิด

“ในที่สุด...ข้าก็ได้กลิ่นของหัวใจที่หายไป”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 65 ผู้ล่าจากห้วงกำเนิด

    เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังสะท้อนมาจากปลายบันไดเฟิงอ้าวเทียนหยุดเดินทันที มือข้างหนึ่งยกขึ้นขวางหลินซีเหยา ขณะที่พลังมังกรทองไหลคลุมแขนอีกข้างอย่างระมัดระวังความมืดเบื้องหน้าขยับตัวราวกับมีชีวิต เงาขนาดใหญ่ค่อย ๆ คลานออกมาจากผนังหิน เผยร่างอสูรเกล็ดสีดำสนิทซึ่งมีเขาสามคู่ ดวงตาสีแดงเรียงอยู่บนหน้าผาก และกรงเล็บยาวราวกับดาบสิ่งที่ทำให้เฟิงอ้าวเทียนขมวดคิ้วไม่ใช่รูปร่างของมัน แต่เป็นรอยแผลกลางอกที่มีลักษณะคล้ายหัวใจผลึกของเขา“นั่นไม่ใช่มังกร” หลินซีเหยากระซิบ “แต่มีพลังสายเลือดมังกรอยู่ในร่างมากกว่าสัตว์อสูรทั่วไปหลายเท่า”อสูรเงยหน้าขึ้น สูดลมหายใจเข้าอย่างช้า ๆ ก่อนจะหันดวงตาทั้งหกมาจับจ้องเฟิงอ้าวเทียน“ผู้สืบทอด...”เสียงแหบพร่าดังก้องในทางเดิน“ส่งหัวใจคืนมา”เฟิงอ้าวเทียนก้าวออกไปข้างหน้า“หัวใจนี้หลอมรวมกับข้าแล้ว หากเจ้าต้องการมัน จงบอกเหตุผลมา”อสูรแสยะเขี้ยว รอยแผลกลางอกเปิดออก เผยแก่นพลังสีแดงคล้ำที่เต้นเป็นจังหวะ“เหตุผลของผู้บุกรุก...ไม่มีความหมาย”มันพุ่งเข้ามาโดยไม่ให้โอกาสโต้ตอบเฟิงอ้าวเทียนยกแขนรับกรงเล็บ เสียงปะทะดังสนั่น แรงมหาศาลผลักเขาถอยไปหลายก้าว พื้นหินใต้เท้าแ

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 64 มังกรเจ็ดเศียรแห่งต้นกำเนิด

    ก้าวแรกที่เฟิงอ้าวเทียนเหยียบลงบนพื้นอีกด้านของประตู วงแหวนสีแดงใต้ฝ่าเท้าก็สว่างวาบขึ้นทันที เส้นแสงนับไม่ถ้วนพุ่งออกไปตามพื้นหิน ก่อนจะเชื่อมต่อกันเป็นลวดลายมังกรขนาดมหึมาหลินซีเหยาคว้าแขนเขาไว้โดยสัญชาตญาณ“อย่าเพิ่งขยับ พื้นที่นี่กำลังตอบสนองต่อพลังในตัวเจ้า”เฟิงอ้าวเทียนหยุดฝีเท้า ดวงตาสีทองจับจ้องลวดลายที่กำลังเคลื่อนตัวใต้พื้น“ข้าไม่ได้ปล่อยพลังออกมา”“นั่นแหละที่น่ากังวล พลังของเจ้ากำลังถูกดึงออกไปเอง”คำพูดของนางเพิ่งจบลง วงแหวนสีแดงก็หมุนอย่างรวดเร็ว แรงกดดันมหาศาลกระแทกลงมาจากทุกทิศทาง เฟิงอ้าวเทียนรู้สึกราวกับมีภูเขาทั้งลูกกดทับร่าง กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่น พลังสีทองและสีแดงในอกพลันปั่นป่วนเขากัดฟันยกมือขึ้นสร้างเกราะมังกรทอง แต่เกราะเพิ่งก่อตัวก็ถูกแรงกดดันบีบจนแตกร้าว“อ้าวเทียน!”หลินซีเหยาปล่อยพลังของตนเข้าสู่พื้นหิน ลวดลายสีฟ้าขาวแผ่กระจายจากปลายเท้า กลายเป็นวงอักขระซ้อนทับวงแหวนสีแดง นางไม่ได้พยายามต่อต้านแรงกดดันโดยตรง แต่เลือกตัดเส้นพลังที่ไหลเข้าสู่ร่างของเฟิงอ้าวเทียนพื้นหินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนเส้นแสงสีแดงสามสายจะขาดผึงแรงกดดันเบาลงชั่วขณะ“ข้าตัดเ

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 63 อสูรใต้หัวใจมังกร

    ดวงตาสีแดงสามคู่เปิดขึ้นพร้อมกันจากรอยแยกใต้แท่นหิน แรงกดดันมหาศาลระเบิดออกมาจนรูปสลักมังกรทองรอบห้องสั่นสะเทือน ฝุ่นหินร่วงลงจากเพดาน ขณะที่หัวใจผลึกสีทองลอยอยู่ตรงหน้าอกของเฟิงอ้าวเทียนเสียงคำรามต่ำดังขึ้นจากใต้พื้น ก่อนกรงเล็บสีดำขนาดใหญ่จะยื่นออกมาจากรอยแยก มันเกาะขอบแท่นหินแล้วออกแรงดึงร่างของตนขึ้นมา เกล็ดสีดำปกคลุมทั่วลำตัว มีเส้นสีแดงไหลเวียนอยู่ตามรอยแตก และเขี้ยวยาวสะท้อนแสงสีทองจากหัวใจผลึกมู่ชางชักกระบี่ออกจากฝักทันที“ทุกคนถอยออกจากแท่น!”ซูเหวินสร้างม่านพลังป้องกันให้อวิ๋นจงกับหลัวจิ้ง แต่แรงกดดันจากอสูรทำให้ม่านแสงสั่นไหวราวกับพร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อหลินซีเหยาไม่ถอยหนี นางจับแขนเฟิงอ้าวเทียนไว้แน่นและตรวจดูการไหลเวียนของพลังในร่างเขา“หัวใจผลึกกำลังดึงพลังสีแดงของเจ้าออกไป แต่ขณะเดียวกันมันก็ถ่ายทอดบางอย่างกลับเข้ามา หากเจ้าปล่อยให้มันหลอมรวมโดยไม่ควบคุม พลังทั้งสองอาจปะทุพร้อมกัน”เฟิงอ้าวเทียนมองหัวใจผลึกที่ลอยอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกเจ็บปวดแผ่กระจายจากอกไปถึงปลายนิ้ว ทว่าในความเจ็บนั้น เขากลับสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นที่คุ้นเคยมันไม่ใช่เพียงพลังที่ตอบสนองต่อสายเล

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 62 ใต้บัลลังก์มังกร

    บันไดหินทอดลึกลงไปใต้พระราชฐาน แสงจากคบเพลิงสองข้างทางสั่นไหวตามแรงสั่นสะเทือนที่ส่งมาจากส่วนลึก เสียงระฆังบัลลังก์ยังคงดังก้องเป็นระยะ แต่ละครั้งที่เสียงกระทบผนัง เฟิงอ้าวเทียนจะรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่พยายามแทรกเข้ามาในแก่นมังกรของตนหลินซีเหยาเดินอยู่ข้างเขา นางสังเกตเห็นว่าลวดลายสีแดงเหนือหัวใจของเขาส่องแสงทุกครั้งที่เสียงระฆังดังขึ้น“พลังที่อยู่ใต้บัลลังก์กำลังตอบสนองต่อเจ้า หากมันดึงพลังสีแดงออกไปมากกว่านี้ อาจส่งผลต่อการควบคุมแก่นมังกรของเจ้า”“ข้ารู้สึกได้”เฟิงอ้าวเทียนตอบพลางชะลอฝีเท้า“แต่สิ่งที่เรียกข้าไม่ได้มีเพียงพลังสีแดง ข้ายังสัมผัสได้ถึงพลังทองที่กำลังอ่อนแรงลงด้วย”อวิ๋นจงเดินตามหลังพร้อมแผ่นหยกโบราณ เขาพยายามกระตุ้นอักขระหลายครั้ง แต่แสงบนแผ่นหยกยังคงริบหรี่“สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นก่อนการสถาปนาอาณาจักรเฟิงหลงเสียอีก ตามบันทึกที่ข้าเคยอ่าน ใต้พระราชฐานมีห้องบรรจุแก่นพลังของมังกรทองผู้พิทักษ์ ทว่าห้องนั้นถูกปิดตายมานานจนไม่มีใครทราบตำแหน่งที่แน่นอน”มู่ชางมองรอยแตกบนผนัง“ถ้าห้องนั้นถูกปิดตาย แล้วสิ่งที่กำลังทำลายพระราชฐานอยู่ตอนนี้มาจากไหน”“อาจเป็นเพราะผนึกที่หุบ

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 61 บัลลังก์มังกรเรียกหา

    ประกายสีทองที่พุ่งออกจากหุบเขาลอยผ่านท้องฟ้าราวกับดาวตก ก่อนแยกตัวเป็นเส้นแสงหลายสายที่มุ่งไปยังทิศทางเดียวกัน เฟิงอ้าวเทียนยืนมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกประหลาดแล่นผ่านแก่นพลังมังกรของเขา ราวกับมีบางสิ่งกำลังเรียกหาเลือดเนื้อของตนเองจากดินแดนอันห่างไกลหลินซีเหยาสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของเขา“เจ้าได้ยินเสียงอะไรหรือ”“ไม่ใช่เสียง แต่เป็นแรงเรียกจากสายเลือด”เฟิงอ้าวเทียนยกมือแตะบริเวณเหนือหัวใจ ลวดลายสีแดงใต้เกล็ดทองเต้นเป็นจังหวะช้า ๆ“มันมาจากทางตะวันออกเฉียงเหนือ และดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับอาณาจักรเฟิงหลง”อวิ๋นจงได้ยินดังนั้นก็รีบเปิดแผนที่โบราณ เขากวาดตามองเส้นทางอยู่หลายครั้ง ก่อนหยุดนิ้วลงตรงบริเวณใจกลางอาณาจักร“หากทิศทางไม่ผิดพลาด จุดที่สายเลือดตอบสนองอาจเป็นนครหลวง”มู่ชางขมวดคิ้ว“แต่เหตุใดพลังจึงเพิ่งปรากฏหลังจากผนึกใต้ภูเขาสั่นสะเทือน หรือมีสิ่งใดในนครหลวงเกี่ยวข้องกับมังกรดำ”“ข้ายังตอบไม่ได้”อวิ๋นจงกล่าวตามตรง“แต่มีบันทึกเก่าชิ้นหนึ่งกล่าวถึงสถานที่ที่เรียกว่าแท่นบัลลังก์มังกร เป็นสถานที่ซึ่งจักรพรรดิองค์แรกใช้ประกอบพิธีรับรองสายเลือดของราชวงศ์ หลังจากนั้น

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 60 ผนึกมังกรสะเทือนสวรรค์

    รอยแยกบนท้องฟ้าขยายตัวจนแสงสีแดงสาดลงปกคลุมผืนป่า เสาหินหกต้นที่ดับสนิทเริ่มสลายเป็นผง เผยให้เห็นอักขระโบราณซึ่งลอยขึ้นไปหมุนวนรอบรอยแยก เสาหินต้นสุดท้ายตั้งอยู่ใจกลางแท่นหินที่กำลังทรุดตัว แสงสีทองบนผิวเสาอ่อนแรงลงทุกขณะ ขณะที่เงามหึมาหลังรอยแยกเริ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้ เฟิงอ้าวเทียนมองภาพเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เขตแดนพังทลาย สิ่งที่อยู่เบื้องหลังอาจหลุดออกมาสู่โลกนี้ “อวิ๋นจง เสาหินต้นนั้นยังรับพลังได้อีกนานแค่ไหน” อวิ๋นจงรีบตรวจสอบแผ่นหยกในมือ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักใจ “หากไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง คงไม่เกินครึ่งชั่วยาม แต่ถ้ารอยแยกขยายตัวเร็วขึ้น เราอาจเหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ” มู่ชางกวาดตามองพื้นดินที่แยกออกเป็นร่องลึก “ถ้าเช่นนั้นก็ต้องรีบเข้าไปก่อนที่ทางขึ้นแท่นจะพังหมด” “ไม่ใช่แค่ขึ้นไปให้ถึง” หลินซีเหยากล่าวพลางชี้ไปยังเสาหินต้นสุดท้าย “ดูอักขระตรงฐานสิ มันไม่ได้เรียงเป็นวงป้องกัน แต่เป็นเส้นทางที่มุ่งเข้าสู่แกนกลางของเสา หากเราใส่พลังลงไปโดยไม่รู้ทิศทาง แรงสะท้อนอาจทำให้เสาแตกทันที” ทุกคนหันไปมองตามมือของนาง บนฐานหินมีเส้นอักขระสามสายพันก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status