ANMELDENแรงสั่นสะเทือนจากใต้ภูเขาแผ่กระจายไปทั่วผืนป่า ต้นไม้ใหญ่เอนล้มลงทีละต้น พื้นดินแยกออกเป็นร่องยาว เผยให้เห็นเส้นพลังสีแดงเข้มที่ไหลเวียนอยู่ใต้ชั้นหินราวกับโลหิตของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา
เหนือท้องฟ้า เมฆดำหมุนวนเป็นเกลียวขนาดใหญ่ สายฟ้าสีดำแลบแปลบปลาบระหว่างกลุ่มเมฆ ก่อนฟาดลงบนยอดเขาทางตะวันออกจนยอดหินระเบิดกระจาย เฟิงอ้าวเทียนหยุดฝีเท้าทันทีเมื่อเกล็ดสีทองบนแขนส่องประกาย เส้นสีแดงเหนือหัวใจเต้นกระหน่ำราวกับกำลังตอบรับเสียงเรียกจากที่ไกลแสนไกล “มันกำลังเรียกข้า” เขากดมือทาบหน้าอก พยายามกดพลังทั้งสองสายที่เริ่มปะทะกันภายในร่าง หลินซีเหยามองเห็นเกล็ดสีทองบนแขนของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงสลับทอง ใบหน้าของนางเคร่งเครียดขึ้นทันที “อย่าฝืนกดมันไว้ หากพลังทั้งสองกระแทกกันต่อไป แก่นพลังมังกรของเจ้าจะได้รับความเสียหาย” “ถ้าข้าไม่กดมันไว้ พลังแดงนั่นอาจเข้าควบคุมร่างกายข้า” “เช่นนั้นก็อย่าปล่อยให้มันต่อสู้กันเพียงลำพัง” หลินซีเหยาก้าวเข้ามาอยู่ตรงหน้าเขา นางยื่นมือแตะบริเวณข้อมือที่มีเกล็ดสีทอง แล้วส่งพลังของตนเข้าไปอย่างระมัดระวัง พลังอุ่นบางเบาไหลผ่านเส้นชีพจรของเฟิงอ้าวเทียน ไม่ได้พยายามบังคับพลังสีแดงให้สงบลง แต่แทรกตัวเข้าไประหว่างพลังทั้งสองสายเพื่อแยกการปะทะออกจากกัน เฟิงอ้าวเทียนชะงักไปเล็กน้อย เขาสัมผัสได้ว่าความเจ็บปวดในอกลดลง แม้เสียงคำรามลึกจากใต้ภูเขายังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง “ซีเหยา เจ้าไม่จำเป็นต้องเสี่ยงไปกับข้า” “ข้ารู้ว่ากำลังทำอะไร” นางสบตาเขาอย่างไม่หวั่นไหว “หากพลังนี้เกี่ยวข้องกับสายเลือดของเจ้า การปล่อยให้เจ้ารับมือคนเดียวต่างหากที่อันตรายกว่า” เฟิงอ้าวเทียนไม่ได้กล่าวอะไรอีก เขาค่อย ๆ ปรับลมหายใจตามจังหวะพลังที่หลินซีเหยาช่วยประคอง ก่อนรวบรวมพลังมังกรทองให้ไหลไปตามเส้นชีพจรด้านซ้าย ส่วนพลังสีแดงถูกนำไปยังอีกเส้นทางหนึ่ง ทั้งสองสายเริ่มแยกออกจากกันได้ชั่วคราว ทว่าในวินาทีที่พลังสีแดงถูกแยกออกจากแก่นมังกรทอง เสียงคำรามจากใต้ภูเขากลับดังสนั่นยิ่งกว่าเดิม ตู้ม! ยอดเขาทางตะวันออกระเบิดออกจากด้านใน เศษหินขนาดมหึมาลอยขึ้นกลางอากาศโดยไม่ตกลงมา พื้นที่รอบภูเขาบิดเบี้ยวราวกับผืนฟ้าถูกมือที่มองไม่เห็นฉีกออกเป็นสองส่วน อวิ๋นจงรีบหยิบแผ่นหยกโบราณออกมา แต่คราวนี้อักขระบนแผ่นหยกไม่ได้ปรากฏเป็นตัวอักษรเรียงกัน หากกลับลอยออกมาเป็นเส้นแสงเจ็ดสาย พุ่งขึ้นไปเชื่อมกับท้องฟ้า “ถอยออกจากแนวภูเขาเดี๋ยวนี้!” เสียงของอวิ๋นจงดังแข่งกับแรงสั่นสะเทือน “เขตแดนโบราณกำลังแตก หากยังอยู่ตรงนี้ พวกเราจะถูกดึงเข้าไปพร้อมกับมัน!” มู่ชางคว้าตัวซูเหวินให้ถอยไปด้านหลัง ขณะที่เศษหินและรากไม้ถูกแรงดึงลึกลับยกขึ้นจากพื้น แต่เฟิงอ้าวเทียนกลับไม่อาจขยับตัวได้ เส้นพลังสีแดงจากใต้ดินพุ่งขึ้นมาพันรอบข้อเท้าของเขา ก่อนแผ่ขึ้นไปตามลำตัวอย่างรวดเร็ว พลังนั้นไม่ได้กัดกินเนื้อหนัง หากกลับหลอมรวมเข้ากับเส้นสีแดงเหนือหัวใจจนเกิดลวดลายคล้ายเกล็ดมังกรซ้อนกันหลายชั้น ภาพหนึ่งปรากฏขึ้นในห้วงจิตของเขา มังกรดำมหึมาถูกโซ่ทองตรึงอยู่กลางเหวลึก เบื้องหน้าของมันมีมังกรทองยืนขวางอยู่ ท่ามกลางสนามรบที่เต็มไปด้วยซากภูเขาและเปลวเพลิง มังกรทองไม่ได้โจมตีมังกรดำอีกต่อไป มันกลับก้มศีรษะลง แล้วดึงแก่นสีแดงออกจากอกของตนเอง แก่นพลังนั้นแตกออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งถูกผนึกไว้ในร่างมังกรดำ อีกส่วนหนึ่งหายไปในแสงสีทอง เสียงคำรามของมังกรดำดังก้องในความทรงจำ “เจ้าคิดว่าการแยกต้นกำเนิดออกเป็นสองส่วนจะหยุดข้าได้ตลอดไปหรือ!” ภาพพลันแตกสลาย เฟิงอ้าวเทียนสะดุ้งกลับสู่ความเป็นจริง เขาทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง เลือดไหลซึมจากมุมปาก พลังสีแดงรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นเงามังกรขนาดใหญ่ที่กำลังพยายามแทรกตัวเข้าสู่ร่างของเขา หลินซีเหยารู้ทันทีว่าหากปล่อยให้เงานั้นหลอมรวมอย่างสมบูรณ์ เฟิงอ้าวเทียนอาจสูญเสียการควบคุม นางถอนมือจากข้อมือเขาเพียงชั่วขณะ ก่อนยกมือทั้งสองขึ้นสร้างวงแหวนพลังสีฟ้าอ่อนรอบเงามังกร “เฟิงอ้าวเทียน มองข้า!” เขาได้ยินเสียงของนางท่ามกลางเสียงคำรามอื้ออึง “อย่าฟังเสียงของมัน จดจำพลังของตัวเองเอาไว้!” หลินซีเหยากัดฟันประคองวงแหวนพลัง แม้แรงกระแทกจากเงามังกรจะทำให้แขนของนางสั่นสะท้าน พลังของนางไม่อาจเอาชนะต้นกำเนิดสีแดงได้โดยตรง แต่ยังสามารถขัดขวางไม่ให้มันกลืนกินจิตสำนึกของเฟิงอ้าวเทียน เฟิงอ้าวเทียนเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีทองที่เกือบถูกสีแดงกลืนกินค่อย ๆ กลับคืนมา เขาไม่พยายามทำลายพลังสีแดงอีกต่อไป แทนที่จะต่อต้าน เขาใช้พลังมังกรทองสร้างเส้นแบ่งกลางแก่นพลังของตนเอง แล้วนำพลังสีแดงที่กำลังคลุ้มคลั่งไหลไปตามเส้นทางที่แยกไว้ “หากเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของต้นกำเนิดมังกรจริง ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าทำลายร่างนี้” เขากล่าวเสียงต่ำ “แต่เจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ยึดครองข้าเช่นกัน” พลังทองและแดงหมุนวนรอบร่าง ก่อนแยกออกเป็นมังกรสองตัว ตัวหนึ่งสีทอง อีกตัวสีแดงเข้ม ทั้งคู่ไม่ได้พุ่งเข้าหากัน แต่ขดตัวเป็นวงคู่ขนานเหนือศีรษะของเขา แรงดึงจากใต้ดินหยุดชะงักไปชั่วขณะ หลินซีเหยาผ่อนลมหายใจ นางลดมือลงเมื่อเห็นว่าพลังของเฟิงอ้าวเทียนเริ่มอยู่ภายใต้การควบคุม แต่ความสงบกลับอยู่ได้ไม่นาน เสียงโซ่ขาดดังมาจากใต้ภูเขา ตามด้วยเสียงคำรามที่ทำให้เมฆดำทั้งผืนแยกออกเป็นวงกว้าง ร่างมังกรดำปรากฏเหนือยอดเขาเพียงชั่วพริบตา เกล็ดของมันแตกหักหลายแห่ง ทว่าแสงสีแดงที่ซึมออกจากรอยแตกกลับทำให้ท้องฟ้าสั่นสะเทือน ดวงตาสีแดงเข้มจับจ้องมายังเฟิงอ้าวเทียนโดยตรง “ในที่สุด เจ้าก็แยกพลังได้แล้ว” เสียงของมันไม่ได้ดังผ่านอากาศเพียงอย่างเดียว แต่สั่นสะเทือนเข้าไปในจิตใจของทุกคน อวิ๋นจงหน้าซีดเผือด แผ่นหยกในมือร้อนจนแทบจับไว้ไม่ได้ “นี่ไม่ใช่เพียงเงาของพลัง...มันส่งเจตจำนงออกมาได้แล้ว!” มู่ชางชักอาวุธออกจากฝักโดยไม่ลังเล ซูเหวินรวบรวมพลังสร้างม่านป้องกันให้ทุกคน แต่ม่านพลังกลับแตกร้าวทันทีที่แรงกดดันจากมังกรดำแผ่ลงมา เฟิงอ้าวเทียนลุกขึ้นยืน แม้ร่างกายยังได้รับบาดเจ็บ เขาก็ก้าวไปยืนข้างหลินซีเหยาแทนที่จะให้นางอยู่ด้านหน้าเพียงลำพัง “เจ้าคือสิ่งที่ถูกผนึกไว้ใต้ภูเขา” มังกรดำแสยะยิ้ม เผยเขี้ยวสีดำสนิท “คำเรียกนั้นไม่ผิด แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด” มันก้มศีรษะลงเล็กน้อย ดวงตาจับจ้องลวดลายสีแดงเหนือหัวใจของเฟิงอ้าวเทียน “สิ่งที่อยู่ในตัวเจ้าไม่ใช่เศษพลังที่หลงเหลือจากข้า มันคืออีกครึ่งหนึ่งของต้นกำเนิดที่ถูกแยกออกไปในวันนั้น” เฟิงอ้าวเทียนกำหมัดแน่น “หากต้องการพลังส่วนนี้ ก็เข้ามาเอาไปด้วยตัวเอง” “ข้ายังไม่อาจออกจากเขตผนึกได้ทั้งหมด” มังกรดำกล่าวอย่างเยือกเย็น “แต่เจ้าจะเป็นผู้เปิดทางให้ข้าเอง ไม่ว่าเจ้าจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม” ทันใดนั้น มันอ้าปากปล่อยลำแสงสีแดงพุ่งลงมาจากฟากฟ้า เป้าหมายไม่ใช่เฟิงอ้าวเทียน แต่เป็นแผ่นหยกโบราณในมืออวิ๋นจง “ระวัง!” หลินซีเหยาร้องเตือนพร้อมผลักอวิ๋นจงออกจากแนวลำแสง เฟิงอ้าวเทียนยกมือขึ้นเรียกมังกรทองให้พุ่งเข้าปะทะ ทว่าลำแสงสีแดงกลับแยกตัวกลางอากาศและอ้อมผ่านพลังทองไปได้ส่วนหนึ่ง หลินซีเหยาตัดสินใจทันที นางใช้พลังของตนสร้างม่านแสงสีฟ้ารับลำแสงที่แยกออกมา แรงปะทะผลักร่างของนางถอยไปหลายก้าว แต่ก็เปลี่ยนทิศทางการโจมตีจนแผ่นหยกรอดพ้นจากการถูกทำลาย เศษพลังสีแดงตกกระทบพื้น ก่อให้เกิดเปลวไฟสีดำที่ลุกไหม้โดยไม่มีควัน เฟิงอ้าวเทียนฉวยจังหวะนั้นส่งมังกรทองเข้าพันรอบลำแสงหลัก ก่อนบิดพลังให้เบี่ยงขึ้นสู่ท้องฟ้า แสงสีแดงระเบิดเหนือภูเขา เมฆดำแหวกออกเป็นช่องขนาดใหญ่ เผยให้เห็นรอยแยกที่เต็มไปด้วยดวงดาวซึ่งไม่ควรปรากฏในเวลากลางวัน ทุกคนมองภาพนั้นด้วยความตื่นตะลึง เขตแดนโบราณไม่ได้เพียงแตกสลาย มันกำลังเชื่อมต่อกับพื้นที่อีกแห่งหนึ่งที่อยู่เหนือกฎของโลกใบนี้ มังกรดำหยุดโจมตี ดวงตาของมันหรี่ลงเมื่อเห็นรอยแยกบนท้องฟ้า “เร็วเกินไป...” เสียงของมันแผ่วเบาลงเป็นครั้งแรก เฟิงอ้าวเทียนจับสังเกตความเปลี่ยนแปลงนั้นได้ “เจ้าก็ไม่ได้ควบคุมทุกอย่างอย่างที่พูด” มังกรดำหันกลับมาจ้องเขา ก่อนเสียงคำรามจะสั่นสะเทือนทั่วหุบเขา “จงรักษาชีวิตของเจ้าไว้ให้ดี ผู้สืบทอด เพราะเมื่อรอยแยกเปิดเต็มที่ สิ่งที่อยู่เบื้องหลังข้าจะไม่ยอมให้เจ้ามีโอกาสเลือกอีก” ร่างของมันเริ่มจางหายไปพร้อมกับหมอกดำ ทว่าก่อนจะหายไปอย่างสมบูรณ์ มันสะบัดหางใส่ภูเขาเบื้องล่าง แรงกระแทกทำให้ผนังหินพังทลาย เผยให้เห็นเสาหินเจ็ดต้นที่ฝังอยู่รอบแกนกลางของเขตผนึก เสาหกต้นดับแสงไปแล้ว เหลือเพียงต้นสุดท้ายที่ยังส่องประกายสีทองริบหรี่ อวิ๋นจงมองเสาหินเหล่านั้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “เสาทั้งเจ็ดคือแกนรักษาเขตแดน หากต้นสุดท้ายดับลง รอยแยกบนฟ้าจะเปิดออกอย่างสมบูรณ์” “แล้วเราต้องทำอย่างไรถึงจะหยุดมันได้” หลินซีเหยาถามทันที อวิ๋นจงส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนก้มมองแผ่นหยกที่มีอักขระใหม่ปรากฏขึ้น “ไม่ใช่การซ่อมเสาหิน แต่ต้องทำให้ต้นกำเนิดทั้งสองกลับมาสมดุล หากพลังทองและแดงปะทะกันอีกครั้ง เขตแดนจะพังเร็วยิ่งกว่าเดิม” เฟิงอ้าวเทียนมองฝ่ามือของตนเอง มังกรทองยังคงหมุนวนอยู่ภายในเส้นชีพจร ขณะที่พลังสีแดงสงบนิ่งลงชั่วคราว แต่ลวดลายเหนือหัวใจกลับชัดเจนขึ้นกว่าเดิม เขาเข้าใจแล้วว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเอาชนะมังกรดำ หากเขาไม่เรียนรู้ที่จะควบคุมต้นกำเนิดทั้งสอง เขตแดนที่กักขังมันไว้ก็จะกลายเป็นประตูที่เขาเปิดออกด้วยมือตัวเอง หลินซีเหยาเดินเข้ามายืนข้างเขา “เราไม่จำเป็นต้องหาคำตอบทั้งหมดในตอนนี้ แต่ต้องหยุดรอยแยกก่อนที่มันจะขยายไปถึงอาณาจักร” เฟิงอ้าวเทียนพยักหน้า “ข้าจะควบคุมพลังทั้งสองให้ได้ ส่วนเจ้าช่วยหาวิธีประคองเสาหินต้นสุดท้าย” “ตกลง” นางตอบโดยไม่ลังเล ทั้งสองหันไปมองยอดเขาที่กำลังแตกร้าวพร้อมกัน เบื้องบน รอยแยกบนท้องฟ้าขยายออกทีละน้อย ขณะที่แสงสีทองจากเสาหินต้นสุดท้ายริบหรี่ลงทุกขณะ ไกลออกไปอีกฟากของรอยแยก เงาขนาดมหึมาค่อย ๆ เคลื่อนผ่านความมืด ดวงตาหลายคู่เปิดขึ้นพร้อมกัน ราวกับมีบางสิ่งรับรู้แล้วว่าผนึกที่กั้นระหว่างสองโลกกำลังจะสิ้นสุดลง และครั้งนี้ แม้แต่มังกรดำก็อาจไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวที่สุดอีกต่อไปเสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังสะท้อนมาจากปลายบันไดเฟิงอ้าวเทียนหยุดเดินทันที มือข้างหนึ่งยกขึ้นขวางหลินซีเหยา ขณะที่พลังมังกรทองไหลคลุมแขนอีกข้างอย่างระมัดระวังความมืดเบื้องหน้าขยับตัวราวกับมีชีวิต เงาขนาดใหญ่ค่อย ๆ คลานออกมาจากผนังหิน เผยร่างอสูรเกล็ดสีดำสนิทซึ่งมีเขาสามคู่ ดวงตาสีแดงเรียงอยู่บนหน้าผาก และกรงเล็บยาวราวกับดาบสิ่งที่ทำให้เฟิงอ้าวเทียนขมวดคิ้วไม่ใช่รูปร่างของมัน แต่เป็นรอยแผลกลางอกที่มีลักษณะคล้ายหัวใจผลึกของเขา“นั่นไม่ใช่มังกร” หลินซีเหยากระซิบ “แต่มีพลังสายเลือดมังกรอยู่ในร่างมากกว่าสัตว์อสูรทั่วไปหลายเท่า”อสูรเงยหน้าขึ้น สูดลมหายใจเข้าอย่างช้า ๆ ก่อนจะหันดวงตาทั้งหกมาจับจ้องเฟิงอ้าวเทียน“ผู้สืบทอด...”เสียงแหบพร่าดังก้องในทางเดิน“ส่งหัวใจคืนมา”เฟิงอ้าวเทียนก้าวออกไปข้างหน้า“หัวใจนี้หลอมรวมกับข้าแล้ว หากเจ้าต้องการมัน จงบอกเหตุผลมา”อสูรแสยะเขี้ยว รอยแผลกลางอกเปิดออก เผยแก่นพลังสีแดงคล้ำที่เต้นเป็นจังหวะ“เหตุผลของผู้บุกรุก...ไม่มีความหมาย”มันพุ่งเข้ามาโดยไม่ให้โอกาสโต้ตอบเฟิงอ้าวเทียนยกแขนรับกรงเล็บ เสียงปะทะดังสนั่น แรงมหาศาลผลักเขาถอยไปหลายก้าว พื้นหินใต้เท้าแ
ก้าวแรกที่เฟิงอ้าวเทียนเหยียบลงบนพื้นอีกด้านของประตู วงแหวนสีแดงใต้ฝ่าเท้าก็สว่างวาบขึ้นทันที เส้นแสงนับไม่ถ้วนพุ่งออกไปตามพื้นหิน ก่อนจะเชื่อมต่อกันเป็นลวดลายมังกรขนาดมหึมาหลินซีเหยาคว้าแขนเขาไว้โดยสัญชาตญาณ“อย่าเพิ่งขยับ พื้นที่นี่กำลังตอบสนองต่อพลังในตัวเจ้า”เฟิงอ้าวเทียนหยุดฝีเท้า ดวงตาสีทองจับจ้องลวดลายที่กำลังเคลื่อนตัวใต้พื้น“ข้าไม่ได้ปล่อยพลังออกมา”“นั่นแหละที่น่ากังวล พลังของเจ้ากำลังถูกดึงออกไปเอง”คำพูดของนางเพิ่งจบลง วงแหวนสีแดงก็หมุนอย่างรวดเร็ว แรงกดดันมหาศาลกระแทกลงมาจากทุกทิศทาง เฟิงอ้าวเทียนรู้สึกราวกับมีภูเขาทั้งลูกกดทับร่าง กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่น พลังสีทองและสีแดงในอกพลันปั่นป่วนเขากัดฟันยกมือขึ้นสร้างเกราะมังกรทอง แต่เกราะเพิ่งก่อตัวก็ถูกแรงกดดันบีบจนแตกร้าว“อ้าวเทียน!”หลินซีเหยาปล่อยพลังของตนเข้าสู่พื้นหิน ลวดลายสีฟ้าขาวแผ่กระจายจากปลายเท้า กลายเป็นวงอักขระซ้อนทับวงแหวนสีแดง นางไม่ได้พยายามต่อต้านแรงกดดันโดยตรง แต่เลือกตัดเส้นพลังที่ไหลเข้าสู่ร่างของเฟิงอ้าวเทียนพื้นหินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนเส้นแสงสีแดงสามสายจะขาดผึงแรงกดดันเบาลงชั่วขณะ“ข้าตัดเ
ดวงตาสีแดงสามคู่เปิดขึ้นพร้อมกันจากรอยแยกใต้แท่นหิน แรงกดดันมหาศาลระเบิดออกมาจนรูปสลักมังกรทองรอบห้องสั่นสะเทือน ฝุ่นหินร่วงลงจากเพดาน ขณะที่หัวใจผลึกสีทองลอยอยู่ตรงหน้าอกของเฟิงอ้าวเทียนเสียงคำรามต่ำดังขึ้นจากใต้พื้น ก่อนกรงเล็บสีดำขนาดใหญ่จะยื่นออกมาจากรอยแยก มันเกาะขอบแท่นหินแล้วออกแรงดึงร่างของตนขึ้นมา เกล็ดสีดำปกคลุมทั่วลำตัว มีเส้นสีแดงไหลเวียนอยู่ตามรอยแตก และเขี้ยวยาวสะท้อนแสงสีทองจากหัวใจผลึกมู่ชางชักกระบี่ออกจากฝักทันที“ทุกคนถอยออกจากแท่น!”ซูเหวินสร้างม่านพลังป้องกันให้อวิ๋นจงกับหลัวจิ้ง แต่แรงกดดันจากอสูรทำให้ม่านแสงสั่นไหวราวกับพร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อหลินซีเหยาไม่ถอยหนี นางจับแขนเฟิงอ้าวเทียนไว้แน่นและตรวจดูการไหลเวียนของพลังในร่างเขา“หัวใจผลึกกำลังดึงพลังสีแดงของเจ้าออกไป แต่ขณะเดียวกันมันก็ถ่ายทอดบางอย่างกลับเข้ามา หากเจ้าปล่อยให้มันหลอมรวมโดยไม่ควบคุม พลังทั้งสองอาจปะทุพร้อมกัน”เฟิงอ้าวเทียนมองหัวใจผลึกที่ลอยอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกเจ็บปวดแผ่กระจายจากอกไปถึงปลายนิ้ว ทว่าในความเจ็บนั้น เขากลับสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นที่คุ้นเคยมันไม่ใช่เพียงพลังที่ตอบสนองต่อสายเล
บันไดหินทอดลึกลงไปใต้พระราชฐาน แสงจากคบเพลิงสองข้างทางสั่นไหวตามแรงสั่นสะเทือนที่ส่งมาจากส่วนลึก เสียงระฆังบัลลังก์ยังคงดังก้องเป็นระยะ แต่ละครั้งที่เสียงกระทบผนัง เฟิงอ้าวเทียนจะรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่พยายามแทรกเข้ามาในแก่นมังกรของตนหลินซีเหยาเดินอยู่ข้างเขา นางสังเกตเห็นว่าลวดลายสีแดงเหนือหัวใจของเขาส่องแสงทุกครั้งที่เสียงระฆังดังขึ้น“พลังที่อยู่ใต้บัลลังก์กำลังตอบสนองต่อเจ้า หากมันดึงพลังสีแดงออกไปมากกว่านี้ อาจส่งผลต่อการควบคุมแก่นมังกรของเจ้า”“ข้ารู้สึกได้”เฟิงอ้าวเทียนตอบพลางชะลอฝีเท้า“แต่สิ่งที่เรียกข้าไม่ได้มีเพียงพลังสีแดง ข้ายังสัมผัสได้ถึงพลังทองที่กำลังอ่อนแรงลงด้วย”อวิ๋นจงเดินตามหลังพร้อมแผ่นหยกโบราณ เขาพยายามกระตุ้นอักขระหลายครั้ง แต่แสงบนแผ่นหยกยังคงริบหรี่“สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นก่อนการสถาปนาอาณาจักรเฟิงหลงเสียอีก ตามบันทึกที่ข้าเคยอ่าน ใต้พระราชฐานมีห้องบรรจุแก่นพลังของมังกรทองผู้พิทักษ์ ทว่าห้องนั้นถูกปิดตายมานานจนไม่มีใครทราบตำแหน่งที่แน่นอน”มู่ชางมองรอยแตกบนผนัง“ถ้าห้องนั้นถูกปิดตาย แล้วสิ่งที่กำลังทำลายพระราชฐานอยู่ตอนนี้มาจากไหน”“อาจเป็นเพราะผนึกที่หุบ
ประกายสีทองที่พุ่งออกจากหุบเขาลอยผ่านท้องฟ้าราวกับดาวตก ก่อนแยกตัวเป็นเส้นแสงหลายสายที่มุ่งไปยังทิศทางเดียวกัน เฟิงอ้าวเทียนยืนมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกประหลาดแล่นผ่านแก่นพลังมังกรของเขา ราวกับมีบางสิ่งกำลังเรียกหาเลือดเนื้อของตนเองจากดินแดนอันห่างไกลหลินซีเหยาสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของเขา“เจ้าได้ยินเสียงอะไรหรือ”“ไม่ใช่เสียง แต่เป็นแรงเรียกจากสายเลือด”เฟิงอ้าวเทียนยกมือแตะบริเวณเหนือหัวใจ ลวดลายสีแดงใต้เกล็ดทองเต้นเป็นจังหวะช้า ๆ“มันมาจากทางตะวันออกเฉียงเหนือ และดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับอาณาจักรเฟิงหลง”อวิ๋นจงได้ยินดังนั้นก็รีบเปิดแผนที่โบราณ เขากวาดตามองเส้นทางอยู่หลายครั้ง ก่อนหยุดนิ้วลงตรงบริเวณใจกลางอาณาจักร“หากทิศทางไม่ผิดพลาด จุดที่สายเลือดตอบสนองอาจเป็นนครหลวง”มู่ชางขมวดคิ้ว“แต่เหตุใดพลังจึงเพิ่งปรากฏหลังจากผนึกใต้ภูเขาสั่นสะเทือน หรือมีสิ่งใดในนครหลวงเกี่ยวข้องกับมังกรดำ”“ข้ายังตอบไม่ได้”อวิ๋นจงกล่าวตามตรง“แต่มีบันทึกเก่าชิ้นหนึ่งกล่าวถึงสถานที่ที่เรียกว่าแท่นบัลลังก์มังกร เป็นสถานที่ซึ่งจักรพรรดิองค์แรกใช้ประกอบพิธีรับรองสายเลือดของราชวงศ์ หลังจากนั้น
รอยแยกบนท้องฟ้าขยายตัวจนแสงสีแดงสาดลงปกคลุมผืนป่า เสาหินหกต้นที่ดับสนิทเริ่มสลายเป็นผง เผยให้เห็นอักขระโบราณซึ่งลอยขึ้นไปหมุนวนรอบรอยแยก เสาหินต้นสุดท้ายตั้งอยู่ใจกลางแท่นหินที่กำลังทรุดตัว แสงสีทองบนผิวเสาอ่อนแรงลงทุกขณะ ขณะที่เงามหึมาหลังรอยแยกเริ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้ เฟิงอ้าวเทียนมองภาพเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เขตแดนพังทลาย สิ่งที่อยู่เบื้องหลังอาจหลุดออกมาสู่โลกนี้ “อวิ๋นจง เสาหินต้นนั้นยังรับพลังได้อีกนานแค่ไหน” อวิ๋นจงรีบตรวจสอบแผ่นหยกในมือ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักใจ “หากไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง คงไม่เกินครึ่งชั่วยาม แต่ถ้ารอยแยกขยายตัวเร็วขึ้น เราอาจเหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ” มู่ชางกวาดตามองพื้นดินที่แยกออกเป็นร่องลึก “ถ้าเช่นนั้นก็ต้องรีบเข้าไปก่อนที่ทางขึ้นแท่นจะพังหมด” “ไม่ใช่แค่ขึ้นไปให้ถึง” หลินซีเหยากล่าวพลางชี้ไปยังเสาหินต้นสุดท้าย “ดูอักขระตรงฐานสิ มันไม่ได้เรียงเป็นวงป้องกัน แต่เป็นเส้นทางที่มุ่งเข้าสู่แกนกลางของเสา หากเราใส่พลังลงไปโดยไม่รู้ทิศทาง แรงสะท้อนอาจทำให้เสาแตกทันที” ทุกคนหันไปมองตามมือของนาง บนฐานหินมีเส้นอักขระสามสายพันก







