หน้าหลัก / แฟนตาซี / ทายาทจักรพรรดิมังกร / บทที่ 63 อสูรใต้หัวใจมังกร

แชร์

บทที่ 63 อสูรใต้หัวใจมังกร

ผู้เขียน: โอสึเกะ
last update วันที่เผยแพร่: 2026-10-27 12:37:06

ดวงตาสีแดงสามคู่เปิดขึ้นพร้อมกันจากรอยแยกใต้แท่นหิน แรงกดดันมหาศาลระเบิดออกมาจนรูปสลักมังกรทองรอบห้องสั่นสะเทือน ฝุ่นหินร่วงลงจากเพดาน ขณะที่หัวใจผลึกสีทองลอยอยู่ตรงหน้าอกของเฟิงอ้าวเทียน

เสียงคำรามต่ำดังขึ้นจากใต้พื้น ก่อนกรงเล็บสีดำขนาดใหญ่จะยื่นออกมาจากรอยแยก มันเกาะขอบแท่นหินแล้วออกแรงดึงร่างของตนขึ้นมา เกล็ดสีดำปกคลุมทั่วลำตัว มีเส้นสีแดงไหลเวียนอยู่ตามรอยแตก และเขี้ยวยาวสะท้อนแสงสีทองจากหัวใจผลึก

มู่ชางชักกระบี่ออกจากฝักทันที

“ทุกคนถอยออกจากแท่น!”

ซูเหวินสร้างม่านพลังป้องกันให้อวิ๋นจงกับหลัวจิ้ง แต่แรงกดดันจากอสูรทำให้ม่านแสงสั่นไหวราวกับพร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ

หลินซีเหยาไม่ถอยหนี นางจับแขนเฟิงอ้าวเทียนไว้แน่นและตรวจดูการไหลเวียนของพลังในร่างเขา

“หัวใจผลึกกำลังดึงพลังสีแดงของเจ้าออกไป แต่ขณะเดียวกันมันก็ถ่ายทอดบางอย่างกลับเข้ามา หากเจ้าปล่อยให้มันหลอมรวมโดยไม่ควบคุม พลังทั้งสองอาจปะทุพร้อมกัน”

เฟิงอ้าวเทียนมองหัวใจผลึกที่ลอยอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกเจ็บปวดแผ่กระจายจากอกไปถึงปลายนิ้ว ทว่าในความเจ็บนั้น เขากลับสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นที่คุ้นเคย

มันไม่ใช่เพียงพลังที่ตอบสนองต่อสายเลือดของเขา

หัวใจผลึกกำลังพยายามกลับไปยังตำแหน่งที่มันควรอยู่

“ข้าจะไม่ปล่อยให้มันควบคุมข้า”

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“แต่ข้าต้องรู้ก่อนว่าสิ่งที่อยู่ใต้แท่นเป็นอะไร”

อสูรสีดำดึงร่างขึ้นมาจนพ้นรอยแยกทั้งหมด ลำตัวของมันสูงเกือบเท่าห้องโถง ด้านหลังมีหางสามเส้นที่ปลายเป็นกระดูกแหลม ดวงตาทั้งสามคู่จับจ้องหัวใจผลึกโดยไม่ละสายตา

มันอ้าปาก เผยเขี้ยวที่มีเปลวไฟสีแดงลุกอยู่ตามขอบ

“คืนหัวใจมา!”

เสียงคำรามทำให้พื้นหินแตกร้าวเป็นวงกว้าง

อสูรพุ่งเข้าหาเฟิงอ้าวเทียนอย่างรวดเร็ว มู่ชางกระโจนเข้าขวางพร้อมฟันกระบี่ใส่ขาหน้าของมัน แต่คมกระบี่กระทบเกล็ดดำจนเกิดประกายไฟ ร่างของมู่ชางถูกแรงสะท้อนซัดกระเด็นไปชนเสาหิน

“มู่ชาง!”

ซูเหวินรีบปล่อยพลังเข้าไปรับร่างเขาไว้ก่อนกระแทกพื้น

อวิ๋นจงยกแผ่นหยกขึ้นอย่างเร่งรีบ อักขระบนแผ่นหยกปรากฏขึ้นทีละตัว ก่อนเรียงตัวเป็นรูปอสูรที่อยู่ตรงหน้า

“นี่คืออสูรเฝ้าหัวใจ! ตามบันทึกโบราณ มันถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องแก่นพลังของมังกรทอง แต่เหตุใดมันจึงโจมตีผู้สืบทอด”

หลินซีเหยาหันไปมองโซ่ดำที่ยังพันอยู่รอบหัวใจผลึก แล้วสังเกตเห็นเส้นพลังสีแดงเส้นหนึ่งพาดจากโซ่ลงไปยังอกของอสูร

“มันไม่ได้โจมตีเราเพราะต้องการทำลายหัวใจ แต่มันกำลังถูกบังคับให้แย่งหัวใจกลับไป!”

นางตะโกนบอกเฟิงอ้าวเทียน

“เส้นพลังที่อกของมันเชื่อมกับโซ่ดำ หากเราตัดเส้นนั้นได้ อาจหยุดการควบคุมมันได้ชั่วคราว!”

อสูรสะบัดหางทั้งสามเข้าโจมตีพร้อมกัน หางเส้นแรกฟาดใส่แท่นหิน หางเส้นที่สองกวาดเข้าหามู่ชางและซูเหวิน ส่วนหางเส้นสุดท้ายพุ่งตรงมาทางหลินซีเหยา

เฟิงอ้าวเทียนปล่อยพลังมังกรทองออกจากฝ่ามือ เกล็ดสีทองปรากฏปกคลุมแขน ก่อนเขาจะก้าวเข้าขวางหางที่พุ่งใส่นาง

ตูม!

แรงปะทะทำให้พื้นใต้เท้าของเขายุบลง แต่เขายังคงยืนหยัดอยู่ได้ มังกรทองขนาดย่อมพุ่งออกจากแขนและกัดรัดหางของอสูรไว้

“ซีเหยา หาจุดที่เชื่อมกับโซ่ให้พบ!”

“ข้ากำลังทำอยู่!”

หลินซีเหยอหมุนตัวหลบหางอีกเส้น ก่อนพุ่งไปยังด้านข้างของอสูร นางไม่ได้โจมตีเกล็ดหนาที่ปกคลุมลำตัว แต่ใช้พลังสีฟ้าแผ่เป็นเส้นบาง ๆ คล้ายตาข่าย ตรวจสอบการไหลเวียนของพลังรอบอกมัน

พลังสีแดงที่ไหลอยู่ใต้เกล็ดไม่ได้กระจายทั่วร่าง หากรวมตัวอยู่ตรงรอยแยกกลางอกและเชื่อมต่อกับโซ่ดำที่พันหัวใจผลึก

นางยกมือขึ้นทันที

“ตรงอก! จุดเชื่อมอยู่ตรงกลางอกของมัน!”

เฟิงอ้าวเทียนรวบรวมพลังมังกรทองเข้าที่ฝ่ามือ แต่ก่อนจะโจมตี เขากลับรู้สึกถึงแรงกระตุกจากหัวใจผลึก พลังสีแดงในร่างตอบสนองอย่างรุนแรงจนภาพบางอย่างแทรกเข้ามาในจิตใจ

เขาเห็นอสูรตัวเดียวกันยืนอยู่ท่ามกลางห้องโถงที่ยังสมบูรณ์ ดวงตาทั้งสามคู่ไม่ได้แดงฉานเหมือนตอนนี้ แต่เป็นสีทองหม่น มันหมอบอยู่ข้างหัวใจผลึกและปล่อยพลังสร้างเกราะป้องกันรอบแท่น

จากนั้นเงาสีดำพุ่งออกมาจากรอยแยกด้านหลัง โซ่เส้นหนึ่งแทงทะลุอกของมัน ก่อนพลังสีแดงจะไหลเข้าแทนที่แก่นพลังเดิม

ภาพความทรงจำดับลง

เฟิงอ้าวเทียนเข้าใจทันทีว่าอสูรตรงหน้าเคยเป็นผู้พิทักษ์ แต่ถูกพลังจากภายนอกเข้ายึดครอง

“มันไม่ได้เลือกเป็นศัตรู!”

เขาตะโกนบอกหลินซีเหยา

“เราต้องตัดพลังที่ควบคุมมันออก โดยไม่ทำลายแก่นพลังเดิม!”

หลินซีเหยาพยักหน้ารับ นางเปลี่ยนวิธีโจมตีทันที พลังสีฟ้าแผ่เป็นวงแหวนรอบอกอสูร แทนที่จะบีบทำลาย นางใช้มันประคองพลังเดิมที่ยังเหลืออยู่ไม่ให้ถูกกลืนกิน

“ข้าจะตรึงเส้นพลังแดงไว้ได้เพียงชั่วครู่ เจ้าต้องจัดการโซ่ดำ!”

เฟิงอ้าวเทียนรวบรวมพลังมังกรทองจนเกิดแสงเจิดจ้า แต่เขาไม่ได้ส่งพลังเข้าปะทะอสูรโดยตรง กลับควบคุมมังกรทองให้เลื้อยไปตามเส้นพลังที่เชื่อมระหว่างอกของอสูรกับหัวใจผลึก

มังกรทองพุ่งเข้าหาโซ่ดำ

อสูรคำรามลั่นและดิ้นรนอย่างรุนแรง หางทั้งสามฟาดไปทั่วห้องจนรูปสลักมังกรทองสองตัวแตกหัก มู่ชางฝืนลุกขึ้นจากพื้นและพุ่งเข้าไปตัดหางเส้นหนึ่งเพื่อเบี่ยงความสนใจ ส่วนซูเหวินช่วยสร้างม่านพลังป้องกันไม่ให้เศษหินกระเด็นใส่หลินซีเหยา

“เร็วเข้า! ข้าจะตรึงมันไว้ไม่ไหวแล้ว!”

หลินซีเหยากัดฟันประคองวงแหวนพลัง แสงสีฟ้าเริ่มแตกร้าวทีละเส้น

เฟิงอ้าวเทียนส่งพลังมังกรทองเข้าไปตามโซ่ดำ แต่ทันทีที่พลังสัมผัสกับโซ่ ลวดลายสีแดงเหนือหัวใจก็ลุกวาบ ความเจ็บปวดพุ่งขึ้นมาจนเขาแทบทรุด

เสียงของมังกรดำดังขึ้นในจิตใจ

“หากเจ้าตัดโซ่นั้น หัวใจจะกลับคืนสู่เจ้า แต่ผู้พิทักษ์จะสูญเสียแก่นพลังที่เหลืออยู่”

เฟิงอ้าวเทียนชะงัก

“หากเจ้าไม่ตัด มันจะถูกพลังสีแดงกลืนกินจนกลายเป็นอสูรสังหารอย่างสมบูรณ์”

เสียงนั้นกล่าวต่ออย่างเยือกเย็น

“เลือกเอาเอง ผู้สืบทอด”

เฟิงอ้าวเทียนกัดฟัน เขาไม่ยอมรับว่ามีเพียงสองทางเลือก เขามองอสูรที่กำลังดิ้นรน ดวงตาคู่หนึ่งของมันกะพริบแสงสีทองขึ้นมาเพียงชั่วครู่ ก่อนถูกสีแดงกลืนหายไปอีกครั้ง

“ซีเหยา! หากข้าส่งพลังทองเข้าไปในแก่นเดิมของมัน เจ้าช่วยแยกพลังแดงออกได้หรือไม่”

หลินซีเหยาตอบทันที แม้ใบหน้าจะซีดลงเพราะใช้พลังมากเกินไป

“ถ้าเจ้าระบุตำแหน่งแก่นเดิมได้ ข้าจะพยายามแยกมันออกจากโซ่ แต่เรามีโอกาสเพียงครั้งเดียว!”

เฟิงอ้าวเทียนหลับตาลง เขาปล่อยให้พลังสีแดงในร่างสัมผัสกับพลังที่ไหลผ่านโซ่ โดยไม่ยอมให้มันเข้าควบคุมจิตใจของตนเอง ความรู้สึกจากหัวใจผลึกส่งผ่านมายังแก่นมังกร เผยให้เห็นจุดแสงเล็ก ๆ ที่ยังเต้นอยู่ภายในอกของอสูร

“พบแล้ว!”

เขาลืมตาขึ้น ก่อนส่งมังกรทองพุ่งเข้าไปยังจุดแสงนั้น

หลินซีเหยาปล่อยพลังสีฟ้าเข้าห่อหุ้มแก่นเดิม ขณะเดียวกันนางบิดวงแหวนพลังให้แยกออกเป็นสองชั้น ชั้นนอกตรึงพลังสีแดง ส่วนชั้นในปกป้องแก่นพลังที่ยังเหลืออยู่

เสียงกรีดร้องของอสูรดังสะเทือนไปทั่วห้อง

โซ่ดำตึงแน่นจนเกิดรอยแตก แสงสีแดงระเบิดออกจากอกของมัน ก่อนถูกพลังทองและฟ้ากดให้แยกออกจากแก่นเดิม

เฟิงอ้าวเทียนคำรามและผลักพลังมังกรทองเข้าไปอีกครั้ง

เพล้ง!

โซ่ดำขาดสะบั้น

เส้นพลังสีแดงถูกดึงออกจากอกอสูรแล้วสลายเป็นละอองดำกลางอากาศ ร่างขนาดมหึมาของมันทรุดลงกระแทกพื้นจนห้องโถงสั่นสะเทือน

ดวงตาสีแดงทั้งหกค่อย ๆ ดับลง เหลือเพียงแสงสีทองหม่นในดวงตาคู่กลาง

อสูรเงยหน้ามองเฟิงอ้าวเทียน ก่อนส่งเสียงต่ำแผ่วเบา

“ผู้สืบทอด...ในที่สุดก็กลับมา”

มันหันไปมองหัวใจผลึกที่ลอยอยู่ตรงหน้าอกของเฟิงอ้าวเทียน แล้วก้มศีรษะลงช้า ๆ

“อย่าปล่อยให้ประตูบรรพกาลเปิดเต็มที่...สิ่งที่อยู่หลังประตูไม่ได้ต้องการเพียงโลกใบนี้”

ร่างของมันเริ่มสลายเป็นประกายสีทอง แต่ก่อนจะหายไปทั้งหมด มันได้ปล่อยลูกแก้วเล็ก ๆ ออกจากอก ลูกแก้วนั้นลอยไปหยุดตรงหน้าเฟิงอ้าวเทียน

“นี่คือเศษแก่นพลังสุดท้ายของข้า จงใช้มันเพื่อค้นหาทางเข้าสู่เขตแดนต้นกำเนิด”

เฟิงอ้าวเทียนยื่นมือรับลูกแก้วไว้ แสงสีทองอุ่นแผ่ผ่านฝ่ามือเข้าสู่ร่างกายโดยไม่ก่อให้เกิดแรงต่อต้าน

อสูรหลับตาลงเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนร่างของมันจะแตกสลายเป็นละอองแสงที่ลอยขึ้นสู่เพดานและหายไป

ห้องโถงกลับมาเงียบสงบ แต่ความสงบนั้นอยู่ได้เพียงชั่วครู่

หัวใจผลึกสีทองตรงหน้าเฟิงอ้าวเทียนสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยสีแดงภายในผลึกขยายออกจนเกือบครึ่งหนึ่งของพื้นผิว ก่อนพลังมหาศาลจะระเบิดออกจากมัน

หลินซีเหยาถอยไปหนึ่งก้าวแล้วรีบยกมือสร้างม่านป้องกัน

“อ้าวเทียน! หัวใจผลึกกำลังเปลี่ยนแปลง!”

เฟิงอ้าวเทียนรู้สึกถึงพลังที่ไหลเข้ามาในร่างอย่างรวดเร็ว พลังทองและแดงหมุนวนรอบแก่นมังกร ก่อนหลอมรวมกันเป็นวงแหวนใหม่ที่มีลวดลายคล้ายมังกรสองตัวขดเข้าหากัน

เสียงหัวใจเต้นดังก้องอยู่ในห้อง

ตุบ!

ตุบ!

ตุบ!

แสงสีทองปกคลุมร่างของเขา เกล็ดมังกรปรากฏขึ้นตามลำคอและแขน ลวดลายสีแดงเหนือหัวใจเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์มังกรคู่ที่สมบูรณ์ขึ้นกว่าเดิม

แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงคือรูปสลักมังกรทองที่เหลืออยู่ในห้องต่างก้มหัวลงพร้อมกัน ราวกับกำลังคำนับผู้ที่กลับมารับตำแหน่งเดิม

อวิ๋นจงมองภาพนั้นด้วยความตื่นตะลึง

“นี่ไม่ใช่แค่การตื่นของสายเลือด...หัวใจผลึกกำลังยอมรับเขาในฐานะผู้สืบทอดต้นกำเนิด”

เฟิงอ้าวเทียนค่อย ๆ กำมือ แสงสีทองและแดงหดกลับเข้าสู่ร่าง เขายังไม่อาจควบคุมพลังทั้งหมดได้ แต่สามารถสัมผัสได้ว่ามันไม่ใช่พลังที่แยกจากกันอีกต่อไป

หลินซีเหยาเดินเข้ามาหาเขา

“เจ้ายังรู้สึกเจ็บอยู่หรือไม่”

“น้อยลงแล้ว”

เขามองนางด้วยแววตาอ่อนลง

“หากไม่มีเจ้า ข้าคงเลือกทางที่ง่ายที่สุดและทำลายแก่นพลังของผู้พิทักษ์ไปแล้ว”

หลินซีเหยายิ้มบาง ๆ

“เพราะฉะนั้นคราวหน้า อย่าตัดสินใจคนเดียวอีก”

“ข้าสัญญา”

คำตอบของเขาหนักแน่นกว่าครั้งไหน

ทันใดนั้น พื้นห้องก็สั่นสะเทือนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้แรงสั่นไม่ได้มาจากอสูรที่พ่ายแพ้ หากมาจากประตูหินด้านในสุดซึ่งไม่เคยปรากฏให้เห็นมาก่อน

ประตูบานนั้นค่อย ๆ เลื่อนออก เผยให้เห็นทางเดินที่ทอดลึกลงไปสู่ความมืด กลางบานประตูมีสัญลักษณ์มังกรเจ็ดเศียรล้อมรอบวงแหวนสีแดง

ลูกแก้วในมือเฟิงอ้าวเทียนส่องแสงขึ้นทันที

เสียงหนึ่งดังมาจากปลายทาง

“หัวใจกลับคืนแล้ว...ถึงเวลาที่ผู้สืบทอดต้องเผชิญหน้ากับต้นกำเนิด”

เฟิงอ้าวเทียนและหลินซีเหยามองหน้ากัน พวกเขาต่างรู้ดีว่าสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

เบื้องหลังประตูบานนั้น อาจมีคำตอบเกี่ยวกับสายเลือดมังกรและการผนึกในอดีต แต่ก็อาจมีภัยที่ร้ายแรงยิ่งกว่ามังกรดำรออยู่เช่นกัน

เฟิงอ้าวเทียนเก็บลูกแก้วไว้ ก่อนยื่นมือไปหาหลินซีเหยา

“ไปด้วยกัน”

นางจับมือเขาแน่น

“แน่นอน”

ทั้งสองก้าวผ่านประตูหินไปพร้อมกัน ขณะที่แสงจากหัวใจผลึกส่องนำทางลงสู่ส่วนลึกของพระราชฐาน

ด้านหลังพวกเขา ประตูค่อย ๆ ปิดลงอย่างเงียบงัน

และที่ปลายทางอันมืดมิด เงาของมังกรเจ็ดเศียรกำลังเคลื่อนไหวเป็นครั้งแรกในรอบหลายพันปี

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 65 ผู้ล่าจากห้วงกำเนิด

    เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังสะท้อนมาจากปลายบันไดเฟิงอ้าวเทียนหยุดเดินทันที มือข้างหนึ่งยกขึ้นขวางหลินซีเหยา ขณะที่พลังมังกรทองไหลคลุมแขนอีกข้างอย่างระมัดระวังความมืดเบื้องหน้าขยับตัวราวกับมีชีวิต เงาขนาดใหญ่ค่อย ๆ คลานออกมาจากผนังหิน เผยร่างอสูรเกล็ดสีดำสนิทซึ่งมีเขาสามคู่ ดวงตาสีแดงเรียงอยู่บนหน้าผาก และกรงเล็บยาวราวกับดาบสิ่งที่ทำให้เฟิงอ้าวเทียนขมวดคิ้วไม่ใช่รูปร่างของมัน แต่เป็นรอยแผลกลางอกที่มีลักษณะคล้ายหัวใจผลึกของเขา“นั่นไม่ใช่มังกร” หลินซีเหยากระซิบ “แต่มีพลังสายเลือดมังกรอยู่ในร่างมากกว่าสัตว์อสูรทั่วไปหลายเท่า”อสูรเงยหน้าขึ้น สูดลมหายใจเข้าอย่างช้า ๆ ก่อนจะหันดวงตาทั้งหกมาจับจ้องเฟิงอ้าวเทียน“ผู้สืบทอด...”เสียงแหบพร่าดังก้องในทางเดิน“ส่งหัวใจคืนมา”เฟิงอ้าวเทียนก้าวออกไปข้างหน้า“หัวใจนี้หลอมรวมกับข้าแล้ว หากเจ้าต้องการมัน จงบอกเหตุผลมา”อสูรแสยะเขี้ยว รอยแผลกลางอกเปิดออก เผยแก่นพลังสีแดงคล้ำที่เต้นเป็นจังหวะ“เหตุผลของผู้บุกรุก...ไม่มีความหมาย”มันพุ่งเข้ามาโดยไม่ให้โอกาสโต้ตอบเฟิงอ้าวเทียนยกแขนรับกรงเล็บ เสียงปะทะดังสนั่น แรงมหาศาลผลักเขาถอยไปหลายก้าว พื้นหินใต้เท้าแ

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 64 มังกรเจ็ดเศียรแห่งต้นกำเนิด

    ก้าวแรกที่เฟิงอ้าวเทียนเหยียบลงบนพื้นอีกด้านของประตู วงแหวนสีแดงใต้ฝ่าเท้าก็สว่างวาบขึ้นทันที เส้นแสงนับไม่ถ้วนพุ่งออกไปตามพื้นหิน ก่อนจะเชื่อมต่อกันเป็นลวดลายมังกรขนาดมหึมาหลินซีเหยาคว้าแขนเขาไว้โดยสัญชาตญาณ“อย่าเพิ่งขยับ พื้นที่นี่กำลังตอบสนองต่อพลังในตัวเจ้า”เฟิงอ้าวเทียนหยุดฝีเท้า ดวงตาสีทองจับจ้องลวดลายที่กำลังเคลื่อนตัวใต้พื้น“ข้าไม่ได้ปล่อยพลังออกมา”“นั่นแหละที่น่ากังวล พลังของเจ้ากำลังถูกดึงออกไปเอง”คำพูดของนางเพิ่งจบลง วงแหวนสีแดงก็หมุนอย่างรวดเร็ว แรงกดดันมหาศาลกระแทกลงมาจากทุกทิศทาง เฟิงอ้าวเทียนรู้สึกราวกับมีภูเขาทั้งลูกกดทับร่าง กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่น พลังสีทองและสีแดงในอกพลันปั่นป่วนเขากัดฟันยกมือขึ้นสร้างเกราะมังกรทอง แต่เกราะเพิ่งก่อตัวก็ถูกแรงกดดันบีบจนแตกร้าว“อ้าวเทียน!”หลินซีเหยาปล่อยพลังของตนเข้าสู่พื้นหิน ลวดลายสีฟ้าขาวแผ่กระจายจากปลายเท้า กลายเป็นวงอักขระซ้อนทับวงแหวนสีแดง นางไม่ได้พยายามต่อต้านแรงกดดันโดยตรง แต่เลือกตัดเส้นพลังที่ไหลเข้าสู่ร่างของเฟิงอ้าวเทียนพื้นหินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนเส้นแสงสีแดงสามสายจะขาดผึงแรงกดดันเบาลงชั่วขณะ“ข้าตัดเ

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 63 อสูรใต้หัวใจมังกร

    ดวงตาสีแดงสามคู่เปิดขึ้นพร้อมกันจากรอยแยกใต้แท่นหิน แรงกดดันมหาศาลระเบิดออกมาจนรูปสลักมังกรทองรอบห้องสั่นสะเทือน ฝุ่นหินร่วงลงจากเพดาน ขณะที่หัวใจผลึกสีทองลอยอยู่ตรงหน้าอกของเฟิงอ้าวเทียนเสียงคำรามต่ำดังขึ้นจากใต้พื้น ก่อนกรงเล็บสีดำขนาดใหญ่จะยื่นออกมาจากรอยแยก มันเกาะขอบแท่นหินแล้วออกแรงดึงร่างของตนขึ้นมา เกล็ดสีดำปกคลุมทั่วลำตัว มีเส้นสีแดงไหลเวียนอยู่ตามรอยแตก และเขี้ยวยาวสะท้อนแสงสีทองจากหัวใจผลึกมู่ชางชักกระบี่ออกจากฝักทันที“ทุกคนถอยออกจากแท่น!”ซูเหวินสร้างม่านพลังป้องกันให้อวิ๋นจงกับหลัวจิ้ง แต่แรงกดดันจากอสูรทำให้ม่านแสงสั่นไหวราวกับพร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อหลินซีเหยาไม่ถอยหนี นางจับแขนเฟิงอ้าวเทียนไว้แน่นและตรวจดูการไหลเวียนของพลังในร่างเขา“หัวใจผลึกกำลังดึงพลังสีแดงของเจ้าออกไป แต่ขณะเดียวกันมันก็ถ่ายทอดบางอย่างกลับเข้ามา หากเจ้าปล่อยให้มันหลอมรวมโดยไม่ควบคุม พลังทั้งสองอาจปะทุพร้อมกัน”เฟิงอ้าวเทียนมองหัวใจผลึกที่ลอยอยู่ตรงหน้า ความรู้สึกเจ็บปวดแผ่กระจายจากอกไปถึงปลายนิ้ว ทว่าในความเจ็บนั้น เขากลับสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นที่คุ้นเคยมันไม่ใช่เพียงพลังที่ตอบสนองต่อสายเล

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 62 ใต้บัลลังก์มังกร

    บันไดหินทอดลึกลงไปใต้พระราชฐาน แสงจากคบเพลิงสองข้างทางสั่นไหวตามแรงสั่นสะเทือนที่ส่งมาจากส่วนลึก เสียงระฆังบัลลังก์ยังคงดังก้องเป็นระยะ แต่ละครั้งที่เสียงกระทบผนัง เฟิงอ้าวเทียนจะรู้สึกถึงพลังบางอย่างที่พยายามแทรกเข้ามาในแก่นมังกรของตนหลินซีเหยาเดินอยู่ข้างเขา นางสังเกตเห็นว่าลวดลายสีแดงเหนือหัวใจของเขาส่องแสงทุกครั้งที่เสียงระฆังดังขึ้น“พลังที่อยู่ใต้บัลลังก์กำลังตอบสนองต่อเจ้า หากมันดึงพลังสีแดงออกไปมากกว่านี้ อาจส่งผลต่อการควบคุมแก่นมังกรของเจ้า”“ข้ารู้สึกได้”เฟิงอ้าวเทียนตอบพลางชะลอฝีเท้า“แต่สิ่งที่เรียกข้าไม่ได้มีเพียงพลังสีแดง ข้ายังสัมผัสได้ถึงพลังทองที่กำลังอ่อนแรงลงด้วย”อวิ๋นจงเดินตามหลังพร้อมแผ่นหยกโบราณ เขาพยายามกระตุ้นอักขระหลายครั้ง แต่แสงบนแผ่นหยกยังคงริบหรี่“สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นก่อนการสถาปนาอาณาจักรเฟิงหลงเสียอีก ตามบันทึกที่ข้าเคยอ่าน ใต้พระราชฐานมีห้องบรรจุแก่นพลังของมังกรทองผู้พิทักษ์ ทว่าห้องนั้นถูกปิดตายมานานจนไม่มีใครทราบตำแหน่งที่แน่นอน”มู่ชางมองรอยแตกบนผนัง“ถ้าห้องนั้นถูกปิดตาย แล้วสิ่งที่กำลังทำลายพระราชฐานอยู่ตอนนี้มาจากไหน”“อาจเป็นเพราะผนึกที่หุบ

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 61 บัลลังก์มังกรเรียกหา

    ประกายสีทองที่พุ่งออกจากหุบเขาลอยผ่านท้องฟ้าราวกับดาวตก ก่อนแยกตัวเป็นเส้นแสงหลายสายที่มุ่งไปยังทิศทางเดียวกัน เฟิงอ้าวเทียนยืนมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ความรู้สึกประหลาดแล่นผ่านแก่นพลังมังกรของเขา ราวกับมีบางสิ่งกำลังเรียกหาเลือดเนื้อของตนเองจากดินแดนอันห่างไกลหลินซีเหยาสังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของเขา“เจ้าได้ยินเสียงอะไรหรือ”“ไม่ใช่เสียง แต่เป็นแรงเรียกจากสายเลือด”เฟิงอ้าวเทียนยกมือแตะบริเวณเหนือหัวใจ ลวดลายสีแดงใต้เกล็ดทองเต้นเป็นจังหวะช้า ๆ“มันมาจากทางตะวันออกเฉียงเหนือ และดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับอาณาจักรเฟิงหลง”อวิ๋นจงได้ยินดังนั้นก็รีบเปิดแผนที่โบราณ เขากวาดตามองเส้นทางอยู่หลายครั้ง ก่อนหยุดนิ้วลงตรงบริเวณใจกลางอาณาจักร“หากทิศทางไม่ผิดพลาด จุดที่สายเลือดตอบสนองอาจเป็นนครหลวง”มู่ชางขมวดคิ้ว“แต่เหตุใดพลังจึงเพิ่งปรากฏหลังจากผนึกใต้ภูเขาสั่นสะเทือน หรือมีสิ่งใดในนครหลวงเกี่ยวข้องกับมังกรดำ”“ข้ายังตอบไม่ได้”อวิ๋นจงกล่าวตามตรง“แต่มีบันทึกเก่าชิ้นหนึ่งกล่าวถึงสถานที่ที่เรียกว่าแท่นบัลลังก์มังกร เป็นสถานที่ซึ่งจักรพรรดิองค์แรกใช้ประกอบพิธีรับรองสายเลือดของราชวงศ์ หลังจากนั้น

  • ทายาทจักรพรรดิมังกร   บทที่ 60 ผนึกมังกรสะเทือนสวรรค์

    รอยแยกบนท้องฟ้าขยายตัวจนแสงสีแดงสาดลงปกคลุมผืนป่า เสาหินหกต้นที่ดับสนิทเริ่มสลายเป็นผง เผยให้เห็นอักขระโบราณซึ่งลอยขึ้นไปหมุนวนรอบรอยแยก เสาหินต้นสุดท้ายตั้งอยู่ใจกลางแท่นหินที่กำลังทรุดตัว แสงสีทองบนผิวเสาอ่อนแรงลงทุกขณะ ขณะที่เงามหึมาหลังรอยแยกเริ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้ เฟิงอ้าวเทียนมองภาพเบื้องหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เขตแดนพังทลาย สิ่งที่อยู่เบื้องหลังอาจหลุดออกมาสู่โลกนี้ “อวิ๋นจง เสาหินต้นนั้นยังรับพลังได้อีกนานแค่ไหน” อวิ๋นจงรีบตรวจสอบแผ่นหยกในมือ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักใจ “หากไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง คงไม่เกินครึ่งชั่วยาม แต่ถ้ารอยแยกขยายตัวเร็วขึ้น เราอาจเหลือเวลาไม่ถึงหนึ่งเค่อ” มู่ชางกวาดตามองพื้นดินที่แยกออกเป็นร่องลึก “ถ้าเช่นนั้นก็ต้องรีบเข้าไปก่อนที่ทางขึ้นแท่นจะพังหมด” “ไม่ใช่แค่ขึ้นไปให้ถึง” หลินซีเหยากล่าวพลางชี้ไปยังเสาหินต้นสุดท้าย “ดูอักขระตรงฐานสิ มันไม่ได้เรียงเป็นวงป้องกัน แต่เป็นเส้นทางที่มุ่งเข้าสู่แกนกลางของเสา หากเราใส่พลังลงไปโดยไม่รู้ทิศทาง แรงสะท้อนอาจทำให้เสาแตกทันที” ทุกคนหันไปมองตามมือของนาง บนฐานหินมีเส้นอักขระสามสายพันก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status