LOGIN“อร๊ายยย! ยัยเด็กนั่นมันเป็นใคร! กล้าดียังไงมาเถียงพี่คินของหนู!”
เสียงกรีดร้องของ ‘โรสรินทร์’ นางเอกคู่ขวัญของภาคินดังลั่นห้องพักนักแสดงวีไอพี หลังจากที่ขวัญข้าวเดินจากไปไม่นาน ข่าวซุปตาร์เบอร์หนึ่งถูกสตาฟฟ์คนใหม่สวนกลับจนหน้าหงายก็แพร่สะพัดไปทั่วกองถ่ายราวกับไฟลามทุ่ง โรสรินทร์กำโทรศัพท์ในมือแน่น ใบหน้าสวยบูดบึ้งด้วยความไม่พอใจ เธอไม่ชอบเลยสักนิดที่มีผู้หญิงคนอื่นกล้าขึ้นเสียงใส่ภาคิน ยิ่งคิดถึงสายตาที่ขวัญข้าวใช้มองเขาเมื่อครู่ ก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก สำหรับคนอื่น ภาคินอาจเป็นเพียงซุปตาร์เบอร์หนึ่งของประเทศ แต่สำหรับเธอ… เขาคือ ‘พี่คิน’ คนที่เธออยู่เคียงข้างมาตลอด และเป็นคนที่เธอไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนเข้ามาวุ่นวาย ภาคินนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ปล่อยให้เมคอัพอาร์ติสต์ซับเหงื่อและเติมแป้ง โดยไม่ได้สนใจเสียงแหลมๆ ของเธอเลยแม้แต่น้อย ในหัวของเขามีแต่ภาพแววตาที่ดื้อรั้นและคำพูดท้าทายของขวัญข้าววนเวียนอยู่ไม่รู้จบ ‘คนเราทำงานด้วยกันได้ด้วยความเคารพ ไม่ใช่ด้วยความกลัว’ “พี่คินคะ! ได้ยินที่โรสพูดไหมคะ?” โรสรินทร์เดินเข้ามาเขย่าแขนภาคินเบาๆ “ผู้หญิงคนนั้นไม่มีสัมมาคารวะเลยนะคะ ต้องไล่ออกทันทีค่ะ! ถ้าปล่อยไว้ กองถ่ายจะเสียระบบนะคะ” ภาคินค่อยๆ ลืมตาขึ้น มองเธอด้วยสายตาเย็นชาจนนางเอกสาวต้องชะงัก “เรื่องของผม…ผมจัดการเองได้ คุณไปเตรียมตัวเข้าฉากต่อเถอะ” “แต่ว่า…” “ไป!” ภาคินสั่งเสียงเรียบ แต่ทรงพลังพอที่จะทำให้โรสรินทร์เดินหนีไปอย่างขัดใจ ทันทีที่เธอออกไป ภาคินก็หันไปหาผู้จัดการส่วนตัวที่ยืนตัวสั่นอยู่ "พี่เอ็ม" "คะ...คะน้องภาคิน?" "จัดการเรื่องตารางงานของน้องขวัญข้าวคนนั้นให้ดี..." ภาคินยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ “ผมจะให้เธอมาทำงานเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของผม” ผู้จัดการมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ “เอ่อ…น้องภาคินแน่ใจเหรอครับ?” “แน่ใจสิ” ภาคินเอนหลังพิงโซฟา รอยยิ้มมุมปากยิ่งชัดขึ้น “ในเมื่อเธอคิดว่าผมเป็นคนไม่มีความเป็นมืออาชีพ…” “ผมก็จะให้เธอมาเห็นกับตาตัวเองว่า การทำงานกับผมมันยากแค่ไหน” เขาหรี่ตาลง “ผมจะทำให้เธอเป็นฝ่ายขอลาออกเอง” ผู้จัดการรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี แต่นั่นคือน้องภาคิน...ซุปตาร์ที่ใครๆก็เกรงกลัว และเมื่อเขาตัดสินใจอะไรแล้ว ก็ไม่มีใครสามารถขัดขวางได้ เช้าวันรุ่งขึ้น ณ สตูดิโอถ่ายทำรายการทอล์กโชว์ชื่อดัง ภาคินมีคิวอัดรายการสด บรรยากาศในห้องส่งเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แฟนคลับมากมายมารอให้กำลังใจซุปตาร์หนุ่ม ขวัญข้าวมาถึงสตูดิโอตั้งแต่เช้าตรู่ เธอได้รับมอบหมายหน้าที่ใหม่จากหัวหน้าทีมฝ่ายประสานงาน ให้มาดูแลความเรียบร้อยของศิลปินในห้องพักนักแสดงวีไอพี โดยเฉพาะ...ภาคิน "สวัสดีค่ะพี่เอ็ม" ขวัญข้าวยกมือไหว้ผู้จัดการของภาคินที่กำลังยืนวุ่นวายอยู่หน้าห้อง "อ้าว น้องขวัญ...มาแล้วเหรอ" พี่เอ็มทักทายด้วยรอยยิ้มแห้งๆ "เข้าไปข้างในเลย น้องภาคินกำลังแต่งตัวอยู่" ขวัญข้าวสูดลมหายใจลึกๆ ก่อนเดินเข้าไปในห้องพักวีไอพี ภายในห้องกว้างขวางและเย็นเฉียบ ภาคินนั่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ มีเมคอัพอาร์ติสต์และแฮร์สไตลิสต์กำลังรุมล้อมอยู่ ภาคินเห็นขวัญข้าวสะท้อนผ่านกระจก มุมปากของเขากระตุกขึ้นเล็กน้อย "มาแล้วเหรอ...สตาฟฟ์คนใหม่" ขวัญข้าวแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน เดินไปจัดเตรียมเครื่องดื่มและของว่างบนโต๊ะให้เรียบร้อย โดยพยายามไม่สบตาเขา "นั่นอะไร?" ภาคินชี้ไปที่ถาดผลไม้ที่ขวัญข้าวเพิ่งวางลง "ผลไม้รวมค่ะคุณภาคิน จะได้รับประทาน—" "ผมไม่กินแคนตาลูป" ภาคินตัดบท "เอาไปเปลี่ยน เดี๋ยวนี้" ขวัญข้าวมองไปที่ถาดผลไม้ ซึ่งมีแคนตาลูปหั่นชิ้นเล็กๆปะปนอยู่กับผลไม้อื่นๆ "เอ่อ...แต่มันก็มีผลไม้อื่นด้วยนะคะ ขวัญว่า—" "ผมบอกว่าไม่กินแคนตาลูป!" ภาคินตวาดเสียงดังลั่นห้อง "หรือว่าหูหนวก? ไปเปลี่ยนมาใหม่! ภายในห้านาที!" ขวัญข้าวขมวดคิ้วแน่น พยายามระงับอารมณ์โกรธ เธอหยิบถาดผลไม้ออกไปจากห้องด้วยความโมโห ห้านาทีต่อมา...ขวัญข้าวกลับเข้ามาพร้อมถาดผลไม้ใหม่ ที่ไม่มีแคนตาลูปแม้แต่ชิ้นเดียว "นี่ค่ะคุณภาคิน ไม่มีแคนตาลูปแล้วค่ะ" ภาคินชายตามองถาดผลไม้นั้น "ช้า...เกินห้านาทีแล้ว ผมหิวจนไม่มีแรงจะทำงานแล้ว" "อะไรนะคะ? แค่ห้านาทีเองนะ!" ขวัญข้าวเถียงกลับ "อย่ามาเถียง! เป็นสตาฟฟ์ต้องรู้จักบริหารเวลา!" ภาคินเหวี่ยงหวีในมือลงบนโต๊ะเสียงดัง "ยกเลิกคิววันนี้ทั้งหมด! พี่เอ็ม! บอกทางรายการด้วยว่าผมไม่สบาย!" “ถ้าน้องภาคินยกเลิกตอนนี้ รายการต้องเลื่อนทั้งช่วง และทางสปอนเซอร์อาจเรียกค่าเสียหายนะค่ะ” ผู้จัดการรีบเข้าไปห้ามปราม "ผมไม่สน! ผมจะพัก! ใครหน้าไหนก็ห้ามผมไม่ได้!" ภาคินทำท่าจะลุกขึ้นยืน ขวัญข้าวมองเหตุการณ์นั้นด้วยความรู้สึกหนักใจ เธอรู้ดีว่าถ้าภาคินยกเลิกคิวตอนนี้ ความผิดทั้งหมดจะตกอยู่ที่เธอ...สตาฟฟ์ป้ายแดงที่ทำให้ซุปตาร์ไม่พอใจ "เดี๋ยวค่ะคุณภาคิน!" ขวัญข้าวตะโกนเสียงดังลั่นห้อง ภาคินชะงัก หันมามองขวัญข้าวด้วยสายตาที่เย็นชา "มีอะไรอีก?" "คุณไม่อยากทำงาน...ก็ได้ค่ะ แต่คุณไม่มีสิทธิ์มาทำให้คนอื่นเดือดร้อนเพราะอารมณ์ส่วนตัวของคุณ!" ขวัญข้าวยืดตัวตรง สบตาภาคินตรงๆอย่างไม่เกรงกลัว "โอ้โห...กล้ามากนะที่มาสอนผมอีกแล้ว" ภาคินยิ้ม "แล้วคุณจะทำยังไงให้ผมหายโมโห แล้วยอมไปถ่ายรายการล่ะ?" "ขวัญ...ขวัญจะทำทุกอย่างที่คุณต้องการค่ะ" ขวัญข้าวพูดด้วยความรู้สึกที่อยากจะตบปากตัวเอง แต่เพื่อปกป้องหน้าที่การงานและไม่ให้ใครเดือดร้อน เธอจึงยอม "ทุกอย่าง?" ภาคินเลิกคิ้วข้างหนึ่งยิ้มอย่างร้ายกาจ "ดี...งั้นไปซื้อกาแฟคาปูชิโน่เย็นที่ร้าน...เอ่อ ร้านที่อยู่ห่างจากนี่ไปสิบกิโลฯ มาให้ผมเดี๋ยวนี้! ต้องเป็นร้านนี้นะ! ไม่งั้นผมไม่ดื่ม!" "สิบกิโลฯ? คุณบ้าไปแล้วเหรอ! อีกสิบนาทีก็จะอัดรายการแล้วนะ!" "ก็แล้วแต่คุณสิ...ถ้ากาแฟมาไม่ทัน ผมก็ไม่ไปอัดรายการ" ภาคินนั่งไขว่ห้างมองเล็บตัวเองอย่างสบายใจ ขวัญข้าวกัดฟันแน่น ก่อนคว้ากุญแจรถของกองถ่ายแล้ววิ่งออกจากห้องไปทันที ยี่สิบนาทีต่อมา… ขวัญข้าวกลับมาที่ห้องพักนักแสดงด้วยอาการหอบเหนื่อย เหงื่อท่วมตัว ในมือถือแก้วกาแฟคาปูชิโน่เย็นยี่ห้อที่ภาคินต้องการเป๊ะ "นี่ค่ะ กาแฟ!" เธอวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดัง กระแทกกระทั้น ภาคินหันมามองแก้วกาแฟนั้น "ช้า...รายการเริ่มไปแล้วสิบนาที" "ก็รถติดนี่คะ!" "ข้ออ้าง!" ภาคินหยิบแก้วกาแฟขึ้นมา จิบไปเพียงอึกเดียวก็ทำหน้าเหยเก "หวานเกินไป! ผมสั่งหวานน้อย! ยัยนี่! ไม่ได้เรื่องเลยสักอย่าง!" "อร๊ายยย! หวานเกินไปก็ไม่ต้องกิน!" ขวัญข้าวระเบิดอารมณ์ออกมา คว้าแก้วกาแฟจากมือภาคินแล้วเทราดลงบนพื้นพรมทันที! สตูดิโอทั้งห้องเงียบกริบ ผู้จัดการส่วนตัว อ้าปากค้าง เมคอัพอาร์ติสต์และแฮร์สไตลิสต์ที่อยู่ในห้องต่างตกตะลึง ภาคินมองแก้วกาแฟที่ว่างเปล่าในมือของขวัญข้าว แล้วมองพื้นพรมที่เปียกชุ่มด้วยกาแฟเย็น นัยน์ตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้กับเขามาก่อน! ไม่เคยเลย! "คุณ...นี่คุณทำอะไรลงไป!" ภาคินชี้หน้าขวัญข้าว เสียงสั่นด้วยความโกรธ ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำ "คุ...คุณเทกาแฟใส่ผม!" "เปล่าค่ะ! ขวัญเทใส่พื้น! เพราะคุณบอกว่ามันหวานเกินไป! ถ้าอยากดื่มนัก ก็ไปหาซื้อกินเองสิคะ!" ขวัญข้าวตะโกนใส่หน้าภาคินกลับบ้าง ไม่สนใจสายตาตกตะลึงของคนรอบข้าง “กล้าดียังไงมาเทกาแฟต่อหน้าผม! คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรือไง!” "คุณภาคินคะ น้องขวัญไม่ได้เทใส่นะคะ น้องเทใส่พื้น..." ผู้จัดการส่วนตัวพยายามแก้ตัว "หุบปาก! พี่ก็เข้าข้างยัยนี่เหรอ!" ภาคินตวาดใส่ผู้จัดการ “ผมจะไปบอกหัวหน้า! บอกบริษัทโปรดักชันว่าคุณจงใจสร้างความวุ่นวายในห้องพักนักแสดง!” ภาคินชี้หน้าขวัญข้าว ขู่เสียงดังลั่น ขวัญข้าวยืดตัวตรง สบตาภาคินตรงๆอย่างไม่เกรงกลัว "เชิญเลยค่ะคุณภาคิน! เชิญไปบอกให้หมดเลย! ขวัญไม่แคร์! เพราะขวัญเข้ามาทำงานด้วยความตั้งใจ ไม่ได้เข้ามาเป็นเบี้ยล่างรองรับอารมณ์บ้าๆบอๆของใครหน้าไหน! ถึงคุณจะเป็นซุปตาร์ระดับประเทศ แต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์มาดูถูกศักดิ์ศรีของคนอื่น!" “ถ้าคุณจะไล่ขวัญออก…ก็ไล่ไปเลยค่ะ!” ขวัญข้าวจ้องหน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว “แต่บอกไว้ก่อนนะคะว่า การกระทำของคุณในวันนี้มันอาจถูกเปิดเผยให้โลกรู้ ว่าซุปตาร์เบอร์หนึ่งที่ทุกคนรักและชื่นชม แท้จริงแล้วเป็นแค่คนเอาแต่ใจตัวเอง ไม่มีความเป็นมืออาชีพ และชอบรังแกคนที่ไม่มีทางสู้!” พูดจบ ขวัญข้าวก็หันหลังเดินออกจากห้องพักนักแสดงไปอย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคนในห้องอีกครั้ง ภาคินทรุดตัวนั่งลงบนโซฟา กำหมัดแน่น จ้องมองประตูที่ขวัญข้าวเพิ่งเดินออกไป ความรู้สึกประหลาด...ความรู้สึกหมั่นไส้สุดขั้วหัวใจผสมกับความรู้สึก...ทึ่ง "ยัย...ยัยเด็กบ้า! กล้าดียังไง! กล้าดียังไงมาสั่งสอนผม! กล้าดียังไงมาเทกาแฟใส่ผม! กล้าดียังไงมาขู่ผม!" ภาคินสบถออกมาคนเดียว แต่ในใจกลับเต้นแรงอย่างประหลาด "น้องภาคินคะ..." เมคอัพอาร์ติสต์สาวพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ "จะให้เติมแป้งต่อไหมคะ?" ภาคินหันมามองด้วยสายตาที่เย็นชา "ไม่ต้องแล้ว! กลับไปเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันนี้! ถ้าใครทำงานไม่ได้เรื่อง! ก็เตรียมตัวโดนไล่ออกได้เลย!" ภาคินลุกขึ้นยืน เดินออกจากห้องพักนักแสดงไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ผู้จัดการส่วนตัว เมคอัพอาร์ติสต์ และแฮร์สไตลิสต์ ยืนอึ้งกันอยู่ในห้อง ในขณะเดียวกัน ณ ห้องทำงานของหัวหน้าทีมฝ่ายประสานงานกองถ่าย ขวัญข้าวกำลังยืนรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "หัวหน้าคะ...ขวัญขอโทษค่ะ ขวัญเทกาแฟใส่พื้นพรมห้องพักนักแสดง ขวัญระงับอารมณ์ไม่อยู่เองค่ะ" หัวหน้าทีมฝ่ายประสานงานถอนหายใจยาว มองขวัญข้าวด้วยสายตาที่เหนื่อยใจ "ขวัญ...เธอรู้ไหมว่าเธอทำอะไรลงไป? เธอเทกาแฟใส่ซุปตาร์ระดับประเทศ! ซุปตาร์เบอร์หนึ่งที่ค่ายรักและหวงแหนที่สุด!" "ขวัญรู้ค่ะหัวหน้า ขวัญขอโทษจริงๆค่ะ ขวัญยอมรับผิดทุกอย่าง" เธอก้มหน้าลง น้ำตาคลอเบ้า "เธอเทกาแฟใส่เขา...เขาไม่พอใจมาก ถึงขั้นจะยกเลิกคิวถ่ายรายการเลยนะ! ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น...บริษัทเราเสียหายยับเยิน! และเธอก็จะโดนไล่ออกทันที! ไม่ใช่แค่บริษัทเราเท่านั้นนะ! แต่เธอก็จะไม่มีที่ยืนในวงการนี้อีกต่อไป!" "ขวัญขอโทษค่ะหัวหน้า...ขวัญแค่..." "แค่ระงับอารมณ์ไม่อยู่เหรอ? เป็นสตาฟฟ์ต้องมีความอดทนเป็นเลิศ! ต้องรับมือกับคนได้ทุกรูปแบบ! ไม่ใช่ระงับอารมณ์ไม่อยู่แล้วไปอาละวาดใส่ซุปตาร์!" "ขวัญรู้ค่ะหัวหน้า...ขวัญพร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง ขวัญจะลาออกเองค่ะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่มุ่งมั่น แม้ในใจจะรู้สึกเสียใจและเสียดายโอกาส "ลาออกเหรอ? คิดว่ามันง่ายขนาดนั้นเหรอ?" หัวหน้าถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ "เธอเทกาแฟใส่เขา...เขาโกรธมาก และเขาก็บอกว่าจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง...โดยการ..." "โดยการอะไรคะหัวหน้า?" เธอเงยหน้าขึ้นมองหัวหน้าด้วยความรู้สึกหวาดกลัว "โดยการ...เก็บเธอไว้ใกล้ตัว! เขาบอกว่าจะทำให้เธอรู้เองว่า 'นรก' ของจริงในการทำงานกับเขาเป็นยังไง! เตรียมตัวรับมือให้ดีล่ะ...ยัยสตาฟฟ์ตัวแสบ" "อะไรนะคะ? เก็บขวัญไว้ใกล้ตัว? ทำไมน่ะคะ?" ขวัญข้าวถามด้วยความงุนงงและหวาดกลัว "พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน...แต่ที่รู้ๆ ก็คือ เธอต้องไปทำงานกับเขา! เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของเขา! ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป!" "ไม่นะ! หัวหน้า! ขวัญไม่ไป! ขวัญไม่อยากไปเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของเขา! เขาขี้เหวี่ยง เขาเอาแต่ใจ เขา..." "ไม่มีข้อแม้! นี่เป็นคำสั่ง! ถ้าเธอไม่ไป...เธอโดนไล่ออกทันที! และอย่าหวังว่าจะได้ทำงานในวงการนี้อีกต่อไป!" ขวัญข้าวนั่งทรุดตัวลงบนเก้าอี้ รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมา เธอต้องไปทำงานกับซุปตาร์ขี้เหวี่ยงคนนั้น! เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของเขา! ชีวิตของเธอหลังจากนี้จะเป็นยังไงต่อไป? นรกของจริงที่เขาพูดถึงมันคืออะไร? ติดตามต่อในตอนหน้า...แสงแดดยามบ่ายในสัปดาห์ต่อมาสาดส่องลงมากระทบกับฉากจำลองทรงไทยประยุกต์กลางแจ้ง ณ รีสอร์ตในจังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศการถ่ายทำละครย้อนยุคดำเนินไปอย่างเข้มข้น ทีมงานต่างวิ่งวุ่นเตรียมอุปกรณ์ท่ามกลางอากาศที่ค่อนข้างอบอ้าวในฉากนี้เป็นฉากสำคัญที่ต้องใช้เอฟเฟกต์แสงและไฟประดับจำลองเพื่อสร้างบรรยากาศงานเทศกาลยามค่ำคืนภาคินในชุดย้อนยุคเต็มยศกำลังยืนซักซ้อมคิวบู๊และบล็อกกิ้งกับผู้กำกับอย่างตั้งใจ โดยมีขวัญข้าวในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวคอยถือร่ม เตรียมผ้าซับเหงื่อ และน้ำดื่มสแตนด์บายอยู่ไม่ห่างจากบริเวณเซ็ตถ่ายทำความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ความเกร็งและความอึดอัดในช่วงแรกถูกแทนที่ด้วยความคุ้นเคยและความเข้าใจ ภาคินไม่ได้เหวี่ยงใส่เธออย่างไร้เหตุผลเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว ส่วนขวัญข้าวเองก็ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยส่วนตัวได้อย่างไร้ที่ติ เธอเริ่มจดจำรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ เกี่ยวกับเขาได้มากขึ้น ทั้งเครื่องดื่มที่ชอบ ตารางงาน และช่วงเวลาที่ควรปล่อยให้เขาได้พักผ่อนจนทีมงานในกองเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลง และแอบกระซิบแซวกันว่า…เจ้าชายน้ำแข็งกำลังจะละลายเสียแล้ว"โอเค
แสงไฟนีออนสลัวยามค่ำคืนสาดส่องกระทบกับผืนป่าและแนวเขาสลับซับซ้อนของจังหวัดเชียงใหม่ ความเงียบสงบเข้าปกคลุมรีสอร์ตหรูหลังเลิกกอง ทุกคนต่างแยกย้ายกันเข้าห้องพักเพื่อชาร์จพลังสำหรับวันพรุ่งนี้ แต่สำหรับภาคินแล้ว ช่วงเวลากลางคืนกลับไม่ใช่เวลาแห่งการพักผ่อน แต่มันคือช่วงเวลาที่ความมืดมนและความกังวลเริ่มกัดกินจิตใจเขาอีกครั้งภายในห้องพักวีไอพีทรงไทยประยุกต์ ภาคินในชุดนอนผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มกำลังนั่งเหม่อมองแก้วกาแฟดำที่เย็นชืดบนโต๊ะทำงาน แววตาสีเข้มฉายแววความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน เขากลัดกลุ้มและพยายามข่มตาหลับมาหลายชั่วโมงแล้ว แต่ภาพความทรงจำในอดีต ภาพความคาดหวังของแฟนคลับ และเสียงวิจารณ์ในโลกออนไลน์มักจะวิ่งวนเข้ามาในหัวไม่มีวันหยุดก๊อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ สองสามครั้ง ทำลายความเงียบภายในห้องภาคินขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นป่านนี้แล้วใครจะมาหาเขา? เขาลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูด้วยสีหน้าเรียบตึง แต่เมื่อบานประตูเปิดออก ภาพตรงหน้ากลับทำให้เขาต้องชะงักขวัญข้าวยืนถือแก้วเซรามิกอุ่นๆ ไว้ในมือ สวมชุดลำลองสบายๆ ใบหน้าหวานมีร่องรอยความลังเลเล็กน้อย แต่แววตากลับแน่วแน่“คุณ…มาทำอะไรดึกดื่นป่าน
แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างห้องพักวีไอพีในรีสอร์ตกลางหุบเขาเชียงใหม่ อากาศบริสุทธิ์และเย็นสบายช่วยชะล้างความตึงเครียดของเมื่อคืนให้จางลงไปบ้างขวัญข้าวลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัวเธอกะพริบตาปริบๆ เพื่อปรับโฟกัส ก่อนจะพบว่าตัวเองเผลอหลับคุดคู้พิงอยู่กับขอบเตียงนอนของภาคิน โดยมีเสื้อสูทตัวหนาของใครบางคนคลุมไหล่เอาไว้เธอกวาดสายตามองไปบนเตียงว่างเปล่า…ขวัญข้าวชะงัก ก่อนจะหันไปมองอีกด้านของห้องภาคินตื่นแล้วร่างสูงในชุดลำลองสบายๆ กำลังยืนจิบกาแฟร้อนพลางมองทิวทัศน์ภายนอกระเบียงด้วยสีหน้าเรียบเฉยแววตาคู่คมดูสงบกว่าหลายวันที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด แม้จะยังมีร่องรอยความอ่อนล้าหลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็แตกต่างจากอาการเมื่อคืนอย่างสิ้นเชิงราวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงความฝัน“ตื่นแล้วเหรอ?”เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นโดยที่เขายังไม่หันกลับมามองขวัญข้าวสะดุ้งเล็กน้อย รีบดันตัวเองลุกขึ้นยืน ก่อนจะจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่อย่างลนลาน“อะ…อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณภาคิน”เธอทักเสียงอ้อมแอ้ม พลางจับเสื้อสูทที่คลุมไหล่อยู่เอาไว้ “เอ่อ…ขอบคุณสำหรับเสื้อค่ะ แล้วก็…อาการของคุณ…”“ผ
แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายถูกแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกของสายลมภูเขา กองถ่ายละครย้อนยุคต้องยกกองมาปักหลักถ่ายทำฉากสำคัญ ณ รีสอร์ตและโลเคชันธรรมชาติกลางหุบเขาในจังหวัดเชียงใหม่ บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความเงียบสงบของธรรมชาติ แต่ความวุ่นวายภายในกองถ่ายกลับไม่เคยลดน้อยลงเลยตลอดหลายวันที่ผ่านมา 'แผนปฏิบัติการไล่ออก' ของภาคินดูเหมือนจะคว่ำไม่เป็นท่า แทนที่ขวัญข้าวจะทนไม่ไหวแล้วลาออกไปเอง เธอกลับปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยส่วนตัวได้อย่างไร้ที่ติ คอยวิ่งวุ่นเตรียมน้ำ เตรียมบท และรับมือกับความเรื่องมากของเขาได้ทุกรูปแบบ จนแทบจะกลายเป็น ‘เงา’ ที่คอยตามติดซุปตาร์หนุ่มไปทุกหนทุกแห่งจนกระทั่ง…ค่ำคืนนี้มาถึงเวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงดึกสงัด สมาชิกในกองถ่าย ทั้งทีมงานและนักแสดง ต่างแยกย้ายกันเข้าห้องพักเพื่อพักผ่อนเอาแรง หลังจากลุยถ่ายทำกันมาตลอดทั้งวัน ณ ห้องพักวีไอพีทรงไทยประยุกต์หลังใหญ่ ขวัญข้าวที่เพิ่งเคลียร์ตารางคิวงานของวันพรุ่งนี้เสร็จเรียบร้อย กำลังจะเดินกลับห้องพักของตัวเองซึ่งอยู่ถัดไปอีกหลังแต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะเดินผ่านห้องพักของภาคิน เสียงกุกกักเบาๆ จากด้านในกลับทำให้ฝีเท้าของเธอหยุดชะงัก เธ
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ คฤหาสน์หรูส่วนตัวของภาคิน บรรยากาศยามเช้าที่ควรจะเงียบสงบกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียดขวัญข้าวยืนสูดหายใจลึกอยู่หน้าประตูห้องทำงานของภาคิน ในมือถือถาดอาหารเช้าชุดใหญ่ที่ดูน่าทาน และกาแฟคาปูชิโน่เย็น ‘หวานน้อย’ จากร้านเจ้าประจำที่เธอต้องตื่นไปต่อคิวซื้อตั้งแต่เช้าตรู่หลังจากเหตุการณ์เมื่อวาน เธอตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ยอมแพ้ เธอต้องการงานนี้เพื่อใช้หนี้ และเธอจะไม่ยอมให้ซุปตาร์คนไหนมาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอได้ง่ายๆ“เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน!”ขวัญข้าวกดกริ่งหน้าห้อง รอเพียงครู่เดียว ประตูห้องก็เปิดออก เผยให้เห็นภาคินในชุดนอนผ้าไหมสีดำสนิท ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย แต่ยังคงดูดี ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงตั้งแต่เช้า“มาทำอะไรที่นี่?” ภาคินถามเสียงเย็นชา มองขวัญข้าวด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก“เอ่อ...สวัสดีค่ะคุณภาคิน ขวัญ...ขวัญมารายงานตัวในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวค่ะ” ขวัญข้าวตอบด้วยรอยยิ้มสดใส พยายามทำตัวเป็นผู้ช่วยที่แสนดีที่สุดภาคินหรี่ตามองเธอ รู้สึกหมั่นไส้รอยยิ้มนั้นอย่างบอกไม่ถูก“ผู้ช่วยส่วนตัว? ใครสั่ง?”“หัวหน้าทีมฝ่ายประสานงานแจ้งขวัญเมื่อวานนี้ค่ะ ว่าให้ขวัญมาดูแลคุณภาคินเป็นพิ
“อร๊ายยย! ยัยเด็กนั่นมันเป็นใคร! กล้าดียังไงมาเถียงพี่คินของหนู!”เสียงกรีดร้องของ ‘โรสรินทร์’ นางเอกคู่ขวัญของภาคินดังลั่นห้องพักนักแสดงวีไอพีหลังจากที่ขวัญข้าวเดินจากไปไม่นาน ข่าวซุปตาร์เบอร์หนึ่งถูกสตาฟฟ์คนใหม่สวนกลับจนหน้าหงายก็แพร่สะพัดไปทั่วกองถ่ายราวกับไฟลามทุ่งโรสรินทร์กำโทรศัพท์ในมือแน่น ใบหน้าสวยบูดบึ้งด้วยความไม่พอใจเธอไม่ชอบเลยสักนิดที่มีผู้หญิงคนอื่นกล้าขึ้นเสียงใส่ภาคินยิ่งคิดถึงสายตาที่ขวัญข้าวใช้มองเขาเมื่อครู่ ก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกสำหรับคนอื่น ภาคินอาจเป็นเพียงซุปตาร์เบอร์หนึ่งของประเทศแต่สำหรับเธอ…เขาคือ ‘พี่คิน’ คนที่เธออยู่เคียงข้างมาตลอด และเป็นคนที่เธอไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนเข้ามาวุ่นวายภาคินนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ปล่อยให้เมคอัพอาร์ติสต์ซับเหงื่อและเติมแป้ง โดยไม่ได้สนใจเสียงแหลมๆ ของเธอเลยแม้แต่น้อยในหัวของเขามีแต่ภาพแววตาที่ดื้อรั้นและคำพูดท้าทายของขวัญข้าววนเวียนอยู่ไม่รู้จบ‘คนเราทำงานด้วยกันได้ด้วยความเคารพ ไม่ใช่ด้วยความกลัว’“พี่คินคะ! ได้ยินที่โรสพูดไหมคะ?”โรสรินทร์เดินเข้ามาเขย่าแขนภาคินเบาๆ“ผู้หญิงคนนั้นไม่มีสัมมาคารวะเลยนะคะ ต้องไล่อ







