مشاركة

บทที่3 ค้นพบมิติวิเศษ

last update تاريخ النشر: 2025-10-20 19:31:52

          หลังจากแยกย้ายกับจากเถ้าแก่ซ่ง สิ่งหนึ่งที่นางพบคือไม่ว่าเดินไปที่ใดก็มักเป็นที่สะดุดตาของผู้พบเห็น ด้วยรูปร่างสะโอดสะองสมส่วนไปเสียหมดล้วนแต่ดึงดูดสายตาจากทั่วสารทิศให้มองมาหากแต่นางมิได้สนใจนัก คนงามรีบเดินไปหาโรงเตี๊ยมซึ่งถามจากหญิงชรา เนื่องจากตอนนี้ทั้งหิวและอยากพักผ่อนมากเหลือเกิน ขณะกำลังเดินไปตามทาง ในหัวคิดวิเคราะห์จากประสบการณ์การอ่านนิยายว่าค่าเงินในยุคนี้มีค่าเท่าใด จำนวนอัฐที่ได้มาจะสามารถอยู่ได้หลายวันหรือเปล่า

          เถ้าแก่ซ่งได้ไปสิบเหรียญทองกับอีกห้าเหรียญเงิน เขาดูดีใจมากเพียงนั้นกัลยอดเงินที่ได้แบ่งออกไป เป็นไปได้ว่าจำนวนเงินคงไม่ใช่น้อยเป็นแน่

          เมื่อลองเปรียบเทียบค่าเงินที่พอจะจำได้ พลันรู้สึกได้ว่าเงินนั้นคงเยอะพอสมควรเลยทีเดียว

          กลิ่นน้ำซุปที่ลอยมาตามลมดึงความสนใจจากเซียวอันหนิงแทบทันที ตอนนี้ร่างกายทั้งหิวโหยอ่อนล้า เพียงกลิ่นน้ำซุปหอมที่ลอยมาตามลมมันก็แทบทำให้น้ำลายสอเสียแล้ว จึงเริ่มมองหาที่มาของกลิ่นน้ำซุปว่าอยู่ตรงที่ใด อย่างน้อยก่อนไปโรงเตี๊ยมได้กินบะหมี่ผักสักชามก็ยังดี นางไม่อยากเสี่ยงไปโรงเตี๊ยมแล้วไม่มีอะไรกินต้องนอนทนหิวไปทั้งอย่างนั้น หลังจากมองซ้ายขวาอยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็พบว่าร้านบะหมี่นั้นอยู่ไม่ไกลกันมากจากตรอกอันเป็นที่ตั้งของโรงเตี๊ยม ภายในร้านไม่มีลูกค้านั่งเลย พ่อค้ามีลักษณะที่ดี อ้วนพีสมบูรณ์ อัธยาศัยดีมากอีกทั้งยังหันมาต้อนรับนางด้วยรอยยิ้มกว้าง ๆ จนตาหยี พลางให้นึกถึง ซีอิ๊วยี่ห้อหนึ่งที่ผ่านตาโฆษนาในประเทศหนึ่ง จึงอดยิ้มไม่ได้ ว่าแต่ดูน่ารักน่าชังจริงๆนะ

          “แม่นางอยากกินบะหมี่แบบใด มีทั้งแบบแห้งและแบบน้ำ” 

          “ข้าขอบะหมี่ผักหนึ่งชามเจ้าค่ะ” นางสั่งทันทีเนื่องจากหิวมาก กลิ่นจากหม้อโชยมาเป็นระยะราวกับหยอกเย้ากับกระเพาะอันน่าสงสารของเซียวอันหนิง พ่อค้าเห็นแบบนั้นพลันยิ้มร่า รู้ได้ทันทีว่าลูกค้ากำลังหิวโหยเพียงใด

          “ได้ ๆ รอสักครู่เดียวเท่านั้น”

          เถ้าแก่พูดแล้วผละไปทำบะหมี่ผักส่วนเซียวอันหนิงเดินไปนั่งรอที่โต๊ะว่าง ๆ ไม่นานนักบะหมี่ผักชามโตก็ได้ถูกพ่อค้านำมาวางตรงหน้า เส้นบะหมี่ถูกลวกจนเหนียวนุ่ม น้ำซุปหอมกรุ่นสีทองแตกมันจาง ๆ ยั่วน้ำลาย มีผักโรยอยู่ด้านบนยิ่งแต้มสีสันของมันให้น่ากินมากขึ้น หญิงสาวไม่สามารถรอได้อีกต่อไป นางรีบกินบะหมี่ด้วยความหิวโหยแทบทันทีโดยมีพ่อค้าจ้ำม่ำนั่งพัดมองมาด้วยแววตาสุขใจ

          ในที่สุดหนังท้องก็ตึง...

          นางเดินไปจ่ายเงินให้พ่อค้า มองไปยังทิศทางอื่น ๆ เพื่อดูว่ามีร้านขายเสื้อผ้าในระยะใกล้ ๆ บ้างหรือไม่ นี่เริ่มมืดแล้ว รั้งรอนานกว่านี้ไม่ได้ เสื้อผ้าของนางยังพอใช้ได้ แต่ในเมื่อได้เงินมาทั้งทีก็ควรซื้ออะไรที่พอกันแดดกันหนาวได้บ้างไม่ใช่แค่ลมพัดผ่านยังสะดุ้งอย่างเสื้อผ้าชุดนี้

          เซียวอันหนิงเดินออกจากร้านบะหมี่ ไปไกลได้สักช่วงถนนจึงเห็นร้านขายเสื้อผ้าสำหรับบุรุษและสตรี มีขนาดประมาณสามผิง (หนึ่งผิงมีขนาดสามจุดสามเมตร) โดยในร้านมีทั้งชุดซึ่งตัดเย็บเรียบร้อยแล้วกับผ้าที่เอาไว้ให้เลือกซื้อกลับไปตัดเอง กั้นแบ่งเป็นสองฝั่งชัดเจน ขวาบุรุษ ซ้ายสตรี ดูมีระเบียบดี สถานการณ์ของนางตอนนี้ไม่ได้มีเวลามากพอให้ไปตัดเย็บชุดเอง ดังนั้นชุดสำเร็จจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่ามาก

          นางเดินเข้าไปในร้าน เนื่องจากสภาพแสนโทรมทำเอาคนขายชะงักแต่ไม่นานก็กลับมายิ้มเช่นเดิม

          เพ้ย เพ้ย เถ้าแก่เนี้ยพร่ำบอกว่าอย่าดูถูกลูกค้า แต่งเช่นใดก็ต้องต้อนรับ เช่นนั้นก็ทำไปตามนั้นเสียแล้วกัน

          “คุณหนูสนใจชุดไหนเจ้าคะ หรือว่าอยากได้ผ้าไปตัดเอง”

          เซียวอันหนิงยังไม่ได้ตอบทันที นางมองไปทั่วร้านพลันสะดุดตากับชุดฮั่นฝูสีม่วงชุดหนึ่ง เกาะอกเป็นสีม่วงเข้มมีสายรัดสีขาวด้านล่างก่อนไล่สีจากม่วงเข้มเป็นอ่อนลงเรื่อย ๆ เสื้อตัวนอกพลิ้วบางถูกปักเป็นรูปดอกมู่ตาน เวลาสวมใส่แล้วเนื้อผ้าจะพลิ้วไหวไปตามจังหวะการก้าวเดิน นับว่าการปักและตัดเย็บชุดนั้นยอดเยี่ยม กลมกลืน พลิ้วไหว อ่อนช้อย 

          พลางคิดว่าเคยเห็นแต่ในโลกเดิม ยังคิดว่าถ้ามีโอกาสจะหามาใส่สักครั้งแต่ม่วันนี้ได้สวมใส่สมใจ คงได้ใส่ทุกวันแน่หากยังไม่สามารถกลับไปที่เดิมที่จากมาได้ นางยิ้มบาง ๆ ชี้นิ้วไปทางชุดฮั่นฝูสีม่วงชุดนั้น

          “ข้าต้องการชุดสีม่วงตัวนั้น”

          คนขายมองตามมือนาง พบว่าชุดที่นางเลือกนั้นเป็นชุดซึ่งมาจากทางเหนือ นับว่าตาถึงเสียจริง ดวงตาเหลือบมองเรือนร่างของเซียวอันหนิงพลันยิ้มหวาน สตรีนางนี้มีความงามไม่ธรรมดา หากได้สวมชุดที่เลือกมาคงงามราวกับเทพเซียนเป็นแน่

          “ชุดนี้ตัดเย็บด้วยผ้าไหมจากทางเหนือ คุณหนูช่างเลือกได้ดีเสียจริง” 

          เซียวอันหนิงยิ้มโดยไม่พูดอะไร อย่างไรเสียนางก็มีรสนิยมเรื่องการแต่งตัวมาแต่ไหนแต่ไร การเลือกชุดไม่ถือว่าเกินความสามารถ นางหันมองซ้ายขวา เห็นปิ่นปักผมเป็นรูปดอกมู่ตานเข้ากับชุดวันนี้จึงหยิบมันมาด้วย ปิ่นดอกมู่ตานถูกขึ้นลายด้วยเงิน ส่วนเกสรเป็นพลอยสีแดง กลีบดอกเป็นเส้นระหว่างกลีบแบ่งชั้นกลีบแต่ละชั้นได้อย่างงดงาม

          งามดีเสียจริง

          คนขายเห็นนางหยิบปิ่นจึงเริ่มคิดราคาทันที “ชุดราคาสองร้อยห้าสิบอีแปะ ปิ่นปักผมรูปดอกมู่ตานราคาสามร้อยห้าสิบอีแปะ รวมเป็นเงินหกร้อยอีแปะเจ้าค่ะ”

          นางยิ้มหวาน ในใจแอบหวั่นว่าคนงามจะจ่ายได้หรือไม่ ทว่าเมื่อเห็นลูกค้าตรงหน้ายื่นเงินมาให้จึงโล่งใจ นับว่าคำสอนของเถ้าแก่ซึ่งเพียรบอกมานานปีเป็นเรื่องเชื่อถือได้เสียจริง

          เซียวอันหนิงมองแม่ค้าอยู่ครู่หนึ่งค่อยถาม “ข้าขอเปลี่ยนชุดที่นี่ได้หรือไม่” 

          “ได้เจ้าค่ะ เชิญแม่นางมาทางนี้เลย” ลูกจ้างสตรีที่ยังสาว ผายมือให้ไปทางซ้ายซึ่งมีฉากกั้นไว้ เซียวอันหนิงพยักหน้ารับแล้วเดินเข้าฉากกั้นไปทันที จากประสบการณ์ใส่ชุดก่อนหน้าทำให้การเปลี่ยนในรอบนี้ไม่ยากเย็นนัก นางใช้เวลาสักพักกว่าจะเดินออกมา ซึ่งพอแม่ค้าหันมาเห็นนางก็ถึงกับหยุดหายใจไปครู่หนึ่ง

          เซียวอันหนิงเกล้าผมขึ้นครึ่งหัวปักด้วยปิ่นดอกมู่ตานอันบ่งบอกถึงสตรีที่ยังไม่ได้ออกเรือน ชุดฮั่นฝูสีม่วงงามล้ำยิ่งขับความงามของนางให้ประจักษ์ ใบหน้าหวานล้ำ ขาตายาวงอน ยามกระพริบตาคล้ายว่าผีเสื้อกำลังขยับปีก ร่างกายแบบบางสมส่วนหากแต่ไม่ราบเรียบ สิ่งใดควรมีนางไม่น้อยหน้า สิ่งไหนควรราบนางก็ไม่มี ด้วยลักษณะเช่นนี้อย่างไรผู้พบเห็นย่อมต้องหลงใหลเสียก็แต่เจ้าของเรือนร่างและใบหน้าแสนงามเช่นนี้ไม่สนใจในความรัก แม้ในโลกที่จากมาจะเป็นที่หลงใหลของผู้อื่นหากแต่ไม่เคยคิดว่าตนนั้นงามหยดย้อยราวเทพเซียนถึงเพียงนั้น

          หากแต่ในสายตาของผู้คนในดินแดนนี้กลับไม่ได้มองเช่นนั้น...นางเห็นสายตาของผู้คนพลันประหม่า รีบรับเงินทอนแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ด้วยไม่ชินเอาเสียเลยกับการตกเป็นเป้าสายตาของผู้อื่นเช่นนี้

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ท่านราชครูปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่45 คุณชายน้อยหลี่ฮ่าวเหวินกับคุณหนูหลี่จินฮวา (จบบริบูรณ์)

    ภายในจวนตระกูลหลี่ บัดนี้เกิดความวุ่นวาย บ่าวไพร่ในจวนวิ่งเข้าออกเรือนฮูหยินน้อย นางปวดท้องคลอดตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง หมอทำคลอดถูกตามมาถึงสามคน พวกเขากำลังพยายามทำคลอดให้ฮูหยินน้อยด้วยความระมัดระวัง รู้ดีว่าห้ามเกิดความผิดพลาดโดยเด็ดขาด หากฮูหยินน้อยเป็นอะไรไป ทั้งสามชีวิตคงได้ปลิดปลิวตามไปด้วยอย่างแน่นอน “ฮูหยินท่านเบ่งอีกนิดเจ้าค่ะ” ร่างอุ้ยอ้ายกลั้นใจกดความเจ็บปวด เพิ่มลมหายใจเพื่อออกแรงจะคลอดให้ได้ ไม่คิดว่าการคลอดจะเจ็บปวดแทบขาดใจเช่นนี้ เหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า เสียงหวานกรีดร้องด้วยความรู้สึกเจ็บปวดเป็นระลอกยามมีการบีบตัวของช่องท้องและช่องคลอดจึงต้องผ่อนลมหายใจเป็นระยะ บ่าวในจวนวิ่งยกน้ำ คอยเอายาต้มมาเปลี่ยน เตรียมยกน้ำแกงนกพิราบเพื่อให้ฮูหยินน้อยซดจะได้มีเรี่ยวแรง หลี่จิ้งหานเดินไปมาด้วยความกังวล เสียงภรรยาร้องด้วยความเจ็บปวดดังหลายชั่วยามทำให้เจ็บปวดใจ นึกโทษตัวเองอย่างมากว่าไม่น่าคิดมีบุตรเลย ถ้าย้อนเวลาไปได้จะไม่ให้ภรรยาตั้งครรภ์โดยเด็ดขาด หลี่ลี่ฮวาก็ไม่ต่างกัน นางเป็นห่วงสหาย ด้วยยุคนี้ความเจริญทางการแพทย์ต่ำมาก สตรีเสียชีวิตจากการตั้งครร

  • ท่านราชครูปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่44 ว่าด้วยเรื่องเจ้าก้อนแป้ง

    ภายในเรือนตอนนี้มีร่างของฮูหยินน้อยนอนทอดกายซีดเซียวอยู่ ด้วยอาเจียนมาตลอดหลายวันจึงต้องตามหมอมาดูอาการว่าเจ็บป่วบหรือไม่ เซียวอันหนิงรู้สึกว่าอาจตั้งครรภ์ก็เป็นได้ ประจำเดือนขาดไปสองเดือนแล้ว นางไม่ได้คุมกำเนิดมาสักพักแล้วและสามีก็มิเคยว่างเว้นต่อเรื่องนั้นเลยสักวัน จึงมีโอกาสจะตั้งครรภ์ได้สูงทีเดียว “ขอแสดงความยินดีกับท่านราชครูด้วย ฮูหยินตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว” หมอชราประจำตระกูลจับชีพจรฮูหยินน้อย พบว่าเป็นชีพจรมงคลแต่ก็ยังไม่แน่ใจนักว่ามีหนึ่งหรือสองคน คงต้องตรวจอีกครั้งเมื่ออายุครรภ์มากขึ้น ซึ่งหลี่จิ้งหานพอรู้แบบนั้นก็แทบถลาไปหาภรรยาด้วยความดีใจ “ให้รางวัลท่านหมอ ซุนจางส่งท่านหมอกลับจวน น้องหญิง เราจะมีเจ้าก้อนแป้งกันแล้วนะ” โซ่ทองคล้องใจที่จะทำให้นางอยู่กับเขาตลอดไป ในที่สุดก็มาเสียที “ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ ท่านพี่ดีใจมากหรือเจ้าคะ” “พี่ย่อมดีใจเพราะเป็นลูกของเราสองคน” เดิมทีหลี่จิ้งหานมิได้ต้องการมีบุตร แต่เมื่อยามนี้การมีบุตรคือพันธะอันทรงพลังเพียงอย่างเดียวซึ่งพอให้วางใจได้ว่านางจะไม่หนีหน้าหายไป เ

  • ท่านราชครูปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่43 คำอ้อนวอน

    “ท่านพี่ ข้าว่าท่านอาจารย์ต้องรู้ว่าข้าไม่ใช่คนในยุคนี้ แล้วท่านอ้อนวอนอะไรหรือเจ้าคะ” หลี่จิ้งหานคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่เกิดในความฝัน ภาพก่อนสิ้นใจในโลกก่อน มีจิตใจมุ่งมั่นแต่จะตามหาเซียวอันหนิงจึงนำพานางมาหาเขาซึ่งเป็นการย้อนเวลามานับพันปีเลยทีเดียว “พี่ฝันถึงเรื่องหนึ่ง ในโลกที่จากมาเหมือนกับว่าจะชื่อฮ่าวหยวน หลังจากเสียชีวิตในโลกก่อนถึงได้มาเกิดใหม่ที่นี่ รูปลักษณ์ก็ไม่เหมือนเดิม เจ้าจึงจำพี่มิได้” “ท่านพี่ คือ รุ่นพี่ฮ่าวหยวนหรืือเจ้าครุ่นพี่ฮ่าวหยวนหรือเจ้ “ใช่ หลังจากโดนชนพี่ก็อ้อนวอนต่อสวรรค์ว่าถ้าชาติหน้ามีจริงขอให้ได้เจอเจ้าอีกครั้ง” “แล้วท่านพี่จำข้าไม่ได้หรือ ในเมื่อท่านพี่คือฮ่าวหยวน เราทั้งคู่เคยเจอกันมาก่อน ไม่มีทางที่จะลืมไปได้ง่าย ๆ นะ” “ข้ามาเกิดใหม่ ไม่มีความทรงจำเดิมเหลืออยู่ แต่กลับรู้สึกรักเจ้าตั้งแรกเห็น หวงแหนจนแทบบ้า ก็เคยสงสัยว่าทำไมถึงมีความรู้สึกเช่นนี้กับเจ้า” “เป็นเช่นนั้น ท่าน- ท่านบอกว่าตามหาข้าหรือ” “ใช่ พี่ตามหาเจ้ามาตลอด ตั้งแต่เจ้าจากไปก็ตามหาทุกที่แต่ไม่เจอ จนส

  • ท่านราชครูปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่42 กลับแคว้นเหลียง

    องค์ชายหม่าซานเปียวในนามพ่อค้ามารับของที่สั่งเอาไว้บริเวณหน้าร้านของเซียวอันหนิงเมื่อครบตามกำหนดสามวัน สินค้าทั้งหมดมีราว ๆ สองเกวียน มูลค่าถึงห้าพันตำลึงทองเลยทีเดียว “คุณชายนำสินค้ามากมายเหล่านี้ไปขายที่ใดหรือเจ้าคะ” เซียวอันหนิงถามเพราะสินค้าที่นำมามันเยอะจริง ๆ ด้วยเป็นสินค้าที่ขายให้เป็นสตรีเป็นส่วนใหญ่จึงยิ่งสงสัยอย่างสมุนไพรยังพอเข้าใจได้แต่พวกเครื่องหอมอื่นใดดูจะเกินความเข้าใจของนางไปมากทีเดียว “ข้ามีร้านค้ามากมาย สามารถเอาสินค้าไปลงได้ทุกที่ ถ้าสินค้าขายดีจะมาติดต่ออีกครั้ง” หม่าซานเปียวไม่ได้โกหก พระองค์มีร้านค้ามากมายในมือจริง ๆ ในแคว้นเหลียง สินค้าเพียงเท่านี้แจกจ่ายไปไม่นานก็มีที่ให้ขายแล้ว เซียวอันหนิงได้ยินเช่นนั้นมีหรือจะไม่ดีใจ นางรีบยิ้มให้เขาก่อนพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ข้ายินดีเสมอเจ้าค่ะ” องค์ชายหม่าซานเปียวเห็นแล้วยิ่งชอบมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่รู้ดีว่าไม่สามารถทำอะไรได้ ถ้าพระองค์ดึงดันคงเกิดการบาดหมางระหว่างสองแคว้น เมื่อสามีของนางเป็นราชครูที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องมองสีหน้า เสด็จพ่อก็คงไม่เห็นด้วยแน่นอนถึงนาง

  • ท่านราชครูปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่41 คนแปลกหน้ามาเยือน

    หลังจากถูกแคว้นเหลียวปฏิเสธ องค์ชายครุ่นคิดถึงการไปเยือนแคว้นเหลียวอย่างเงียบ ๆ มีข่าวว่าสตรีผู้หนึ่งช่างเก่งกาจ สามารถรักษาคนป่วยได้ทุกโรค มีสมุนไพรมากมายเหมือนกับว่าใช้ไม่มีวันหมด นางแต่งงานกับท่านราชครูของแคว้นแต่ยังไม่มีบุตรธิดา ตอนนี้ร้านค้าที่นางเปิดก็รุ่งเรืองจนเป็นที่กล่าวขานจนสะพัดไกลถึงแคว้นเหลียง นั่นจึงยิ่งทำให้ต้องการรู้จักสตรีผู้นี้ยิ่งนักว่าจะเก่งกาจสมคำร่ำลือหรือไม่ เขาต้องการเห็นหน้านางสักครั้ง และการปฏิเสธครั้งนั้นก็เป็นความคิดของนางเช่นกัน ข้อความการต่อรองช่างฉลาดเสียจริง ยังไม่เคยมีผู้ใดกล้าขัดความต้องการขององค์ชายได้ สตรีผู้นี้ช่างเก่งกล้าเสียจริง ร่างบางไปร้านค้าเฉกเช่นทุกวัน วันนี้ได้มากับซิ่วอี้เพียงสองคนเพื่อมาดูว่ามีสิ่งใดขายหมดไปแล้ว ชาดที่นำออกมาขายก็ขายดีเข่นกัน นางสอนคนดูแลเสมอให้จดจำว่าสีไหนเหมาะสมกับใบหน้าสตรีแบบใด เมื่อทาชาดออกมาแล้วจะยิ่งส่งให้ใบหน้าสตรีผู้นั้นงดงามยิ่งขึ้น สิ่งเล็กน้อยเหล่านี้จะทำให้ลูกค้าประทับใจมากขึ้น ร่างสูงกำยำ ใบหน้าหล่อเหลาสมกับเป็นราชนิกูล แต่งกายเหมือนคุณชายทั่วไปในเมืองหลวงนั่นก็คืออง

  • ท่านราชครูปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่40 ความฝันที่ยาวนาน

    “รุ่นพี่คะ เอ่อ น้ำค่ะ เหนื่อยไหมคะ” “เมื่อไหร่คุณถึงจะเลิกตามตอแยผมเสียที ผมบอกแล้วไงว่าไม่ชอบ” “รุ่นพี่โกรธเหรอคะ ขอโทษนะคะ ฉันแค่...เป็นห่วง” “ไม่ได้โกรธแต่รำคาญ เข้าใจไหม คุณมาตามตอแยผมสามปีแล้ว ถึงไม่มีใคร ผมก็ไม่มีทางชอบคุณ” ภาพในความฝันมีบุรุษและสตรียืนพูดคุยกัน แต่ชายผู้นั้นไม่ได้ชอบสตรีซึ่งคอยตามตอแย ภาพได้ตัดมาตอนสตรีผู้มีใบหน้าเหมือนกับภรรยาวิ่งร้องไห้ออกไปด้วยความเสียใจกับคำพูดทำลายน้ำใจ ต่อมาภาพตัดไปอีกครั้งกลายเป็นภาพของชายผู้นั้นเฝ้าตามหาสตรีนางนั้น ภาพเปลี่ยนไปอีกครั้งทว่าคราวนี้เขาถูกสิ่งที่วิ่งมาด้วยความเร็วพุ่งชนจนร่างกระเด็น ก่อนสิ้นใจได้เอ่ยชื่อ เซียวอันหนิง เหตุใดชายผู้นั้นถึงใฝ่หาสตรีที่ตนเองขับไล่ไสส่งไปเล่า ไม่เข้าใจเลย ทว่าภาพต่อมากลับน่าตกใจยิ่งกว่า ชายผู้นั้นได้มาเกิดเป็นคุณชายตระกูลหลี่ และภาพชีวิตในวัยเยาว์ของเขาก็ผุดขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน ฉับพลันหลี่จิ้งหานสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมเหงื่อโทรมกาย หากในฝันนั่นเป็นความจริง ก็หมายความว่าชายผู้นั้นคือเขาเอง และภรรยาในตอนนี้คือสตร

  • ท่านราชครูปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่34 ความฝันกลับมาอีกครั้ง

    ร่างอรชรเอนกายลงนอนมาหลายชั่วยามแต่มิสามารถหลับไหลเพียงเพราะยังว้าวุ่นใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เดี๋ยวกดใบหน้าลงกับหมอน เดี๋ยวพลิกตัวนอนหงาย จนทำให้บ่าวรับใช้ที่ถูกส่งมารับใช้ใกล้ชิดต้องแปลกใจว่าเหตุใดนายตนถึงทำท่าทางแปลก ๆ เยี่ยงนี้ “คุณหนูเป็นอันใดหรือเจ้าคะ” ถงถงเอ่

    last updateآخر تحديث : 2026-03-29
  • ท่านราชครูปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่32 หมันจริงหรือ

    วันนี้ช่างอากาศดีเสียจริง เซียวอันหนิงเอนกายลงบนตั่งข้างหน้าต่างซึ่งมีแสงส่องมาทำให้อากาศอบอุ่นขึ้น ช่วงนี้เริ่มเข้าฤดูหนาวจึงมีไอเย็นพัดผ่านจนรู้สึกหนาวเล็กน้อย นางคิดว่าระหว่างนี้หลี่จิ้งหานเข้าวังหลวงบ่อยขึ้น ทุกครั้งที่กลับมามักมีสีหน้าเคร่งเครียดจึงคิดว่าคงมีปัญหาอะไรสักอย่

    last updateآخر تحديث : 2026-03-28
  • ท่านราชครูปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่31 เรื่องยุ่งยาก

    เนื่องจากมีพระกระแสรับสั่งของฮ่องเต้ หลี่จิ้งหานและเซียวอันหนิงจึงต้องนั่งรถม้าเข้าวังหลวงไปพร้อมกัน และเมื่อเข้าไปยังท้องพระโรงของราชวัง ฮ่องเต้และฮองเฮาซึ่งนั่งประทับคู่กันเคียงบัลลังค์สร้างความสงสัยให้แก่ท่านราชครูอย่างมาก เนื่องจากน้อยครั้งที่หงส์จะลงมาว่าการเช่นนี้ เบื้องล่างมีขุนนาง

    last updateآخر تحديث : 2026-03-27
  • ท่านราชครูปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 29 พิสูจน์ความรับผิดชอบ

    “กระหม่อมขอให้หมอหลวงมาตรวจพะยะค่ะ” หลี่จิ้งหานมิยอมรับต่อให้ถูกประหารก็ตามทีการยอมรับในสิ่งที่มิได้กระทำก็มิต่างจากการถูกประหารในทางสังคมเช่นกัน ฮ่องเต้รู้นิสัยของราชครูคนสนิทดี ว่าจะมิยอมรับกับสิ่งที่ตัวเองมิได้กระทำต่อให้ถูกตัดหัวก็จะมิยอมโดยเด็ดขาด ท่านราชครูผู้นี้มีความสำคั

    last updateآخر تحديث : 2026-03-26
فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status