แชร์

ตอนที่ 6 คำถามแสนหวาน

ผู้เขียน: เนี่ยนเนี่ยน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-07 14:40:58

​ยามรัตติกาลมาเยือน บรรยากาศภายในห้องนอนเรือนหลังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกำจายของกำยานดอกกุ้ยฮวา แสงเทียนสลัววูบไหวทอดเงาของคนสองคนให้ซ้อนทับกันอยู่บนฉากกั้นไม้แกะสลัก

​หลินเยวี่ยในชุดนอนผ้าแพรสีขาวเนื้อนุ่ม นั่งทอดลุ่ยอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ โดยมีร่างสูงกำยำของเซียวจิ่นยืนซ้อนอยู่เบื้องหลัง

​มือแกร่งที่เคยกรำศึกจับแต่ดาบและทวน บัดนี้กำลังถือหวีไม้หอมสลักลาย มังกรคู่หงส์ ค่อยๆ สางเรือนผมสีหมึกที่ยาวสยายเต็มแผ่นหลังของภรรยาอย่างเบามือและเชื่องช้าที่สุด ราวกับกลัวว่าเส้นผมของนางจะขาดร่วงแม้แต่เส้นเดียว ท่วงท่าอันทะนุถนอมนี้ช่างขัดกับฉายา ‘จอมมารหน้าผี’ ของเขาอย่างสิ้นเชิง

​"สวามี ท่านหวีผมให้ข้าจนข้าจะเคลิ้มหลับคาโต๊ะเครื่องแป้งอยู่แล้วนะ" หลินเยวี่ยพึมพำเสียงงัวเงีย มองสบตากับเขาผ่านคันฉ่อง

​เซียวจิ่นระบายยิ้มบางเบา วางหวีไม้หอมลงบนโต๊ะ ก่อนจะรวบปอยผมของนางขึ้นมาจรดริมฝีปากจุมพิตอย่างแสนรัก

​"เยวี่ยเอ๋อร์..." จู่ๆ น้ำเสียงของแม่ทัพหนุ่มก็จริงจังขึ้นมาเล็กน้อย แววตาที่มองสะท้อนในคันฉ่องแฝงไปด้วยความใคร่รู้ระคนเจ็บปวดแทนสตรีตรงหน้า "ตอนกลางวัน เจ้าบอกว่าชีวิตในฐานะลูกอนุที่จวนราชครูนั้นไม่สู้ดีนัก... แล้วตอนที่เจ้าถูกบังคับให้ขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว แต่งงานแทนพี่สาวที่หนีไป... ในใจเจ้าคิดอย่างไรหรือ? หวาดกลัวข้ามากหรือไม่?"

​คำถามนั้นทำให้หลินเยวี่ยชะงักไปเล็กน้อย ความง่วงงุนมลายหายไปสิ้น นางถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับสวามี

​"จะให้ข้าพูดความจริง หรือพูดเอาใจท่านเล่า?" นางหรี่ตาถามอย่างมีชั้นเชิง

​"กับสวามี เจ้าพูดความจริงได้ทุกเรื่อง ไม่ต้องปิดบัง" เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งตรงหน้านาง สองมือใหญ่กอบกุมมือเล็กของนางเอาไว้หลวมๆ

​หลินเยวี่ยยักไหล่ ตอบด้วยน้ำเสียงซื่อตรงอันเป็นเอกลักษณ์

​"ความจริงก็คือ... ตอนแรกที่รู้ว่าพี่สาวข้าหนีการแต่งงานเพราะหวาดกลัวท่าน แล้วท่านพ่อบังคับให้ข้าสวมรอยแต่งแทน ข้าก็แอบด่าบรรพบุรุษจวนราชครูอยู่ในใจไปหลายร้อยจบเลยล่ะ!"

​เซียวจิ่นหลุดหัวเราะในลำคอ "ด่าว่าอย่างไรเล่า?"

​"ก็ใครๆ ในเมืองหลวงต่างลือกันว่า ฉีอ๋องนั้นหน้าตาดุร้ายราวกับยักษ์ปักหลั่น ดื่มเลือดศัตรูต่างน้ำ ฆ่าคนไม่กะพริบตา แถมยังอารมณ์ร้าย เกลียดสตรีเข้าไส้... พี่สาวข้าที่เป็นลูกรักยังทนรับสภาพไม่ได้ แล้วข้าที่เป็นแค่ลูกอนุไร้ค่า ถูกส่งมาเป็นเครื่องสังเวยเพื่อไม่ให้จวนราชครูโดนข้อหาขัดราชโองการ ข้าก็ต้องกลัวตายสิ!"

​แม่ทัพหนุ่มฟังแล้วก็รู้สึกผิดในใจเล็กน้อย ข่าวลือพวกนั้นเขาสร้างมันขึ้นมาเองเพื่อป้องกันไม่ให้สตรีจอมปลอมเข้าหา ไม่คิดเลยว่ามันจะทำให้ก้อนแป้งน้อยของเขาต้องหวาดผวาไปด้วย

​"แต่ว่านะ..." หลินเยวี่ยคลี่ยิ้มบาง นิ้วเรียวเอื้อมไปเกลี่ยแก้มสากของคนตรงหน้าเบาๆ "พอข้ามานั่งคิดทบทวนดูดีๆ อยู่ที่จวนราชครู ข้าก็เป็นได้แค่วัชพืชที่ไม่มีใครเหลียวแล ข้าวปลาอาหารก็กินไม่อิ่ม เสื้อผ้าก็มีแต่ชุดเก่าๆ ของพี่สาว... หากแต่งเข้าจวนอ๋อง อย่างน้อยที่สุด จวนระดับชินอ๋องก็คงมีข้าวให้ข้ากินอิ่มครบสามมื้อ มีหลังคาคุ้มหัวที่ดีกว่าเรือนซอมซ่อนั่น... ต่อให้ท่านอ๋องจะน่ากลัวแค่ไหน ข้าก็แค่หลบซ่อนตัวอยู่ในเรือนหลัง ปลูกผักตกปลาของข้าไปเงียบๆ ไม่ไปขวางหูขวางตาท่านก็พอแล้ว"

​ตรรกะการเอาชีวิตรอดที่เน้นเรื่อง 'ปากท้อง' เป็นหลักของนาง ทำเอาเซียวจิ่นถึงกับอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนที่ความรู้สึกรักใคร่เอ็นดูจะเอ่อท้นขึ้นมาจนเต็มหัวใจ

​"เจ้าเด็กโง่..." เขาบีบจมูกรั้นของนางเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว "คนเขากลัวจะถูกสับคอขาด แต่เจ้ากลับห่วงเรื่องกินข้าวไม่อิ่มเนี่ยนะ"

​"อ้าว! เรื่องกินเรื่องใหญ่สิ! กองทัพยังต้องเดินด้วยท้องเลยนะท่านแม่ทัพ!" นางเถียงคอเป็นเอ็น

​เซียวจิ่นหัวเราะร่วน ดึงร่างบอบบางเข้ามากอดแนบอก คางแกร่งเกยอยู่บนเรือนผมนุ่มสลวยของนาง

​"ข้าต้องขอบใจความขี้ขลาดของพี่สาวเจ้า และความโง่งมของตาเฒ่าราชครูนั่นเสียแล้ว..." เขากระซิบชิดใบหูเล็ก "ที่ทอดทิ้งไข่มุกเม็ดงาม แล้วส่งมาให้ข้าถึงจวน... หากวันนั้นพี่สาวเจ้าไม่หนีไป คนที่ต้องทุกข์ระทมที่สุดก็คงเป็นข้า เพราะข้าคงไม่มีวันได้พบกับสตรีที่ทำให้ข้ามีความสุขจนแทบจะเป็นบ้าเช่นนี้"

​หลินเยวี่ยหน้าแดงซ่านกับคำสารภาพรักที่ตรงไปตรงมา นางซุกหน้าลงกับลาดไหล่กว้าง บ่นงุบงิบแก้เขิน

​"ปากหวานนักนะ... ตอนนี้ทำมาเป็นพูดดี ทีเมื่อก่อนทิ้งข้าไว้ในเรือนหลังตั้งสองปี ปล่อยให้ข้าเหงาจนต้องไปนั่งปิ้งปลากินกับ 'องครักษ์ปลายแถว' ท่านลืมไปแล้วหรือไง"

​คำประชดนั้นทำเอาเซียวจิ่นสะดุ้ง เขารีบผละออก เปลี่ยนเรื่องด้วยความหน้าหนาทันที

​"อะแฮ่ม! ดึกมากแล้ว ฮูหยิน... เรื่องอดีตก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถิด ตอนนี้เรามาสนใจเรื่องปัจจุบันกันดีกว่า"

​"เรื่องปัจจุบันอันใด?" หลินเยวี่ยขมวดคิ้ว ระแวงสายตาหมาป่าที่เริ่มทอประกายวิบวับของสวามี

​"ก็ในเมื่อเจ้าแต่งงานเข้ามาเพื่อหวังจะได้ 'กินอิ่ม'..." เซียวจิ่นช้อนอุ้มร่างบางขึ้นจากเก้าอี้ เดินตรงดิ่งไปยังเตียงเตาหลังใหญ่ "สวามีเช่นข้า ก็ต้องปรนนิบัติให้เจ้า 'อิ่มหนำสำราญ' ทั้งข้าวปลาอาหาร... และอิ่มเอมบนเตียงนอนอย่างไรเล่า!"

​"ว้าย! ไอ้หน้าหนา! ข้าเพิ่งบอกไปว่าข้าอยากนอน ปล่อยข้านะ!"

​"ไม่ปล่อย... คืนนี้ข้าจะหวีผมให้เจ้าบนเตียงต่อ แล้วเราค่อย 'เข้าหอ' ชดเชยเวลาสองปีที่หายไปอีกสักยก!"

​เสียงโวยวายของพระชายาสายสโลว์ไลฟ์ดังสลับกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของสวามีหน้าหนา ก่อนที่ม่านมุ้งสีปะการังจะถูกปลดลงมา ปิดกั้นบทสนทนาแสนหวาน (และแสนเร่าร้อน) ของค่ำคืนนี้ไปอย่างสมบูรณ์!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   ตอนที่ 7 ไอ้หน้าหนา 18+

    ม่านมุ้งสีปะการังทิ้งตัวลงมาปิดกั้นโลกภายนอก ทว่าสงครามรักบนเตียงนอนกลับเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในรูปแบบที่แปลกประหลาดออกไป​หลินเยวี่ยเพิ่งจะถูกจับถอดชุดนอนผ้าแพรออกจนเนื้อตัวเปล่าเปลือย นางรีบคว้าผ้าห่มผืนหนามาคลุมกายมิดชิดจนถึงคอ หวังจะหลีกลี้หนีภัยจาก 'หมาป่าตะกละ' ทว่าเซียวจิ่นกลับไวกว่า เขารวบผ้าห่มโยนทิ้งไปปลายเตียงอย่างไม่ไยดี ก่อนจะโถมกายทาบทับลงมา กักขังนางไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้าง​"ท่านบอกจะหวีผมให้ข้า แล้วไหงมาจับข้าแก้ผ้าเล่า ไอ้คนปลิ้นปล้อน!" นางแหวเข้าให้ สองมือเล็กดันแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่าของเขาไว้​"ข้ากำลังจะทำอย่างอื่นให้เจ้าแทนอย่างไรเล่า" เซียวจิ่นยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาทอประกายเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ​แทนที่เขาจะจู่โจมอย่างหนักหน่วงดุดันดั่งเช่นทุกครา คืนนี้แม่ทัพหนุ่มกลับนึกสนุก ปลายจมูกโด่งสันกดลงบนซอกคอหอมกรุ่น ก่อนจะใช้หนวดเคราสากๆ ที่เพิ่งขึ้นไรๆ ถูไถไปตามลาดไหล่เนียนและลำคอระหงของนางอย่างจงใจ​"อ๊ะ... ฮ่าๆๆ! สวามี! ยะ... อย่าทำแบบนี้ ข้าจั๊กจี้!"​หลินเยวี่ยสะดุ้งเฮือก หดคอหนีสัมผัสสากระคายนั้นพลางหัวเราะเสียงหลง นางดิ้นขลุกขลักไปมาอยู่ใต้ร่างใหญ่โต ทว่ายิ่งดิ้น เ

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   ตอนที่ 6 คำถามแสนหวาน

    ​ยามรัตติกาลมาเยือน บรรยากาศภายในห้องนอนเรือนหลังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกำจายของกำยานดอกกุ้ยฮวา แสงเทียนสลัววูบไหวทอดเงาของคนสองคนให้ซ้อนทับกันอยู่บนฉากกั้นไม้แกะสลัก​หลินเยวี่ยในชุดนอนผ้าแพรสีขาวเนื้อนุ่ม นั่งทอดลุ่ยอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ โดยมีร่างสูงกำยำของเซียวจิ่นยืนซ้อนอยู่เบื้องหลัง​มือแกร่งที่เคยกรำศึกจับแต่ดาบและทวน บัดนี้กำลังถือหวีไม้หอมสลักลาย มังกรคู่หงส์ ค่อยๆ สางเรือนผมสีหมึกที่ยาวสยายเต็มแผ่นหลังของภรรยาอย่างเบามือและเชื่องช้าที่สุด ราวกับกลัวว่าเส้นผมของนางจะขาดร่วงแม้แต่เส้นเดียว ท่วงท่าอันทะนุถนอมนี้ช่างขัดกับฉายา ‘จอมมารหน้าผี’ ของเขาอย่างสิ้นเชิง​"สวามี ท่านหวีผมให้ข้าจนข้าจะเคลิ้มหลับคาโต๊ะเครื่องแป้งอยู่แล้วนะ" หลินเยวี่ยพึมพำเสียงงัวเงีย มองสบตากับเขาผ่านคันฉ่อง​เซียวจิ่นระบายยิ้มบางเบา วางหวีไม้หอมลงบนโต๊ะ ก่อนจะรวบปอยผมของนางขึ้นมาจรดริมฝีปากจุมพิตอย่างแสนรัก​"เยวี่ยเอ๋อร์..." จู่ๆ น้ำเสียงของแม่ทัพหนุ่มก็จริงจังขึ้นมาเล็กน้อย แววตาที่มองสะท้อนในคันฉ่องแฝงไปด้วยความใคร่รู้ระคนเจ็บปวดแทนสตรีตรงหน้า "ตอนกลางวัน เจ้าบอกว่าชีวิตในฐานะลูกอนุที่จวนราชครูนั

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทที่ 5 ข้าอยากไป

    ​สายลมเอื่อยๆ ในยามบ่ายพัดผ่านเรือนหลังของจวนฉีอ๋อง นำพากลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาที่เพิ่งผลิดอกบานสะพรั่งมาเตะจมูก บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่นผิดกับความวุ่นวายในเมืองหลวง​ใต้ต้นอู๋ถงต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา หลินเยวี่ย ในชุดกระโปรงผ้าไหมพลิ้วไหวสีกลีบบัว กำลังนั่งแกว่งเท้าเล่นอยู่บนชิงช้าไม้กระดานแผ่นหนา โดยมีร่างสูงใหญ่ของ เซียวจิ่น ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง มือแกร่งที่เคยใช้กุมดาบฟาดฟันศัตรู บัดนี้กำลังออกแรงผลักชิงช้าให้สตรีอันเป็นที่รักอย่างเบามือและทะนุถนอม​"สูงอีกนิดสิสวามี ข้าอยากปลิวไปแตะใบไม้ตรงนั้น!" หลินเยวี่ยหัวเราะเสียงใส อารมณ์ดีเป็นพิเศษเมื่อได้ออกมาสูดอากาศนอกห้องนอน หลังจากถูกเขากักขังไว้บนเตียงมาหลายวัน​"ไม่ได้ เดี๋ยวเจ้าตกลงมาเจ็บตัว หมอหลวงเพิ่งจะต้มยาบำรุงร่างกายให้เจ้าดื่มไปเมื่อเช้า ลืมแล้วหรือไร" เซียวจิ่นเอ็ดเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มกว้าง ดวงตาคมกริบจ้องมองแผ่นหลังเล็กๆ บนชิงช้าด้วยความรักใคร่สุดหัวใจ​ทว่าช่วงเวลาแห่งความสุขก็ถูกขัดจังหวะ เมื่อพ่อบ้านสวีเดินค้อมตัวเข้ามาใกล้ พร้อมกับจดหมายเทียบเชิญสีเลือดหมูประทับตราทองคำในมือ​"เรียนท่านอ๋อง พระชายา... มีเ

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   ตอนพิเศษ สมาคมนินทาเจ้านาย และสหายปิ้งปลาย่าง

    ​ย้อนกลับไปในช่วงเวลาก่อนที่ความลับจะแตกกลางบ่อน้ำพุร้อน...​ณ มุมลับตาคนหลังกำแพงเรือนร้างของจวนฉีอ๋อง ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘อาเยวี่ย’ (ญาติผู้น้อยจวนราชครูผู้ถูกลืม) และ ‘อาจิ่น’ (องครักษ์ปลายแถวผู้แสนยากจน) ได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด... และประหลาดล้ำจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็น 'สหายร่วมสาบาน'​ควันไฟสายเล็กๆ ลอยกรุ่นขึ้นจากเตาถ่านชั่วคราวที่ก่อขึ้นจากก้อนหิน บนนั้นมีไม้เสียบ ‘ปลาคาร์ปหยก’ ลายจุดสีทองราคาตัวละร้อยตำลึง (ที่แอบตกมาจากสระหน้าเรือนท่านอ๋อง) กำลังถูกย่างจนส่งกลิ่นหอมฉุย​หลินเยวี่ยในชุดสาวใช้สีมอซอ นั่งยองๆ พลิกไม้ปลาปิ้งอย่างทะมัดทะแมง โดยมีเซียวจิ่นในชุดองครักษ์สีดำสนิท นั่งชันเข่าอยู่ข้างๆ มือแกร่งถือไหสุราเหมาไถที่เพิ่งไปลอบ ‘ขอยืม’ มาจากห้องเก็บเสบียงของพ่อบ้านสวี​"นี่อาจิ่น... ท่านว่าป่านนี้ท่านอ๋องจอมโหดของท่าน จะโดนข้าศึกฟันคอขาดไปหรือยัง?" หลินเยวี่ยฉีกเนื้อปลาหอมกรุ่นเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ พลางเปิดฉากนินทาสวามี (ตัวจริง) อย่างออกรส​เซียวจิ่นรับปลาอีกครึ่งตัวมาจากมือสตรีข้างกาย กัดกินอย่างไม่รังเกียจ ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะ หันมาผสมโรงนินทาเจ้านาย (ซึ่งก็คือตัวเอง) อย่า

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทที่4 ฉีอ๋องคลั่งรัก

    ​บรรยากาศหน้าห้องทรงอักษรเช้านี้เงียบสงบผิดปกติ ขันทีและนางกำนัลต่างพากันก้มหน้าหลบตา ทว่าลอบมองผู้ที่กำลังเดินอาดๆ เข้ามาด้วยความประหลาดใจจนแทบจะถลนลูกตาออกมานอกเบ้า​เซียวจิ่น (ฉีอ๋อง) แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น ผู้มักจะสวมหน้ากากยมทูตและแผ่รังสีอำมหิตจนอากาศรอบตัวเย็นเยียบเป็นน้ำแข็ง บัดนี้กลับก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามผ่าเผย ทว่าแวดล้อมไปด้วยกลิ่นอายของฤดูวสันต์ที่บานสะพรั่ง มุมปากที่มักจะเหยียดตึงอยู่เสมอ บัดนี้กลับยกยิ้มบางๆ อย่างอารมณ์ดี ชนิดที่หาที่สุดมิได้!​เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูเข้าไป ฮ่องเต้เซียวเยวี่ยนที่กำลังเงยหน้าจากกองฎีกาก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่ดวงตาของโอรสสวรรค์จะทอประกายขบขัน พระองค์วางพู่กันลง แย้มพระสรวลกว้างจนเห็นไรพระทนต์ แล้วยกพระหัตถ์ขึ้นตบเข่าฉาดใหญ่!​"เป็นไงน้องรัก! สายข่าวข้ารายงานว่า ภรรยาเจ้ากับเจ้าเข้ากันดีเชียว!"​หากเป็นเมื่อก่อน เซียวจิ่นคงชักสีหน้าและตวาดลั่นโถงว่าผู้ใดบังอาจมาสอดแนมเรื่องในจวนของเขา ทว่ายามนี้ แม่ทัพหนุ่มกลับไม่มีท่าทีขัดเขินหรือเดือดดาลแม้แต่น้อย เขาสาวเท้าเข้าไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หอมด้วยท่าทางเกียจคร้านเล็กน้อย (ผลจากการออกกำลังก

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   ตอนที่ 3 สวามีหน้าหนา

    ​แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างฉลุลายเข้ามาในห้องนอนเรือนหลัง ทว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงเตากลับไม่อาจซึมซับความสดใสของเช้าวันใหม่ได้เลยแม้แต่น้อย ​หลินเยวี่ยขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก ความรู้สึกแรกที่โจมตีโสตประสาทคือความปวดเมื่อยร้าวรานไปทั้งร่าง ราวกับถูกรถม้าศึกของจวนอ๋องบดขยี้ทับไปทับมาสักสิบรอบ โดยเฉพาะช่วงเอวที่ราวกับจะหักออกจากกัน ​‘เมื่อคืน... ข้าเพิ่งรอดตายจากสมรภูมิรบมาหรืออย่างไร...’ ​นางพยายามจะพลิกตัว แต่กลับพบว่าร่างกายขยับไม่ได้ราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเหล็ก เมื่อก้มลงมอง นางก็ต้องเบิกตากว้างจนแทบถลน ​ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตึงแน่นของใครบางคน กำลังรัดเอวนางไว้แน่นราวกับงูเหลือมรัดเหยื่อ แผ่นหลังเปลือยเปล่าของนางแนบชิดกับแผงอกกว้างที่อุ่นจัด และที่น่าตกใจที่สุดคือ... ฝ่ามือใหญ่หยาบกร้านของเขากำลังกอบกุมหน้าอกอวบอิ่มของนางเอาไว้เต็มไม้เต็มมือ แถมยังบีบเคล้นเบาๆ ตามจังหวะการหายใจเข้าออกราวกับมันเป็นของเล่นชิ้นโปรด! ​ความทรงจำอันบ้าคลั่งเมื่อคืนวานไหลบ่าเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ... บ่อน้ำพุร้อน... การเปิดเผยตัวตน... และการ ‘เข้าหอย้อนหลัง

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทที่ 1 โป๊ะแตกกลางสระมรกต

    ​หลังจากวันแรกที่ปะทะฝีปากกันริมสระบัว ความสัมพันธ์ของ ‘องครักษ์ปลายแถว’ และ ‘ญาติผู้น้อยจวนราชครู’ ก็พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด (และประหลาดล้ำ) ​เซียวจิ่นผู้มักจะทำหน้ายักษ์ใส่กองฎีกาที่เรือนหน้า เริ่มหาข้ออ้างหลบงานมาเดินเตร็ดเตร่แถวสระบัวทุกบ่าย ปากก็บอกตัวเองว่า ‘ข้าแค่มาตรวจตราความเรียบร้อย กลัว

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทนำ

    ×คำเตือนนิยายคอมมิดี้ อาจใช้ศัพท์ยุคปัจจุบันบ้าง ตามสไตล์×ม้วนราชโองการสีเหลืองทองถูกโยนโครมลงบนโต๊ะทรงอักษรอย่างไม่ไยดี พร้อมกับร่างสูงใหญ่แผ่รังสีอำมหิตของ เซียวจิ่น (ฉีอ๋อง) ที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่เบื้องหน้าผู้เป็นโอรสสวรรค์​"เสด็จพี่! นี่มันหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? สมรสพระราชทานกับบุต

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทที่2 คือเข้าหอ

    ​ริมฝีปากที่บดเบียดลงมามิได้ให้โอกาสนางได้ตั้งตัว เซียวจิ่นกลืนกินเสียงอุทานของหลินเยวี่ยจนสิ้น รสจูบที่อัดอั้นมาเนิ่นนานทั้งดุดันและหิวโหย ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกผ่านไรฟันที่เผยอค้าง เข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำและหยาดน้ำในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ​"อื้อ..."​หลินเยวี่ยครางประท้วง สองมือเล็กยกขึ้นทุบตีแผงอกก

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทพิเศษ

    ​เซียวจิ่นผู้มักจะทำหน้ายักษ์แผ่รังสีอำมหิตใส่กองฎีกาและแม่ทัพรองที่เรือนหน้า เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เขาหาข้ออ้างหลบงานมาเดินเตร็ดเตร่แถวสระบัวทุกบ่าย ปากก็บอกตัวเองและลูกน้องว่า ‘ข้าแค่ไปตรวจตราความเรียบร้อย กลัวสตรีวิปลาสผู้นั้นจะเผาจวนของข้า’ ทว่าในมือกลับถือห่อขนมกุ้ยฮวาจากเหลาอาหารชื่อดังท

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status