홈 / โรแมนติก / ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว / บทที่ 1 โป๊ะแตกกลางสระมรกต

공유

บทที่ 1 โป๊ะแตกกลางสระมรกต

last update 게시일: 2026-06-05 01:04:22

​หลังจากวันแรกที่ปะทะฝีปากกันริมสระบัว ความสัมพันธ์ของ ‘องครักษ์ปลายแถว’ และ ‘ญาติผู้น้อยจวนราชครู’ ก็พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด (และประหลาดล้ำ)

​เซียวจิ่นผู้มักจะทำหน้ายักษ์ใส่กองฎีกาที่เรือนหน้า เริ่มหาข้ออ้างหลบงานมาเดินเตร็ดเตร่แถวสระบัวทุกบ่าย ปากก็บอกตัวเองว่า ‘ข้าแค่มาตรวจตราความเรียบร้อย กลัวสตรีผู้นั้นจะเผาจวน’ แต่ในมือกลับถือห่อขนมกุ้ยฮวาจากเหลาอาหารชื่อดังติดมาด้วยเสมอ

​ส่วนหลินเยวี่ย พอเห็นหน้าเขา นางก็มักจะเปิดฉากจิกกัดเรื่องที่เขาเป็นลูกน้องผู้ซื่อสัตย์ของท่านอ๋องปีศาจ ก่อนจะจบลงด้วยการแบ่งของกินให้ และนั่งปรับทุกข์ (นินทาเจ้านาย) กันอย่างออกรสออกชาติ นานวันเข้า ความผูกพันก็เริ่มก่อตัวลึกซึ้ง บุรุษและสตรีที่เข้าขากันได้ดีประดุจปี่กับขลุ่ย กลับต้องเก็บซ่อนความรู้สึกกระวนกระวายใจไว้ลึกสุดหน้าอก

​เซียวจิ่นอยากจะคว้าสตรีตรงหน้ามากอดจูบให้รู้แล้วรู้รอด แต่คำว่า ‘ข้ามีพระชายาอยู่แล้ว’ ก็ค้ำคอจนแทบกระอักเลือด ส่วนหลินเยวี่ยก็แอบปวดใจที่ตัวเองดันไปหลงรักองครักษ์หนุ่ม ทั้งที่ยังมีป้าย ‘สตรีมีสวามี’ แขวนแปะหน้าผาก

​

​[ณ บ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวของท่านอ๋อง]

​ไอน้ำสีขาวขุ่นลอยม้วนตัวอ้อยอิ่งอยู่เหนือผิวน้ำมรกตของบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวหลังจวน กลิ่นกำยานหอมอ่อนๆ ผสมผสานกับกลิ่นดอกไม้ป่าสร้างบรรยากาศผ่อนคลายขั้นสุด

​หลินเยวี่ย ในสภาพเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ใดปกปิด เอนแผ่นหลังขาวเนียนพิงขอบสระที่สลักจากหินหยกดำอย่างเกียจคร้าน หยาดน้ำเกาะพราวบนลาดไหล่บอบบางและเนินอกอวบอิ่มที่ปริ่มอยู่เหนือผิวน้ำ นางหลับตาพริ้ม ฮัมเพลงเบาๆ อย่างมีความสุข

​วันนี้ชิงชิงถูกนางไล่ไปนอนพักแล้ว เพราะนางมั่นใจเต็มประดาว่า ‘ท่านอ๋องปีศาจ’ ที่เพิ่งกลับจากการตรากตรำทำศึก คงจะสลบเหมือดอยู่ที่ห้องหนังสือเรือนหน้า ไม่มีทางถ่อสังขารมาแช่น้ำยามดึกดื่นเช่นนี้แน่

​ทว่านางคิดผิดมหันต์...

​เสียงฝีเท้าหนักแน่นและสม่ำเสมอดังขึ้นเบาๆ จากหลังม่านบังตา เซียวจิ่นที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่านจาก ‘จุมพิตที่ถูกระงับ’ เมื่อหัวค่ำ ตัดสินใจมาแช่น้ำพุร้อนเพื่อดับไฟปรารถนาและชำระล้างความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่กำลังตีรวนในอก

​ชายหนุ่มปลดสายคาดเอวและโยนเสื้อผ้าทิ้งไปอย่างไม่ไยดี เผยให้เห็นเรือนกายกำยำสมบูรณ์แบบที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นจางๆ จากสมรภูมิ เขาก้าวเท้าลงไปในสระอย่างเงียบเชียบ หมายจะดำดิ่งลงใต้น้ำให้สางเมา

​ซ่า...

​เสียงน้ำกระเพื่อมไหวผิดจังหวะ ทำให้หลินเยวี่ยที่กำลังเคลิ้มหลับสะดุ้งสุดตัว นางลืมตาขึ้นทันที และเมื่อมองลอดผ่านม่านหมอกไอน้ำบางเบา ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำเอานางแทบหยุดหายใจ

​เงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษเปลือยท่อนบนกำลังยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสิบก้าว ใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นตานั้นทำให้นางเบิกตากว้างจนแทบถลน

​"เจ้าองครักษ์!" หลินเยวี่ยอุทานเสียงหลง รีบยกท่อนแขนเรียวขึ้นกอดอก ปิดบังทรวงอกอวบอิ่มของตนเองไว้ใต้ผิวน้ำพร้อมกับเตะขาถอยกรูดไปติดขอบสระอีกด้านอย่างตื่นตระหนก

​เซียวจิ่นเองก็ชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อเป็นหิน เขาจ้องมองดวงหน้าจิ้มลิ้มที่เปียกชื้น ผิวพรรณขาวผ่องที่โผล่พ้นน้ำแดงระเรื่อด้วยอุณหภูมิความร้อนและความเขินอาย... สตรีที่เขากำลังพยายามหักห้ามใจ บัดนี้กลับมาเปลื้องผ้าแช่น้ำอยู่ในบ่อส่วนตัวของเขา!

​ความร้อนในกายที่ตั้งใจจะมาดับ กลับถูกสุมด้วยฟืนกองใหญ่จนลุกโชนยิ่งกว่าเดิม!

​"ญาติผู้น้อย... เจ้า!" เซียวจิ่นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามปั้นหน้าดุดันข่มความปรารถนาเบื้องล่างที่เริ่มตื่นตัว "เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงแอบเข้ามาอาบน้ำในบ่อของท่านอ๋องยามวิกาลเช่นนี้! ไม่รักชีวิตแล้วหรือ!"

​หลินเยวี่ยตกใจจนสติแตก นางคิดว่าองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์คนนี้ต้องมาจับกุมนางไปรับโทษทัณฑ์โบยหลังลายแน่ๆ ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย สตรีผู้รักชีวิตสโลว์ไลฟ์ตัดสินใจงัดไพ่ตายใบสุดท้ายออกมาใช้เพื่อปกป้องตัวเอง!

​นางเชิดหน้าขึ้นสุดฤทธิ์ พยายามทำใจดีสู้เสือ ตะเบ็งเสียงข่มความกลัว

​"หยุดอยู่ตรงนั้นนะ! ข้า... ข้าไม่ใช่ญาติผู้น้อยอะไรทั้งนั้น! ข้าคือ ‘พระชายาฉีอ๋อง’ ตัวจริงเสียงจริง! หากเจ้าไม่อยากหัวขาด ก็รีบหันหลังแล้วไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้นะ ไอ้องครักษ์ไร้มารยาท!"

​สิ้นคำประกาศิต บรรยากาศรอบสระน้ำพลันเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำตกกระทบโขดหิน

​เซียวจิ่นนิ่งอึ้งไปชั่วอึดใจ สมองของแม่ทัพหนุ่มผู้ปราดเปรื่องประมวลผลคำพูดของนางอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ...

​สตรีที่ชอบแอบหนีมาตกปลา...

สตรีที่ด่าทอท่านอ๋องทุกวันว่าจืดชืดน่าเบื่อ...

สตรีที่มีสิทธิ์เข้ามาใช้บ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวได้โดยไม่มีบ่าวไพร่คนไหนกล้าห้าม...

ญาติผู้น้อยขี้โกหกผู้นี้ แท้จริงแล้วคือพระชายา...

สตรีที่เขาหลงรักจนแทบคลั่ง = เมียแต่งที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาเอง!?

​เพล้ง!

​นั่นคือเสียงของ ‘กำแพงศีลธรรม’ และความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในใจเซียวจิ่นที่แตกละเอียดเป็นผุยผง!

​เมื่อรู้ว่าสตรีที่เปลือยเปล่าเย้ายวนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่สาวใช้ ไม่ใช่ญาติผู้น้อยที่ไหน แต่เป็น ‘สมบัติของเขา’ อย่างถูกต้องตามกฎหมายและประเพณี ความข่มกลั้นทั้งมวลก็มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนและความหิวโหยของหมาป่าที่ถูกปลดปลอกคอ!

​มุมปากของแม่ทัพหนุ่มกระตุกยิ้มร้ายกาจ แววตาที่เคยสับสนและพยายามข่มกลั้น แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อน ดุดัน และหิวโหยจนหลินเยวี่ยรู้สึกขนลุกซู่

​"ยะ... ยังไม่รีบออกไปอีก! ข้าเป็นถึงพระชายาเชียวนะ!" นางเสียงสั่น พยายามหดตัวลีบติดโขดหิน

​ซ่า... ซ่า...

​แทนที่จะหวาดกลัวและหันหลังกลับ เซียวจิ่นกลับก้าวฝ่าผิวน้ำเข้าไปหานางอย่างเชื่องช้า ทว่าคุกคามทุกฝีก้าว คลื่นน้ำกระเพื่อมไหวเป็นระลอกกระทบเข้ากับเรือนร่างบอบบางที่สั่นสะท้าน

​เซียวจิ่นใช้ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามทั้งสองข้าง ยันขอบสระหินหยกดำไว้ กักขังร่างนุ่มนิ่มเปลือยเปล่าไว้ในอ้อมแขนอย่างสมบูรณ์แบบ ลมหายใจร้อนระอุของบุรุษเพศรดรินลงบนหน้าผากมน

​"โอ้... เช่นนั้นข้าก็เสียมารยาทแล้ว ‘พระชายาของข้า’..."

​น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ทุ้มต่ำ และเย้ายวนจนคนฟังแข้งขาอ่อนแรง สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างอรชรใต้น้ำอย่างจาบจ้วงเปิดเผย ไม่หลงเหลือคราบองครักษ์ผู้เคร่งขรึมอีกต่อไป

​"ทะ... ทำไมเจ้าเรียกข้าเช่นนั้น..." หลินเยวี่ยเบิกตากว้าง สมองเริ่มขาวโพลน

​รอยยิ้มมุมปากของบุรุษตรงหน้ากว้างขึ้น ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมากระซิบชิดริมฝีปากบางของนาง

​"ช่างประจวบเหมาะเสียจริง... เพราะข้าก็คือ ‘ฉีอ๋อง’ สวามีหน้าอัปลักษณ์ บ้าเลือด และไร้น้ำยา... ที่เจ้าด่าทอให้ข้าฟังอยู่ทุกวันอย่างไรเล่า"

​ดวงตาของหลินเยวี่ยเบิกกว้างสุดขีด ริมฝีปากอ้าค้าง สติสัมปชัญญะหลุดลอยไปในอากาศ

​บุรุษหนุ่มรูปงาม... องครักษ์ยากจน... สหายกินปลาย่าง... คือท่านอ๋องปีศาจ!?

​"ทะ... ท่าน..."

​"ในเมื่อเจ้ารู้แล้วว่าข้าคือใคร และข้ารู้แล้วว่าเจ้าคือใคร... เช่นนั้นคืนนี้ ข้าคงต้องขออนุญาต ‘เข้าหอ’ ย้อนหลังเสียหน่อยกระมัง"

​ยังไม่ทันที่นางจะได้กรีดร้อง ท้วงติง หรือเอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ริมฝีปากร้อนระอุของ ‘สวามีตัวจริง’ ก็โฉบลงมาบดขยี้ กลืนกินเสียงประท้วงของนางไปจนสิ้น

​สัมผัสของเขาดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความเรียกร้องต้องการที่อัดอั้นมาเนิ่นนาน มือหนาที่เคยทะนุถนอมนางเมื่อหัวค่ำ บัดนี้เลื่อนลงไปโอบรั้งเอวคอดกิ่ว ดึงร่างเปลือยเปล่าที่เปียกชื้นของนางให้แนบชิดกับเรือนกายแกร่งใต้น้ำอย่างไร้ช่องว่าง

​

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   ตอนที่ 7 ไอ้หน้าหนา 18+

    ม่านมุ้งสีปะการังทิ้งตัวลงมาปิดกั้นโลกภายนอก ทว่าสงครามรักบนเตียงนอนกลับเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในรูปแบบที่แปลกประหลาดออกไป​หลินเยวี่ยเพิ่งจะถูกจับถอดชุดนอนผ้าแพรออกจนเนื้อตัวเปล่าเปลือย นางรีบคว้าผ้าห่มผืนหนามาคลุมกายมิดชิดจนถึงคอ หวังจะหลีกลี้หนีภัยจาก 'หมาป่าตะกละ' ทว่าเซียวจิ่นกลับไวกว่า เขารวบผ้าห่มโยนทิ้งไปปลายเตียงอย่างไม่ไยดี ก่อนจะโถมกายทาบทับลงมา กักขังนางไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้าง​"ท่านบอกจะหวีผมให้ข้า แล้วไหงมาจับข้าแก้ผ้าเล่า ไอ้คนปลิ้นปล้อน!" นางแหวเข้าให้ สองมือเล็กดันแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่าของเขาไว้​"ข้ากำลังจะทำอย่างอื่นให้เจ้าแทนอย่างไรเล่า" เซียวจิ่นยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาทอประกายเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ​แทนที่เขาจะจู่โจมอย่างหนักหน่วงดุดันดั่งเช่นทุกครา คืนนี้แม่ทัพหนุ่มกลับนึกสนุก ปลายจมูกโด่งสันกดลงบนซอกคอหอมกรุ่น ก่อนจะใช้หนวดเคราสากๆ ที่เพิ่งขึ้นไรๆ ถูไถไปตามลาดไหล่เนียนและลำคอระหงของนางอย่างจงใจ​"อ๊ะ... ฮ่าๆๆ! สวามี! ยะ... อย่าทำแบบนี้ ข้าจั๊กจี้!"​หลินเยวี่ยสะดุ้งเฮือก หดคอหนีสัมผัสสากระคายนั้นพลางหัวเราะเสียงหลง นางดิ้นขลุกขลักไปมาอยู่ใต้ร่างใหญ่โต ทว่ายิ่งดิ้น เ

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   ตอนที่ 6 คำถามแสนหวาน

    ​ยามรัตติกาลมาเยือน บรรยากาศภายในห้องนอนเรือนหลังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกำจายของกำยานดอกกุ้ยฮวา แสงเทียนสลัววูบไหวทอดเงาของคนสองคนให้ซ้อนทับกันอยู่บนฉากกั้นไม้แกะสลัก​หลินเยวี่ยในชุดนอนผ้าแพรสีขาวเนื้อนุ่ม นั่งทอดลุ่ยอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ โดยมีร่างสูงกำยำของเซียวจิ่นยืนซ้อนอยู่เบื้องหลัง​มือแกร่งที่เคยกรำศึกจับแต่ดาบและทวน บัดนี้กำลังถือหวีไม้หอมสลักลาย มังกรคู่หงส์ ค่อยๆ สางเรือนผมสีหมึกที่ยาวสยายเต็มแผ่นหลังของภรรยาอย่างเบามือและเชื่องช้าที่สุด ราวกับกลัวว่าเส้นผมของนางจะขาดร่วงแม้แต่เส้นเดียว ท่วงท่าอันทะนุถนอมนี้ช่างขัดกับฉายา ‘จอมมารหน้าผี’ ของเขาอย่างสิ้นเชิง​"สวามี ท่านหวีผมให้ข้าจนข้าจะเคลิ้มหลับคาโต๊ะเครื่องแป้งอยู่แล้วนะ" หลินเยวี่ยพึมพำเสียงงัวเงีย มองสบตากับเขาผ่านคันฉ่อง​เซียวจิ่นระบายยิ้มบางเบา วางหวีไม้หอมลงบนโต๊ะ ก่อนจะรวบปอยผมของนางขึ้นมาจรดริมฝีปากจุมพิตอย่างแสนรัก​"เยวี่ยเอ๋อร์..." จู่ๆ น้ำเสียงของแม่ทัพหนุ่มก็จริงจังขึ้นมาเล็กน้อย แววตาที่มองสะท้อนในคันฉ่องแฝงไปด้วยความใคร่รู้ระคนเจ็บปวดแทนสตรีตรงหน้า "ตอนกลางวัน เจ้าบอกว่าชีวิตในฐานะลูกอนุที่จวนราชครูนั

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทที่ 5 ข้าอยากไป

    ​สายลมเอื่อยๆ ในยามบ่ายพัดผ่านเรือนหลังของจวนฉีอ๋อง นำพากลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาที่เพิ่งผลิดอกบานสะพรั่งมาเตะจมูก บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่นผิดกับความวุ่นวายในเมืองหลวง​ใต้ต้นอู๋ถงต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา หลินเยวี่ย ในชุดกระโปรงผ้าไหมพลิ้วไหวสีกลีบบัว กำลังนั่งแกว่งเท้าเล่นอยู่บนชิงช้าไม้กระดานแผ่นหนา โดยมีร่างสูงใหญ่ของ เซียวจิ่น ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง มือแกร่งที่เคยใช้กุมดาบฟาดฟันศัตรู บัดนี้กำลังออกแรงผลักชิงช้าให้สตรีอันเป็นที่รักอย่างเบามือและทะนุถนอม​"สูงอีกนิดสิสวามี ข้าอยากปลิวไปแตะใบไม้ตรงนั้น!" หลินเยวี่ยหัวเราะเสียงใส อารมณ์ดีเป็นพิเศษเมื่อได้ออกมาสูดอากาศนอกห้องนอน หลังจากถูกเขากักขังไว้บนเตียงมาหลายวัน​"ไม่ได้ เดี๋ยวเจ้าตกลงมาเจ็บตัว หมอหลวงเพิ่งจะต้มยาบำรุงร่างกายให้เจ้าดื่มไปเมื่อเช้า ลืมแล้วหรือไร" เซียวจิ่นเอ็ดเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มกว้าง ดวงตาคมกริบจ้องมองแผ่นหลังเล็กๆ บนชิงช้าด้วยความรักใคร่สุดหัวใจ​ทว่าช่วงเวลาแห่งความสุขก็ถูกขัดจังหวะ เมื่อพ่อบ้านสวีเดินค้อมตัวเข้ามาใกล้ พร้อมกับจดหมายเทียบเชิญสีเลือดหมูประทับตราทองคำในมือ​"เรียนท่านอ๋อง พระชายา... มีเ

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   ตอนพิเศษ สมาคมนินทาเจ้านาย และสหายปิ้งปลาย่าง

    ​ย้อนกลับไปในช่วงเวลาก่อนที่ความลับจะแตกกลางบ่อน้ำพุร้อน...​ณ มุมลับตาคนหลังกำแพงเรือนร้างของจวนฉีอ๋อง ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘อาเยวี่ย’ (ญาติผู้น้อยจวนราชครูผู้ถูกลืม) และ ‘อาจิ่น’ (องครักษ์ปลายแถวผู้แสนยากจน) ได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด... และประหลาดล้ำจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็น 'สหายร่วมสาบาน'​ควันไฟสายเล็กๆ ลอยกรุ่นขึ้นจากเตาถ่านชั่วคราวที่ก่อขึ้นจากก้อนหิน บนนั้นมีไม้เสียบ ‘ปลาคาร์ปหยก’ ลายจุดสีทองราคาตัวละร้อยตำลึง (ที่แอบตกมาจากสระหน้าเรือนท่านอ๋อง) กำลังถูกย่างจนส่งกลิ่นหอมฉุย​หลินเยวี่ยในชุดสาวใช้สีมอซอ นั่งยองๆ พลิกไม้ปลาปิ้งอย่างทะมัดทะแมง โดยมีเซียวจิ่นในชุดองครักษ์สีดำสนิท นั่งชันเข่าอยู่ข้างๆ มือแกร่งถือไหสุราเหมาไถที่เพิ่งไปลอบ ‘ขอยืม’ มาจากห้องเก็บเสบียงของพ่อบ้านสวี​"นี่อาจิ่น... ท่านว่าป่านนี้ท่านอ๋องจอมโหดของท่าน จะโดนข้าศึกฟันคอขาดไปหรือยัง?" หลินเยวี่ยฉีกเนื้อปลาหอมกรุ่นเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ พลางเปิดฉากนินทาสวามี (ตัวจริง) อย่างออกรส​เซียวจิ่นรับปลาอีกครึ่งตัวมาจากมือสตรีข้างกาย กัดกินอย่างไม่รังเกียจ ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะ หันมาผสมโรงนินทาเจ้านาย (ซึ่งก็คือตัวเอง) อย่า

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทที่4 ฉีอ๋องคลั่งรัก

    ​บรรยากาศหน้าห้องทรงอักษรเช้านี้เงียบสงบผิดปกติ ขันทีและนางกำนัลต่างพากันก้มหน้าหลบตา ทว่าลอบมองผู้ที่กำลังเดินอาดๆ เข้ามาด้วยความประหลาดใจจนแทบจะถลนลูกตาออกมานอกเบ้า​เซียวจิ่น (ฉีอ๋อง) แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น ผู้มักจะสวมหน้ากากยมทูตและแผ่รังสีอำมหิตจนอากาศรอบตัวเย็นเยียบเป็นน้ำแข็ง บัดนี้กลับก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามผ่าเผย ทว่าแวดล้อมไปด้วยกลิ่นอายของฤดูวสันต์ที่บานสะพรั่ง มุมปากที่มักจะเหยียดตึงอยู่เสมอ บัดนี้กลับยกยิ้มบางๆ อย่างอารมณ์ดี ชนิดที่หาที่สุดมิได้!​เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูเข้าไป ฮ่องเต้เซียวเยวี่ยนที่กำลังเงยหน้าจากกองฎีกาก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่ดวงตาของโอรสสวรรค์จะทอประกายขบขัน พระองค์วางพู่กันลง แย้มพระสรวลกว้างจนเห็นไรพระทนต์ แล้วยกพระหัตถ์ขึ้นตบเข่าฉาดใหญ่!​"เป็นไงน้องรัก! สายข่าวข้ารายงานว่า ภรรยาเจ้ากับเจ้าเข้ากันดีเชียว!"​หากเป็นเมื่อก่อน เซียวจิ่นคงชักสีหน้าและตวาดลั่นโถงว่าผู้ใดบังอาจมาสอดแนมเรื่องในจวนของเขา ทว่ายามนี้ แม่ทัพหนุ่มกลับไม่มีท่าทีขัดเขินหรือเดือดดาลแม้แต่น้อย เขาสาวเท้าเข้าไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หอมด้วยท่าทางเกียจคร้านเล็กน้อย (ผลจากการออกกำลังก

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   ตอนที่ 3 สวามีหน้าหนา

    ​แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างฉลุลายเข้ามาในห้องนอนเรือนหลัง ทว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงเตากลับไม่อาจซึมซับความสดใสของเช้าวันใหม่ได้เลยแม้แต่น้อย ​หลินเยวี่ยขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก ความรู้สึกแรกที่โจมตีโสตประสาทคือความปวดเมื่อยร้าวรานไปทั้งร่าง ราวกับถูกรถม้าศึกของจวนอ๋องบดขยี้ทับไปทับมาสักสิบรอบ โดยเฉพาะช่วงเอวที่ราวกับจะหักออกจากกัน ​‘เมื่อคืน... ข้าเพิ่งรอดตายจากสมรภูมิรบมาหรืออย่างไร...’ ​นางพยายามจะพลิกตัว แต่กลับพบว่าร่างกายขยับไม่ได้ราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเหล็ก เมื่อก้มลงมอง นางก็ต้องเบิกตากว้างจนแทบถลน ​ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตึงแน่นของใครบางคน กำลังรัดเอวนางไว้แน่นราวกับงูเหลือมรัดเหยื่อ แผ่นหลังเปลือยเปล่าของนางแนบชิดกับแผงอกกว้างที่อุ่นจัด และที่น่าตกใจที่สุดคือ... ฝ่ามือใหญ่หยาบกร้านของเขากำลังกอบกุมหน้าอกอวบอิ่มของนางเอาไว้เต็มไม้เต็มมือ แถมยังบีบเคล้นเบาๆ ตามจังหวะการหายใจเข้าออกราวกับมันเป็นของเล่นชิ้นโปรด! ​ความทรงจำอันบ้าคลั่งเมื่อคืนวานไหลบ่าเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ... บ่อน้ำพุร้อน... การเปิดเผยตัวตน... และการ ‘เข้าหอย้อนหลัง

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทที่2 คือเข้าหอ

    ​ริมฝีปากที่บดเบียดลงมามิได้ให้โอกาสนางได้ตั้งตัว เซียวจิ่นกลืนกินเสียงอุทานของหลินเยวี่ยจนสิ้น รสจูบที่อัดอั้นมาเนิ่นนานทั้งดุดันและหิวโหย ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกผ่านไรฟันที่เผยอค้าง เข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำและหยาดน้ำในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ​"อื้อ..."​หลินเยวี่ยครางประท้วง สองมือเล็กยกขึ้นทุบตีแผงอกก

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทพิเศษ

    ​เซียวจิ่นผู้มักจะทำหน้ายักษ์แผ่รังสีอำมหิตใส่กองฎีกาและแม่ทัพรองที่เรือนหน้า เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เขาหาข้ออ้างหลบงานมาเดินเตร็ดเตร่แถวสระบัวทุกบ่าย ปากก็บอกตัวเองและลูกน้องว่า ‘ข้าแค่ไปตรวจตราความเรียบร้อย กลัวสตรีวิปลาสผู้นั้นจะเผาจวนของข้า’ ทว่าในมือกลับถือห่อขนมกุ้ยฮวาจากเหลาอาหารชื่อดังท

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทนำ

    ×คำเตือนนิยายคอมมิดี้ อาจใช้ศัพท์ยุคปัจจุบันบ้าง ตามสไตล์×ม้วนราชโองการสีเหลืองทองถูกโยนโครมลงบนโต๊ะทรงอักษรอย่างไม่ไยดี พร้อมกับร่างสูงใหญ่แผ่รังสีอำมหิตของ เซียวจิ่น (ฉีอ๋อง) ที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่เบื้องหน้าผู้เป็นโอรสสวรรค์​"เสด็จพี่! นี่มันหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? สมรสพระราชทานกับบุต

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status