Partager

บทที่ 5 ข้าอยากไป

last update Date de publication: 2026-06-07 14:40:09

​สายลมเอื่อยๆ ในยามบ่ายพัดผ่านเรือนหลังของจวนฉีอ๋อง นำพากลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาที่เพิ่งผลิดอกบานสะพรั่งมาเตะจมูก บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่นผิดกับความวุ่นวายในเมืองหลวง

​ใต้ต้นอู๋ถงต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา หลินเยวี่ย ในชุดกระโปรงผ้าไหมพลิ้วไหวสีกลีบบัว กำลังนั่งแกว่งเท้าเล่นอยู่บนชิงช้าไม้กระดานแผ่นหนา โดยมีร่างสูงใหญ่ของ เซียวจิ่น ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง มือแกร่งที่เคยใช้กุมดาบฟาดฟันศัตรู บัดนี้กำลังออกแรงผลักชิงช้าให้สตรีอันเป็นที่รักอย่างเบามือและทะนุถนอม

​"สูงอีกนิดสิสวามี ข้าอยากปลิวไปแตะใบไม้ตรงนั้น!" หลินเยวี่ยหัวเราะเสียงใส อารมณ์ดีเป็นพิเศษเมื่อได้ออกมาสูดอากาศนอกห้องนอน หลังจากถูกเขากักขังไว้บนเตียงมาหลายวัน

​"ไม่ได้ เดี๋ยวเจ้าตกลงมาเจ็บตัว หมอหลวงเพิ่งจะต้มยาบำรุงร่างกายให้เจ้าดื่มไปเมื่อเช้า ลืมแล้วหรือไร" เซียวจิ่นเอ็ดเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มกว้าง ดวงตาคมกริบจ้องมองแผ่นหลังเล็กๆ บนชิงช้าด้วยความรักใคร่สุดหัวใจ

​ทว่าช่วงเวลาแห่งความสุขก็ถูกขัดจังหวะ เมื่อพ่อบ้านสวีเดินค้อมตัวเข้ามาใกล้ พร้อมกับจดหมายเทียบเชิญสีเลือดหมูประทับตราทองคำในมือ

​"เรียนท่านอ๋อง พระชายา... มีเทียบเชิญจากจวนอัครเสนาบดีฝั่งซ้ายขอรับ" พ่อบ้านสวีรายงานพลางยื่นเทียบเชิญให้

​เซียวจิ่นหยุดแกว่งชิงช้า เขารับเทียบเชิญมาเปิดอ่านเพียงปราดเดียว คิ้วกระบี่ก็ขมวดเข้าหากันจนเป็นปม รังสีความหงุดหงิดแผ่ออกมาจางๆ

​"งานเลี้ยงชมบุปผาและประชันกวีรึ? ไร้สาระสิ้นดี" แม่ทัพหนุ่มแค่นเสียงหยัน ก่อนจะโยนเทียบเชิญกลับไปให้พ่อบ้านสวี "เอาไปเผาทิ้งเสีย แล้วไปตอบปฏิเสธ บอกว่าพระชายาของข้าสุขภาพไม่สู้ดี ไม่สะดวกไปร่วมงาน"

​"เดี๋ยวสิ!" หลินเยวี่ยรีบเบรกชิงช้าจนหยุดกึก นางหันขวับมามองสวามี "ทำไมเล่า? งานเลี้ยงชมดอกไม้ ฟังดูน่าสนุกดีออก ข้าอยากไป"

​เซียวจิ่นถอนหายใจยาว เดินมาหยุดยืนตรงหน้านาง "เยวี่ยเอ๋อร์ เจ้าไม่รู้หรอกว่างานเลี้ยงของพวกสตรีชั้นสูงในเมืองหลวงน่ะ มันไม่ใช่แค่การไปดูดอกไม้ แต่มันคือลานประลองอารมณ์ พวกนางชอบใส่หน้ากากเข้าหากัน ใช้บทกวีด่าทอเหน็บแนม เจ้าที่รักความสงบและชอบใช้ชีวิตเรียบง่าย จะไปทนฟังพวกนางพ่นน้ำลายใส่กันทำไมให้ปวดหัว"

​แม่ทัพหนุ่มรู้ดีว่า เสิ่นเจียวผู้เป็นคนส่งเทียบเชิญ มีเจตนาแอบแฝงอันใด เขาไม่อยากให้ก้อนแป้งที่เขาทะนุถนอม ต้องไปรับฟังคำดูถูกเหยียดหยามจากปากสตรีพวกนั้น

​ทว่าหลินเยวี่ยกลับช้อนดวงตากลมโตขึ้นมองเขา แววตาของนางหม่นลงเล็กน้อย รอยยิ้มซุกซนเมื่อครู่จางหายไป

​"ข้าทราบดีว่าพวกนางคงไม่อยากเชิญข้าไปชื่นชมดอกไม้จริงๆ หรอก... แต่เซียวจิ่น ข้าอยากไปจริงๆ นะ" นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา สองมือเล็กกำเชือกชิงช้าแน่น

​"เหตุใดเจ้าถึงอยากไปนัก?" เซียวจิ่นเลิกคิ้ว ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างเดียวตรงหน้าชิงช้า เพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับนาง

​หลินเยวี่ยก้มหน้ามองมือตัวเอง ริมฝีปากบางขยับเอื้อนเอ่ยความในใจที่ถูกเก็บซ่อนมาเนิ่นนาน

​"ท่านก็รู้ว่าอดีตข้าเป็นเพียง 'ลูกอนุชั้นต่ำ' ของจวนราชครู... ตั้งแต่เกิดมา ข้าถูกขังให้อยู่แต่ในเรือนหลังซอมซ่อ ไม่เคยได้เรียนหนังสือ ไม่เคยมีเสื้อผ้าสวยๆ ใส่ และที่สำคัญ... ข้าไม่เคยได้รับอนุญาตให้ออกไปร่วมงานเลี้ยงหรืองานเทศกาลใดๆ เลย"

​น้ำเสียงของนางไม่ได้ตัดพ้อโชคชะตา แต่กลับเจือไปด้วยความโหยหาของเด็กสาวคนหนึ่ง "ทุกครั้งที่พี่สาวหรือคุณหนูคนอื่นๆ แต่งตัวสวยงามออกไปร่วมงานเลี้ยง ข้าทำได้เพียงแอบมองพวกนางผ่านช่องกำแพงเก่าๆ... ข้าแค่อยากรู้ว่า โลกภายนอกกำแพงนั่นเป็นอย่างไร งานเลี้ยงที่พวกสตรีชั้นสูงเขาไปกัน มันสวยงามเหมือนในนิทานที่มารดาเคยเล่าให้ฟังหรือไม่... ข้าแค่อยากลองสัมผัสบรรยากาศเหล่านั้นดูสักครั้งเท่านั้นเอง"

​คำบอกเล่าที่เรียบง่ายทว่าซื่อตรงของนาง ทำเอาหัวใจของแม่ทัพใหญ่ผู้แข็งแกร่งดุจหินผาถูกบีบรัดจนปวดหนึบ

​เซียวจิ่นมองสตรีตรงหน้า ภาพของคุณหนูตัวน้อยๆ ที่ต้องแอบมองความสุขของผู้อื่นผ่านรอยแตกของกำแพงผุดขึ้นมาในหัว สตรีที่งดงามและแสนดีเพียงนี้ กลับถูกครอบครัวทอดทิ้งและเหยียบย่ำมาตลอดชีวิต...

​‘จวนราชครูช่างตาบอดนักที่ทอดทิ้งอัญมณีล้ำค่าเช่นเจ้า... แต่ไม่เป็นไร จากนี้ไป ข้าจะเป็นคนมอบโลกทั้งใบให้เจ้าเอง’

​เซียวจิ่นยกมือขึ้นกุมมือเล็กที่จับเชือกชิงช้าเอาไว้ นัยน์ตาหงส์ที่เคยแข็งกร้าวทอประกายอ่อนโยนและเจ็บปวดแทนสตรีตรงหน้า

​"เยวี่ยเอ๋อร์ เจ้าไม่ใช่ลูกอนุชั้นต่ำ... เจ้าคือพระชายาของข้า คือสตรีที่สูงศักดิ์ที่สุดในจวนฉีอ๋อง" เขากระซิบเสียงพร่า ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอก ลูบแผ่นหลังบอบบางอย่างปลอบประโลม

​หลินเยวี่ยซุกหน้าลงกับไหล่กว้าง กลิ่นหอมเย็นๆ ของเขาทำให้นางรู้สึกปลอดภัยเสมอ

​"ถ้าเจ้าอยากไป ข้าก็จะให้เจ้าไป" เซียวจิ่นผละออกเล็กน้อย จับจ้องใบหน้างดงามด้วยแววตาจริงจังและเด็ดขาด "เจ้าแต่งตัวให้งดงามที่สุด เอาชุดผ้าไหมที่ฮ่องเต้ประทานให้มาใส่ ไปเปิดหูเปิดตาให้เต็มที่..."

​เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นราวกับคำสาบาน

​"เจ้าไปสนุกได้... แต่จงสัญญากับข้า ว่าไปแล้ว 'ห้ามเสียใจ' และห้ามหลั่งน้ำตาให้พวกสตรีจอมปลอมพวกนั้นเด็ดขาด หากพวกนางกล้ารังแกเจ้าแม้แต่ปลายเล็บ จงจำเอาไว้ว่าสวามีของเจ้าเป็นใคร... ข้าคือแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น ใครกล้าทำให้เจ้าขุ่นเคืองใจ ข้าจะไปพังจวนของมันให้ราบเป็นหน้ากลอง!"

​หลินเยวี่ยเบิกตากว้าง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงใส ความเศร้าหมองเมื่อครู่ปลิวหายไปกับสายลม

​"อื้อ! ข้าสัญญา! ข้าหน้าหนาจะตายไป ใครจะมาทำให้ข้าเสียใจได้เล่า ข้าแค่จะไปนั่งกินขนมจวนพวกนางให้คุ้มค่าเทียบเชิญเท่านั้นแหละ!" นางยิ้มแฉ่งจนตาหยี

​เซียวจิ่นเห็นรอยยิ้มนั้นก็ค่อยเบาใจลง เขายกมือขึ้นบีบจมูกรั้นของนางเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว

​"ดีมาก... พรุ่งนี้เจ้าไปงานเลี้ยง ส่วนข้าจะแสร้งทำเป็นไปตรวจค่ายทหาร" เขายกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ "แต่หากข้าคำนวณเวลาแล้วรู้สึกว่าเจ้าไปนานเกินไป... ข้าจะหาข้ออ้างไป 'รับ' เจ้ากลับมาเอง"

​

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   ตอนที่ 7 ไอ้หน้าหนา 18+

    ม่านมุ้งสีปะการังทิ้งตัวลงมาปิดกั้นโลกภายนอก ทว่าสงครามรักบนเตียงนอนกลับเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในรูปแบบที่แปลกประหลาดออกไป​หลินเยวี่ยเพิ่งจะถูกจับถอดชุดนอนผ้าแพรออกจนเนื้อตัวเปล่าเปลือย นางรีบคว้าผ้าห่มผืนหนามาคลุมกายมิดชิดจนถึงคอ หวังจะหลีกลี้หนีภัยจาก 'หมาป่าตะกละ' ทว่าเซียวจิ่นกลับไวกว่า เขารวบผ้าห่มโยนทิ้งไปปลายเตียงอย่างไม่ไยดี ก่อนจะโถมกายทาบทับลงมา กักขังนางไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้าง​"ท่านบอกจะหวีผมให้ข้า แล้วไหงมาจับข้าแก้ผ้าเล่า ไอ้คนปลิ้นปล้อน!" นางแหวเข้าให้ สองมือเล็กดันแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่าของเขาไว้​"ข้ากำลังจะทำอย่างอื่นให้เจ้าแทนอย่างไรเล่า" เซียวจิ่นยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาทอประกายเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ​แทนที่เขาจะจู่โจมอย่างหนักหน่วงดุดันดั่งเช่นทุกครา คืนนี้แม่ทัพหนุ่มกลับนึกสนุก ปลายจมูกโด่งสันกดลงบนซอกคอหอมกรุ่น ก่อนจะใช้หนวดเคราสากๆ ที่เพิ่งขึ้นไรๆ ถูไถไปตามลาดไหล่เนียนและลำคอระหงของนางอย่างจงใจ​"อ๊ะ... ฮ่าๆๆ! สวามี! ยะ... อย่าทำแบบนี้ ข้าจั๊กจี้!"​หลินเยวี่ยสะดุ้งเฮือก หดคอหนีสัมผัสสากระคายนั้นพลางหัวเราะเสียงหลง นางดิ้นขลุกขลักไปมาอยู่ใต้ร่างใหญ่โต ทว่ายิ่งดิ้น เ

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   ตอนที่ 6 คำถามแสนหวาน

    ​ยามรัตติกาลมาเยือน บรรยากาศภายในห้องนอนเรือนหลังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกำจายของกำยานดอกกุ้ยฮวา แสงเทียนสลัววูบไหวทอดเงาของคนสองคนให้ซ้อนทับกันอยู่บนฉากกั้นไม้แกะสลัก​หลินเยวี่ยในชุดนอนผ้าแพรสีขาวเนื้อนุ่ม นั่งทอดลุ่ยอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ โดยมีร่างสูงกำยำของเซียวจิ่นยืนซ้อนอยู่เบื้องหลัง​มือแกร่งที่เคยกรำศึกจับแต่ดาบและทวน บัดนี้กำลังถือหวีไม้หอมสลักลาย มังกรคู่หงส์ ค่อยๆ สางเรือนผมสีหมึกที่ยาวสยายเต็มแผ่นหลังของภรรยาอย่างเบามือและเชื่องช้าที่สุด ราวกับกลัวว่าเส้นผมของนางจะขาดร่วงแม้แต่เส้นเดียว ท่วงท่าอันทะนุถนอมนี้ช่างขัดกับฉายา ‘จอมมารหน้าผี’ ของเขาอย่างสิ้นเชิง​"สวามี ท่านหวีผมให้ข้าจนข้าจะเคลิ้มหลับคาโต๊ะเครื่องแป้งอยู่แล้วนะ" หลินเยวี่ยพึมพำเสียงงัวเงีย มองสบตากับเขาผ่านคันฉ่อง​เซียวจิ่นระบายยิ้มบางเบา วางหวีไม้หอมลงบนโต๊ะ ก่อนจะรวบปอยผมของนางขึ้นมาจรดริมฝีปากจุมพิตอย่างแสนรัก​"เยวี่ยเอ๋อร์..." จู่ๆ น้ำเสียงของแม่ทัพหนุ่มก็จริงจังขึ้นมาเล็กน้อย แววตาที่มองสะท้อนในคันฉ่องแฝงไปด้วยความใคร่รู้ระคนเจ็บปวดแทนสตรีตรงหน้า "ตอนกลางวัน เจ้าบอกว่าชีวิตในฐานะลูกอนุที่จวนราชครูนั

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทที่ 5 ข้าอยากไป

    ​สายลมเอื่อยๆ ในยามบ่ายพัดผ่านเรือนหลังของจวนฉีอ๋อง นำพากลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาที่เพิ่งผลิดอกบานสะพรั่งมาเตะจมูก บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่นผิดกับความวุ่นวายในเมืองหลวง​ใต้ต้นอู๋ถงต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา หลินเยวี่ย ในชุดกระโปรงผ้าไหมพลิ้วไหวสีกลีบบัว กำลังนั่งแกว่งเท้าเล่นอยู่บนชิงช้าไม้กระดานแผ่นหนา โดยมีร่างสูงใหญ่ของ เซียวจิ่น ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง มือแกร่งที่เคยใช้กุมดาบฟาดฟันศัตรู บัดนี้กำลังออกแรงผลักชิงช้าให้สตรีอันเป็นที่รักอย่างเบามือและทะนุถนอม​"สูงอีกนิดสิสวามี ข้าอยากปลิวไปแตะใบไม้ตรงนั้น!" หลินเยวี่ยหัวเราะเสียงใส อารมณ์ดีเป็นพิเศษเมื่อได้ออกมาสูดอากาศนอกห้องนอน หลังจากถูกเขากักขังไว้บนเตียงมาหลายวัน​"ไม่ได้ เดี๋ยวเจ้าตกลงมาเจ็บตัว หมอหลวงเพิ่งจะต้มยาบำรุงร่างกายให้เจ้าดื่มไปเมื่อเช้า ลืมแล้วหรือไร" เซียวจิ่นเอ็ดเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มกว้าง ดวงตาคมกริบจ้องมองแผ่นหลังเล็กๆ บนชิงช้าด้วยความรักใคร่สุดหัวใจ​ทว่าช่วงเวลาแห่งความสุขก็ถูกขัดจังหวะ เมื่อพ่อบ้านสวีเดินค้อมตัวเข้ามาใกล้ พร้อมกับจดหมายเทียบเชิญสีเลือดหมูประทับตราทองคำในมือ​"เรียนท่านอ๋อง พระชายา... มีเ

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   ตอนพิเศษ สมาคมนินทาเจ้านาย และสหายปิ้งปลาย่าง

    ​ย้อนกลับไปในช่วงเวลาก่อนที่ความลับจะแตกกลางบ่อน้ำพุร้อน...​ณ มุมลับตาคนหลังกำแพงเรือนร้างของจวนฉีอ๋อง ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘อาเยวี่ย’ (ญาติผู้น้อยจวนราชครูผู้ถูกลืม) และ ‘อาจิ่น’ (องครักษ์ปลายแถวผู้แสนยากจน) ได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด... และประหลาดล้ำจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็น 'สหายร่วมสาบาน'​ควันไฟสายเล็กๆ ลอยกรุ่นขึ้นจากเตาถ่านชั่วคราวที่ก่อขึ้นจากก้อนหิน บนนั้นมีไม้เสียบ ‘ปลาคาร์ปหยก’ ลายจุดสีทองราคาตัวละร้อยตำลึง (ที่แอบตกมาจากสระหน้าเรือนท่านอ๋อง) กำลังถูกย่างจนส่งกลิ่นหอมฉุย​หลินเยวี่ยในชุดสาวใช้สีมอซอ นั่งยองๆ พลิกไม้ปลาปิ้งอย่างทะมัดทะแมง โดยมีเซียวจิ่นในชุดองครักษ์สีดำสนิท นั่งชันเข่าอยู่ข้างๆ มือแกร่งถือไหสุราเหมาไถที่เพิ่งไปลอบ ‘ขอยืม’ มาจากห้องเก็บเสบียงของพ่อบ้านสวี​"นี่อาจิ่น... ท่านว่าป่านนี้ท่านอ๋องจอมโหดของท่าน จะโดนข้าศึกฟันคอขาดไปหรือยัง?" หลินเยวี่ยฉีกเนื้อปลาหอมกรุ่นเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ พลางเปิดฉากนินทาสวามี (ตัวจริง) อย่างออกรส​เซียวจิ่นรับปลาอีกครึ่งตัวมาจากมือสตรีข้างกาย กัดกินอย่างไม่รังเกียจ ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะ หันมาผสมโรงนินทาเจ้านาย (ซึ่งก็คือตัวเอง) อย่า

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทที่4 ฉีอ๋องคลั่งรัก

    ​บรรยากาศหน้าห้องทรงอักษรเช้านี้เงียบสงบผิดปกติ ขันทีและนางกำนัลต่างพากันก้มหน้าหลบตา ทว่าลอบมองผู้ที่กำลังเดินอาดๆ เข้ามาด้วยความประหลาดใจจนแทบจะถลนลูกตาออกมานอกเบ้า​เซียวจิ่น (ฉีอ๋อง) แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น ผู้มักจะสวมหน้ากากยมทูตและแผ่รังสีอำมหิตจนอากาศรอบตัวเย็นเยียบเป็นน้ำแข็ง บัดนี้กลับก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามผ่าเผย ทว่าแวดล้อมไปด้วยกลิ่นอายของฤดูวสันต์ที่บานสะพรั่ง มุมปากที่มักจะเหยียดตึงอยู่เสมอ บัดนี้กลับยกยิ้มบางๆ อย่างอารมณ์ดี ชนิดที่หาที่สุดมิได้!​เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูเข้าไป ฮ่องเต้เซียวเยวี่ยนที่กำลังเงยหน้าจากกองฎีกาก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่ดวงตาของโอรสสวรรค์จะทอประกายขบขัน พระองค์วางพู่กันลง แย้มพระสรวลกว้างจนเห็นไรพระทนต์ แล้วยกพระหัตถ์ขึ้นตบเข่าฉาดใหญ่!​"เป็นไงน้องรัก! สายข่าวข้ารายงานว่า ภรรยาเจ้ากับเจ้าเข้ากันดีเชียว!"​หากเป็นเมื่อก่อน เซียวจิ่นคงชักสีหน้าและตวาดลั่นโถงว่าผู้ใดบังอาจมาสอดแนมเรื่องในจวนของเขา ทว่ายามนี้ แม่ทัพหนุ่มกลับไม่มีท่าทีขัดเขินหรือเดือดดาลแม้แต่น้อย เขาสาวเท้าเข้าไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หอมด้วยท่าทางเกียจคร้านเล็กน้อย (ผลจากการออกกำลังก

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   ตอนที่ 3 สวามีหน้าหนา

    ​แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างฉลุลายเข้ามาในห้องนอนเรือนหลัง ทว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงเตากลับไม่อาจซึมซับความสดใสของเช้าวันใหม่ได้เลยแม้แต่น้อย ​หลินเยวี่ยขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก ความรู้สึกแรกที่โจมตีโสตประสาทคือความปวดเมื่อยร้าวรานไปทั้งร่าง ราวกับถูกรถม้าศึกของจวนอ๋องบดขยี้ทับไปทับมาสักสิบรอบ โดยเฉพาะช่วงเอวที่ราวกับจะหักออกจากกัน ​‘เมื่อคืน... ข้าเพิ่งรอดตายจากสมรภูมิรบมาหรืออย่างไร...’ ​นางพยายามจะพลิกตัว แต่กลับพบว่าร่างกายขยับไม่ได้ราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเหล็ก เมื่อก้มลงมอง นางก็ต้องเบิกตากว้างจนแทบถลน ​ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตึงแน่นของใครบางคน กำลังรัดเอวนางไว้แน่นราวกับงูเหลือมรัดเหยื่อ แผ่นหลังเปลือยเปล่าของนางแนบชิดกับแผงอกกว้างที่อุ่นจัด และที่น่าตกใจที่สุดคือ... ฝ่ามือใหญ่หยาบกร้านของเขากำลังกอบกุมหน้าอกอวบอิ่มของนางเอาไว้เต็มไม้เต็มมือ แถมยังบีบเคล้นเบาๆ ตามจังหวะการหายใจเข้าออกราวกับมันเป็นของเล่นชิ้นโปรด! ​ความทรงจำอันบ้าคลั่งเมื่อคืนวานไหลบ่าเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ... บ่อน้ำพุร้อน... การเปิดเผยตัวตน... และการ ‘เข้าหอย้อนหลัง

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทที่2 คือเข้าหอ

    ​ริมฝีปากที่บดเบียดลงมามิได้ให้โอกาสนางได้ตั้งตัว เซียวจิ่นกลืนกินเสียงอุทานของหลินเยวี่ยจนสิ้น รสจูบที่อัดอั้นมาเนิ่นนานทั้งดุดันและหิวโหย ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกผ่านไรฟันที่เผยอค้าง เข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำและหยาดน้ำในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ​"อื้อ..."​หลินเยวี่ยครางประท้วง สองมือเล็กยกขึ้นทุบตีแผงอกก

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทพิเศษ

    ​เซียวจิ่นผู้มักจะทำหน้ายักษ์แผ่รังสีอำมหิตใส่กองฎีกาและแม่ทัพรองที่เรือนหน้า เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เขาหาข้ออ้างหลบงานมาเดินเตร็ดเตร่แถวสระบัวทุกบ่าย ปากก็บอกตัวเองและลูกน้องว่า ‘ข้าแค่ไปตรวจตราความเรียบร้อย กลัวสตรีวิปลาสผู้นั้นจะเผาจวนของข้า’ ทว่าในมือกลับถือห่อขนมกุ้ยฮวาจากเหลาอาหารชื่อดังท

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทที่ 1 โป๊ะแตกกลางสระมรกต

    ​หลังจากวันแรกที่ปะทะฝีปากกันริมสระบัว ความสัมพันธ์ของ ‘องครักษ์ปลายแถว’ และ ‘ญาติผู้น้อยจวนราชครู’ ก็พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด (และประหลาดล้ำ) ​เซียวจิ่นผู้มักจะทำหน้ายักษ์ใส่กองฎีกาที่เรือนหน้า เริ่มหาข้ออ้างหลบงานมาเดินเตร็ดเตร่แถวสระบัวทุกบ่าย ปากก็บอกตัวเองว่า ‘ข้าแค่มาตรวจตราความเรียบร้อย กลัว

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทนำ

    ×คำเตือนนิยายคอมมิดี้ อาจใช้ศัพท์ยุคปัจจุบันบ้าง ตามสไตล์×ม้วนราชโองการสีเหลืองทองถูกโยนโครมลงบนโต๊ะทรงอักษรอย่างไม่ไยดี พร้อมกับร่างสูงใหญ่แผ่รังสีอำมหิตของ เซียวจิ่น (ฉีอ๋อง) ที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่เบื้องหน้าผู้เป็นโอรสสวรรค์​"เสด็จพี่! นี่มันหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? สมรสพระราชทานกับบุต

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status