ริมฝีปากที่บดเบียดลงมามิได้ให้โอกาสนางได้ตั้งตัว เซียวจิ่นกลืนกินเสียงอุทานของหลินเยวี่ยจนสิ้น รสจูบที่อัดอั้นมาเนิ่นนานทั้งดุดันและหิวโหย ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกผ่านไรฟันที่เผยอค้าง เข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำและหยาดน้ำในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ
"อื้อ..."
หลินเยวี่ยครางประท้วง สองมือเล็กยกขึ้นทุบตีแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ทว่าเมื่อผิวเนื้อเปลือยเปล่าสัมผัสกันภายใต้ผิวน้ำที่ร้อนผ่าว เรี่ยวแรงของนางกลับเหือดหายไปเสียดื้อๆ กลายเป็นว่านางกำลังวางมือทาบทับอยู่บนอกแกร่งที่หัวใจเต้นกระหน่ำรุนแรงไม่แพ้กัน
เมื่อเห็นว่าลูกแมวในอ้อมแขนเริ่มหมดลมหายใจ แม่ทัพหนุ่มจึงยอมผละริมฝีปากออกอย่างแสนเสียดาย นัยน์ตาหงส์ที่เคยเยือกเย็น บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ลุกโชนจนสระน้ำมรกตแทบเดือดพล่าน
"ท่านอ๋อง... อ๊ะ... ปล่อยข้านะ..." นางเสียงสั่น พยายามเบี่ยงหน้าหลบจมูกโด่งที่ซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนของนางราวกับสุนัขป่าดมกลิ่นเหยื่อ
"ปล่อย? สตรีปากดีที่ด่าทอข้าทุกวันว่าแก่ อัปลักษณ์ และไร้น้ำยา บัดนี้มาเปลื้องผ้าแช่น้ำอยู่ในบ่อของข้า... เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆ หรือ ฮูหยิน?"
เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดใบหู ก่อนที่เขาจะขบเม้มติ่งหูขาวสะอาดจนนางสะดุ้งระทวย สองแขนแกร่งรวบเอวบางให้แนบชิดยิ่งขึ้น ท่อนล่างที่ตื่นตัวเต็มสูบภายใต้ผิวน้ำ เบียดเสียดเข้ากับหน้าท้องแบนราบของนางอย่างจงใจ ความแข็งขืนร้อนระอุที่สัมผัสได้ทำเอาหลินเยวี่ยเบิกตากว้าง สติสัมปชัญญะแทบเตลิดเปิดเปิง
"ยะ... อย่านะ นี่มันในสระน้ำ..."
"ในสระน้ำนี่แหละดี... จะได้ล้างคราบ 'องครักษ์' และ 'ญาติผู้น้อย' ของพวกเราออกให้หมดจดอย่างไรเล่า"
กล่าวจบ ฝ่ามือใหญ่ที่หยาบกร้านจากการจับดาบก็เลื่อนขึ้นเหนือน้ำ กอบกุมความอวบอิ่มที่ชูชันท้าทายสายตาอยู่บนเนินอกขาวผ่อง ปลายนิ้วร้ายกาจสะกิดเขี่ยยอดปทุมถันสีสดที่กำลังหดรัดสู้ความเย็นของอากาศภายนอก สลับกับบีบเคล้นน้ำหนักมือตามอารมณ์ที่พุ่งสูง
"อ๊า... เซียวจิ่น..." หลินเยวี่ยเชิดหน้าขึ้น หวีดร้องเสียงหวานเมื่อความเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย สองมือที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นจิกทึ้งลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว
เซียวจิ่นครางต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจ เขาก้มลงครอบครองยอดอกอวบด้วยริมฝีปาก ปลายลิ้นตวัดเลียสลับกับดูดดึงอย่างตะกรุมตะกราม หยาดน้ำที่เกาะพราวบนผิวเนียนถูกเขาชิมจนหมดสิ้น ก่อนที่มือหนาอีกข้างจะเลื่อนต่ำลงไปใต้ผิวน้ำ ลูบไล้ผ่านหน้าท้องแบนราบ ลงไปสู่จุดกึ่งกลางความอ่อนนุ่มที่กำลังเต้นตุบเรียกร้องสัมผัส
นิ้วเรียวยาวแทรกซึมผ่านกลีบดอกไม้ที่ปิดสนิท ทว่ากลับชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำหวานที่หลั่งรินออกมาผสมผสานกับน้ำในสระ เพียงแค่ปลายนิ้วรุกล้ำเข้าไปทักทาย ร่างบอบบางก็กระตุกเกร็ง บีบรัดสอดประสานจนเซียวจิ่นต้องสูดปาก
"ชุ่มฉ่ำถึงเพียงนี้... เจ้าเองก็ต้องการสวามีไร้น้ำยาผู้นี้ไม่ใช่หรือ?" เขาเอ่ยหยอกเย้า แกล้งขยับเรียวนิ้วเข้าออกเป็นจังหวะเนิบนาบ เร่งเร้าให้นางสั่นสะท้านจนแทบยืนไม่อยู่
"ข้า... อื้อ... คนบ้า..." หลินเยวี่ยน้ำตาคลอเบ้า ซบหน้าลงกับลาดไหล่ของเขา ขาเรียวทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ยจนต้องพิงแผ่นหลังกับโขดหินริมสระ
เมื่อเห็นว่าสตรีในอ้อมแขนพร้อมเต็มที่แล้ว เซียวจิ่นก็ไม่คิดจะทรมานตัวเองอีกต่อไป เขาช้อนอุ้มร่างอรชรให้ลอยขึ้นเหนือน้ำเล็กน้อย จับเรียวขาเสลาของนางให้แยกออกกว้างและเกี่ยวรัดรอบเอวสอบของเขาไว้
ความแข็งแกร่งดุดันที่พองขยายจนเต็มที่ จ่อประชิดอยู่ที่ปากทางรัญจวน เซียวจิ่นสบตากับดวงตากลมโตที่ฉ่ำปรือไปด้วยน้ำตาและแรงอารมณ์ แววตาของเขาอ่อนโยนลงทว่าเปี่ยมไปด้วยความเด็ดขาดของการทวงคืนสิทธิ์
"เยวี่ยเอ๋อร์... จากนี้ไป เจ้าคือของข้าผู้เดียว"
สิ้นคำประกาศิต สะโพกสอบก็ขยับดันกายเข้าไปรวดเดียวจนสุดความยาว
"โอ้ยยอ๊ะ... เจ็บ... เอาออกไปนะ!" หลินเยวี่ยหวีดร้องสุดเสียง เล็บจิกลงบนแผ่นหลังของเขาจนเลือดซิบ ความคับแน่นและเจ็บปวดจากการถูกฉีกกระชากพรหมจรรย์ทำให้นางดิ้นรนหนี ทว่ามือหนากลับล็อคสะโพกนางไว้แน่นไม่ให้ขยับเขยื้อน
"ชู่ว... คนดี ข้ารู้ว่าเจ็บ... ผ่อนคลายเสีย ข้าอยู่นี่แล้ว"
เซียวจิ่นกัดกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความนุ่มนวลและบีบรัดแน่นขนัดทำเอาเขาแทบคลุ้มคลั่ง แต่เขาก็ฝืนใจหยุดนิ่ง ริมฝีปากร้อนพรมจูบซับน้ำตาที่หางตาของนางอย่างแสนรัก จุมพิตริมฝีปากบางอย่างอ้อยอิ่งเพื่อปลอบประโลมและเบี่ยงเบนความสนใจ มือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังที่เกร็งเขม็งใต้น้ำอย่างอ่อนโยน
เมื่อเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ความเจ็บปวดเริ่มคลายลงและถูกแทนที่ด้วยความซ่านสยิวที่แปลกใหม่ เซียวจิ่นสัมผัสได้ว่าช่องทางที่เคยต่อต้านเริ่มอ่อนนุ่มและโอบรัดเขาไว้แน่นขึ้น เขาจึงเริ่มขยับสะโพกอย่างเชื่องช้า
เสียงผิวน้ำกระเพื่อมไหว ดังระรัวกระทบขอบโขดหินหยกดำเป็นจังหวะ จากเนิบนาบทวีความหนักหน่วงและรุนแรงขึ้นตามสัญชาตญาณดิบเถื่อนของหมาป่าที่หิวโหยมาสองปีเต็ม
"อ๊า... .. เบาหน่อย... ข้าจุก..." หลินเยวี่ยครางเสียงหลง ร่างกายโยกคลอนไปตามแรงกระแทกกระทั้นใต้น้ำ ทุกครั้งที่เขาสวนกายลึกซึ้ง หยาดน้ำในสระก็แตกกระจายสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ
"เมื่อวานเจ้าเพิ่งด่าว่าข้าไร้น้ำยา... ข้าจะเบามือได้อย่างไร"
เซียวจิ่นคำรามเสียงพร่า ดวงตาแดงก่ำด้วยแรงปรารถนา เขากระแทกสะโพกเข้าใส่ความอ่อนนุ่มอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย สองร่างเกี่ยวตวัดรัดรึงกันท่ามกลางไอน้ำสีขาวขุ่นและแสงจันทร์สลัว ความร้อนระอุของทั้งสองหลอมละลายสายน้ำรอบกายจนแทบเดือดพล่าน
"อ๊ะ... อ๊ะ... ข้าทนไม่ไหวแล้ว... เซียวจิ่น..."
หลินเยวี่ยหวีดร้องเสียงหวาน ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงเมื่อความเสียวซ่านพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด นางกอดรัดลำคอเขาแน่น ปลดปล่อยหยาดน้ำหวานออกมาอาบชโลมความแข็งแกร่งของเขา
เมื่อรับรู้ถึงการหดรัดภายใน เซียวจิ่นก็เร่งจังหวะกระแทกกระทั้นอย่างบ้าคลั่งอีกไม่กี่ครั้ง ก่อนจะปลดปล่อยสายธารแห่งชีวิตอุ่นวาบฉีดพ่นเข้าสู่ส่วนลึกที่สุดของภรรยาตัวน้อย
ชายหนุ่มหอบหายใจหนักหน่วง ซบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของนาง วงแขนแกร่งยังคงตระกองกอดร่างบอบบางที่หมดสติไปแล้วด้วยความเหนื่อยล้าเอาไว้แนบอก ริมฝีปากหนากดจูบลงบนขมับชื้นเหงื่ออย่างรักใคร่และหวงแหน
พายุวสันต์ลูกแรกเพิ่งจะสงบลง ทว่าอุณหภูมิในสระน้ำมรกตกลับยังคงเดือดพล่าน
หลินเยวี่ยหอบหายใจฮัก ซบใบหน้าที่แดงก่ำราวกับผลท้อสุกทับลงบนแผงอกกว้างของสวามี สองแขนเรียวที่โอบรอบลำคอแกร่งตกลงมาข้างลำตัวอย่างหมดเรี่ยวแรง หยาดน้ำและหยาดเหงื่อผสมผสานกันจนแยกไม่ออก ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านจากความเสียวซ่านที่ยังคงตกค้างอยู่ในทุกอณูขุมขน
นางคิดว่าบทลงโทษของ ‘ท่านอ๋องปีศาจ’ คงจะสิ้นสุดลงแล้ว ทว่า... นางประเมินความอดอยากของหมาป่าที่กินเจมาสองปีต่ำเกินไป!
ในขณะที่นางกำลังสูดลมหายใจเพื่อเรียกสติ ฝ่ามือใหญ่ที่หยาบกร้านกลับไม่ได้หยุดพัก ปลายนิ้วร้อนระอุของเซียวจิ่นลูบไล้ไปตามแนวสันหลังของนาง บีบเคล้นสะโพกกลมกลึงใต้น้ำอย่างหยอกเย้า ก่อนที่ส่วนแข็งขืนดุดันที่ยังคงฝังตัวอยู่ลึกซึ้งภายใน จะเริ่มพองขยายและขยับตัวเต้นตุบเรียกร้องอีกครั้ง!
หลินเยวี่ยเบิกตากว้าง สัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังก่อตัวขึ้นใต้น้ำ นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษตรงหน้าทันที
"ทะ... ท่าน! พอแล้วนะ! ข้าเหนื่อยจนจะขาดใจอยู่แล้ว!" นางประท้วงเสียงสั่น พยายามจะดันตัวออกห่างจากการรุกราน
แต่เซียวจิ่นกลับรวบเอวคอดกิ่วรั้งนางให้แนบชิดยิ่งกว่าเดิม ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจ นัยน์ตาหงส์ทอประกายหิวโหยอย่างไม่ปิดบัง
"เพิ่งจะรอบเดียว เจ้าก็บ่นว่าเหนื่อยเสียแล้วหรือ? สองปีที่ผ่านมา ข้าออกรบกรำศึกทั้งวันทั้งคืนยังไม่เคยบ่น... คืนนี้ข้าต้องชดเชยเวลา 'เข้าหอ' ที่เสียไป เจ้าจะให้ข้าหยุดเพียงเท่านี้ได้อย่างไร"
"คนบ้า! ใครเขานับรวบยอดกันแบบนี้เล่า! ปล่อยข้านะ เซียวจิ่น... ท่านมันไอ้หน้าหนา! ไอ้คนไร้ยางอาย!"
หลินเยวี่ยแหวเข้าให้สุดเสียง สตรีที่เคยเยือกเย็นรักสงบหลุดมาดด่าทอสวามีอย่างไม่ไว้หน้า ทว่าแทนที่จะโกรธกริ้ว เซียวจิ่นกลับหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ เสียงหัวเราะของเขาดังก้องไปทั่วบริเวณสระน้ำ บ่งบอกถึงความเบิกบานใจขั้นสุด
"ฮ่าๆๆ ไอ้หน้าหนางั้นรึ? ประเสริฐ! ฮูหยินประทานฉายาให้ทั้งที หากข้าไม่แสดงความ 'หน้าหนา' ให้เจ้าเห็นอย่างถ่องแท้ คงจะเสียชื่อแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นหมด!"
สิ้นคำประกาศิต ริมฝีปากร้อนระอุของบุรุษหน้าหนาก็โฉบลงมาบดขยี้กลืนกินเสียงด่าทอของนางจนหมดสิ้น!
"อื้อ! อ๊า..."
เซียวจิ่นไม่ปล่อยให้นางได้พักหายใจ เขาสอดมือเข้าใต้ข้อพับเข่าของนาง ยกเรียวขาเสลาให้เกี่ยวรัดรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกขับเคลื่อนจังหวะรักระลอกใหม่ที่ดุดันและเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิม
น้ำในสระมรกตแตกกระจายสาดกระเซ็นกระทบโขดหิน เสียงผิวน้ำที่ถูกกระแทกกระทั้นดังประสานไปกับเสียงครางหวานหูที่ไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป ทุกครั้งที่เขาสวนกายเข้าหาอย่างหนักหน่วงและลึกซึ้ง หลินเยวี่ยก็ทำได้เพียงเชิดหน้าขึ้น หวีดร้องและจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ตีตื้นขึ้นมาจนสติแทบหลุดลอย
"สวามี... อ๊ะ... ข้า... ข้าจุก..."
"เรียกอีกสิ เยวี่ยเอ๋อร์... เรียกข้าว่าสวามี..." เขากระซิบชิดริมฝีปาก พรมจูบซับน้ำตาที่หางตาให้นางอย่างรักใคร่ ทว่าช่วงล่างกลับกระแทกกระทั้นเข้าใส่จุดกระสันซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร้ความปรานี
พายุวสันต์กลางสระน้ำถูกจุดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า จากริมขอบสระหินหยกดำ เลื่อนไปสู่โขดหินกลางน้ำ เซียวจิ่นจับนางพลิกคว่ำพลิกหงาย บังคับให้นางรับรู้ถึงพละกำลังอันเหลือล้นของเขา ร่างบอบบางถูกคลื่นอารมณ์ซัดสาดจนอ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งลนไฟ นางถูกเขากลืนกินจนหมดสิ้นทั้งตัวและหัวใจ ร้องขอความเมตตาจนเสียงแหบแห้ง แต่ 'ไอ้คนหน้าหนา' ก็ทำเพียงแค่จูบปลอบโยน แล้วจับนางกินซ้ำอีกรอบอย่างตะกละตะกลาม!
จนกระทั่งผ่านไปหลายชั่วยาม เมื่อความปรารถนาระลอกที่สาม (หรือสี่นางก็จำไม่ได้แล้ว) จบลงพร้อมกับการปลดปล่อยสายธารอุ่นวาบเข้าสู่กายบาง... หลินเยวี่ยก็สลบเหมือดคาอกแกร่งไปในที่สุด
...
...
เมื่อสติสัมปชัญญะเริ่มกลับคืนมา หลินเยวี่ยรับรู้ได้ถึงอากาศเย็นเยียบที่ปะทะผิวสลับกับความอบอุ่นจากแผงอกกว้าง นางปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก พบว่าตนเองกำลังถูกเซียวจิ่นช้อนอุ้มขึ้นจากบ่อน้ำพุร้อน เดินตรงกลับไปยังห้องนอนที่เรือนหลัง
หยาดน้ำเกาะพราวตามเรือนร่างเปลือยเปล่าของทั้งสอง แสงจันทร์สาดส่องให้เห็นมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นของแม่ทัพหนุ่มที่ก้าวเดินอย่างมั่นคง ราวกับว่าการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงในน้ำเมื่อครู่ ไม่ได้สะเทือนเรี่ยวแรงของเขาเลยแม้แต่น้อย
"ทะ... ท่านอ๋อง... พอแล้วนะ..." นางละเมอพึมพำ ซุกหน้าลงกับซอกคอเขาอย่างออดอ้อน หวังจะให้เขาเห็นใจและปล่อยให้นางได้นอนหลับเสียที
เซียวจิ่นก้มลงมองก้อนแป้งนุ่มนิ่มในอ้อมแขน รอยยิ้มเอ็นดูผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เขาก้าวผ่านธรณีประตูห้องนอน วางร่างบอบบางที่เปียกชื้นลงบนเตียงเตาที่ปูด้วยผ้าไหมเนื้อนุ่มอย่างทะนุถนอม
หลินเยวี่ยถอนหายใจยาว ควานหาผ้าห่มมาคลุมกายเตรียมตัวเข้าสู่นิทรา...
ทว่าความหวังของนางก็พังทลายลงในวินาทีต่อมา เมื่อที่นอนด้านข้างยุบตัวลง พร้อมกับร่างกำยำเปลือยเปล่าของสวามีที่ตามขึ้นมาคร่อมทาบทับ กักขังนางไว้ใต้ร่างอีกครั้ง!
"ซะ... เซียวจิ่น! ท่านจะบ้าหรือไง ข้าไม่ไหวแล้วนะ!" นางเบิกตากว้าง ความง่วงหล่นหายไปในพริบตา
เซียวจิ่นรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะนางด้วยมือเดียว นัยน์ตาหงส์ทอประกายหิวกระหายราวกับยังไม่ได้กินอะไรมาทั้งคืน เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอานางขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ฮูหยิน... ในน้ำเมื่อครู่น่ะ ข้าเพิ่งจะ 'ชิมลาง' เพื่อล้างคราบองครักษ์ออกเท่านั้น... ตอนนี้เรากลับมาที่เตียงแล้ว ก็ถึงเวลา 'เข้าหอ' แบบจริงๆ จังๆ เสียที"
"อ๊ะ! ไอ้คนหน้าหนา! ท่านมันไม่ใช่คน!"
"เรียกข้าว่าหน้าหนาอีกสิ... ข้าจะได้รู้ว่าควรใช้แรงทบทวีคูณเพื่อให้สมกับคำชมของเจ้า!"
แผ่นหลังเปลือยเปล่าของหลินเยวี่ยสัมผัสกับความอ่อนนุ่มของผ้าไหมเนื้อดีที่ปูลาดบนเตียงเตา ทว่าความนุ่มสบายนั้นไม่อาจช่วยบรรเทาความตื่นตระหนกของนางได้เลย เมื่อร่างสูงใหญ่กำยำที่เปี่ยมไปด้วยมัดกล้ามตึงแน่นของเซียวจิ่นตามขึ้นมาคร่อมทาบทับ กักขังนางไว้ใต้ร่างอย่างสมบูรณ์แบบ
แสงเทียนในห้องถูกลมพัดจนวูบไหว สาดส่องให้เห็นรอยยิ้มร้ายกาจบนใบหน้าหล่อเหลาของแม่ทัพหนุ่ม นัยน์ตาหงส์ที่เคยมืดครึ้มบัดนี้ทอประกายหิวกระหายราวกับเพลิงกัลป์
"เซียวจิ่น... ข้าไม่ไหวแล้วจริงๆ นะ เอวข้าจะหักอยู่แล้ว..." หลินเยวี่ยส่งเสียงประท้วงอย่างอ่อนแรง ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำช้อนมองเขาอย่างเว้าวอน หวังใช้ลูกไม้หญิงงามเพื่อขอความเมตตา
ทว่าสวามีหน้าหนาผู้นี้มีหรือจะหลงกล!
"เอวหักงั้นรึ? ฮูหยิน... เจ้าประเมินพละกำลังของตัวเองต่ำไปแล้ว" เซียวจิ่นหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ ปลายนิ้วสากระคายเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อแนบแก้มเนียนของนางออกอย่างเบามือ "ในน้ำเมื่อครู่ ข้าอาจจะรุนแรงไปบ้างเพราะหิวโหยมานาน แต่บนเตียงนี้... ข้าจะค่อยๆ 'ชิม' เจ้าอย่างทะนุถนอมที่สุด เพื่อให้เจ้ารู้ว่าสวามีผู้นี้... ใส่ใจทุกรายละเอียดเพียงใด"
สิ้นคำหวานที่แฝงความอันตราย ริมฝีปากหยักลึกก็ประทับจุมพิตลงบนกลีบปากสีชาดที่บวมเจ่อจากการถูกรังแกมาหลายชั่วยาม คราวนี้เขาไม่ได้บุกทะลวงอย่างตะกละตะกลามดั่งเช่นในน้ำ แต่กลับดูดดึง ขบเม้มริมฝีปากล่างและบนสลับกันอย่างอ้อยอิ่ง หยอกเย้าจนหลินเยวี่ยเผลอเผยอริมฝีปากรับ ปลายลิ้นร้อนจึงแทรกซึมเข้าไปเกี่ยวตวัดพัวพันกับลิ้นเล็ก เกี่ยวกระหวัดดูดดึงหยาดน้ำหวานอย่างลึกซึ้งและยาวนานจนสตรีใต้ร่างแทบหลอมละลาย
"อื้อ..." นางครางแผ่วเบา สองมือที่ตั้งใจจะผลักไส กลับกลายเป็นวางแหมะอยู่บนแผงอกกว้าง ลูบไล้ไปตามรอยแผลเป็นจางๆ อย่างลืมตัว
เมื่อดึงความสนใจของลูกแมวน้อยได้แล้ว เซียวจิ่นก็เลื่อนริมฝีปากลงมาตามลำคอระหง ขบเม้มสร้างรอยรักสีสดเพิ่มบนลาดไหล่เนียน ก่อนจะครอบครองยอดปทุมถันสีหวานที่ชูชันท้าทายสายตา ปากก็ดูดกลืนอย่างตะกรุมตะกราม ในขณะที่ฝ่ามืออีกข้างก็กอบกุมเคล้นคลึงทรวงอกอีกข้างอย่างไม่ยอมให้น้อยหน้ากัน
"อ๊ะ... สวามี... ข้าเสียว..." หลินเยวี่ยเชิดหน้าขึ้น แอ่นอกรับสัมผัสรัญจวนอย่างไม่อาจควบคุม ร่างกายที่เคยเหนื่อยล้ากลับถูกปลุกปั่นให้ร้อนรุ่มขึ้นมาอีกครั้งอย่างน่าประหลาด
เซียวจิ่นไล้ริมฝีปากลงต่ำ ฝากฝังรอยจูบไปตามหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะแยกเรียวขาเสลาของนางออกกว้าง ดวงตาคมกริบจ้องมองดอกไม้งามที่บอบช้ำเล็กน้อยจากการถูกรังแกอย่างหนักหน่วง ทว่ายังคงหลั่งรินหยาดน้ำหวานออกมาเชิญชวนอย่างน่าเอ็นดู
เขาจับประสานสิบนิ้วเข้ากับมือเล็กของนาง ตรึงไว้เหนือศีรษะ ขยับกายกำยำที่ตื่นตัวเต็มสูบเข้าประชิดปากทางรัญจวน
"เยวี่ยเอ๋อร์... มองข้า..."
หลินเยวี่ยปรือตาขึ้นมองสบกับดวงตาคมกริบที่เปี่ยมไปด้วยความรักใคร่และลุ่มหลงอย่างลึกซึ้ง
เซียวจิ่นกดสะโพกสอบ ดันความแข็งแกร่งดุดันแทรกซึมเข้าไปในช่องทางอ่อนนุ่มที่คับแคบและตอดรัดอย่างเชื่องช้า... ช้าจนแทบขาดใจ
"อึก... ลึกเกินไปแล้ว... เซียวจิ่น..." นางหวีดร้องเบาๆ เมื่อความอึดอัดสายหนึ่งรุกล้ำเข้ามาจนสุดทาง ความรู้สึกวาบหวามจากการเสียดสีอย่างเนิบนาบ ทำเอานางแทบคลุ้มคลั่ง
"เจ้าบอกเองมิใช่หรือ ว่าบุรุษจวนหน้าช่างจืดชืด... ข้ากำลังแสดงความ 'ลึกซึ้ง' ให้เจ้าเห็นอยู่นี่อย่างไรเล่า"
เขากระซิบเสียงพร่า ก่อนจะเริ่มขยับถอนกายออกช้าๆ จนเกือบหลุดพ้น แล้วกระแทกกระทั้นสวนกลับเข้าไปใหม่จนสุดโคน!
"อ๊า!"
จังหวะรักบนเตียงนุ่มนั้นแตกต่างจากในสระน้ำอย่างสิ้นเชิง ไม่มีสายน้ำคอยพยุงร่าง มีเพียงเนื้อแท้ที่บดเบียดเสียดสีกัน เซียวจิ่นจงใจเน้นย้ำทุกจังหวะเข้าออกอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่น บดขยี้จุดกระสันของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทรมานจนหลินเยวี่ยต้องดิ้นพล่าน ร้องไห้ครวญครางขอความเมตตา
"อ๊ะ... อ๊ะ... เร็วอีก... เซียวจิ่น... ข้าทรมาน..." นางสะอื้น ฮึดฮัดดิ้นรนใต้ร่างเขาเหมือนปลาขาดน้ำ
"หืม? เมื่อครู่ใครกันที่ด่าว่าข้าเป็นไอ้หน้าหนา บังคับขืนใจเจ้า?" เซียวจิ่นแกล้งหยุดขยับเสียดื้อๆ ปล่อยให้ความอึดอัดคับพองคาอยู่อย่างนั้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับบนใบหน้า "หากอยากให้ข้าช่วย... ฮูหยินต้องอ้อนวอนสวามีดีๆ เสียก่อน"
"ท่าน! ไอ้คนฉวยโอกาส!" หลินเยวี่ยถลึงตาใส่ แต่ร่างกายที่ถูกแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความกระสันทำให้นางต้องยอมจำนนในที่สุด สตรีที่เคยหยิ่งผยองกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าและออดอ้อนที่สุดในชีวิต "สวามี... ท่านอ๋องของข้า... ได้โปรด... มอบมันให้ข้าเถอะนะ..."
เส้นความอดทนของแม่ทัพหนุ่มขาดผึงในวินาทีนั้น!
สรรพนามหวานหูและสายตายั่วยวนโดยไม่รู้ตัวของภรรยา ทำให้สัญชาตญาณดิบเถื่อนปะทุขึ้นจนไม่อาจควบคุม เซียวจิ่นก้มลงบดจูบริมฝีปากนางอย่างดุดัน ปลดปล่อยสิบนิ้วที่ประสานกันออก เปลี่ยนมารวบเอวคอดกิ่วไว้แน่น แล้วสาดซัดพายุวสันต์เข้าใส่ร่างบอบบางอย่างบ้าคลั่ง!
เตียงไม้สลักที่เคยมั่นคงส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดโยกคลอนไปตามแรงกระแทกกระทั้นที่หนักหน่วงและรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวประสานไปกับเสียงครางกระเส่า หลินเยวี่ยถูกคลื่นอารมณ์ซัดสาดจนหัวสั่นหัวคลอน นางทำได้เพียงกอดรัดแผ่นหลังกว้างของเขาไว้แน่น จิกเล็บลงบนกล้ามเนื้อตึงรัดเพื่อระบายความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด
"อ๊า... สวามี... ข้าจะถึงแล้ว... อ๊ะ!"
"พร้อมกัน... เยวี่ยเอ๋อร์ของข้า..."
เซียวจิ่นคำรามลึก เร่งจังหวะสาวสะโพกเข้าออกอย่างดุดันไร้ความปราณีอีกสิบกว่าครั้ง ก่อนจะกระแทกกระทั้นจุดลึกซึ้งที่สุดอย่างแรง ร่างกายของทั้งสองกระตุกเกร็งพร้อมกัน หลินเยวี่ยหวีดร้องสุดเสียง ช่องทางรักบีบรัดความแข็งแกร่งแน่นขนัด รับเอาสายธารอุ่นร้อนที่ฉีดพ่นเข้ามาหล่อเลี้ยงดอกไม้งามจนเอ่อล้น
ร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวลงทาบทับร่างบอบบางที่หอบสะท้านอย่างหมดแรง ซุกหน้าลงกับลาดไหล่เนียน สูบดมกลิ่นกายหอมหวานของสตรีที่เป็นดั่งชีวิตและจิตใจของเขา
หลินเยวี่ยปรือตาขึ้นมองหลังคามุ้งด้วยสายตาที่เหม่อลอย น้ำตาแห่งความสุขและความเหน็ดเหนื่อยไหลริน นางหมดสติไปในอ้อมกอดของสวามีทันที โดยที่ในใจยังคงสบถด่า 'ไอ้คนหน้าหนา' ผู้นี้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนหลับไป !!