共有

บทที่2 คือเข้าหอ

last update 公開日: 2026-06-05 01:08:21

​ริมฝีปากที่บดเบียดลงมามิได้ให้โอกาสนางได้ตั้งตัว เซียวจิ่นกลืนกินเสียงอุทานของหลินเยวี่ยจนสิ้น รสจูบที่อัดอั้นมาเนิ่นนานทั้งดุดันและหิวโหย ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกผ่านไรฟันที่เผยอค้าง เข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำและหยาดน้ำในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ

​"อื้อ..."

​หลินเยวี่ยครางประท้วง สองมือเล็กยกขึ้นทุบตีแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ทว่าเมื่อผิวเนื้อเปลือยเปล่าสัมผัสกันภายใต้ผิวน้ำที่ร้อนผ่าว เรี่ยวแรงของนางกลับเหือดหายไปเสียดื้อๆ กลายเป็นว่านางกำลังวางมือทาบทับอยู่บนอกแกร่งที่หัวใจเต้นกระหน่ำรุนแรงไม่แพ้กัน

​เมื่อเห็นว่าลูกแมวในอ้อมแขนเริ่มหมดลมหายใจ แม่ทัพหนุ่มจึงยอมผละริมฝีปากออกอย่างแสนเสียดาย นัยน์ตาหงส์ที่เคยเยือกเย็น บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยเปลวไฟแห่งความปรารถนาที่ลุกโชนจนสระน้ำมรกตแทบเดือดพล่าน

​"ท่านอ๋อง... อ๊ะ... ปล่อยข้านะ..." นางเสียงสั่น พยายามเบี่ยงหน้าหลบจมูกโด่งที่ซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนของนางราวกับสุนัขป่าดมกลิ่นเหยื่อ

​"ปล่อย? สตรีปากดีที่ด่าทอข้าทุกวันว่าแก่ อัปลักษณ์ และไร้น้ำยา บัดนี้มาเปลื้องผ้าแช่น้ำอยู่ในบ่อของข้า... เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆ หรือ ฮูหยิน?"

​เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดใบหู ก่อนที่เขาจะขบเม้มติ่งหูขาวสะอาดจนนางสะดุ้งระทวย สองแขนแกร่งรวบเอวบางให้แนบชิดยิ่งขึ้น ท่อนล่างที่ตื่นตัวเต็มสูบภายใต้ผิวน้ำ เบียดเสียดเข้ากับหน้าท้องแบนราบของนางอย่างจงใจ ความแข็งขืนร้อนระอุที่สัมผัสได้ทำเอาหลินเยวี่ยเบิกตากว้าง สติสัมปชัญญะแทบเตลิดเปิดเปิง

​"ยะ... อย่านะ นี่มันในสระน้ำ..."

​"ในสระน้ำนี่แหละดี... จะได้ล้างคราบ 'องครักษ์' และ 'ญาติผู้น้อย' ของพวกเราออกให้หมดจดอย่างไรเล่า"

​กล่าวจบ ฝ่ามือใหญ่ที่หยาบกร้านจากการจับดาบก็เลื่อนขึ้นเหนือน้ำ กอบกุมความอวบอิ่มที่ชูชันท้าทายสายตาอยู่บนเนินอกขาวผ่อง ปลายนิ้วร้ายกาจสะกิดเขี่ยยอดปทุมถันสีสดที่กำลังหดรัดสู้ความเย็นของอากาศภายนอก สลับกับบีบเคล้นน้ำหนักมือตามอารมณ์ที่พุ่งสูง

​"อ๊า... เซียวจิ่น..." หลินเยวี่ยเชิดหน้าขึ้น หวีดร้องเสียงหวานเมื่อความเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วสรรพางค์กาย สองมือที่เคยผลักไสเปลี่ยนเป็นจิกทึ้งลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว

​เซียวจิ่นครางต่ำในลำคอด้วยความพึงพอใจ เขาก้มลงครอบครองยอดอกอวบด้วยริมฝีปาก ปลายลิ้นตวัดเลียสลับกับดูดดึงอย่างตะกรุมตะกราม หยาดน้ำที่เกาะพราวบนผิวเนียนถูกเขาชิมจนหมดสิ้น ก่อนที่มือหนาอีกข้างจะเลื่อนต่ำลงไปใต้ผิวน้ำ ลูบไล้ผ่านหน้าท้องแบนราบ ลงไปสู่จุดกึ่งกลางความอ่อนนุ่มที่กำลังเต้นตุบเรียกร้องสัมผัส

​นิ้วเรียวยาวแทรกซึมผ่านกลีบดอกไม้ที่ปิดสนิท ทว่ากลับชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำหวานที่หลั่งรินออกมาผสมผสานกับน้ำในสระ เพียงแค่ปลายนิ้วรุกล้ำเข้าไปทักทาย ร่างบอบบางก็กระตุกเกร็ง บีบรัดสอดประสานจนเซียวจิ่นต้องสูดปาก

​"ชุ่มฉ่ำถึงเพียงนี้... เจ้าเองก็ต้องการสวามีไร้น้ำยาผู้นี้ไม่ใช่หรือ?" เขาเอ่ยหยอกเย้า แกล้งขยับเรียวนิ้วเข้าออกเป็นจังหวะเนิบนาบ เร่งเร้าให้นางสั่นสะท้านจนแทบยืนไม่อยู่

​"ข้า... อื้อ... คนบ้า..." หลินเยวี่ยน้ำตาคลอเบ้า ซบหน้าลงกับลาดไหล่ของเขา ขาเรียวทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ยจนต้องพิงแผ่นหลังกับโขดหินริมสระ

​เมื่อเห็นว่าสตรีในอ้อมแขนพร้อมเต็มที่แล้ว เซียวจิ่นก็ไม่คิดจะทรมานตัวเองอีกต่อไป เขาช้อนอุ้มร่างอรชรให้ลอยขึ้นเหนือน้ำเล็กน้อย จับเรียวขาเสลาของนางให้แยกออกกว้างและเกี่ยวรัดรอบเอวสอบของเขาไว้

​ความแข็งแกร่งดุดันที่พองขยายจนเต็มที่ จ่อประชิดอยู่ที่ปากทางรัญจวน เซียวจิ่นสบตากับดวงตากลมโตที่ฉ่ำปรือไปด้วยน้ำตาและแรงอารมณ์ แววตาของเขาอ่อนโยนลงทว่าเปี่ยมไปด้วยความเด็ดขาดของการทวงคืนสิทธิ์

​"เยวี่ยเอ๋อร์... จากนี้ไป เจ้าคือของข้าผู้เดียว"

​สิ้นคำประกาศิต สะโพกสอบก็ขยับดันกายเข้าไปรวดเดียวจนสุดความยาว

​"โอ้ยยอ๊ะ... เจ็บ... เอาออกไปนะ!" หลินเยวี่ยหวีดร้องสุดเสียง เล็บจิกลงบนแผ่นหลังของเขาจนเลือดซิบ ความคับแน่นและเจ็บปวดจากการถูกฉีกกระชากพรหมจรรย์ทำให้นางดิ้นรนหนี ทว่ามือหนากลับล็อคสะโพกนางไว้แน่นไม่ให้ขยับเขยื้อน

​"ชู่ว... คนดี ข้ารู้ว่าเจ็บ... ผ่อนคลายเสีย ข้าอยู่นี่แล้ว"

​เซียวจิ่นกัดกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความนุ่มนวลและบีบรัดแน่นขนัดทำเอาเขาแทบคลุ้มคลั่ง แต่เขาก็ฝืนใจหยุดนิ่ง ริมฝีปากร้อนพรมจูบซับน้ำตาที่หางตาของนางอย่างแสนรัก จุมพิตริมฝีปากบางอย่างอ้อยอิ่งเพื่อปลอบประโลมและเบี่ยงเบนความสนใจ มือใหญ่ลูบไล้แผ่นหลังที่เกร็งเขม็งใต้น้ำอย่างอ่อนโยน

​เมื่อเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ความเจ็บปวดเริ่มคลายลงและถูกแทนที่ด้วยความซ่านสยิวที่แปลกใหม่ เซียวจิ่นสัมผัสได้ว่าช่องทางที่เคยต่อต้านเริ่มอ่อนนุ่มและโอบรัดเขาไว้แน่นขึ้น เขาจึงเริ่มขยับสะโพกอย่างเชื่องช้า

​เสียงผิวน้ำกระเพื่อมไหว ดังระรัวกระทบขอบโขดหินหยกดำเป็นจังหวะ จากเนิบนาบทวีความหนักหน่วงและรุนแรงขึ้นตามสัญชาตญาณดิบเถื่อนของหมาป่าที่หิวโหยมาสองปีเต็ม

​"อ๊า... .. เบาหน่อย... ข้าจุก..." หลินเยวี่ยครางเสียงหลง ร่างกายโยกคลอนไปตามแรงกระแทกกระทั้นใต้น้ำ ทุกครั้งที่เขาสวนกายลึกซึ้ง หยาดน้ำในสระก็แตกกระจายสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ

​"เมื่อวานเจ้าเพิ่งด่าว่าข้าไร้น้ำยา... ข้าจะเบามือได้อย่างไร"

​เซียวจิ่นคำรามเสียงพร่า ดวงตาแดงก่ำด้วยแรงปรารถนา เขากระแทกสะโพกเข้าใส่ความอ่อนนุ่มอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย สองร่างเกี่ยวตวัดรัดรึงกันท่ามกลางไอน้ำสีขาวขุ่นและแสงจันทร์สลัว ความร้อนระอุของทั้งสองหลอมละลายสายน้ำรอบกายจนแทบเดือดพล่าน

​"อ๊ะ... อ๊ะ... ข้าทนไม่ไหวแล้ว... เซียวจิ่น..."

​หลินเยวี่ยหวีดร้องเสียงหวาน ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรงเมื่อความเสียวซ่านพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด นางกอดรัดลำคอเขาแน่น ปลดปล่อยหยาดน้ำหวานออกมาอาบชโลมความแข็งแกร่งของเขา

​เมื่อรับรู้ถึงการหดรัดภายใน เซียวจิ่นก็เร่งจังหวะกระแทกกระทั้นอย่างบ้าคลั่งอีกไม่กี่ครั้ง ก่อนจะปลดปล่อยสายธารแห่งชีวิตอุ่นวาบฉีดพ่นเข้าสู่ส่วนลึกที่สุดของภรรยาตัวน้อย

​ชายหนุ่มหอบหายใจหนักหน่วง ซบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นของนาง วงแขนแกร่งยังคงตระกองกอดร่างบอบบางที่หมดสติไปแล้วด้วยความเหนื่อยล้าเอาไว้แนบอก ริมฝีปากหนากดจูบลงบนขมับชื้นเหงื่ออย่างรักใคร่และหวงแหน

​พายุวสันต์ลูกแรกเพิ่งจะสงบลง ทว่าอุณหภูมิในสระน้ำมรกตกลับยังคงเดือดพล่าน

​หลินเยวี่ยหอบหายใจฮัก ซบใบหน้าที่แดงก่ำราวกับผลท้อสุกทับลงบนแผงอกกว้างของสวามี สองแขนเรียวที่โอบรอบลำคอแกร่งตกลงมาข้างลำตัวอย่างหมดเรี่ยวแรง หยาดน้ำและหยาดเหงื่อผสมผสานกันจนแยกไม่ออก ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านจากความเสียวซ่านที่ยังคงตกค้างอยู่ในทุกอณูขุมขน

​นางคิดว่าบทลงโทษของ ‘ท่านอ๋องปีศาจ’ คงจะสิ้นสุดลงแล้ว ทว่า... นางประเมินความอดอยากของหมาป่าที่กินเจมาสองปีต่ำเกินไป!

​ในขณะที่นางกำลังสูดลมหายใจเพื่อเรียกสติ ฝ่ามือใหญ่ที่หยาบกร้านกลับไม่ได้หยุดพัก ปลายนิ้วร้อนระอุของเซียวจิ่นลูบไล้ไปตามแนวสันหลังของนาง บีบเคล้นสะโพกกลมกลึงใต้น้ำอย่างหยอกเย้า ก่อนที่ส่วนแข็งขืนดุดันที่ยังคงฝังตัวอยู่ลึกซึ้งภายใน จะเริ่มพองขยายและขยับตัวเต้นตุบเรียกร้องอีกครั้ง!

​หลินเยวี่ยเบิกตากว้าง สัมผัสได้ถึงอันตรายที่กำลังก่อตัวขึ้นใต้น้ำ นางเงยหน้าขึ้นมองบุรุษตรงหน้าทันที

​"ทะ... ท่าน! พอแล้วนะ! ข้าเหนื่อยจนจะขาดใจอยู่แล้ว!" นางประท้วงเสียงสั่น พยายามจะดันตัวออกห่างจากการรุกราน

​แต่เซียวจิ่นกลับรวบเอวคอดกิ่วรั้งนางให้แนบชิดยิ่งกว่าเดิม ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มร้ายกาจ นัยน์ตาหงส์ทอประกายหิวโหยอย่างไม่ปิดบัง

​"เพิ่งจะรอบเดียว เจ้าก็บ่นว่าเหนื่อยเสียแล้วหรือ? สองปีที่ผ่านมา ข้าออกรบกรำศึกทั้งวันทั้งคืนยังไม่เคยบ่น... คืนนี้ข้าต้องชดเชยเวลา 'เข้าหอ' ที่เสียไป เจ้าจะให้ข้าหยุดเพียงเท่านี้ได้อย่างไร"

​"คนบ้า! ใครเขานับรวบยอดกันแบบนี้เล่า! ปล่อยข้านะ เซียวจิ่น... ท่านมันไอ้หน้าหนา! ไอ้คนไร้ยางอาย!"

​หลินเยวี่ยแหวเข้าให้สุดเสียง สตรีที่เคยเยือกเย็นรักสงบหลุดมาดด่าทอสวามีอย่างไม่ไว้หน้า ทว่าแทนที่จะโกรธกริ้ว เซียวจิ่นกลับหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ เสียงหัวเราะของเขาดังก้องไปทั่วบริเวณสระน้ำ บ่งบอกถึงความเบิกบานใจขั้นสุด

​"ฮ่าๆๆ ไอ้หน้าหนางั้นรึ? ประเสริฐ! ฮูหยินประทานฉายาให้ทั้งที หากข้าไม่แสดงความ 'หน้าหนา' ให้เจ้าเห็นอย่างถ่องแท้ คงจะเสียชื่อแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นหมด!"

​สิ้นคำประกาศิต ริมฝีปากร้อนระอุของบุรุษหน้าหนาก็โฉบลงมาบดขยี้กลืนกินเสียงด่าทอของนางจนหมดสิ้น!

​"อื้อ! อ๊า..."

​เซียวจิ่นไม่ปล่อยให้นางได้พักหายใจ เขาสอดมือเข้าใต้ข้อพับเข่าของนาง ยกเรียวขาเสลาให้เกี่ยวรัดรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกขับเคลื่อนจังหวะรักระลอกใหม่ที่ดุดันและเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิม

​น้ำในสระมรกตแตกกระจายสาดกระเซ็นกระทบโขดหิน เสียงผิวน้ำที่ถูกกระแทกกระทั้นดังประสานไปกับเสียงครางหวานหูที่ไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป ทุกครั้งที่เขาสวนกายเข้าหาอย่างหนักหน่วงและลึกซึ้ง หลินเยวี่ยก็ทำได้เพียงเชิดหน้าขึ้น หวีดร้องและจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ตีตื้นขึ้นมาจนสติแทบหลุดลอย

​"สวามี... อ๊ะ... ข้า... ข้าจุก..."

​"เรียกอีกสิ เยวี่ยเอ๋อร์... เรียกข้าว่าสวามี..." เขากระซิบชิดริมฝีปาก พรมจูบซับน้ำตาที่หางตาให้นางอย่างรักใคร่ ทว่าช่วงล่างกลับกระแทกกระทั้นเข้าใส่จุดกระสันซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร้ความปรานี

​พายุวสันต์กลางสระน้ำถูกจุดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า จากริมขอบสระหินหยกดำ เลื่อนไปสู่โขดหินกลางน้ำ เซียวจิ่นจับนางพลิกคว่ำพลิกหงาย บังคับให้นางรับรู้ถึงพละกำลังอันเหลือล้นของเขา ร่างบอบบางถูกคลื่นอารมณ์ซัดสาดจนอ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งลนไฟ นางถูกเขากลืนกินจนหมดสิ้นทั้งตัวและหัวใจ ร้องขอความเมตตาจนเสียงแหบแห้ง แต่ 'ไอ้คนหน้าหนา' ก็ทำเพียงแค่จูบปลอบโยน แล้วจับนางกินซ้ำอีกรอบอย่างตะกละตะกลาม!

​จนกระทั่งผ่านไปหลายชั่วยาม เมื่อความปรารถนาระลอกที่สาม (หรือสี่นางก็จำไม่ได้แล้ว) จบลงพร้อมกับการปลดปล่อยสายธารอุ่นวาบเข้าสู่กายบาง... หลินเยวี่ยก็สลบเหมือดคาอกแกร่งไปในที่สุด

​...

​...

​เมื่อสติสัมปชัญญะเริ่มกลับคืนมา หลินเยวี่ยรับรู้ได้ถึงอากาศเย็นเยียบที่ปะทะผิวสลับกับความอบอุ่นจากแผงอกกว้าง นางปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก พบว่าตนเองกำลังถูกเซียวจิ่นช้อนอุ้มขึ้นจากบ่อน้ำพุร้อน เดินตรงกลับไปยังห้องนอนที่เรือนหลัง

​หยาดน้ำเกาะพราวตามเรือนร่างเปลือยเปล่าของทั้งสอง แสงจันทร์สาดส่องให้เห็นมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นของแม่ทัพหนุ่มที่ก้าวเดินอย่างมั่นคง ราวกับว่าการออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงในน้ำเมื่อครู่ ไม่ได้สะเทือนเรี่ยวแรงของเขาเลยแม้แต่น้อย

​"ทะ... ท่านอ๋อง... พอแล้วนะ..." นางละเมอพึมพำ ซุกหน้าลงกับซอกคอเขาอย่างออดอ้อน หวังจะให้เขาเห็นใจและปล่อยให้นางได้นอนหลับเสียที

​เซียวจิ่นก้มลงมองก้อนแป้งนุ่มนิ่มในอ้อมแขน รอยยิ้มเอ็นดูผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เขาก้าวผ่านธรณีประตูห้องนอน วางร่างบอบบางที่เปียกชื้นลงบนเตียงเตาที่ปูด้วยผ้าไหมเนื้อนุ่มอย่างทะนุถนอม

​หลินเยวี่ยถอนหายใจยาว ควานหาผ้าห่มมาคลุมกายเตรียมตัวเข้าสู่นิทรา...

​ทว่าความหวังของนางก็พังทลายลงในวินาทีต่อมา เมื่อที่นอนด้านข้างยุบตัวลง พร้อมกับร่างกำยำเปลือยเปล่าของสวามีที่ตามขึ้นมาคร่อมทาบทับ กักขังนางไว้ใต้ร่างอีกครั้ง!

​"ซะ... เซียวจิ่น! ท่านจะบ้าหรือไง ข้าไม่ไหวแล้วนะ!" นางเบิกตากว้าง ความง่วงหล่นหายไปในพริบตา

​เซียวจิ่นรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะนางด้วยมือเดียว นัยน์ตาหงส์ทอประกายหิวกระหายราวกับยังไม่ได้กินอะไรมาทั้งคืน เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็กด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอานางขนลุกซู่ไปทั้งร่าง

​"ฮูหยิน... ในน้ำเมื่อครู่น่ะ ข้าเพิ่งจะ 'ชิมลาง' เพื่อล้างคราบองครักษ์ออกเท่านั้น... ตอนนี้เรากลับมาที่เตียงแล้ว ก็ถึงเวลา 'เข้าหอ' แบบจริงๆ จังๆ เสียที"

​"อ๊ะ! ไอ้คนหน้าหนา! ท่านมันไม่ใช่คน!"

​"เรียกข้าว่าหน้าหนาอีกสิ... ข้าจะได้รู้ว่าควรใช้แรงทบทวีคูณเพื่อให้สมกับคำชมของเจ้า!"

​แผ่นหลังเปลือยเปล่าของหลินเยวี่ยสัมผัสกับความอ่อนนุ่มของผ้าไหมเนื้อดีที่ปูลาดบนเตียงเตา ทว่าความนุ่มสบายนั้นไม่อาจช่วยบรรเทาความตื่นตระหนกของนางได้เลย เมื่อร่างสูงใหญ่กำยำที่เปี่ยมไปด้วยมัดกล้ามตึงแน่นของเซียวจิ่นตามขึ้นมาคร่อมทาบทับ กักขังนางไว้ใต้ร่างอย่างสมบูรณ์แบบ

​แสงเทียนในห้องถูกลมพัดจนวูบไหว สาดส่องให้เห็นรอยยิ้มร้ายกาจบนใบหน้าหล่อเหลาของแม่ทัพหนุ่ม นัยน์ตาหงส์ที่เคยมืดครึ้มบัดนี้ทอประกายหิวกระหายราวกับเพลิงกัลป์

​"เซียวจิ่น... ข้าไม่ไหวแล้วจริงๆ นะ เอวข้าจะหักอยู่แล้ว..." หลินเยวี่ยส่งเสียงประท้วงอย่างอ่อนแรง ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำช้อนมองเขาอย่างเว้าวอน หวังใช้ลูกไม้หญิงงามเพื่อขอความเมตตา

​ทว่าสวามีหน้าหนาผู้นี้มีหรือจะหลงกล!

​"เอวหักงั้นรึ? ฮูหยิน... เจ้าประเมินพละกำลังของตัวเองต่ำไปแล้ว" เซียวจิ่นหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ ปลายนิ้วสากระคายเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อแนบแก้มเนียนของนางออกอย่างเบามือ "ในน้ำเมื่อครู่ ข้าอาจจะรุนแรงไปบ้างเพราะหิวโหยมานาน แต่บนเตียงนี้... ข้าจะค่อยๆ 'ชิม' เจ้าอย่างทะนุถนอมที่สุด เพื่อให้เจ้ารู้ว่าสวามีผู้นี้... ใส่ใจทุกรายละเอียดเพียงใด"

​สิ้นคำหวานที่แฝงความอันตราย ริมฝีปากหยักลึกก็ประทับจุมพิตลงบนกลีบปากสีชาดที่บวมเจ่อจากการถูกรังแกมาหลายชั่วยาม คราวนี้เขาไม่ได้บุกทะลวงอย่างตะกละตะกลามดั่งเช่นในน้ำ แต่กลับดูดดึง ขบเม้มริมฝีปากล่างและบนสลับกันอย่างอ้อยอิ่ง หยอกเย้าจนหลินเยวี่ยเผลอเผยอริมฝีปากรับ ปลายลิ้นร้อนจึงแทรกซึมเข้าไปเกี่ยวตวัดพัวพันกับลิ้นเล็ก เกี่ยวกระหวัดดูดดึงหยาดน้ำหวานอย่างลึกซึ้งและยาวนานจนสตรีใต้ร่างแทบหลอมละลาย

​"อื้อ..." นางครางแผ่วเบา สองมือที่ตั้งใจจะผลักไส กลับกลายเป็นวางแหมะอยู่บนแผงอกกว้าง ลูบไล้ไปตามรอยแผลเป็นจางๆ อย่างลืมตัว

​เมื่อดึงความสนใจของลูกแมวน้อยได้แล้ว เซียวจิ่นก็เลื่อนริมฝีปากลงมาตามลำคอระหง ขบเม้มสร้างรอยรักสีสดเพิ่มบนลาดไหล่เนียน ก่อนจะครอบครองยอดปทุมถันสีหวานที่ชูชันท้าทายสายตา ปากก็ดูดกลืนอย่างตะกรุมตะกราม ในขณะที่ฝ่ามืออีกข้างก็กอบกุมเคล้นคลึงทรวงอกอีกข้างอย่างไม่ยอมให้น้อยหน้ากัน

​"อ๊ะ... สวามี... ข้าเสียว..." หลินเยวี่ยเชิดหน้าขึ้น แอ่นอกรับสัมผัสรัญจวนอย่างไม่อาจควบคุม ร่างกายที่เคยเหนื่อยล้ากลับถูกปลุกปั่นให้ร้อนรุ่มขึ้นมาอีกครั้งอย่างน่าประหลาด

​เซียวจิ่นไล้ริมฝีปากลงต่ำ ฝากฝังรอยจูบไปตามหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะแยกเรียวขาเสลาของนางออกกว้าง ดวงตาคมกริบจ้องมองดอกไม้งามที่บอบช้ำเล็กน้อยจากการถูกรังแกอย่างหนักหน่วง ทว่ายังคงหลั่งรินหยาดน้ำหวานออกมาเชิญชวนอย่างน่าเอ็นดู

​เขาจับประสานสิบนิ้วเข้ากับมือเล็กของนาง ตรึงไว้เหนือศีรษะ ขยับกายกำยำที่ตื่นตัวเต็มสูบเข้าประชิดปากทางรัญจวน

​"เยวี่ยเอ๋อร์... มองข้า..."

​หลินเยวี่ยปรือตาขึ้นมองสบกับดวงตาคมกริบที่เปี่ยมไปด้วยความรักใคร่และลุ่มหลงอย่างลึกซึ้ง

​เซียวจิ่นกดสะโพกสอบ ดันความแข็งแกร่งดุดันแทรกซึมเข้าไปในช่องทางอ่อนนุ่มที่คับแคบและตอดรัดอย่างเชื่องช้า... ช้าจนแทบขาดใจ

​"อึก... ลึกเกินไปแล้ว... เซียวจิ่น..." นางหวีดร้องเบาๆ เมื่อความอึดอัดสายหนึ่งรุกล้ำเข้ามาจนสุดทาง ความรู้สึกวาบหวามจากการเสียดสีอย่างเนิบนาบ ทำเอานางแทบคลุ้มคลั่ง

​"เจ้าบอกเองมิใช่หรือ ว่าบุรุษจวนหน้าช่างจืดชืด... ข้ากำลังแสดงความ 'ลึกซึ้ง' ให้เจ้าเห็นอยู่นี่อย่างไรเล่า"

​เขากระซิบเสียงพร่า ก่อนจะเริ่มขยับถอนกายออกช้าๆ จนเกือบหลุดพ้น แล้วกระแทกกระทั้นสวนกลับเข้าไปใหม่จนสุดโคน!

​"อ๊า!"

​จังหวะรักบนเตียงนุ่มนั้นแตกต่างจากในสระน้ำอย่างสิ้นเชิง ไม่มีสายน้ำคอยพยุงร่าง มีเพียงเนื้อแท้ที่บดเบียดเสียดสีกัน เซียวจิ่นจงใจเน้นย้ำทุกจังหวะเข้าออกอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่น บดขยี้จุดกระสันของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทรมานจนหลินเยวี่ยต้องดิ้นพล่าน ร้องไห้ครวญครางขอความเมตตา

​"อ๊ะ... อ๊ะ... เร็วอีก... เซียวจิ่น... ข้าทรมาน..." นางสะอื้น ฮึดฮัดดิ้นรนใต้ร่างเขาเหมือนปลาขาดน้ำ

​"หืม? เมื่อครู่ใครกันที่ด่าว่าข้าเป็นไอ้หน้าหนา บังคับขืนใจเจ้า?" เซียวจิ่นแกล้งหยุดขยับเสียดื้อๆ ปล่อยให้ความอึดอัดคับพองคาอยู่อย่างนั้น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับบนใบหน้า "หากอยากให้ข้าช่วย... ฮูหยินต้องอ้อนวอนสวามีดีๆ เสียก่อน"

​"ท่าน! ไอ้คนฉวยโอกาส!" หลินเยวี่ยถลึงตาใส่ แต่ร่างกายที่ถูกแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความกระสันทำให้นางต้องยอมจำนนในที่สุด สตรีที่เคยหยิ่งผยองกัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าและออดอ้อนที่สุดในชีวิต "สวามี... ท่านอ๋องของข้า... ได้โปรด... มอบมันให้ข้าเถอะนะ..."

​เส้นความอดทนของแม่ทัพหนุ่มขาดผึงในวินาทีนั้น!

​สรรพนามหวานหูและสายตายั่วยวนโดยไม่รู้ตัวของภรรยา ทำให้สัญชาตญาณดิบเถื่อนปะทุขึ้นจนไม่อาจควบคุม เซียวจิ่นก้มลงบดจูบริมฝีปากนางอย่างดุดัน ปลดปล่อยสิบนิ้วที่ประสานกันออก เปลี่ยนมารวบเอวคอดกิ่วไว้แน่น แล้วสาดซัดพายุวสันต์เข้าใส่ร่างบอบบางอย่างบ้าคลั่ง!

​เตียงไม้สลักที่เคยมั่นคงส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดโยกคลอนไปตามแรงกระแทกกระทั้นที่หนักหน่วงและรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวประสานไปกับเสียงครางกระเส่า หลินเยวี่ยถูกคลื่นอารมณ์ซัดสาดจนหัวสั่นหัวคลอน นางทำได้เพียงกอดรัดแผ่นหลังกว้างของเขาไว้แน่น จิกเล็บลงบนกล้ามเนื้อตึงรัดเพื่อระบายความเสียวซ่านที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด

​"อ๊า... สวามี... ข้าจะถึงแล้ว... อ๊ะ!"

​"พร้อมกัน... เยวี่ยเอ๋อร์ของข้า..."

​เซียวจิ่นคำรามลึก เร่งจังหวะสาวสะโพกเข้าออกอย่างดุดันไร้ความปราณีอีกสิบกว่าครั้ง ก่อนจะกระแทกกระทั้นจุดลึกซึ้งที่สุดอย่างแรง ร่างกายของทั้งสองกระตุกเกร็งพร้อมกัน หลินเยวี่ยหวีดร้องสุดเสียง ช่องทางรักบีบรัดความแข็งแกร่งแน่นขนัด รับเอาสายธารอุ่นร้อนที่ฉีดพ่นเข้ามาหล่อเลี้ยงดอกไม้งามจนเอ่อล้น

​ร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวลงทาบทับร่างบอบบางที่หอบสะท้านอย่างหมดแรง ซุกหน้าลงกับลาดไหล่เนียน สูบดมกลิ่นกายหอมหวานของสตรีที่เป็นดั่งชีวิตและจิตใจของเขา

​หลินเยวี่ยปรือตาขึ้นมองหลังคามุ้งด้วยสายตาที่เหม่อลอย น้ำตาแห่งความสุขและความเหน็ดเหนื่อยไหลริน นางหมดสติไปในอ้อมกอดของสวามีทันที โดยที่ในใจยังคงสบถด่า 'ไอ้คนหน้าหนา' ผู้นี้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนหลับไป !!

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   ตอนที่ 7 ไอ้หน้าหนา 18+

    ม่านมุ้งสีปะการังทิ้งตัวลงมาปิดกั้นโลกภายนอก ทว่าสงครามรักบนเตียงนอนกลับเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในรูปแบบที่แปลกประหลาดออกไป​หลินเยวี่ยเพิ่งจะถูกจับถอดชุดนอนผ้าแพรออกจนเนื้อตัวเปล่าเปลือย นางรีบคว้าผ้าห่มผืนหนามาคลุมกายมิดชิดจนถึงคอ หวังจะหลีกลี้หนีภัยจาก 'หมาป่าตะกละ' ทว่าเซียวจิ่นกลับไวกว่า เขารวบผ้าห่มโยนทิ้งไปปลายเตียงอย่างไม่ไยดี ก่อนจะโถมกายทาบทับลงมา กักขังนางไว้ด้วยท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้าง​"ท่านบอกจะหวีผมให้ข้า แล้วไหงมาจับข้าแก้ผ้าเล่า ไอ้คนปลิ้นปล้อน!" นางแหวเข้าให้ สองมือเล็กดันแผงอกกว้างที่เปลือยเปล่าของเขาไว้​"ข้ากำลังจะทำอย่างอื่นให้เจ้าแทนอย่างไรเล่า" เซียวจิ่นยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาทอประกายเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ​แทนที่เขาจะจู่โจมอย่างหนักหน่วงดุดันดั่งเช่นทุกครา คืนนี้แม่ทัพหนุ่มกลับนึกสนุก ปลายจมูกโด่งสันกดลงบนซอกคอหอมกรุ่น ก่อนจะใช้หนวดเคราสากๆ ที่เพิ่งขึ้นไรๆ ถูไถไปตามลาดไหล่เนียนและลำคอระหงของนางอย่างจงใจ​"อ๊ะ... ฮ่าๆๆ! สวามี! ยะ... อย่าทำแบบนี้ ข้าจั๊กจี้!"​หลินเยวี่ยสะดุ้งเฮือก หดคอหนีสัมผัสสากระคายนั้นพลางหัวเราะเสียงหลง นางดิ้นขลุกขลักไปมาอยู่ใต้ร่างใหญ่โต ทว่ายิ่งดิ้น เ

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   ตอนที่ 6 คำถามแสนหวาน

    ​ยามรัตติกาลมาเยือน บรรยากาศภายในห้องนอนเรือนหลังอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกำจายของกำยานดอกกุ้ยฮวา แสงเทียนสลัววูบไหวทอดเงาของคนสองคนให้ซ้อนทับกันอยู่บนฉากกั้นไม้แกะสลัก​หลินเยวี่ยในชุดนอนผ้าแพรสีขาวเนื้อนุ่ม นั่งทอดลุ่ยอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ โดยมีร่างสูงกำยำของเซียวจิ่นยืนซ้อนอยู่เบื้องหลัง​มือแกร่งที่เคยกรำศึกจับแต่ดาบและทวน บัดนี้กำลังถือหวีไม้หอมสลักลาย มังกรคู่หงส์ ค่อยๆ สางเรือนผมสีหมึกที่ยาวสยายเต็มแผ่นหลังของภรรยาอย่างเบามือและเชื่องช้าที่สุด ราวกับกลัวว่าเส้นผมของนางจะขาดร่วงแม้แต่เส้นเดียว ท่วงท่าอันทะนุถนอมนี้ช่างขัดกับฉายา ‘จอมมารหน้าผี’ ของเขาอย่างสิ้นเชิง​"สวามี ท่านหวีผมให้ข้าจนข้าจะเคลิ้มหลับคาโต๊ะเครื่องแป้งอยู่แล้วนะ" หลินเยวี่ยพึมพำเสียงงัวเงีย มองสบตากับเขาผ่านคันฉ่อง​เซียวจิ่นระบายยิ้มบางเบา วางหวีไม้หอมลงบนโต๊ะ ก่อนจะรวบปอยผมของนางขึ้นมาจรดริมฝีปากจุมพิตอย่างแสนรัก​"เยวี่ยเอ๋อร์..." จู่ๆ น้ำเสียงของแม่ทัพหนุ่มก็จริงจังขึ้นมาเล็กน้อย แววตาที่มองสะท้อนในคันฉ่องแฝงไปด้วยความใคร่รู้ระคนเจ็บปวดแทนสตรีตรงหน้า "ตอนกลางวัน เจ้าบอกว่าชีวิตในฐานะลูกอนุที่จวนราชครูนั

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทที่ 5 ข้าอยากไป

    ​สายลมเอื่อยๆ ในยามบ่ายพัดผ่านเรือนหลังของจวนฉีอ๋อง นำพากลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาที่เพิ่งผลิดอกบานสะพรั่งมาเตะจมูก บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่นผิดกับความวุ่นวายในเมืองหลวง​ใต้ต้นอู๋ถงต้นใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา หลินเยวี่ย ในชุดกระโปรงผ้าไหมพลิ้วไหวสีกลีบบัว กำลังนั่งแกว่งเท้าเล่นอยู่บนชิงช้าไม้กระดานแผ่นหนา โดยมีร่างสูงใหญ่ของ เซียวจิ่น ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง มือแกร่งที่เคยใช้กุมดาบฟาดฟันศัตรู บัดนี้กำลังออกแรงผลักชิงช้าให้สตรีอันเป็นที่รักอย่างเบามือและทะนุถนอม​"สูงอีกนิดสิสวามี ข้าอยากปลิวไปแตะใบไม้ตรงนั้น!" หลินเยวี่ยหัวเราะเสียงใส อารมณ์ดีเป็นพิเศษเมื่อได้ออกมาสูดอากาศนอกห้องนอน หลังจากถูกเขากักขังไว้บนเตียงมาหลายวัน​"ไม่ได้ เดี๋ยวเจ้าตกลงมาเจ็บตัว หมอหลวงเพิ่งจะต้มยาบำรุงร่างกายให้เจ้าดื่มไปเมื่อเช้า ลืมแล้วหรือไร" เซียวจิ่นเอ็ดเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มกว้าง ดวงตาคมกริบจ้องมองแผ่นหลังเล็กๆ บนชิงช้าด้วยความรักใคร่สุดหัวใจ​ทว่าช่วงเวลาแห่งความสุขก็ถูกขัดจังหวะ เมื่อพ่อบ้านสวีเดินค้อมตัวเข้ามาใกล้ พร้อมกับจดหมายเทียบเชิญสีเลือดหมูประทับตราทองคำในมือ​"เรียนท่านอ๋อง พระชายา... มีเ

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   ตอนพิเศษ สมาคมนินทาเจ้านาย และสหายปิ้งปลาย่าง

    ​ย้อนกลับไปในช่วงเวลาก่อนที่ความลับจะแตกกลางบ่อน้ำพุร้อน...​ณ มุมลับตาคนหลังกำแพงเรือนร้างของจวนฉีอ๋อง ความสัมพันธ์ระหว่าง ‘อาเยวี่ย’ (ญาติผู้น้อยจวนราชครูผู้ถูกลืม) และ ‘อาจิ่น’ (องครักษ์ปลายแถวผู้แสนยากจน) ได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด... และประหลาดล้ำจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็น 'สหายร่วมสาบาน'​ควันไฟสายเล็กๆ ลอยกรุ่นขึ้นจากเตาถ่านชั่วคราวที่ก่อขึ้นจากก้อนหิน บนนั้นมีไม้เสียบ ‘ปลาคาร์ปหยก’ ลายจุดสีทองราคาตัวละร้อยตำลึง (ที่แอบตกมาจากสระหน้าเรือนท่านอ๋อง) กำลังถูกย่างจนส่งกลิ่นหอมฉุย​หลินเยวี่ยในชุดสาวใช้สีมอซอ นั่งยองๆ พลิกไม้ปลาปิ้งอย่างทะมัดทะแมง โดยมีเซียวจิ่นในชุดองครักษ์สีดำสนิท นั่งชันเข่าอยู่ข้างๆ มือแกร่งถือไหสุราเหมาไถที่เพิ่งไปลอบ ‘ขอยืม’ มาจากห้องเก็บเสบียงของพ่อบ้านสวี​"นี่อาจิ่น... ท่านว่าป่านนี้ท่านอ๋องจอมโหดของท่าน จะโดนข้าศึกฟันคอขาดไปหรือยัง?" หลินเยวี่ยฉีกเนื้อปลาหอมกรุ่นเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ พลางเปิดฉากนินทาสวามี (ตัวจริง) อย่างออกรส​เซียวจิ่นรับปลาอีกครึ่งตัวมาจากมือสตรีข้างกาย กัดกินอย่างไม่รังเกียจ ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะ หันมาผสมโรงนินทาเจ้านาย (ซึ่งก็คือตัวเอง) อย่า

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทที่4 ฉีอ๋องคลั่งรัก

    ​บรรยากาศหน้าห้องทรงอักษรเช้านี้เงียบสงบผิดปกติ ขันทีและนางกำนัลต่างพากันก้มหน้าหลบตา ทว่าลอบมองผู้ที่กำลังเดินอาดๆ เข้ามาด้วยความประหลาดใจจนแทบจะถลนลูกตาออกมานอกเบ้า​เซียวจิ่น (ฉีอ๋อง) แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้น ผู้มักจะสวมหน้ากากยมทูตและแผ่รังสีอำมหิตจนอากาศรอบตัวเย็นเยียบเป็นน้ำแข็ง บัดนี้กลับก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามผ่าเผย ทว่าแวดล้อมไปด้วยกลิ่นอายของฤดูวสันต์ที่บานสะพรั่ง มุมปากที่มักจะเหยียดตึงอยู่เสมอ บัดนี้กลับยกยิ้มบางๆ อย่างอารมณ์ดี ชนิดที่หาที่สุดมิได้!​เมื่อก้าวพ้นธรณีประตูเข้าไป ฮ่องเต้เซียวเยวี่ยนที่กำลังเงยหน้าจากกองฎีกาก็ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่ดวงตาของโอรสสวรรค์จะทอประกายขบขัน พระองค์วางพู่กันลง แย้มพระสรวลกว้างจนเห็นไรพระทนต์ แล้วยกพระหัตถ์ขึ้นตบเข่าฉาดใหญ่!​"เป็นไงน้องรัก! สายข่าวข้ารายงานว่า ภรรยาเจ้ากับเจ้าเข้ากันดีเชียว!"​หากเป็นเมื่อก่อน เซียวจิ่นคงชักสีหน้าและตวาดลั่นโถงว่าผู้ใดบังอาจมาสอดแนมเรื่องในจวนของเขา ทว่ายามนี้ แม่ทัพหนุ่มกลับไม่มีท่าทีขัดเขินหรือเดือดดาลแม้แต่น้อย เขาสาวเท้าเข้าไปทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หอมด้วยท่าทางเกียจคร้านเล็กน้อย (ผลจากการออกกำลังก

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   ตอนที่ 3 สวามีหน้าหนา

    ​แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างฉลุลายเข้ามาในห้องนอนเรือนหลัง ทว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงเตากลับไม่อาจซึมซับความสดใสของเช้าวันใหม่ได้เลยแม้แต่น้อย ​หลินเยวี่ยขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก ความรู้สึกแรกที่โจมตีโสตประสาทคือความปวดเมื่อยร้าวรานไปทั้งร่าง ราวกับถูกรถม้าศึกของจวนอ๋องบดขยี้ทับไปทับมาสักสิบรอบ โดยเฉพาะช่วงเอวที่ราวกับจะหักออกจากกัน ​‘เมื่อคืน... ข้าเพิ่งรอดตายจากสมรภูมิรบมาหรืออย่างไร...’ ​นางพยายามจะพลิกตัว แต่กลับพบว่าร่างกายขยับไม่ได้ราวกับถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเหล็ก เมื่อก้มลงมอง นางก็ต้องเบิกตากว้างจนแทบถลน ​ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตึงแน่นของใครบางคน กำลังรัดเอวนางไว้แน่นราวกับงูเหลือมรัดเหยื่อ แผ่นหลังเปลือยเปล่าของนางแนบชิดกับแผงอกกว้างที่อุ่นจัด และที่น่าตกใจที่สุดคือ... ฝ่ามือใหญ่หยาบกร้านของเขากำลังกอบกุมหน้าอกอวบอิ่มของนางเอาไว้เต็มไม้เต็มมือ แถมยังบีบเคล้นเบาๆ ตามจังหวะการหายใจเข้าออกราวกับมันเป็นของเล่นชิ้นโปรด! ​ความทรงจำอันบ้าคลั่งเมื่อคืนวานไหลบ่าเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ... บ่อน้ำพุร้อน... การเปิดเผยตัวตน... และการ ‘เข้าหอย้อนหลัง

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทพิเศษ

    ​เซียวจิ่นผู้มักจะทำหน้ายักษ์แผ่รังสีอำมหิตใส่กองฎีกาและแม่ทัพรองที่เรือนหน้า เริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เขาหาข้ออ้างหลบงานมาเดินเตร็ดเตร่แถวสระบัวทุกบ่าย ปากก็บอกตัวเองและลูกน้องว่า ‘ข้าแค่ไปตรวจตราความเรียบร้อย กลัวสตรีวิปลาสผู้นั้นจะเผาจวนของข้า’ ทว่าในมือกลับถือห่อขนมกุ้ยฮวาจากเหลาอาหารชื่อดังท

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทที่ 1 โป๊ะแตกกลางสระมรกต

    ​หลังจากวันแรกที่ปะทะฝีปากกันริมสระบัว ความสัมพันธ์ของ ‘องครักษ์ปลายแถว’ และ ‘ญาติผู้น้อยจวนราชครู’ ก็พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด (และประหลาดล้ำ) ​เซียวจิ่นผู้มักจะทำหน้ายักษ์ใส่กองฎีกาที่เรือนหน้า เริ่มหาข้ออ้างหลบงานมาเดินเตร็ดเตร่แถวสระบัวทุกบ่าย ปากก็บอกตัวเองว่า ‘ข้าแค่มาตรวจตราความเรียบร้อย กลัว

  • ท่านแม่ทัพยอมสยบต่อฮูหยินแล้ว   บทนำ

    ×คำเตือนนิยายคอมมิดี้ อาจใช้ศัพท์ยุคปัจจุบันบ้าง ตามสไตล์×ม้วนราชโองการสีเหลืองทองถูกโยนโครมลงบนโต๊ะทรงอักษรอย่างไม่ไยดี พร้อมกับร่างสูงใหญ่แผ่รังสีอำมหิตของ เซียวจิ่น (ฉีอ๋อง) ที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่เบื้องหน้าผู้เป็นโอรสสวรรค์​"เสด็จพี่! นี่มันหมายความว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? สมรสพระราชทานกับบุต

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status