เข้าสู่ระบบ“ทุกข้อความ ทุกตัวอักษร ท่านเจ้าสัวแน่ใจแล้วเหรอครับว่าจะเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามนี้…”
ทนายปกรณ์ค่อนข้างตกใจ เอ่ยถามย้ำแม้จะมีเขียนข้อความกำกับไว้ว่าเจ้าของพินัยกรรมเขียนโดยมีสติสมบูรณ์ครบถ้วน ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองที่ท่านวิทยาเรียกตนเองเข้ามาพบถึงบ้านและจัดการเรื่องนี้ ในความเป็นจริงท่านไม่จำเป็นต้องทำเลยก็ได้เพราะมีผู้สืบทอดมรดกเพียงคนเดียวทว่าช่วงหนึ่งถึงสองเดือนมานี้มีเรื่องมากมายประเดประดังเข้ามา และท่านพบว่าตนเองได้กลายเป็นคุณปู่ของเด็กชายตัวน้อยไปแล้ว ไม่รู้ว่าท่านกลัวหลานชายจะถูกพ่อแท้ๆ ขับไล่หรือเปล่าทำไมถึงลงทุนทำพินัยกรรมฉบับใหม่ขึ้นมา
“ช่วยจัดการให้ทีนะ นี่คงเป็นการเขียนพินัยกรรมครั้งสุดท้ายของฉันแล้ว” อากาศในห้องทำงานมืดสลัวมีน้อยมาก ท่านวิทยาพยายามนั่งนิ่งๆ เพื่อจะใช้แรงให้น้อยที่สุด
“อย่าพูดอะไรเป็นลางอย่างนั้นสิครับ ท่านเจ้าสัวเพิ่งจะหกสิบกว่าๆ ยังสุขภาพแข็งแรงดีทุกประการ แต่ที่กังวลผมเกรงว่าถ้าคุณภพรู้เข้าเธออาจจะไม่พอใจได้นะครับ แม้ท่านจะไม่ได้ระบุว่ายกของมีค่าอะไรให้บ้างแต่ทุกข้อความระบุชัดเจนว่า…”
“ว่าอะไรก็ทำไปตามนั้นแหละ …เจ้าภพมันยังอ่อนหัดนัก”
ท้ายประโยคเสียงของท่านแผ่วเบายิ่งนัก มองผ่านโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ข้ามไปยังกรอบรูปครอบครัวเมื่อสมัย ‘รณภพ’ ยังเป็นเด็กชาย ลูกชายของท่านเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดี ดีเกินไปจนบางครั้งก็ติดนิสัยดูถูกดูแคลนคนที่มีฐานะต่ำกว่าตน ข้อนี้จึงเป็นจุดด้อยจุดเดียวทว่าเป็นจุดสำคัญมากที่ทำให้ท่านไม่ตัดสินใจส่งต่อตำแหน่งผู้บริหารให้แม้สุขภาพของท่านจะย่ำแย่ลงทุกวัน
“ผมขอบคุณคุณปกรณ์มากนะ ที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือด้านกฎหมายให้ครอบครัวผมมาโดยตลอด อนาคตเจ้าภพจะขึ้นมาเป็นผู้ปกครองบ้าน ปกครองลูกน้องหลายร้อยในบริษัท จะไปรอดหรือเปล่าส่วนหนึ่งก็อยู่ที่คุณปกรณ์ว่าจะถอดใจจากคนหนุ่มเลือดร้อนหรือเปล่า”
“ไม่ถอดใจหรอกครับท่าน ผมเห็นคุณภพมาตั้งแต่เธอยังเป็นเด็ก เธอเก่งกาจ ฉลาดเฉลียวมากยังไงก็สามารถดูแลทุกอย่างที่ท่านสร้างมาให้ใหญ่โตขึ้นได้”
“เจ้าภพมันเก่งก็จริง แต่ความเก่งอย่างเดียวไม่ช่วยให้ธุรกิจอยู่รอดได้ ก็ได้แต่หวังว่าความแข็งกระด้าง ความเจ้าชู้ ความไม่ดีต่างๆ จะลดลงหลังได้รู้ซึ้งถึงคำว่า ‘พ่อ’ คำว่าพ่อแม่ที่ดีคือบุคคลที่ยอมเสียสละเพื่อลูกในหลายสิ่งหลายอย่าง ถ้าหากแม้กระทั่งลูกตัวเองเจ้าภพยังไม่รักไม่ยอมรับ ก็ยากนะ… ที่จะกระโดดขึ้นมานั่งแท่นผู้บริหารให้คนหลายร้อยเคารพ”
“ผมมีโอกาสได้พบเจอหลานชายของท่านเจ้าสัวกับหนูเฟื่องลดาแล้วนะครับ ทั้งสองคนน่ารักมาก ผมเชื่อว่าคุณภพกับหนูคนนั้นจะเป็นพ่อกับแม่ที่ดีให้คุณหนูกัปตันได้”
“เป็นพ่อกับแม่ที่ดีแล้วจะเป็นสามีภรรยาที่ดีไหมนะ หรือจะแค่อยู่ด้วยกันเพราะลูก” และเป็นอีกครั้งที่ท่านวิทยาพูดแทรกขึ้นมาด้วยสายตาว่างเปล่าไร้ความคิดเห็นใดๆ ชายวัยกลางคนทั้งสองต่างหนักใจถึงปัญหาในอนาคตอันใกล้ที่กำลังจะเกิดขึ้น ทุกอย่างจะดำเนินไปในทิศทางไหนและเป็นอย่างไร ไม่มีใครสามารถทำนายล่วงหน้าทำได้แค่รอให้มันเกิดขึ้น
“ช่างเป็นเช้าวันอาทิตย์ที่อากาศบริสุทธิ์สดใสชะมัดเลย สาวๆ ก็แจ่ม แต่กูว่าพักนี้เราเจอกันบ่อยไปนะ เพิ่งเมาด้วยกันคืนวันศุกร์ เผลอแป๊บๆ วันอาทิตย์มึงชวนกูมาออกกำลังกายตอนเช้าอีกแล้ว”“บ่นเยอะน่า นอกจากกูแล้วยังจะมีใครคบกับมึงอีกเหรอก็ไม่เห็นจะมี”“ปากหมานะมึงเนี่ย เห็นกูแบบนี้แต่เพื่อนเยอะกว่ามึงนะครับ อย่ามาแหยม”“ทำไมต้องแหยม บ้านมึงอยู่จังหวัดยโสธรหรือไง”“โอ้โห มุกนี้มึงไม่ควรเล่นนะเพื่อน” ศรันย์หัวเราะก่อนจะว่ายน้ำอีกรอบกลับมาสะบัดผมที่เดิมเพื่อมองไอ้คนที่โทรมาปลุกเขาแต่เช้าให้ลากสังขารมาสระว่ายน้ำของโรงแรม เพื่อที่มันจะนอนชิลล์อยู่ริมสระปล่อยให้เขาลงมาว่ายน้ำคนเดียว เช้าขนาดนี้อากาศเย็นมากด้วยแหนมน้อยของเขาหดหมดแล้วมั้ง“เออภพ แล้วนี่พ่อกับแม่มึงกลับจากยุโรปหรือยัง ไม่ได้ยินข่าวเลย”“ยัง โทรคุยเมื่อวานบอกจะอยู่ต่ออีกสักสัปดาห์ เพิ่งทำงานที่สโมสรฟุตบอลเสร็จ จะแวะไปเยี่ยมป้าที่ปารีสแล้วค่อยบินกลับไทย ท่านไปพักผ่อนกับฮันนีมูนด้วย ฮันนีมูนรอบที่ร้อยแล้วพ่อแม่กู หวานจนกูอิจฉาอยากจะมีครอบครัวดีๆ บ้าง”“ลูกมึงก็น่ารัก ยังจะว่าตัวเองครอบครัวไม่ดีอีกนะมึง”“ไอ้เชี่ย กูหมายถึงครอบครัวที่มีพ
“แล้วยังไง ปริญญาตรีกับปริญญาโทไม่เห็นจะเหมือนกันเลย ลองเรียนก่อนเถอะแล้วจะรู้” คนที่จบปริญญาโทมาสองใบทั้งจากในประเทศไทยและประเทศอังกฤษพูดทับถมขึ้นมา ตวัดสายตาไปทางโต๊ะกินข้าวสั่งสาวใช้ส่วนตัวให้รีบไปจัดแจงโต๊ะอาหารหาน้ำหาอะไรมาเตรียมไว้รอเขาหิวท้องกิ่วไส้จะขาดอยู่แล้วคุณรสสั่งอาหารโปรดหลายอย่างมาให้จากร้านอาหารไทยของเพื่อนเขาเช่นเดิม โดยปกติรณภพจะติดนิสัยอุดหนุนเพื่อนฝูงแบบนี้เสมอ ถ้าหากต้องการจะซื้ออะไรจะคิดก่อนเลยว่ามีเพื่อนทำธุรกิจจำพวกนั้นไหม เขานั่งลงบนเก้าอี้จับช้อนส้อมขึ้นมาเตรียมกินก่อนจะนึกขึ้นได้จึงปรายสายตาไปมอง“กินอะไรมาหรือยัง ไหนบอกว่ารีบสมัครรีบกลับกลัวมาไม่ทันรับลูกไง”เฟื่องลดาละสายตาจากลูกกลับมามอง “อ๋อ เฟื่องยังไม่หิวค่ะคุณภพกินก่อนเลย”“จะใช้มุกไม่หิวไปอีกนานแค่ไหนแม่คุณ อยู่บ้านก็บอกไม่หิวๆ รอเจ้าของบ้านกินอิ่มค่อยเข้ามากินข้าวก้นหม้อพร้อมกับคนใช้ตลอด แต่ก็ดีนะ เจียมตัวเองดี ฉันไม่ค่อยชอบพวกตีตัวเสมอเจ้านาย”“ค่ะ” แม้จะเจ็บแต่เฟื่องลดาก็พยายามไม่ใส่ใจคำพูดเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของรณภพ มือเล็กจับขวดนมว่างเปล่าออกจากปากลูก ใช้ผ้าเล็กๆ คอยปัดให้กลัวจะมียุงหรือแมลงตัวเ
บรรยากาศในห้องประชุมเย็นขึ้นมากอันเนื่องมาจากรัศมีความเกลียดชังที่สองหนุ่มคอยส่งให้กัน รณภพคอยควบคุมสถานการณ์ในห้องประชุมพลางฟังลูกน้องใต้สายการบังคับบัญชารายงานผลการดำเนินงานภายในบริษัท โครงการที่จบลงไปแล้วทำกำไรได้เท่าไหร่ และโครงการที่กำลังจะเริ่มมีอะไรบ้าง การประชุมในวันนี้ยังรวมไปถึงเรื่องความมั่นคงทางการเงินของบริษัทที่มีมูลค่าเพิ่มจากปีที่แล้วหลายหมื่นล้าน รณภพมือหนึ่งก็จับลูกให้นั่งนิ่งๆ ส่วนสายตาเขาคอยส่งไปให้ไอ้ฐานัสกับเลขาหนุ่มคู่ขาของมัน ท้าทายมันทางสายตาว่ามีปัญญาทำธุรกิจให้ได้กำไรมหาศาลเหมือนอย่างที่เขากับเจ้าสัววิทยาผู้เป็นพ่อได้หรือเปล่า คนขี้แพ้อย่างมันธุรกิจเดียวที่ทำแล้วไปรุ่งก็คงจะมีแต่บ่อนการพนันแถบชายแดน! “และทั้งหมดนี้ก็คือเนื้อหาของการประชุมในวันนี้ ขอบคุณผู้ถือหุ้นทุกท่านที่เสียสละเวลามาฟังผลการดำเนินงาน หลังจากนี้จะเปิดให้ตั้งคำถามทุกเรื่องที่ทุกท่านสงสัยนะครับ ผมจะเป็นคนตอบเอง เชิญครับคุณอากิตติ” หนุ่มหล่อนั่งบนแท่นประธานบริษัทผายมือเชิญนักลงทุนท่านแรกที่ยกมือขึ้น“อาสงสัยเรื่องโปรเจ็คร่วมทุนระหว่างบริษัทไทยออลสตาร์ของท่านภูธเนศ เคยได้ยินท่านเจ้าสัวเคยเกริ่
หลายเดือนต่อมา“เฟื่องลดาหายไปไหน ผมสั่งคุณให้โทรตามเธอเป็นชาติแล้วทำไมถึงยังไม่มาสักที อีกสิบนาทีผมต้องเข้าประชุมแล้วลูกจะอยู่กับใคร เป็นแม่ประสาอะไรเรื่องแค่นี้ทำไมต้องให้บอกให้สอน!”“เอ่อ… ใจเย็นๆ ก่อนนะคะคุณภพ คุณเฟื่องเธอยังทำธุระของเธอไม่เสร็จเลยค่ะ ถ้าจัดการเรื่องทางนั้นเสร็จเรียบร้อยเธอบอกจะติดต่อกับมาหารสค่ะ” เลขาสาวตอบคำถามเจ้านายขาวีนขณะจ้ำฝีเท้าเดินตามหลังเขาให้เร็วมากขึ้น ท่านรองประธานหนุ่มสุดหล่อทว่าติดนิสัยขี้เหวี่ยงกำลังเดินตรงไปยังห้องประชุมในวงแขนกำยำมีร่างอวบเล็กของเด็กชายวัยสิบเดือนหน้าตาน่ารักชื่อกัปตัน เป็นลูกที่เกิดจากท่านรองกับพนักงานในบริษัท รสรินเพิ่งเข้ามาทำงานตำแหน่งเลขานุการให้รณภพได้ราวๆ ครึ่งปี ไม่ทราบเลยว่าคู่นี้มีความเป็นมาเป็นไปยังไงแต่ก็พอจะมองออกว่าเจ้านายของตนเองไม่ได้ชอบแม่ของลูก“ก่อนการประชุมจะเริ่มคุณโทรกลับไปย้ำอีกครั้งนะว่าให้รีบกลับบริษัทด่วนที่สุด ถ้ามาไม่ทันทั้งคุณทั้งเฟื่องลดาถูกผมเฉ่งยกกำลังสองแน่!” เอ่ยด้วยความหัวเสียไม่พอใจในตัวผู้หญิงคนนั้นที่ทิ้งลูกไว้กับเขาในช่วงวันเวลาเร่งด่วนเช่นนี้ หล่อนอ้างว่าจำเป็นต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน ทั้งที
“ทุกข้อความ ทุกตัวอักษร ท่านเจ้าสัวแน่ใจแล้วเหรอครับว่าจะเปลี่ยนแปลงให้เป็นไปตามนี้…”ทนายปกรณ์ค่อนข้างตกใจ เอ่ยถามย้ำแม้จะมีเขียนข้อความกำกับไว้ว่าเจ้าของพินัยกรรมเขียนโดยมีสติสมบูรณ์ครบถ้วน ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สองที่ท่านวิทยาเรียกตนเองเข้ามาพบถึงบ้านและจัดการเรื่องนี้ ในความเป็นจริงท่านไม่จำเป็นต้องทำเลยก็ได้เพราะมีผู้สืบทอดมรดกเพียงคนเดียวทว่าช่วงหนึ่งถึงสองเดือนมานี้มีเรื่องมากมายประเดประดังเข้ามา และท่านพบว่าตนเองได้กลายเป็นคุณปู่ของเด็กชายตัวน้อยไปแล้ว ไม่รู้ว่าท่านกลัวหลานชายจะถูกพ่อแท้ๆ ขับไล่หรือเปล่าทำไมถึงลงทุนทำพินัยกรรมฉบับใหม่ขึ้นมา“ช่วยจัดการให้ทีนะ นี่คงเป็นการเขียนพินัยกรรมครั้งสุดท้ายของฉันแล้ว” อากาศในห้องทำงานมืดสลัวมีน้อยมาก ท่านวิทยาพยายามนั่งนิ่งๆ เพื่อจะใช้แรงให้น้อยที่สุด“อย่าพูดอะไรเป็นลางอย่างนั้นสิครับ ท่านเจ้าสัวเพิ่งจะหกสิบกว่าๆ ยังสุขภาพแข็งแรงดีทุกประการ แต่ที่กังวลผมเกรงว่าถ้าคุณภพรู้เข้าเธออาจจะไม่พอใจได้นะครับ แม้ท่านจะไม่ได้ระบุว่ายกของมีค่าอะไรให้บ้างแต่ทุกข้อความระบุชัดเจนว่า…”“ว่าอะไรก็ทำไปตามนั้นแหละ …เจ้าภพมันยังอ่อนหัดนัก”ท้ายประโยคเสีย
รถกระบะคันกลางเก่ากลางใหม่ขับผ่านประตูรั้วเหล็กใหญ่มหึมาเข้ามาภายในอาณาเขตคฤหาสน์ราคาหลักร้อยล้าน เบื้องหน้าเห็นลานน้ำพุขนาดใหญ่เป็นปราการด่านแรกให้มองก่อนภาพความงดงามของสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่สไตล์ยุโรป สองข้างฝั่งของถนนขนานข้างด้วยสวนหย่อมประดับพันธุ์ไม้แปลกตาหลายชนิด“บ้านใหญ่โตยิ่งกว่าวัง โรงจอดรถหรือเต็นท์รถมือสองวะนั่นทำไมถึงมีรถหลายคันขนาดนั้น บ้านเอ็งใช่ไหม เจ้าของบ้านเขาซื้อมาขายหรือมาขับเล่นเหรอนังหนู”“บ้านเจ้านายค่ะ คุณลุงขับเข้าไปจอดหน้าคนนั้นเลยค่ะ”ชี้ปลายนิ้วไปทางด้านหน้าในตำแหน่งยืนของสาวใช้คนหนึ่ง คาดว่าคุณแขไขหรือไม่ก็คุณวิทยาคงจะบอกคนในบ้านแล้วว่าจะมี กาฝาก มาขออาศัยอยู่ชั่วคราว เฟื่องลดาหวาดกลัวการเข้ามาอาศัยบ้านคนอื่นแต่เพราะความรักและคิดถึงลูกแทบขาดใจทำให้หล่อนตัดสินใจยอมแลกทุกอย่าง บากหน้าไปขอร้องท่านทั้งสองให้อนุญาตตนเองเข้ามาเยี่ยมลูกหรือพาลูกกลับไปนอนด้วยบ้าง ไม่ใช่ตัดรอนทุกอย่างไม่ยอมแม้กระทั่งให้ตนเองมาเจอหน้าลูกเหมือนอย่างที่รณภพทำ ถือเป็นความโชคดีของเฟื่องลดาที่ท่านเจ้าสัววิทยาเห็นใจและตระหนักได้ถึงความลำบากทางจิตใจที่หล่อนต้องเผชิญเกือบหนึ่งเดือน ตั้งหนึ่งเ







