Compartilhar

บทที่ 1

last update Data de publicação: 2026-06-30 21:06:56

บทที่ 1

          “นังไจ๋ สนใจเพื่อนหน่อย”

          เสียงแหลมเล็กดังขึ้นขัดจังหวะ เมื่อเพื่อนรักเอาแต่ก้มหน้าก้มตาจ้องหน้าจอสมาร์ตโฟน แทนที่จะสนใจคนข้างๆ อย่างเธอ         

          “อะไรยะนังเกี๊ยว” จนิตาละสายตาจากหน้าจอมามองเพื่อน นั่งอยู่ใกล้กันแค่นี้ไม่รู้จะตะโกนทำไม

          “แกลากฉันออกมา แกก็ควรสนใจฉันไหม ไม่ใช่คิดถึงผัวอยู่นั่น” เกวลินเบะปากกลอกตามองบนใส่ความรักผัวหลงผัวของเพื่อนรัก หายใจเข้าก็พริษฐ์ หายใจออกก็พริษฐ์จนน่าหมั่นไส้          

          “ก็ฉันคิดถึงจริงๆ นี่นา” จนิตาทำหน้าเหมือนใจจะขาดจากความคิดถึง ทว่าก็ไม่วายบ่นอุบ “ไลน์ไปตั้งนานแล้วเนี่ย ไม่ตอบสักคำ”        

          “ปกติปะ ผัวแกคิวทองจะตายไป” เกวลินมองว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะพริษฐ์เป็นคุณหมอสูติฯ ฝีมือดีที่ใครๆ ก็อยากฝากครรภ์ด้วยจนคิวเต็มยาวเหยียด ฝ่ายนั้นแทบไม่มีเวลาว่างมาตอบแชตไร้สาระที่เพื่อนเธอเพียรส่งไปหาทั้งวันอยู่แล้ว          

          “แต่หมู่นี้แชตฉันหนักขวามาก...” จนิตาเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ พลิกหน้าจอโทรศัพท์ให้เพื่อนดูประกอบหลักฐาน

          “หนักจริง...” เกวลินกวาดตามองข้อความยาวเหยียดที่เพื่อนส่งไปรัวๆ ราวสิบประโยค สามีถึงจะตอบกลับมาสักคำ แถมกว่าจะตอบก็ปาเข้าไปดึกดื่นค่อนคืน

          “อ่านแล้วไม่ตอบด้วย” จนิตาทำใบหน้าสุดเซ็ง หัวใจดวงน้อยเริ่มเหี่ยวเฉา ที่ผ่านมาพยายามเข้าใจพริษฐ์เสมอ เพราะอย่างน้อยสามีก็ยังพอหาเวลาให้เธอ แต่หมู่นี้แค่ได้เห็นหน้ากันสักครึ่งชั่วโมงยังยากเลย

          “เลิกปะล่ะ” เกวลินยกมือเท้าคางถาม นัยน์ตาเริ่มฉายแววยุยง     

          “แกจะบ้าเหรอ แค่ผัวไม่ตอบข้อความจะมายุให้เลิกกัน”

จนิตาโวยวายเสียงแหลม นังเพื่อนคนนี้ท่าจะบ้า คนเขารักกันอยู่ดีๆ จะมาเลื่อยขาเตียงกันซะงั้น

          “รักเสียจริง”

          เกวลินทั้งหมั่นไส้ ทั้งอิจฉา

          “ถ้าไม่รักฉันจะยอมถึงขนาดนี้เหรอ”      

          “เชื่อจ้ะ” เกวลินพยักหน้าหงึกๆ เชื่อสนิทใจ เมื่อพริษฐ์เปลี่ยนนางร้ายที่พร้อมจะเหวี่ยงกลับยามมีคนเข้ามาหาเรื่องให้กลายเป็นแม่ชีผู้ถือศีลสงบจิตสงบใจได้ขนาดนี้ จะว่าไปมันก็เป็นเรื่องดีนั่นแหละ แล้วเธอก็ตั้งคำถามกลับไปอีก “ว่าแต่...พรุ่งนี้คงไม่ถูกเบี้ยวนัดหรอกนะ”   

          “อย่ามาแช่งกันนะยะ ปกติคุณพายไม่เคยเบี้ยวฉัน” จนิตาแทบจะยื่นมือไปตีปากเพื่อน พรุ่งนี้เธอต้องได้ไปสวีตหวานในมื้อค่ำกับสามีแน่นอน

          “เคย” เกวลินแย้งทันควัน

          “นั่นเพราะมีเคสด่วนย่ะ” บางครั้งก็ต้องนั่งกร่อยรอเก้อ เพราะพริษฐ์มีเคสฉุกเฉินเข้ามาแทรก

          “จ้ะ แต่ว่านังศรีกลับมาแล้วนะ” เกวลินเลิกแหย่แล้วเปลี่ยนมาพูดถึงเพื่อนอีกคนในกลุ่มอย่าง ‘ศรา’ หรือที่เพื่อนๆ เรียกว่า ‘นังศรี’

          “แล้ว?” อดีตนางร้ายที่ร้างราหน้ากล้องไปนานเลิกคิ้วสูง อยากรู้ว่าคราวนี้พวกเธอจะต้องเตรียมตัว ‘เห่าหอน’ กันอีกหรือไม่ แล้วคำตอบก็เป็นไปตามคาด

          “ก็ผัวง้อได้สำเร็จนั่นแหละ” นี่เป็นรอบที่ร้อยแล้วกระมังที่ศราหอบกระเป๋าหนีสามีกลับไปบ้านที่เชียงใหม่

          “ได้กินอาหารเม็ดอีกแล้วสินะเรา” คราวนี้จนิตาไม่รู้จะเลือกอาหารเม็ดรสไหนดี เพราะเพื่อนรักป้อนให้ถึงปากมาครบทุกรสชาติแล้วจริงๆ

          เกวลินยักไหล่พลางหัวเราะร่า นี่แหละรสชาติความเป็นเพื่อน เห็นเพื่อนคืนดีกับสามีพวกเธอก็ดีใจ ฝ่าย

จนิตายื่นมือไปตบบ่าของเพื่อนรัก แล้วบอกไปด้วยรอยยิ้มเริดๆ เชิดๆ

          “แกไม่ต้องห่วงนะนังเกี๊ยว ฉันไม่มีวันทำให้แกได้กินอาหารหมาแน่นอน เพราะฉันไม่มีทางเลิกกับคุณพาย”

          เกวลินที่ได้ฟังถึงกับกลอกตา นับถือใจเพื่อนบ้าคนนี้เลยจริงๆ จนอยากจะทำโล่ ‘คนหลงผัวที่สุดในโลก’ ให้เสียเดี๋ยวนี้

          “จ้าแม่คนคลั่งรัก แล้วจะไปดูชุดได้ยัง” เกวลินถามคนที่พอพูดจบก็หันไปจ้องโทรศัพท์มือถือต่อ

          “ไปๆ ไปกัน” จนิตาขยับตัวลุกออกจากร้านกาแฟในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง จะไปเดตกับสามีทั้งทีเธอก็อยากจะได้ชุดสวยๆ ใหม่เอี่ยมไปเซอร์ไพรส์สามีเสียหน่อย

          “งั้นไปดูร้านนั่นไหม” เกวลินชี้ไปยังช็อปแบรนด์เนมชื่อดังที่เมื่อก่อนพวกเธอเคยเป็นลูกค้าวีไอพี

          “ไม่เอา...แพง” คนถูกแนะนำส่ายหน้าหวือ เวลานี้กำลังทรัพย์ไม่ได้ล้นเหลือเหมือนเมื่อก่อนแล้ว หลังจากมารดาล้มป่วย เธอก็ทุ่มเงินรักษาไปมหาศาล จนกระทั่งท่านเสียชีวิต ตอนนี้เงินที่ใช้ส่วนใหญ่ก็เป็นเงินที่สามีให้ไว้ จึงไม่อยากใช้จ่ายเกินตัว นิ้วเรียวชี้ไปยังอีกร้านที่ราคาย่อมเยากว่า

          “เอาร้านนั้นดีกว่า”

          “จ้ะ”

          เกวลินว่าตามกัน จากนั้นทั้งสองก็เดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้าดิไซน์เก๋ที่มีชุดแฟชั่นให้เลือกสรรมากมาย พนักงานสาวออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง      

          “ชุดนี้คุณพายต้องชอบแน่ๆ” จนิตาหยิบเดรสสีชมพูอ่อนขึ้นมาทาบวัดกับลำตัว จำได้ดีว่าเวลาสวมชุดโทนสีนี้ทีไร สามีมักจะเอ่ยปากชมเสมอ    

          เกวลินยกนิ้วให้แทนคำตอบว่าเห็นด้วย ที่จริงไม่ว่าอดีตนางร้ายเบอร์หนึ่งอย่างจนิตาจะหยิบชุดไหนมาใส่ก็ดูดีไปหมด นึกแล้วก็อดเสียดายแทนเพื่อนไม่ได้ที่ตัดสินใจหันหลังให้วงการ เพราะอยากทุ่มเทเวลาให้กับครอบครัว หลังจากที่สูญเสียมารดาไป จนิตามักโทษตัวเองเสมอว่าที่ผ่านมามัวแต่ทำงาน จนพลาดช่วงเวลาสำคัญในการดูแลท่าน    

          เมื่อได้ชุดที่ถูกใจแล้ว ทั้งสองก็เดินเลือกซื้อของต่ออีกเล็กน้อยก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน จนิตามีรอยยิ้มประดับบนใบหน้าตลอดทาง เฝ้ารอให้ถึงคืนพรุ่งนี้เร็วไว รับรองว่าเธอจะสวยจนสามีต้องตะลึงแน่นอน

         

          ผมยาวสลวยถูกถักเป็นเปียอย่างประณีต ดวงหน้าคมเฉี่ยวแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางโทนอ่อน ลิปสติกเป็นสีชมพูเฉดเดียวกับชุดเดรสตัวสวย รองเท้าส้นสูงสีครีมถูกหยิบมาสวมใส่ส่งให้ช่วงขาดูเรียวยาว ในเวลาหนึ่งทุ่มตรง รถแท็กซี่ก็เคลื่อนเข้ามาจอดรอที่หน้าบ้าน      

          หญิงสาวก้าวขึ้นรถแล้วบอกพิกัดร้านอาหารที่โรงแรมดังทันที ใบหน้าหวานเปี่ยมไปด้วยความสุข โดยเมื่อช่วงบ่ายเธอก็ไม่ลืมส่งข้อความไปย้ำนัดกับสามีอีกรอบ       

          ใช้เวลาไม่นานก็ไปถึงจุดหมาย จนิตาตรงขึ้นลิฟต์ไปยังร้านอาหารร้านประจำที่พริษฐ์ชอบพามา หลังแจ้งชื่อจองโต๊ะ พนักงานก็พาไปยังที่นั่งริมกระจก ซึ่งสามารถมองเห็นวิวเมืองยามค่ำคืนได้แบบพาโนรามา    

          “ขอรับเป็นน้ำส้มก่อนค่ะ เดี๋ยวรอสามีมาถึงค่อยสั่งอาหารค่ะ” จนิตาเอ่ยบอกพนักงานด้วยรอยยิ้ม คาดการณ์ว่าไม่เกินสิบนาทีพริษฐ์ก็น่าจะมาถึง        

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9 (02)

    “เฮ้ย นั่นมันจะจูบคุณไจ๋หรือเปล่าวะ” ภาพที่ผู้ชายใบหน้าหล่อเหลากำลังโน้มใบหน้าไปแนบชิดกับดวงหน้าหวานจนปลายจมูกแทบชนกัน สิ้นเสียงของธนกฤต พริษฐ์ก็สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม สองเท้าพุ่งทะยานไปยังโต๊ะเป้าหมายด้วยความเร็วแสง แล้วกระชากคอเสื้อของไอ้คนหน้าด้านให้ห่างจากภรรยาของเขา “อย่ามายุ่งกับเมียกู” พริษฐ์ประกาศก้อง นัยน์ตาแดงก่ำราวกับมีลูกไฟลุกโชนอยู่ภายใน “ใครเมียมึง” เมธาวินตวัดสายตามองพริษฐ์ตั้งแต่หัวจดเท้า ก่อนจะใช้ลิ้นเลียริมฝีปากแล้วบอกออกไป “ของดีๆ ใครก็อยากเอาปะวะ” “ไอ้เหี้ย” เพียงเท่านั้นสติของพริษฐ์ก็ขาดผึง ปล่อยหมัดซัดใส่ใบหน้าของคนที่มันพูดจาแทะโลมจนิตา หนำซ้ำยังจะกล้ามาจูบปากนุ่มๆ ที่เป็นของเขาอีก “ว้าย” เสียงร้องด้วยความตกใจดังระงม ศราและเกวลินมองภาพตะลุมบอนตรงหน้าด้วยอาการตาค้าง เพื่อนของพริษฐ์รีบปรี่เข้ามาห้ามทัพพัลวัน “ไอ้พายหยุดเถอะ ตั้งสติหน่อย” วาโยพยายามดึงตัวเพื่อนออก แต่กลับถูกพริษฐ์สะบัดจนกระเด็น ธนกฤตพยายามล็อกแขนเอาไว้ แต่วันนี้พริษฐ์กลับมีแรงมหาศาลจนเขาแทบหน้าคะมำ ทว่าจู่ ๆ ทุกอย่างก็หยุดนิ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 9

    บทที่ 9 “มันเป็นเหี้ยอะไร” เมื่อนายตำรวจหนุ่มเดินมาถึงโต๊ะก็เอ่ยถาม สายตาจ้องมองพริษฐ์ที่เอาแต่กระดกน้ำสีอำพันเข้าปากราวกับเป็นน้ำเปล่า และได้ข่าวมาว่าเพื่อนรักดื่มหนักแบบนี้ติดต่อกันมาสามวันแล้ว “ถามมันเองเลย” วาโยมองสภาพของคุณหมอสูติฯ แล้วนึกสมเพช ตั้งแต่ที่ถูกจนิตาแจ้งความก็เอาแต่จมอยู่กับแก้วเหล้า “สรุปมึงเป็นอะไรไอ้พาย” ธนกฤตแย่งแก้วเหล้าออกจากมือพริษฐ์ สภาพเพื่อนตอนนี้ดูเหมือนคนอกหักปางตาย ทั้งที่มีข่าวลือหนาหูว่ามันกำลังจะแต่งงานใหม่ “เอาแก้วกูคืนมาไอ้ธาม” พริษฐ์เอื้อมมือจะคว้าคืน แต่อีกฝ่ายเบี่ยงตัวหลบ “ตอบกูมาก่อน แล้วกูจะคืนให้” พริษฐ์ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม นัยน์ตาแดงก่ำสั่นไหวด้วยความตัดพ้อและเจ็บช้ำ ก่อนแค่นยิ้มสมเพชตัวเอง จนิตาใจร้ายกับตนเหมือนคนเกลียดชังกันมาสิบชาติ “ตอบเร็วสิมึง” ธนกฤตเร่งเร้า “กูเรียกเอาแก้วใหม่ก็ได้” พริษฐ์ตัดบทด้วยความหงุดหงิด มือกวักเรียกบริกรให้นำแก้วใบใหม่มาให้ทันที ธนกฤตมองเพื่อนอย่างใช้ความคิด พริษฐ์เป็นคนพูดน้อยก็จริง แต่ไม่เคย

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8 (02)

    “เรากลับกันดีกว่าค่ะพี่เก้า ไจ๋เหนื่อยแล้ว” “ได้สิครับ” นพเก้าพยักหน้าตอบตกลง ศีรษะค้อมลงเล็กๆ ให้คนที่จะมารับหน้าที่ลงนรกต่อจากตน แล้วพาจนิตาเดินปลีกตัวออกไปขึ้นรถคันหรูของตัวเอง พริษฐ์ยืนหายใจหอบถี่ด้วยความหงุดหงิด โมโหคนอวดดีอย่างจนิตาที่ไม่ยอมฟังคำเตือนกันเลย แล้วพยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจ ในเมื่อจนิตาอยากรนหาที่นักก็ช่างปะไร อย่างไรเสียตนกับฝ่ายหญิงก็หย่าขาดจากกันแล้ว ทว่าสุดท้ายกลับสบถออกมาเสียงดัง มือยกขึ้นขยี้ผมตัวเองอย่างแรง “บ้าเอ๊ย” ฝ่ายคนที่นั่งอยู่บนรถคันหรูหันไปมองสารถีหนุ่ม ในสมองมีคำถามผุดขึ้นและเลือกจะถามออกไปตรงๆ “พี่เก้ามาที่โรงแรมนี้ได้ยังไงคะ บังเอิญหรือตั้งใจมา?” จนิตาอยากรู้ว่าทำไมนพเก้าถึงมายังโรงแรมจัดงานแห่งนี้ได้ “เรียกว่าถูกเชิญมาดีกว่าครับ” นพเก้าตอบ เขาคงไม่ต้องบอกว่าใครเป็นคนร่อนบัตรเชิญไปให้ถึงหน้าบ้าน คราแรกตนไม่คิดจะมาด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ต่อความอยากรู้ว่าตะวันฉายต้องการจะทำอะไร และตอนนี้ก็ได้คำตอบที่แจ่มชัดแล้ว เจ้าหล่อนต้องการประกาศชัยชนะ “เธ

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 8

    บทที่ 8 “เหอะ” จนิตากดยิ้มลึกและทำเสียงต่ำในลำคอ นึกถึงถ้อยคำที่พริษฐ์บอกไว้ พริษฐ์เชิญเธอมางานจริงๆ ช่างเป็นคนที่รักษาคำพูดเสียจริง ก่อนดึงสายตาไปมองคนบนเวทีที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุข ยิ้มให้กับชายที่รักเจ้าหล่อนท่วมหัว จนิตารีบยกมือขึ้นปรบมือเป็นคนแรก เรื่องน่ายินดีแบบนี้ทุกคนก็ต้องช่วยกันอวยพร นั่นทำให้ตะวันฉายเบนสายตาไปมองแล้วยิ้มพึงพอใจ จากนั้นพิธีกรบนเวทีก็รีบทำตามหน้าที่ของตัวเอง “พวกเราขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ” “ค่ะ” ตะวันฉายยิ้มขอบคุณ แล้วหันไปจับมือของบิดาไว้แน่น สายตามองไปรอบๆ ล้วนแต่มีคนร่วมยินดีไปกับเธอ ก่อนจะหันไปมองพิธีกรพร้อมเอ่ยบอก “เพลงต่อไปฉายขอเป็นเพลงรักอวยพรให้พวกเราได้ไหมคะ” “งานนี้คงต้องฝากไว้ที่น้องไจ๋ไจ๋แล้วครับ” พิธีกรผายมือไปยังด้านข้างเวทีอีกด้าน หวังว่านักร้องคนที่สองคงมีลิสต์เพลงรักหวานชื่นอยู่บ้าง “ยินดีค่ะ” จนิตาก้าวเท้าขึ้นไปเผชิญหน้าบนเวทีอย่างไม่หวั่นเกรง และจะไม่พลาดโอกาสทองที่จะมอบคำอวยพรให้ทั้งสอง “งั้น...ไจ๋ขอเป็นคนกล่าวคำอวยพรให้ทั้งคู่นะคะ”

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 7 (04)

    “งานเลี้ยงบริษัทน่ะ” เกวลินเอ่ยบอก ในอดีตเธอเคยทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้เพื่อนรัก และตอนนี้ก็กลับมาช่วยดูแลคิวงานให้ระหว่างที่จนิตากำลังรันวงการอีกครั้ง “เห็นว่าเป็นงานรวมเครือบริษัทใหญ่น่ะ ฉันเพิ่งได้รับการติดต่อมาเมื่อเย็นวาน รายละเอียดคร่าวๆ คือเป็นงานใหญ่พอตัวเลยนะ...แกจะรับไหม” “รับสิ” จนิตาตอบโดยไม่ต้องคิด งานคือเงิน และเงินคืออนาคตที่จะกลายเป็นค่านมผงให้เจ้าตัวเล็กในท้อง “แต่อีกสามวันนะนังไจ๋” เกวลินบอกถึงกำหนดวันที่ค่อนข้างเร่งด่วน “ฮะ?” หญิงสาวตกใจเล็กน้อยเพราะเวลากระชั้นชิดมาก แถมยังร้างสนามมานาน แม้ที่ผ่านมาจะฝึกร้องเพลงที่บ้านอยู่บ่อยๆ แต่การขึ้นเวทีจริงมันต่างกัน “เห็นว่าถูกนักร้องดังเท” เกวลินบอกเหตุผลที่ทางผู้จ้างบอกมา ช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาล คิวของคนดังมากดังน้อยจึงพลอยแน่นไปหมด “อ้อ...” จนิตาลากเสียงยาว แต่ก็ไม่ได้ทำให้บั่นทอนจิตใจ เพราะทุกโอกาสมีค่าเสมอ “ว่าแต่แกเป็นไงบ้าง” เกวลินถามด้วยความห่วงใย อยากให้เพื่อนย้ายมาอยู่คอนโดมิเนียมด้วยกันจะได้ช่วยดูแล แต่จนิตาก็ดื้อแพ่งไม่ยอมท่าเดียว “ก็ด

  • นางร้ายขอหย่าขาดจากคุณหมอเฮงซวย   บทที่ 7 (03)

    “ไม่ใช่พ่อ ไม่ต้องมาสั่ง” พริษฐ์กลอกตาใส่คนปากดีที่พอเริ่มมีแรงก็แผลงฤทธิ์ “ผมจะไปทำอะไรให้กิน” ชายหนุ่มตัดบทสั้นๆ หมุนตัวเดินตรงไปยังห้องครัว โดยไม่รอฟังคำค้าน “ไม่...” จนิตาเค้นเสียงได้แค่คำเดียว อาการหน้ามืดระลอกใหม่ก็จู่โจมจนต้องเอนกายพิงพนักโซฟา เวลาผ่านไปชั่วครู่ใหญ่พริษฐ์ก็เดินกลับมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของหญิงสาว มือยื่นจานข้าวพร้อมกับน้ำดื่มวางไว้บนโต๊ะ “กินซะครับ จะได้กินยา” หญิงสาวค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น เพราะกลิ่นที่คุ้นเคยเตะจมูก แล้วในนาทีถัดมาก็แทบปากสั่น “ข้าวไข่เจียว” สิ่งที่เขาทำให้ คือข้าวไข่เจียวที่ตอนนี้เธอเกลียดมันเข้าไส้ แค่เห็นใจก็เดือดดาล พลันยกนิ้วขึ้นชี้ไปทางประตูบ้าน “ออกไป” “กินซะ อย่ามามัวแต่ทำตัวอวดดีอยู่เลยครับ หรือต้องให้ผมป้อน” พริษฐ์มองหน้าอดีตภรรยาอย่างไม่เข้าใจ ทำไมการจะคุยกันดีๆ เหมือนเมื่อก่อนถึงได้ยากเย็นนัก หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองคนที่แม้จะหย่ากันไปแล้ว แต่ก็ยังให้เธอเป็นตัวแทนแม่นั่นอยู่อีก ดวงตามองไปยังข้าวไข่เจียว ก่อนจะปัดมันทิ้

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status